Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ชุมชนไทยเมท > *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
ผู้ดูแล: StaffThaimate
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*   (อ่าน 8462 ครั้ง)
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #45: 14 ต.ค. 07, 11:35 น


เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อให้แม่แข็งแรง
ป้องกันโรคหัวใจและขจัดไขมันได้
บรรดานักวิทยาศาสตร์พร่ำบอกมารดาทั้งหลายควรให้ลูกกินนมของตัวเอง
จะช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรง การศึกษาครั้งใหม่พบว่า ไม่แต่เพียงเท่านั้น
มันยังช่วยให้เจ้าตัวของแม่แข็งแรงไปด้วย
คณะนักวิจัยของสหรัฐฯได้ศึกษากับผู้หญิงจำนวนเกือบ 100,000 คน รู้ว่า
มารดาผู้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเอง จะป้องกันโรคหัวใจวายได้ไม่ต่ำกว่า 24%
ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า
พวกเธอได้โอกาสกำจัดไขมันที่สะสมระหว่างตั้งครรภ์ออกไปด้วย
หัวหน้านักวิจัยของโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด หมออลิสสัน สตีบ
ได้ให้คำแนะนำว่า ผู้เป็นมารดาควรจะให้ลูกได้กินนมตัวเอง
ช่วงระหว่างอายุ 3 เดือนถึง 1 ปี จึงได้ผลดีทั้งแม่และลูก
“การให้กินนมไม่ได้ดีแต่กับลูกอย่างเดียว ยังดีกับแม่ด้วย”
หมอสตีบกล่าวเป็นเชิงว่า
การให้ลูกกินนมยังอาจช่วยเปลี่ยนแบบการเผาผลาญอาหารในตัวแม่
จากแบบเมื่อตอนตั้งครรภ์กลับไปสู่แบบปกติด้วย
“การตั้งครรภ์ก่อให้เกิดสิ่งต่างๆขึ้นหลายอย่าง
ซึ่งปกติแล้วเราไม่อยากให้มันเกิดกับตัวเรา เช่น
การเก็บสะสมไขมันและมีปริมาณกรดไขมันไหลอยู่ในกระแสโลหิตสูงขึ้น
เมื่อแม่ให้นมลูกกิน ก็จะได้ผันพลังสำรองเหล่านี้
ให้กลายมาเป็นสารอาหารแก่ทารก”.

Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #46: 21 ต.ค. 07, 12:00 น


*ข้าวมันปูกล้อง*
(POUNDED RED RICE)
“ข้าวมันปูกล้อง” คือ ข้าวที่สีเอาเปลือกออกอย่างเดียว
ยังคงมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวที่ให้สาร DNA / RNA
ให้ประโยชน์ต่อการสร้างและบำรุงเซลล์ต่างๆของร่างกาย
เมื่อรับประทานข้าวกล้องเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆที่เกิดจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุได้
เช่น
โรคเหน็บชา,ปากนกกระจอก,ปวดตามข้อ,อ่อนเพลีย-ไม่มีแรง,โรคผิวหนังบางชนิด,ตะคริว,นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ,โลหิตจาง
การรับประทานข้าวกล้องยังได้เส้นใยอาหาร (FIBER)
ที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่และช่วยปรับปรุงระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น
ดูดซับของเสียและสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย
ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
เมื่อร่างกายดีจะช่วยให้อารมณ์ดีตามมาด้วย คุณประโยชน์จากข้าวกล้องมีมากมาย
หันมารับประทานข้าวกล้องกันดีกว่า
ดีต่อร่างกายและช่วยประหยัดไฟฟ้าจากการสีข้าวให้กับประเทศไทยด้วย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #47: 21 ต.ค. 07, 12:02 น


“ สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต “
สิ่งร่ำรวยที่สุดของชีวิต คือ สุขภาพที่แข็งแรง
บาปกรรมใหญ่หลวงที่สุดของชีวิต คือ ไม่กตัญญู
ความโง่เขลาที่สุดของชีวิต คือ ติดยาเสพติด
ความพ่ายเแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือ การทะนงตัว
ของกำนัลที่มีค่าที่สุดในชีวิต คือการให้อภัย
ความชั่วช้าต่ำต้อยที่สุดในชีวิต คือการข่มเหงผู้อื่น
ความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดของชีวิต คือการเล่นพนัน
การล้มละลายครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือการสิ้นหวัง
ความสุขมากที่สุดของชีวิต คือการช่วยเหลือผู้อื่น
การยอมรับและนับถือได้มากที่สุดของชีวิต คือความก้าวหน้า

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #48: 21 ต.ค. 07, 12:03 น


รู้ไวไขชีวิต
สัญญาณต่อไปนี้บอกเวลา “เบาหวาน” มาเยือน........

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องอาการใดที่บ่งบอกว่าโรคเบาหวานมาเยือนนั้นคงต้องทราบก่อนว่าเบาหวานคืออะไร
กล่าวอย่างสั้นๆง่ายๆ “เบาหวาน”
เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นเมื่อภาวะร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
เนื่องจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยลง หรือสร้างไม่ได้
หรือสร้างได้แต่ฮอร์โมนอินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
โดยปกติอินซูลินมีหน้าที่หลักคือเผาผลาญอาหารพวกข้าว แป้ง และน้ำตาล
ทั้งยังช่วยรักษาระดับการเผาผลาญอาหารไขมันกับโปรตีนด้วย
ขณะนี้มีคนเป็นเบาหวานกันเป็นจำนวนมาก
หากทราบก่อนว่าอาการเช่นใดที่ส่อแสดงว่า “มัน”
ใกล้เข้ามาแล้วคงจะช่วยให้การดูแลรักษาสุขภาพเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลองสังเกตดูว่ามีอาการต่อไปนี้บ้างหรือเปล่า
* ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมาก
* หิวบ่อย กระหายน้ำบ่อย
 เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียไม่มีแรง
 มีอาการตาพร่ามัว
 เมื่อเป็นแผลแล้วแผลหายช้า
 ติดเชื้อบ่อยๆ ซ้ำๆ
 น้ำหนักลด
หากมีอาการเหล่านี้ ร่วมกับการที่คนในครอบครัว ญาติสายตรง
อย่างพ่อ แม่ พี่น้อง คนใดคนหนึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวาน
นั่นยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นเบาหวานมากขึ้น
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวานนั้นพอมีอยู่บ้าง ได้แก่
ควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ออกกำลังให้สมดุลกับชนิดและปริมาณอาหารที่กินเข้าไป
หลีกเลี่ยงภาวะเครียดและการติดเชื้อไวรัสบางตัว และสำหรับคนที่อายุเกิน 40
ปี ควรตรวจเช็กเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง.

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #49: 21 ต.ค. 07, 12:05 น


ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือ คนที่เล่นกับคุณเมื่อคุณไม่มีเพื่อนเล่น

ความคิดสมัย ป.1
เพื่อนที่ดีคือ คนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณแล้วก็จับมือคุณ
ระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว

ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือ
คนที่รอคุณเมื่อถึงเวลาเข้าห้องเรียนแล้วคุณยังไม่อยากเข้า

ความคิดสมัย ป.3
เพื่อนที่ดีคือ คนที่ชวนคุณกินขนม เมื่อคุณทำเงินหาย

ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือ คนที่ยอมถูกคุณครูตีพร้อมกับคุณ เมื่อคุณถูกทำโทษ

ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือ
คนที่รอคุณทุกครั้งเมื่อถึงเวลาพักแม้ว่าคุณจะชักช้าเพียงใด
เขาก้อไม่เคยบ่นและเบื่อที่จะคอยคุณซักครั้ง

ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือ คนที่เป็นไม้กันหมาเมื่อคุณถูกเพศตรงข้ามลุมจีบ
คอยเป็นปากเป็นเสียงแทนคุณทุกครั้งที่มีคนมาว่าคุณว่า"แย่งแฟนชั้น"

ความคิดสมัย ม.1
เพื่อนที่ดีคือ คนที่ให้คุณลอกการบ้านทุกอย่าง ที่คุณทำไม่ได้

ความคิดสมัย ม.2
เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง

ความคิดสมัย ม.3
เพื่อนที่ดี คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ
อินกับคุณในทุกๆอารมณ์และไม่เคยเบื่อ
ที่จะฟังคุณพร่ำเพ้อถึงคนที่คุณแอบชอบ แม้ว่ามันจะทุกๆนาที

ความคิดสมัย ม.4
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ยอมเข้าชมรมที่ไม่ชอบ
เพื่อที่จะมานั่งเรียนเป็นเพื่อนคุณ เมื่อคุณบอกว่าอยากเรียนชมรมนี่

ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือ คนที่ยอมโดนคุณด่า
เพื่อที่จะลากคุณเข้าห้องเรียนในวิชาที่น่าเบื่อแต่สำคัญมากมาย

ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือ คนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่และยังช่วยติวในวิชาที่สำคัญ
แม้ว่ามันต้องใช้เวลามาก ในการที่จะทำให้คุณเข้าใจ
แถมยังให้กำลังใจคุณเต็มที่

ในงานจบการศึกษา
เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆในใจ
แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆให้คุณ เมื่อต้องจากไกล
คอยคิดถึงและห่วงใยคุณเสมอ แม้บางครั้งคุณอาจลืมคิดถึงเขา
แต่เชื่อเถอะเขาจะโทรหาคุณและทำให้คุณรู้สึกว่า
เมื่อคุณเสียใจ ผิดหวัง อกหัก คุณจะมีเค้าข้างๆคุณเสมอ
และเพื่อนที่ดีคือคนที่ขับรถไปหาคุณทันที
เมื่อคุณโทรไปบอกว่าคิดถึงเขา........

และตอนนี้เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัวช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีต แต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจหรือไปไกล ๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเองช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ "รักคุณ"

ส่งความรู้สึกนี้ให้เพื่อนเก่า
และเพื่อนใหม่ และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน
ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน หรือเรากลายเป็นอะไร
จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า
คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
*************************************************

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #50: 21 ต.ค. 07, 12:07 น


ผัดผ่อน “อัลไซเมอร์” ไม่ให้กรายใกล้
“โรคอัลไซเมอร์” เอ่ยชื่อโรคนี้ขึ้นมาเป็นใครก็ต้องขยาด
เพราะเป็นโรคเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้
แถมยังไม่มีวิธีการป้องกันให้ได้ผลชะงัดอีกด้วย
อันที่จริงแล้ว “อัลไซเมอร์”
เป็นชื่อของนายแพทย์ผู้หนึ่งที่เป็นผู้ค้นพบจากการสังเกตโรคนี้
และเมื่อเป็นที่สนใจกันมากขึ้นจึงตั้งชื่อตามนายแพทย์ผู้ค้นพบ
แม้ว่าจะยังไม่มีทางรักษาโรคให้หายขาด
มีแต่การรักษาแบบประคับประคองและดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดี
แต่จากงานวิจัยก็พบว่าพอจะมีวิธีผัดผ่อนโรคนี้ออกไปให้เป็นช้าลงได้
ดังข้อมูลจากศูนย์ทรัพยากรสุขภาพสตรีแห่งชาติ ในสหรัฐฯเสนอแนะว่า
*ควรจะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
*เข้าร่วมกิจกรรมที่กระตุ้นสมอง เช่น เล่นไพ่ เล่นหมากรุก
เล่นดนตรี หรือเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ เป็นต้น
*ในเรื่องการกินอาหาร ควรเลือกอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ที่มีอยู่มากในผัก ผลไม้ ถั่วและปลา เช่นปลาแซลมอน
ซึ่งมีกรดไขมันโอเมกา 3
*ควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับมีสุขภาพดี ไม่ปล่อยให้อ้วนเกินไป
คนที่มีน้ำหนักเกินพิกัดมักมีโอกาสจะเป็นโรคนี้ได้ง่าย

โดยสรุปคำแนะนำทั้งหมดนั้นก็อยู่ในกลุ่มคำแนะนำที่ช่วยสนับสนุนให้มีสุขภาพดีโดยรวมนั่นเอง.

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #51: 21 ต.ค. 07, 12:09 น


”ปลงเป็นมะเร็งเป็นเรื่องโชคชะตา ยิ่งคอยาปล่อยแล้วแต่เวรกรรม”
ผลสำรวจในอังกฤษพบว่า ผู้ตอบกว่า 1 ใน 4
เชื่อว่าการเป็นมะเร็งเป็นเรื่องของโชคชะตา
และผู้สูบบุหรี่มีความเชื่อเช่นนี้มากกว่าคนไม่สูบถึงครึ่งหนึ่ง
มูลนิธิวิจัยมะเร็งอังกฤษสำรวจความเห็นชาวอังกฤษ 4,000 คน ว่า
สามารถลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งได้หรือเป็นเรื่องเกินความสามารถ ผู้ตอบร้อยละ
27 เชื่อว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาจะลิขิตให้เป็นมะเร็งหรือไม่
ผู้ตอบกลุ่มที่แร้นแค้นมากที่สุดมีความเชื่อเช่นนี้มากถึงร้อยละ 43
ขณะที่ผู้ตอบกลุ่มที่มีโอกาสมากที่สุดเชื่อเช่นนี้เพียงร้อยละ 14
นอกจากนี้ยังพบว่าร้อยละ 34 ของผู้ตอบที่สูบบุหรี่ และร้อยละ 36
ของผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี มีความเชื่อเช่นนี้
ทั้งที่งานวิจัยชี้ว่าการสูบบุหรี่และโรคอ้วนมีส่วนเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง
ดร.เลสลี วอกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลของมูลนิธิวิจัยมะเร็ง
ชี้ว่า
น่าเป็นห่วงมากที่ชาวอังกฤษจำนวนมากไม่ตระหนักว่าครึ่งหนึ่งของการเป็นมะเร็ง
สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต เช่น ไม่สูบบุหรี่
รักษาน้ำหนักตัวให้สมส่วน รับประทานอาหารให้สมดุล
รับประทานผักและผลไม้มากๆ ออกกำลังกายอยู่กลางแจ้งอย่างปลอดภัย
เลี่ยงการถูกแดดเผา
ดร.วอกเกอร์ แสดงความวิตกอย่างยิ่ง
เนื่องจากมูลนิธิรณรงค์เดินหน้าให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างแข็งขันเรื่องลดความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
แต่คนจำนวนมากกลับคิดว่ามะเร็งเป็นเรื่องของโชคชะตา.

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #52: 21 ต.ค. 07, 12:10 น


“การมองโลกในแง่ดี ก็สามารถทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”
เป็นคำพูดที่ตอนนี้มีผลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน โดยเมื่อเร็วๆนี้
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอเรส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้ศึกษาอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 10 คน:7j
เข้ารับการทดลองใช้เครื่องกระตุ้นความร้อนที่บริเวณขา
ในขณะเดียวกันก็มีการสแกนสมองด้วยเครื่องที่ใช้ระบบแม่เหล็ก เรียกว่า fmri
และจากการศึกษาพบว่าอาสาสมัครทั้ง 10 คน มีความเจ็บปวดน้อยกว่าที่คาดไว้
ดร. โรเบิร์ต คอตฮิล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
“ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในร่างกายต้องการการเยียวยา ซึ่งนอกจาก ot
ใช้ยาแก้ปวด สมองยังมีส่วนช่วยได้ เพราะสมองจะสามารถควบคุมความเจ็บปวด
ดังนั้น เราต้องอาศัยจุดตรงนี้” ดังนั้น การวิจัยนี้จึงอาจจะสรุปได้ว่า
ความคิด
หรือการสั่งให้สมองคิดในแง่ดีน่าจะมีส่วนช่วยให้บรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในร่างกายได้

และจะเห็นได้ว่ามีคลินิกหลายต่อหลายแห่งใช้วิธีการบำบัดให้ร่างกายผ่อนคลายเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นและช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้
ประโยชน์ของการมองโลกในแง่ดี นอกจากจะมีผลทางด้านจิตใจ
ทำให้ชีวิตสดใส มีความหวังแล้ว
ยังจะส่งผลต่อสุขภาพทางร่างกายของคนเราอีกด้วย.
( มองโลกแง่ดีช่วยลดอาการป่วย )

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #53: 21 ต.ค. 07, 12:11 น


“ เหล็กแท้ต้องไม่กลัวการถูกตี
ทองแท้ต้องไม่กลัวการถูเผาไฟ
เพชรแท้ต้องไม่กลัวการเจียระไน
คนดีแท้ต้องไม่กลัวการพิสูจน์ “

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #54: 21 ต.ค. 07, 12:12 น


*ความทุกข์ยาก เป็นสิ่งพิสูจน์เพื่อน*

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #55: 21 ต.ค. 07, 12:14 น


*คนซื่อกินไม่หมด คนคดกินไม่นาน*
“คริสเตียนแท้” ต้องมีความสัตย์ซื่ออยู่กับตัว

Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #56: 28 ต.ค. 07, 12:02 น

*กันไว้ดีกว่า..แก้!*
“ราชวิถี” ปฏิบัติการคัดกรอง “เบาหวาน” เข้าจอประสาทตา
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในจำนวนคนไทย 64 ล้านคน
มีคนที่เป็นเบาหวานถึงประมาณ 4 ล้านคน!!
ข้อมูลจาก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “เบาหวาน”
เป็นสาเหตุสำคัญในการสูญเสียสุขภาวะ เป็นอันดับ 5 ในเพศชาย และอันดับ 3
ในเพศหญิง
นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ให้รายละเอียดว่า
เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง
ที่พบบ่อยในประเทศไทยและต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก
ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
อีกทั้งยังเป็นโรคที่ต้องได้รับการติดตามดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาสำคัญของโรคเบาหวานก็คือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น
การติดเชื้อ แผลหายช้า คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา เกิดอาการชา
ไม่มีความรู้สึก เจ็บตามแขนขา
หย่อนสมรรถภาพทางเพศเนื่องจากน้ำตาลสูงนานๆ
ทำให้เส้นประสาทเสื่อมเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เพราะไม่รู้สึก
บางคนถึงขั้นต้องตัดขา
แต่ที่น่ากลัวกว่าและคนไม่ค่อยนึกถึง คือ
ภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา ซึ่งโดยเฉลี่ยภาวะนี้จะเกิดขึ้นประมาณ 25%
ของผู้ป่วยเบาหวาน ประมาณว่า หากประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวาน 4 ล้านคน
ก็คาดว่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาถึงประมาณ 850,000
คน ทั่วประเทศ

ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการสายตาเลือนรางและหากไม่ได้มีการตรวจคัดกรอง
เพื่อทำการรักษาในระยะแรกเริ่ม ก็จะทำให้เกิดความพิการตาบอดในที่สุด
ทั้งนี้ ภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา
เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความพิการตาบอด เป็นอันดับ 2 รองจากต้อกระจก
นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข จักษุแพทย์ ประจำกลุ่มงานจักษุวิทยา
รพ.ราชวิถี
บอกว่าเนื่องจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการใดๆเลย
ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มารักษาเฉพาะโรคเบาหวานแต่ไม่ได้สนใจอาการผิดปกติของจอประสาทตา

จากการวิจัยพบว่า
ผู้ป่วยเบาหวานเข้าจอประสาทตาส่วนใหญ่มาพบจักษุแพทย์
เมื่ออาการลุกลามรุนแรงแล้ว ทำให้การรักษาทำได้ยาก
ซึ่งถ้าผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆโรคจะไม่ลุกลามไปถึงขั้นรุนแรง
โรงพยาบาลราชวิถี
จึงเริ่มโครงการศึกษาติดตามผู้ป่วยโรคเบาหวานเข้าจอประสาทตา
เพื่อคัดกรองผู้ป่วยและเพื่อป้องกันภาวะตาบอดในคนไทย
คุณหมอไพศาล อธิบายว่า การคัดกรองผู้ป่วย
ทำได้ด้วยการใช้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพจอประสาทตาโดยไม่ต้องขยายม่านตา
หากพบความผิดปกติของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา
ซึ่งระยะแรกผู้ป่วยจะมีเส้นเลือดฝอยโป่งออกมาที่จอประสาทตาจากนั้นจะมีการจับตัวของสารประเภทไขมันสีขาวบนจอประสาทตาและมีเลือดออกบนจอประสาทตาจนทำให้ตามัว

ซึ่งถ้าตรวจพบจักษุแพทย์ก็จะรักษาโดยยิงเลเซอร์เข้าไปที่เส้นเลือดของจอประสาทตา
เพื่อป้องกันการลุกลาม ที่อาจจะทำให้เกิดภาวะตาบอดได้
ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในต่างจังหวัด ไม่สามารถเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลใน
กทม. ได้ จะทำอย่างไร
คุณหมอไพศาลบอกว่าเพื่อให้สถานบริการในภูมิภาคสามารถที่จะให้บริการคัดกรองผู้ป่วยจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาได้
กรมการแพทย์ โดย รพ.ราชวิถี
ได้จัดโครงการถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่
เป็นการแพทย์เชิงรุกที่จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานในเขตชุมชนห่างไกล
ได้รับการคัดกรองภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาอย่างทั่วถึง
ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.กระบี่
และคาดว่าจะขยายการให้บริการในพื้นที่อื่นๆให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป
ทั้งนี้ โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ
ลักษณะสำคัญของโรคนี้ คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพของฮอร์โมนอินซูลินลดลง
เนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานานผลที่ตามมาคือการเกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆเช่น
ตา ไต ระบบประสาท หัวใจ หลอดเลือดแดง ฯลฯ
อาการของโรคเบาหวานที่สังเกตได้ คือ ปัสสาวะบ่อยเกิดการสูญเสียน้ำ
และอาจจะพบว่าปัสสาวะมีมดตอม หิวน้ำบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
ทั้งๆที่กินเก่ง หิวเก่ง
เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้
นอกจากนี้อาจเกิดอาการอื่นๆ เช่น ติดเชื้อ แผลหายช้า
มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไต เบาหวานเข้าตา หลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต
หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ นอกจากนั้นยังอาจจะเกิดปลายประสาทอักเสบ
ทำให้เกิดอาการชาขา กล้ามเนื้ออ่อนแรงตลอดจนประสาทอัตโนมัติเสื่อมได้ด้วย
ท้ายสุด อธิบดีกรมการแพทย์ ฝากเตือนว่า
“วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเบาหวาน คือ การออกกำลังกาย
การควบคุมอาหาร การคุมน้ำหนัก และ
ตรวจร่างกายวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ”
ทีมข่าวสาธารณสุข ขอสนับสนุนแนวคิดของกรมการแพทย์
ที่ปลุกกระแสการตื่นตัวในการป้องกันโรคเบาหวาน และ
ได้ดำเนินโครงการคัดกรองเพื่อป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง
และสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานแล้วก็ควรที่จะสังเกตความผิดปกติ
เพื่อจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที
ก่อนที่จะสายเกินแก้!!!
ทีมข่าวสาธารณสุข

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #57: 28 ต.ค. 07, 12:04 น


*พระดำรัสของพระเยซูคริสต์*
จงฉลาดเหมือนงู และไม่มีภัยเหมือนนกพิราบ

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #58: 28 ต.ค. 07, 12:05 น

*ล้มเพราะก้าวไปข้างหน้าดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่*

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #59: 28 ต.ค. 07, 12:06 น


*นอนน้อยไปเสี่ยงโรคหัวใจ นอนมากไปเสี่ยงตายโรคอื่น*
นักวิจัยมหาวิทยาลัยวอริคและคอลเลจ ลอนดอนของอังกฤษ
ร่วมกันศึกษาพบว่า คนที่อดหลับอดนอนมีโอกาสเสี่ยงที่จะตาย
ส่วนใหญ่ด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจมากพอๆกับที่คนนอนมาก
ก็เสี่ยงกับอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคอื่น
ที่ไม่ใช่โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
ศาสตราจารย์ฟรานเซสโก แคปปัคซิโอ โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยวอวิค
ได้รายงานผลการศึกษาในที่ประชุมสมาคมโรคของการนอนว่า
จากการศึกษาโดยการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราการตายและลักษณะแบบแผนการนอนของข้าราชการอังกฤษจำนวน
10,308 คน ได้พบว่าผู้ที่นอนน้อยลง คืนหนึ่งนอนจาก 7 ชม. เหลือแค่ 5
ชม. เท่านั้น จะเสี่ยงกับอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุขึ้นอีก 1.7 เท่า
โดยเฉพาะจากโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจเป็น 2 เท่า และผู้ที่นอนนานเกิน 8
ชม. ทุกคืน
ก็จะเสี่ยงที่จะตายด้วยโรคส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจมากยิ่งกว่าผู้ที่ใช้เวลานอนตามปกติ
เขาอธิบายว่า
ผู้ที่นอนน้อยจะมีปัจจัยเสี่ยงเพราะการมีน้ำหนักเกินและเป็นโรคเบาหวานแบบที่ 2
บางครั้งบางคราวทำให้เสียชีวิตลงได้
แต่การที่นอนมากก็เกี่ยวพันกับอัตราการเสี่ยงชีวิต
กลับมาต่างออกไปด้วยเหตุที่ยังไม่อาจหาสาเหตุได้
“บางคนเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะเกี่ยวพันกับความซึมเศร้า
หรือไม่ก็เป็นเพราะมีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำต้อย”
อาจารย์ฟรานเซสโกกล่าวแนะนำว่า “เพื่อเป็นการป้องกันที่ดี
การค้นพบของเราส่อว่า ควรจะนอนเป็นเวลานานสม่ำเสมอกันสักคืนละ 7 ชม.
จะดีแก่สุขภาพที่สุด และการนอนน้อยไปนานๆก็เป็นการบั่นทอนสุขภาพ”.

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #60: 4 พ.ย. 07, 13:46 น

*ความหวัง*
ความหวังที่เราตั้งไว้เปรียบเหมือนดอกไม้ยามค่ำคืนที่เฝ้ารอน้ำค้างยามรุ่งอรุณ
ถ้าเรายังมีความเชื่อในความหวังของเราว่าจะเกิดเป็นจริง
หัวใจของเราก็จะอดทนพากเพียรต่อไปด้วยความชื่นชมยินดี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #61: 4 พ.ย. 07, 13:47 น


*ความหวัง*
คนที่มองไม่เห็นทางข้างหน้าและไม่รู้สึกรื่นรมย์กับทางที่จะเดินไปนั้นก็ไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #62: 4 พ.ย. 07, 13:48 น


*ความหวัง*
เมล็ดที่หว่านอยู่ในดิน กว่ามันจะงอกก็นาน
แต่มันจะงอกแน่และเกิดเป็นต้นไม้มีดอกออกผล

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #63: 4 พ.ย. 07, 13:48 น


*ความหวัง*
ผมเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงว่ามันไม่งามเท่าไหร่
แต่ผมไม่ได้ท้อใจหรือจมอยู่กับปัญหา
จนลืมมองอนาคตแห่งความงามและพยายามก้าวไปแม้จะเป็นก้าวสั้นๆก็ตาม

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #64: 4 พ.ย. 07, 13:49 น


*ความหวัง*
การที่ผู้อื่นจะทำดีต่อเราหรือไม่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราควรคาดหวัง
ถ้าเขาทำดีต่อเราให้ถือเป็นโบนัส

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #65: 4 พ.ย. 07, 13:50 น


*ความหวัง*
หลายครั้งคนเข้าใจผิดกัน
มักเกิดจากความคาดหวังต่อกันอย่างต่างระดับความเข้าใจ

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #66: 4 พ.ย. 07, 13:51 น


*ความหวัง*
ในความทุกข์ยากลำบากนั้น มักจะมีทางออกให้กับชีวิตเสมอ

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #67: 4 พ.ย. 07, 13:51 น


*ความหวัง*
เราต้องไม่ท้อใจในวันแห่งการลงแรง เพราะเราจะเก็บเกี่ยวในวันสุดท้าย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #68: 11 พ.ย. 07, 16:35 น


*คุณค่าของชีวิต*
คนเราแต่ละคนนั้นต่างก็มีส่วนดีอยู่ในชีวิต
คนเราทุกคนนั้นมีคุณค่าในตัวเอง





*คุณค่าของชีวิต*
แนวคิดของผมคือ ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ที่สุดในชีวิตจริงๆ
ทำในสิ่งที่มีคุณค่า ทำแล้วมีความอิ่มเอมใจในชีวิต
ที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยตัวเงิน




*คุณค่าของชีวิต*
เครื่องมือ อุปกรณ์นั้นไม่สำคัญเท่าคน
คนนั้นเป็นทรัพยากรที่เลิศและมีค่าสูงส่งที่สุดกว่าสิ่งใด





*คุณค่าของชีวิต*
เราควรจะมองชีวิตเราให้ลึกซึ้งไปกว่าเพียงความอยู่รอด




*คุณค่าของชีวิต*
ถ้าคนไหนมีชีวิตอยู่เพื่อทำมาหากินอย่างเดียวก็ไม่ต่างอะไรกับสิงสาราสัตว์ที่และเล็มหญ้ารอวันตาย
มนุษย์เราควรมีมากกว่านั้น




*คุณค่าของชีวิต*
คนทุกคนควรจะมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน ควรอยู่อย่างมีคุณค่า
ควรค้นพบตนเอง ค้นพบชีวิต รู้ว่าเราอยู่ไปทำไม




*คุณค่าของชีวิต*
ผมรักคนนะ เพราะคนมีค่า




*คุณค่าของชีวิต*
เราทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนกับลายนิ้วหัวแม่มือที่ไม่เหมือนกันเลยสักคนเดียว




*คุณค่าของชีวิต*
คนที่รู้ว่าตนเองมีสิ่งที่ดีในตัว ต้องยกคนอื่นขึ้น ไม่ใช่กดคนอื่นลง




*คุณค่าของชีวิต*
ตัวเราเป็นเหมือนกระจาดๆหนึ่งที่เต็มไปด้วยของดีๆหลายๆอย่างผสมผสานกันเป็นตัวเราแต่ละกระจาดจะมีองค์ประกอบที่คล้ายคลึงบ้างแต่ดูรวมๆแล้วไม่เหมือนกันสักคน
เราจึงมีเอกลักษณ์ คนที่เข้าใจเช่นนี้จะไม่อิจฉาริษยาใคร



*คุณค่าของชีวิต*
เราเดินนำหน้าไปและเปิดประตูให้คน ให้เดินตามเรามา
เขาก็จะมีโอกาสดีในชีวิต




*คุณค่าของชีวิต*
ผมไม่เห็นด้วยกับปรัชญาท้ายรถ 10 ล้อ ที่ว่า
“ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน
เพราะคนมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าเขาทำงานเขาผลิตสิ่งใดได้หรือไม่ คนแก่
คนพิการ คนปัญญาอ่อน เด็กทารก แม้นไม่มีผลงาน
เขาก็มีค่าและสมควรได้รับสิ่งดีโดยไม่ขึ้นว่าเขามีผลงานหรือไม่




*คุณค่าของชีวิต*
ธุรกิจไม่ควรเป็นธุรกิจเพื่อตัวมันเอง
ทำอย่างนั้นเป็นการลดคุณค่าของชีวิตและกิจกรรมที่ทำ




*คุณค่าของชีวิต*
ถ้าทำธุรกิจเพียงแค่ตัวเงิน ผมคิดว่าเราหลงทาง
เราจะกลายเป็นเครื่องจักรเครื่องหนึ่งที่ไม่มีวิญญาณ



*คุณค่าของชีวิต*
อย่าให้กระแสสังคมบีบเราให้เข้าไปถูกหล่อเหมือนปูนปลาสเตอร์ถูกหล่อในแบบพิมพ์

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #69: 18 พ.ย. 07, 12:17 น


*อิทธิพลชีวิต*
ชีวิตนั้นก็ดังกว่าคำพูด คนจะได้รับอิทธิพลเมื่อเห็นแบบอย่าง




*อิทธิพลชีวิต*
คนเราไม่เปลี่ยนทันที แต่น้ำเซาะตลิ่งทุกวันตลิ่งยังพังได้
หากเรารักษาแบบอย่างชีวิตที่ดีไว้ คนที่อยู่ใกล้ก็จะเปลี่ยนแปลงได้




*อิทธิพลชีวิต*
อิทธิพลชีวิต มีค่าสูงกว่าสิ่งใด




*อิทธิพลชีวิต*
การส่งอิทธิพลชีวิตผ่านไปให้ผู้อื่น
ตัวเราเองต้องมีมอเตอร์อยู่ข้างในชีวิตมีแก่นสารสาระที่อยู่ภายในตัวเราจริงๆ





*อิทธิพลชีวิต*
อิทธิพลจากชีวิตเรา ต้องซึมซาบโดยธรรมชาติ อิทธิพลเราถ้าแรงพอ
จากความจริงจัง จริงใจ มั่นคงในความเป็นตัวเรา
ย่อมทำให้คนที่อยู่ใกล้เรานั้นรับการเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา
ความดีก็สามารถช่วยกระเทาะความแปดเปื้อนให้หลุดออกไปบ้าง




*อิทธิพลชีวิต*
คนจะเหมือนเดิมได้อย่างไร ถ้าเขาเห็นคนดี เห็นท่าที
เห็นชีวิตที่ดีตลอดเวลา





*อิทธิพลชีวิต*
เป็นหน้าที่ของเราทุกคนในบ้านเมืองที่จะต้องไปจุดพลุความคิด
จุดประกายชีวิตจิตใจให้กับคน
ถ้าวันนี้เราเพียงแต่ทำให้คนๆหนึ่งมีประกายชีวิตในทางที่ดีขึ้นก็คุ้มแล้ว




*อิทธิพลชีวิต*
คนจะมีอิทธิพลชีวิตต่อผู้อื่น ต้องประกอบด้วย 2 สิ่ง คือ
คนนั้นต้องมีพลังส่งอิทธิพลออกไปเปรียบดังพัดลมที่มีมอเตอร์ทำให้เกิดลม
แต่เท่านั้นไม่พอ
ต้องขึ้นกับว่าสิ่งที่ถูกพัดนั้นอยู่ใกล้มากเพียงใดเพราะถ้าวางไว้ไกลเกินไป
อิทธิพลส่งไปไม่ถึง




*อิทธิพลชีวิต*
ใครอยู่ในบรรยากาศอย่างไรก็ได้รับอิทธิพลอย่างนั้นเหมือนปลาที่ร้อนน่ารับประทาน

หากนำใส่ในตู้แช่เย็นซักพักก็กลายเป็นปลาแช่แข็งในขณะที่ปลาแช่แข็งหากใส่ในเตาอบนานพอก็กลายเป็นปลาร้อนชวนทาน






*อิทธิพลชีวิต*
พฤติกรรมที่ต้นแบบได้กระทำเป็นแบบอย่างทั้งในขณะตั้งใจหรือไม่ก็ตามสามารถที่จะส่งผ่านอิทธิพลทั้งในด้านความคิด
การกระทำให้กลายเป็นการกระทำ
เลียนแบบอย่างเป็นธรรมชาติต่อผู้อื่นได้มากกว่าคำพูดพร่ำสอน



*อิทธิพลชีวิต*
เราสามารถกระทำในสิ่งที่ผู้อื่นต้องการให้ทำได้ง่ายขึ้นหากมีคนที่ทำเป็นแบบอย่างให้ได้ดูเพื่อเราจะประยุกต์เลียนแบบทำตาม

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #70: 18 พ.ย. 07, 12:20 น


*ความอ้วนเป็นเชื้อเพลิงเติมมะเร็งให้ผู้หญิง*
ที่จริงแล้ว “ความอ้วน” กับ “ผู้หญิง” เป็นคู่กัด ไม้เบื่อไม้เบา
ที่ไม่ค่อยถูกกันเท่าไรมานานแล้ว
จะด้วยเหตุผลเรื่องความสวยงามหรืออย่างไรก็ตามที

แต่ล่าสุดเห็นท่าว่าความอ้วนกับผู้หญิงยิ่งต้องหนีห่างกันยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก
เพราะนักวิจัยที่อังกฤษ ดร.กิลเลียน รีฟส์
จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดศึกษาพบว่าผู้หญิงวัยกลางคนในอังกฤษราว 6,000 คน
เป็นมะเร็งมากขึ้นทุกปี สาเหตุมาจากความอ้วน ลงพุง
น้ำหนักเกินแท้ๆเชียว
การศึกษาครั้งนี้ได้ดูประวัติการเป็นมะเร็งของผู้หญิง 1 ล้านคนในช่วง
7 ปีที่ผ่านมาพบว่ามี 45,000 รายที่เป็นมะเร็งหรือประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์
ทางกองทุนวิจัยมะเร็งโลก
ผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยครั้งนี้ได้ประกาศเตือนว่าการแบกน้ำหนักตัวเกินเอาไว้นั้น
รังแต่จะทำให้เพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเป็นมะเร็งมากขึ้น
แถมได้ระบุไว้ด้วยว่า
ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งดังต่อไปนี้ คือ มะเร็งมดลูก
มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งที่ไต มะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งทรวงอก มะเร็งไขกระดูก มะเร็งที่ตับอ่อน
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิ้นและมะเร็งรังไข่

งานวิจัยดังกล่าวพบความเชื่อมโยงระหว่างน้ำหนักกับโอกาสเสี่ยงที่เป็นมะเร็งนั้นขึ้นอยู่กับช่วงอายุของผู้หญิงด้วย

สรุปว่าถ้าไม่อยากเป็นมะเร็งก็ต้องเริ่มดำเนินวิถีชีวิตแบบสุขภาพตั้งแต่วันนี้
ต้องบอกลาไขมันและน้ำหนักที่เกินมาอย่างเด็ดขาด
เพื่อจะได้มีอายุยืนยาวในวันหน้าไปอีกนาน...

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #71: 25 พ.ย. 07, 11:45 น


*ความสุข*
ชีวิตเรานั้นต้องอยู่อย่างมีความสุข ไม่ใช่อยู่แบบหน้าดำคร่ำเครียด



*ความสุข*
วัตถุให้ความพึงพอใจ แต่ไม่ได้ให้ความสุขอย่างแท้จริง




*ความสุข*
ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนขมขื่นและไม่มีใครสามารถทำให้เราขมขื่นได้ถ้าเราไม่ยอม

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #72: 25 พ.ย. 07, 11:47 น

*วอนให้เลิกหลงเสน่ห์ฟาสต์ฟู้ด นอกจากทำให้อ้วนยังบั่นอายุสั้นลง*
หากยังหลงเสน่ห์ของพวกอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือชอบกินจุกกินจิกอยู่
ก็ให้เลิกนิสัยเสียเถอะเพราะการประพฤติเหล่านี้ อาจทำให้อ้วนท้วน
ซึ่งเพิ่งถูกค้นพบว่า ทำให้เราอายุสั้นลงได้มากถึง 13 ขวบปี
นักวิจัยเอกศาสตราจารย์เดวิด คิง
หัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษกับคณะเพิ่งทราบผลการศึกษาวิจัยว่า
ความอ้วนสร้างพิษภัยร้ายกาจยิ่งกว่าการสูบบุหรี่
โดยเฉพาะจะทำให้เราอายุสั้นได้มากถึง 13 ปี “เราควรจะลบล้างความเชื่อว่า
เป็นมนุษย์แล้วต้องอ้วน ไม่ใช่เพราะไม่ได้ออกกำลังหรือปล่อยตัวเรื่อยเฉื่อย
เรากำลังอยู่ในโลกที่เห็นแก่กินและยังเอาแต่นั่งๆนอนๆ
สภาพเช่นนี้ย่อมหมายความว่า หากเราอยู่เฉยๆมันก็ต้องอ้วนขึ้นสักวันหนึ่ง”
เขากล่าวบอกในการเสนอรายงานผลการศึกษาชื่อ
“การมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า” ซึ่งได้ศึกษาร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ 250 คน
เขาระบุว่า การปล่อยให้อ้วนจนดัชนีมวลกายเกินกว่า 30
จะทำให้อายุสั้นลงไป 9 ปี และหากอ้วนขึ้นไปอีกจนดัชนีมวลกายเกิน 45
อายุก็จะสั้นลงมากเกือบ 13 ปี
ศาสตราจารย์คิงประกาศว่า
ควรจะต้องปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่กันเสียที
เพราะโรคอ้วนกำลังเป็นปัญหาที่นับวันยิ่งเลวร้ายลงและเราก็เหลือเวลาที่จะทำอะไรไม่ได้มากแล้ว.

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #73: 2 ธ.ค. 07, 14:33 น


*การตัดสินใจ*
การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิต อยู่บนพื้นฐานของการตัดสินใจ

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #74: 2 ธ.ค. 07, 14:38 น


*เผยหนทางสู่สุขภาพดีไม่มีทางลัด หมั่นออกกำลังดีกว่ากรอกวิตามิน*
ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชื่อดังของสหรัฐฯ
ประกาศว่าการออกกำลังและการกินอาหารอย่างครบส่วน ทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
เหนือกว่าการกรอกวิตามินบำรุงโดยสิ้นเชิง
ศาสตราจารย์ฮาร์วี ไซมอน ประกาศไว้ในวารสาร “เฝ้าระวังสุขภาพบุรุษ”
ของมหาวิทยาลัย เถียงยืนยันว่าการออกกำลังและกินอาหารถูกส่วน
วิเศษกว่าการกินอาหารบำรุงอย่างวิตามิน ไม่ว่าจะเป็นเม็ดหรืออย่างผงทั้งหมด
“เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งของบำรุงต่างๆโดยเฉพาะพวกวิตามินต่อต้านอนุมูลอิสระ
และวิตามินบีอย่างละเอียดตั้งมากมายมาแล้ว ปรากฏว่าไม่มีประโยชน์อันใด”
ครั้งหนึ่งก็เชื่อกันว่า
พวกยาบำรุงอย่างกรดโฟลิกอาจช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้
แต่การวิจัยใหม่กลับพบว่าหากหลงกินมากเกินขีดทุกวัน อาจเป็นอันตรายได้
การศึกษาครั้งอื่นก็พบว่าช่วยย้ำให้เห็นผลร้ายของอาหารเสริมซึ่งยังไม่มีการควบคุมในสหรัฐฯ
ตัวอย่างอันน่าตกใจที่สุดก็คือ สารเบตา แคโรทีน
ซึ่งบริโภคกันอย่างหนักกลับถูกพบว่า
มันทำให้คอยาเป็นโรคมะเร็งปอดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ นอกจากนั้นวิตามินอี
ก็ถูกพบว่าทำให้ผู้ที่เคยรักษาเนื้อร้ายที่ศีรษะและคอหนแรกหายมาแล้ว
อาจจะต้องเสี่ยงเกิดเป็นโรคใหม่อีก
ศาสตราจารย์ไซมอนชี้ว่า ในการพยายามหาทางลัดรักษาสุขภาพร่างกาย
คนเรามักจะมองข้าม การทำให้ร่างกายได้ทำหน้าที่ของมันตามธรรมชาติบ่อยที่สุด
การออกกำลังเป็นประจำสามารถจะป้องกันมะเร็งทรวงอกลงได้มากระหว่าง 20-30%
และมะเร็งลำไส้ในผู้หญิงได้ระหว่าง 30-40%
นอกจากนี้ยังลดโอกาสเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจลงได้อย่างตื่นเต้นด้วยมีการศึกษาเป็นเรือนร้อยที่แสดงว่า
ผู้ที่ออกกำลังอยู่ประจำ สามารถจะหนีห่างจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากถึง
40% ทั้งยังพลอยหลบเลี่ยงโรคอัมพาต ความดันโลหิต และเบาหวานอีกด้วย.

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #75: 9 ธ.ค. 07, 11:31 น


*ความถ่อมใจ*
ความถ่อมใจจะสามารถช่วยให้เราได้รับความรู้ใหม่



*ความถ่อมใจ*
ความถ่อมใจไม่ใช่การคิดว่าตนเองทำอะไรไม่ได้
ไม่ใช่การแสร้งปฏิเสธความสามารถของตนที่มีอยู่ด้วยความเกรงอกเกรงใจ




*ความถ่อมใจ*
ความถ่อมใจจริงแท้นั้นเปรียบเสมือนดังรวงข้าวที่ทุกเมล็ดเติบโตเหลืองอร่ามเต็มรวง
โน้มลงอย่างถ่อมใจสู่ดิน




*ความถ่อมใจ*
มรสุมชีวิตเป็นเครื่องเตือนใจว่าเราไม่ได้อยู่เหนือทุกสิ่ง
เราจะรู้ว่าเราไม่สามารถพึ่งตนเองได้




*ความถ่อมใจ*
ไม่ควรตาบอดตามัว เข้าข้างความคิดของตน จนใจไม่สำนึกต่อความผิด




*ความถ่อมใจ*
คนเราอาจจะมีหลายสิ่งในชีวิตที่เขาคิดว่ามีค่าและเขารู้สึกภูมิใจที่จะอวดต่อใครๆแต่สิ่งที่เขาอวดเขาภูมิใจนั้นมีคุณค่าจริงหรือ?

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #76: 9 ธ.ค. 07, 11:34 น

“เงิน....ซื้อทุกสิ่งได้จริงหรอ”
สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้
เงิน ซื้อบ้านได้ แต่ซื้อความอบอุ่นไม่ได้
เงิน ซื้อเตียงได้ แต่ซื้อการนอนหลับไม่ได้
เงิน ซื้อยาได้ แต่ซื้อสุขภาพไม่ได้
เงิน ซื้อหนังสือได้ แต่ซื้อความรู้ไม่ได้
เงิน ซื้อตำแหน่งได้ แต่ซื้อความนับถือไม่ได้
เงิน ซื้อ sex ได้ แต่ซื้อความรักไม่ได้
เงิน ซื้อกระดาษปากกาได้ แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้
เงิน ซื้ออาหารดีๆได้ แต่ซื้อความอยากรับทานไม่ได้
เงิน ซื้อความประจบสอพลอได้ แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้
เงิน ซื้อการตามใจได้ แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้
เงิน ซื้อเพชรนิลจินดาได้ แต่ซื้อความงามไม่ได้
เงิน ซื้อความสนุกชั่วครู่ได้ แต่ซื้อความสุขไม่ได้
เงิน ซื้อเพื่อนร่วมเดินทางได้ แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้
เงิน ซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้ แต่ซื้อปัญญาไม่ได้
เงิน ซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้ แต่ซื้อสันติสุขไม่ได้
เงิน ซื้อเมียที่สวยได้ แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ลูกไม่ได้

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #77: 16 ธ.ค. 07, 14:30 น


*ความยุติธรรม*
เราต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือความจริง อะไรคือการตีความ
การแยกแยะให้กระจ่างจะช่วยให้เราปลอดภัยในการตัดสินใจได้อย่างยุติธรรม



*ความยุติธรรม*
จงจำไว้ว่า อย่าฟังข่าวลือและปล่อยข่าวลือต่อ




*ความยุติธรรม*
เราปล่อยคนผิด ดีกว่าฆ่าคนบริสุทธิ์




*ความยุติธรรม*
อย่าเอาจุดแข็งของเราไปเปรียบเทียบกับจุดอ่อนของผู้อื่น
เราต้องเปรียบเทียบให้ครบถ้วนยุติธรรม




*ความยุติธรรม*
จุดอ่อนของเราหลายครั้งทำให้เราตัดสินใจผิด




*ความยุติธรรม*
ถ้าเราไม่ชื่นชมคนที่คนส่วนใหญ่ชื่นชม เราเริ่มมีปัญหาแล้ว
เรามีแนวโน้มว่าจะขาดความยุติธรรมต่อเขา




*ความยุติธรรม*
ไม่มีความยุติธรรมใดเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานความอคติภายในใจของเรา
ไม่มีความสำเร็จที่แท้จริงหากปราศจากซึ่งคุณธรรมแห่งความยุติธรรม




*ความยุติธรรม*
เมื่อไรก็ตามที่ความคิดภายในใจเราหวังร้ายต่อผู้อื่นแล้ว
เราอย่าไปตัดสินผู้ใดเลย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #78: 23 ธ.ค. 07, 17:41 น

*คำพูด*
ถ้ารากฐานคำพูดที่คนในประเทศพูดออกไปน่าเชื่อถือ พูดคำไหนก็เป็นคำนั้น
ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ทำได้ก็ต้องทำได้
ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดออกไป
จะทำให้ประเทศเราเป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาของประชาคมโลก




*คำพูด*
เมื่อเราได้ตัดสินใจพูดออกไปแล้ว
เราจะต้องรักษาสิ่งนั้นอย่างสุดความสามารถแม้ว่าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรค
เราต้องพยายามที่จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้อื่นอย่างถึงที่สุด








*คำพูด*
คนที่พูดเก่ง มีวาทศิลป์ในการพูด
อาจจะทำให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มคล้อยตามแต่ถ้าพูดจริงด้วยและทำจริงด้วย
คนก็จะให้ความเคารพนับถือและยำเกรงมากยิ่งขึ้น




*คำพูด*
สิ่งที่เราพร่ำบ่นกรอกหูตัวเราเองทุกวันก็จะตกตะกอนลงในใจบั่นทอนและริดรอนกำลังของเราเองโดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ





*คำพูด*
ไม่ใช่ว่าเราไม่รักเขา แต่เพราะรักเขาต่างหาก
เราจึงต้องอยู่ในสัจธรรมและจะต้องพูดความจริงโดยความสุภาพและปฏิบัติตัวในความจริง




*คำพูด*
การพูดให้เขาสำนึกผิดนั้น ไม่ใช่หมายถึงการปรักปรำลงโทษ






*คำพูด*
การเตือนสติ
มีความหมายมากกว่าการเพียงชี้ผิดชี้ถูกแต่ได้เข้าไปชี้แนะให้หยุดจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
และหันกลับทำสิ่งที่ถูกต้อง




*คำพูด*
การพูดสิ่งไร้สาระและโง่เขลาเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดเพราะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #79: 30 ธ.ค. 07, 15:55 น



*ความซื่อสัตย์*
หากเราทำดีมาร้อยครั้ง แต่เมื่อเราทำผิดและแก้ตัว
บุคคลอื่นก็จะเริ่มสงสัยไม่ไว้วางใจเรา





*ความซื่อสัตย์*
หากเราไม่รักษาความซื่อสัตย์ไว้ในอีก 10 ปี 20
ปีข้างหน้าประเทศของเราคงต้องเผชิญความบอบช้ำด้านต่างๆรุนแรงยิ่งขึ้น
โดยคนรุ่นถัดไปจะต้องรับผลจากการกระทำของคนรุ่นนี้ในลักษณะเดียวกับที่คนรุ่นนี้กำลังได้รับผลกระทบจากคนรุ่นก่อนเช่นเดียวกัน





*ความซื่อสัตย์*
เราต้องตระหนักว่า ไม่ว่าเป็นเรื่องใดๆต้องกระทำให้ตรงเส้น
กระทำด้วยความรับผิดชอบตามกฎระเบียบ หากทำผิดก็ต้องรับผิด
อย่าพลิกแพลง อย่าแก้ตัว ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง




*ความซื่อสัตย์*
การแก้ตัวนั้นอาจจะฟังดีมีเหตุผล
แต่ไม่มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตกลับยิ่งเป็นการลดคุณค่าตัวเองมากยิ่งขึ้น





*ความซื่อสัตย์*
คนที่ซื่อสัตย์ในการทำงาน ทำความดี 99 ครั้ง
ไม่มีใครเห็นแต่ยังคงซื่อสัตย์ต่อไป
ครั้งที่ร้อยความซื่อสัตย์ของเขาอาจทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเหมือนขึ้นลิพท์




*ความซื่อสัตย์*
ซื่อสัตย์แม้ในสิ่งที่เล็กน้อย ก็จะซื่อสัตย์ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้




*ความซื่อสัตย์*
ถ้าเราปรารถนาจะเป็นคนปลอดความกังวล ไม่มีสิ่งใดถ่วงชีวิตของเราไว้
ก็จงดำเนินชีวิตอยู่บนความจริง ซื่อตรงต่อความจริง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #80: 6 ม.ค. 08, 14:15 น

*ความเสียสละ*
กระเพาะเราแต่ละคนนั้นแสนเล็ก ทานข้าวได้ไม่กี่มื้อก็จากโลกนี้ไปแล้ว
ใช้เงินไม่เท่าไหร่ จะนอนก็ใช้ที่นอนไม่กว้างมากนัก
หากเราคิดเช่นนี้ “ความอยู่รอด”
จึงไม่ได้ใช้แรงมากและเราสามารถสละหลายสิ่งหลายอย่างในตัวเราเพื่อผู้อื่นได้




*ความเสียสละ*
เราควรใช้ชีวิตของเราอย่างมีคุณค่าสูงสุดคือ
ให้ความเสียสละนั้นได้เข้ามาจรรโลงใจของเรายกระดับคุณธรรมในจิตใจของเราในฐานะ
“ผู้ให้” และ “ผู้สร้างสรรค์สังคม”
และมีค่านิยมของชีวิตที่ลึกซึ้งไปกว่าเพียงความอยู่รอด




*ความเสียสละ*
ถ้าเราเสียสละบางสิ่งบางอย่างส่วนตัวแล้วจะทำให้ภาพรวมทั้งหมดดีขึ้น
เราจะไม่ยินดีทำหรือ?




*ความเสียสละ*
ความรู้สึกไม่ยอมเสียสิทธิ์เกิดจากความเห็นแก่ตัว
ต้องการตั้งตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางและให้ทุกอย่างหมุนโคจรรอบชีวิตของตน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #81: 13 ม.ค. 08, 12:55 น



*การให้อภัย*
การให้อภัยทำให้เรามีความสุขเพราะเรารู้ว่า คนเราล้มเหลวได้
คนเราผิดพลาดได้ คนเราพลั้งเผลอได้




*การให้อภัย*
การให้อภัยเป็นกุญแจอีกดอกหนึ่งที่จะช่วยให้เราหมดความขมขื่นไปได้
ตรงกันข้ามกับการไม่ให้อภัยจะนำความเลวร้ายมาถึงชีวิตเราและทำให้เกิดความเสียหายมากแก่ชีวิต



*การให้อภัย*
เราต้องมีโลกทัศน์ในการมองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง
แล้วเราจะไม่ขมขื่น




*การให้อภัย*
คนไม่ได้ต้องการแต่ไม้เรียว แต่ต้องการการอุ้มชูประเล้าประโลมใจด้วย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #82: 20 ม.ค. 08, 13:04 น


*ความสำเร็จ*
ในความสำเร็จใดๆนั้น
ถ้าพื้นฐานชีวิตไม่รองรับแม้ว่าจะมีองค์ประกอบภายนอกดีเลิศเพียงไร
ความสำเร็จนั้นจะไม่ยั่งยืนและจะไม่ดำรงอยู่ตลอดไป




*ความสำเร็จ*
ทุกคนมีส่วนดีอยู่ภายในที่สามารถจะนำชีวิตของตนเองไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงได้ทั้งสิ้น




*ความสำเร็จ*
ความสำเร็จที่ขาดการวางรากฐานจากลักษณะชีวิตที่ถูกต้อง
แม้ดูภายนอกเหมือนกับประสบความสำเร็จ
แต่ภายในจะยิ่งสั่นคลอนและพังลงมาในที่สุดด้วยแรงกดดันภายนอกที่โถมทับ




*ความสำเร็จ*
ความล้มเหลวนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์
ความสำเร็จต่างหากเป็นสิ่งที่มนุษย์แสวงหา





*ความสำเร็จ*
แท้จริงเราทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ หากเรานั้นมีความตั้งใจ
มีวิสัยทัศน์ มีความเพียรพยายาม




*ความสำเร็จ*
ความสำเร็จต้องดูกันตอนท้ายของชีวิตว่า เราได้ทำอะไรให้คุณค่าแก่สังคม
ประเทศชาติและมนุษยชาติมากที่สุด




*ความสำเร็จ*
ความสำเร็จ คือ การที่เราได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีคุณค่าจนถึงที่สุด





*ความสำเร็จ*
เราคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราได้แต่เราต้องเรียนรู้จักการควบคุมตัวเองที่จะตอบสนองเหตุการณ์อย่างถูกต้อง
หากเราเรียนรู้ที่จะเผชิญทุกสถานการณ์อย่างถูกต้อง
เราเองจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในทุกเหตุการณ์ในชีวิตได้




*ความสำเร็จ*
เราทุกคนจะสำเร็จไม่เท่ากัน และไม่ใช่สำเร็จในเรื่องเดียวกัน




*ความสำเร็จ*
การทำเก่ง ทำดี แต่ทิ้งครึ่งทาง ไม่มีประโยชน์อะไรเลย



*ความสำเร็จ*
ความสำเร็จที่แท้ คือ ความสำเร็จที่รักษาไว้ได้

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #83: 27 ม.ค. 08, 13:19 น



*ความคิด*
ผมเชื่อว่าเราต้องคิด คิดเสร็จแล้วไม่หยุดเพียงแค่นั้น
ไม่จมปลักอยู่กับปัจจุบันและอดีตแต่มีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้าเพื่อเราเองจะอยู่ไปอย่างไม่ไร้เป้าหมาย




*ความคิด*
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือ ชอบคิดให้ลึกซึ้ง คิดให้ละเอียดละออ
คิดให้ถ่องแท้

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #84: 5 ก.พ. 08, 11:51 น


*เวลา*
ชีวิตเราเป็นเหมือน ice-cream
ที่ละลายหยดติ๋งๆเมื่อเราไม่กินมันให้หมดทันเวลา




*เวลา*
หากคนในประเทศใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงทุกวัน อยู่หน้าจอทีวี
เพื่อดูรายการละครที่ไม่ประเทืองปัญญา
ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศในอีก 10-20 ปีข้างหน้า




*เวลา*
คนที่ไม่มีตารางเวลา คือ คนที่ไม่ปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าจริงๆ




*เวลา*
คนมีปัญญาไม่ทิ้งเวลาอย่างเรี่ยราด




*เวลา*
เวลาเป็นสิ่งที่เราเก็บสะสมไว้ไม่ได้ เราต้องใช้เวลาอย่างดีที่สุด




*เวลา*
ถ้าเราไม่รู้สึกว่าเรื่องใดมีความสำคัญ
เราจะมีเหตุผลมาอ้างแก้ตัวเสมอว่าเราไม่มีเวลา

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #85: 8 ก.พ. 08, 10:25 น



*ความเอาจริงเอาจัง*
ความสำเร็จเป็นบำเหน็จสำหรับผู้ที่มีความจริงจัง
ทำทุกสิ่งอย่างเต็มที่ที่สุดด้วยจิตใจแน่วแน่ที่อยากเห็นความสำเร็จ




*ความเอาจริงเอาจัง*
การวางแผนนั้นไม่ยากแต่การจะทำให้แผนการนั้นสัมฤทธิ์นั้นเป็นเรื่องยากกว่า




*ความเอาจริงเอาจัง*
แม้ว่าจะมีเป้าหมายชีวิตที่ดีเลิศคงไม่สามารถทำอะไรให้ประสบความสำเร็จได้เลยหากปราศจากความเอาจริงเอาจัง




*ความเอาจริงเอาจัง*
ความคิดที่ว่า
ทำอะไรแบบเล่นๆแล้วก้าวย่างไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้นั้นในโลกปัจจุบันดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย




*ความเอาจริงเอาจัง*
ถ้าเราไม่ทำอย่างจริงจัง แม้เก่งก็จะล้มเหลวได้




*ความเอาจริงเอาจัง*
ปลาต้องเป็น “ปลาเป็น” จึงจะว่ายทวนน้ำได้
ปลาตายก็ไหลตามน้ำไปสบายๆไม่ต้องออกแรง
ไม่ต้องตั้งใจอะไรก็ไหลได้




*ความเอาจริงเอาจัง*
พวกที่ชอบทำอะไรแบบง่ายๆก็เจอปัญหาง่ายๆเหมือนกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #86: 12 ก.พ. 08, 10:22 น


*ความผิดพลาด*
ความผิดครั้งแรกที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดี
เพราะเป็นสิ่งที่ชี้ให้เรารู้ข้อบกพร่อง
แต่เราต้องไม่ทำให้ความผิดนั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้เรียนรู้และไม่ได้ใช้ความผิดนั้นให้เป็นประโยชน์เลย




*ความผิดพลาด*
ความผิดพลาดและความล้มเหลวนั้นเป็นเหมือนครูเพื่อการเรียนรู้ในก้าวต่อไป

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #87: 14 ก.พ. 08, 09:56 น


*ความมีระเบียบวินัย*
กุญแจหลักที่คนจะทำในสิ่งที่เขาปรารถนาให้สำเร็จได้
ไม่ใช่ความสามารถ ประเด็นหลักคือ “วินัย”




*ความมีระเบียบวินัย*
คนที่เกิดผลทำงานได้มากที่สุด คือ คนที่มีระเบียบวินัยมากที่สุด




*ความมีระเบียบวินัย*
ถ้าเรายอมทำให้ชีวิตมีระเบียบ จะทำให้มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น




*ความมีระเบียบวินัย*
หลายสิ่งหลายอย่างเราไม่ได้ขาดเวลา แต่ขาดการจัดระเบียบ ขาดวินัย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #88: 19 ก.พ. 08, 09:17 น



*ความรู้และการศึกษา*
ถ้าโลกหมุนไปข้างหน้า ขณะที่เรายังย่ำอยู่กับที่
เราก็กลายเป็นคนที่ล้าหลังไปทันที




*ความรู้และการศึกษา*
คนสมัยนี้ไม่ได้ฉลาดกว่าสมัยบรรพบุรุษของเราแต่เราประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆได้มากกว่าเพราะเราคิดและทำบนพื้นฐานของความรู้ดั้งเดิมที่คนอื่นทำมาแล้ว
การเรียนรู้จากผู้อื่นจึงเป็นวิธีลัดในการได้ความรู้ที่ดีที่สุด




*ความรู้และการศึกษา*
ความรู้ที่เราได้รับมานั้นจะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น
หากเราสามารถนำมาพัฒนาในลักษณะของการต่อยอดความรู้เดิมให้เกิดเป็นความรู้ใหม่เพื่อการพัฒนาต่อไป




*ความรู้และการศึกษา*
เราทุกคนสามารถทำหน้าที่ในการเป็น”ครู”แก่กันและกันได้




*ความรู้และการศึกษา*
ปัญญาที่ได้มาจากความรู้ที่สั่งสมไว้ เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดแย่งชิงไปได้





*ความรู้และการศึกษา*
การปรับระบบการศึกษาจะไม่มีประโยชน์เลย
แม้ว่าจะมีความรู้ในระดับสูงเพียงไร
ถ้าการศึกษานั้นไม่ได้ช่วยให้คนในสังคมคิดเป็นทำเป็น




*ความรู้และการศึกษา*
การศึกษาในปัจจุบันหลงทิศเพราะเรามุ่งสอนเพียงให้คนหาทักษะทำมาหากินเท่านั้น
เราลืมไปว่าการศึกษาที่แท้จริงต้องทำคนให้เป็นคน




*ความรู้และการศึกษา*
การปรับระบบการศึกษาจะไม่มีประโยชน์เลย
ถ้าหากครูหรืออาจารย์ผู้ให้การศึกษายังคงเป็นแบบอย่างแห่งความด้อยพัฒนาทางความคิด




*ความรู้และการศึกษา*
การศึกษาต้องสนับสนุนคนดีให้ได้รับการยกย่องจากสังคมต้องไม่ประเมินคุณค่าคนบนพื้นฐานของทรัพย์สิน
เกียรติยศ ชื่อเสียง




*ความรู้และการศึกษา*
การสอนที่เกิดประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงเหวี่ยงน้ำไปหาคนในที่กว้าง
แต่ต้องดูว่าน้ำลงขวดที่เขาถืออยู่หรือไม่




*ความรู้และการศึกษา*
การสอนที่ถูกจึงไม่ใช่อยู่ที่เราพูดอะไรออกไป แต่เขาได้ยินอะไรจากเรา




*ความรู้และการศึกษา*
ข้อมูลในหัว ต้องเขย่าให้ไหลลงมาหนึ่งฟุต เข้าในหัวใจจึงจะมีประโยชน์

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*
        ความคิดเห็นที่ #89: 19 ก.พ. 08, 09:21 น


*ปัญญา*
การมีความจริงใจอย่างเดียวเป็นสิ่งสำคัญแต่ไม่เพียงพอ
เราจำเป็นต้องมีปัญญาในชีวิตด้วย




*ปัญญา*
คนที่มีไอคิวสูงอาจไม่มีปัญญา แต่คนที่ไอคิวต่ำอาจมีปัญญาอย่างสูงส่ง

Tags:

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้