หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ถุงยางแตกได้ด้วยเหรอ? ต้องทำอย่างไรล่ะ!  (อ่าน 24 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 มี.ค. 21, 18:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
หลายคนคงคาดไม่ถึงว่าถุงยางอนามัยที่เป็นอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และป้องกันการตั้งครรภ์ของผู้หญิงนั้นจะมีโอกาสแตกหรือหลุดออกมาได้ด้วย วันนี้เรามาหาคำตอบกันดีกว่า จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ ถุงยางแตก ขึ้นกับเราได้ครับ

เพราะอะไรถุงยางอนามัยถึงแตก ?

เราใช้ถุงยางอนามัยก็ต่อเมื่อมีเพศสัมพันธ์เท่านั้นใช่ไหมล่ะ? เพราะฉะนั้นเวลาที่มีกิจกรรมทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอดปกติ หรือทางทวารหนัก ก็มีสาเหตุหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สภาพของถุงยางอนามัยที่ใช้ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่

- ถุงยางอนามัยหมดอายุ อาจเพราะซื้อมานานแล้วไม่ได้เช็ควันหมดอายุเสียก่อน
- สภาพถุงยางที่เก่าเกินไปมีผลทำให้ถุงยางแตกได้ขณะใช้งาน
- แกะซองถุงยางอนามัยไม่ระวัง บางคนรีบร้อนใช้ฟันหรือเล็บฉีกโดนถุงยางอนามัยจนมันขาด พอสวมเข้าไปก็ไม่ได้สังเกต จึงทำให้ถุงยางอนามัยรั่วหรือแตกออกได้ง่าย
- ไซส์ไม่พอดีกับน้องชาย ขนาดก็สำคัญ เลือกไซส์เล็กไปก็ทำให้ไม่เหลือพื้นที่ให้เจ้าน้องชายได้หายใจ ทำให้ถุงยางแตก ไซส์ใหญ่ไปก็หลวมมาก พอมีการสอดใส่มันก็หลุดได้
- ใช้สารหล่อลื่นที่ไม่ถูกต้อง หลายคนใช้สารหล่อลื่นชนิดน้ำมันที่ไม่ถูกกับถุงยางอนามัย ทำให้เสื่อมสภาพ และแตกหลุดได้ง่าย หรือแม้หากใช้ถูกต้องแล้วก็ใช้น้อยจนเกินไป ทำให้ฝืดและไม่คล่องตัวจนเกิดการแตกได้
- เก็บไว้ผิดที่ เก็บไว้ในรถ หรือเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์นี่ตัวดีเลย เพราะอุณหภูมิทำให้ถุงยางอนามัยหมดอายุได้เร็วกว่าปกติ



ถุงยางอนามัยแตกต้องทำอย่างไรบ้าง

ถุงยางอนามัยแตกควรรีบจัดการกับอวัยวะเพศของตัวเองก่อน ผู้หญิงอาจปัสสาวะเพื่อขับตัวอสุจิออกมา แต่ไม่ควรฉีดล้างสวนเข้าไปในช่องคลอด ผู้ชาย ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักก็ควรถ่ายหนักให้เรียบร้อยก่อนติดต่อแพทย์หรือสถานบริการที่ให้บริการยาเป๊ป (PEP) ยาต้านไวรัสฉุกเฉินเป็นขั้นตอนต่อไป

เมื่อติดต่อสถานพยาบาลเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะสั่งตรวจเอชไอวีโดยเป็นการตรวจเลือดเพื่อเช็คว่าคุณไม่ได้มีเชื้ออยู่ก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ความเสี่ยงครั้งล่าสุด หากไม่มีปัญหาใด ๆ แพทย์จะจ่ายยาให้คุณ และจะต้องทานให้ครบ ตรงต่อเวลา ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 28 วัน เมื่อทำการทานยาจนครบเรียบร้อยแล้ว ให้กลับไปตรวจเลือดอีกครั้ง เป็นการยืนยันผลว่า คุณไม่ติดเชื้อเอชไอวี ในครั้งนี้ที่ถุงยางอนามัยแตก

หากเรารู้วิธีการป้องกันไม่ให้ถุงยางอนามัยแตกแล้ว เราก็ไม่เสี่ยงต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีที่สำคัญหากคุณมีความเสี่ยงบ่อย เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้ผลเลือด หรือใช้บริการทางเพศกับผู้ให้บริการบ่อยมาก เข้าข่ายความเสี่ยงสูง ก็ควรตรวจเลือดเป็นประจำ และติดต่อแพทย์เพื่อปรึกษารับ ยาเพร็พ (PrEP) ที่ใช้ในการป้องกันเชื้อเอชไอวีก่อนเสี่ยงร่วมกับการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง ก็ทำให้คุณปลอดภัยจากโรคได้อย่างแน่นอนครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ตรวจเอชไอวี.com https://xn--82ce5a6cuac4bb7e7ezb.com/?p=119
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เอชไอวี  เอดส์  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม