หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กัมพูชาเดินหน้าสร้างชาติ-ต่อสู้โลกร้อน มุ่งปกป้อง "บ้าน" ของทุกคน  (อ่าน 5 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 มิ.ย. 22, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธทั่วโลก สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวในนามของประเทศที่ฟื้นคืนจากเถ้าถ่านแห่งความขัดแย้งที่รุนแรงจนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูด โดยระบุว่า "กัมพูชาร่ำไห้ให้กับฝูงชนที่กำลังทุกข์ทรมาน การเลือกทำสงครามไม่อาจทำให้สงครามยุติลงได้ เราต้องยืนหยัดในความพยายามที่จะเติบโตและมุ่งมั่นเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม"

"อนาคตที่ดีกว่าต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมที่ดี ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควรเป็นสมรภูมิเดียวที่เราต้องต่อสู้และเอาชนะ" นายไสย สมาล รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชา กล่าว พร้อมกับระบุว่า การสร้างชาติและการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนเป็นงานที่ยากลำบากและต้องทำควบคู่กันไป "จากผืนดินที่อาบไปด้วยเลือดของผู้บริสุทธิ์มากมายนับไม่ถ้วน กัมพูชาได้ฟื้นตัวและก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือธงนำเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อประเทศสงบเราก็พบกับความเจริญรุ่งเรือง และความเจริญรุ่งเรืองก็ทำให้เราสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นศัตรูที่คุกคามเราทุกคน"

ในปี 2558 กัมพูชากลายเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางในระดับต่ำ (Lower Middle-Income) และถึงแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด แต่กัมพูชายังคงเดินหน้าสู่การเป็นประเทศที่มี "รายได้ปานกลาง" ภายในทศวรรษหน้า โดยเศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตเฉลี่ยต่อปีเกิน 7% ในช่วงปี 2541-2562 และในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากโรคระบาด กัมพูชาคาดว่าจะฟื้นสถานะเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกระบุว่า "กัมพูชามีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านการยกระดับสุขภาพแม่และเด็ก พัฒนาการเด็กปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่ชนบท" โดยความก้าวหน้าเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะประเทศมีความสงบสุขและมีการวางแผนเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

สถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับการฟื้นตัว และย้ำเตือนว่าสิ่งแวดล้อมของเราจะเปราะบางมากขึ้นเพียงใดหากไม่มีการดูแล สถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้หนักหน่วงมากและจะยังคงส่งผลกระทบต่อการเติบโตต่อไปอีกสักระยะ แต่ท้ายที่สุดก็จะผ่านพ้นไปได้ "เศรษฐกิจที่สดใสและยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญให้เราเดินหน้าสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไป" นายไสย สมาล กล่าว "กว่า 70% ของชาวกัมพูชาที่เป็นหัวเรือหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว สามารถต้านทานพายุและยังคงมีงานทำอยู่ ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นในขณะที่เราฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและเดินหน้าสร้างชาติ ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนความพยายามของเราในการปกป้องสถานที่ที่เราเรียกว่าบ้าน"

กัมพูชาให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42% ของระดับการทำธุรกิจตามปกติภายในปี 2573 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 "การร่วมกันรณรงค์เพื่อต่อต้านผลพวงที่เลวร้ายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีศักยภาพในการเพิ่มจีดีพีของกัมพูชาเกือบ 3% ต่อปี และสร้างงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเกือบครึ่งล้านตำแหน่งภายในกลางศตวรรษนี้" นายไสย สมาล กล่าว "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ศัตรูในจินตนาการ แต่เป็นการต่อสู้หนึ่งเดียวที่ต้องทำและนำพาเรามารวมตัวกัน"

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ: นายเนตร พักตรา โฆษกกระทรวงสิ่งแวดล้อมกัมพูชา อีเมล: pheaktra.neth@moe.gov.kh

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม