Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: The Blind side กว่าจะเจอเพชรเม็ดงาม  (อ่าน 350 ครั้ง)
Guest
mevarick
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ต.ค. 10, 13:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ก่อนดูหนังเรื่องนี้ ผมไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหนังมาก่อน ไม่รู้ด้วยว่า ชายหนุ่มตัวใหญ่ ผิวคล้ำที่เราเห็นบนโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ มีตัวตนอยู่จริง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือนักอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในตอนนี้ของชาวอเมริกัน และไม่เคยรู้มาก่อนว่า ผู้หญิงแบบที่ แซนดร้า บูลล็อค ให้การแสดงไว้จนถึงรางวัลออสการ์ในเรื่องนี้ มีอยู่ในโลกด้วย
อาจดูชวนฝันเกินไปหน่อยครับ แต่พอหนังสรุปมาว่านี่เป็นเรื่องจริง ผมก็ถึงกับทึ่ง ในความคิดของชาวอเมริกัน ที่ผมมองมาตลอดว่าเป็นชนชาติแห่งการเหยียดผิว และไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจกันต่อคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้มุมมองนั้นเปลี่ยนไปถนัดเลยทีเดียวครับหลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้
หนังเล่าถึงเด็กผู้ชายวัย 17 ย่าง 18 ที่ชื่อ ไมเคิล ออห์ร เด็กชายผิวดำที่เหมือนชีวิตจะถูกกำหนดมาให้เขาเป็นคนมีปม และความทุกข์ ตั้งแต่เขาเริ่มรู้ตัวว่า เขาไม่มีทั้งพ่อ และแม่ หรือแม้แต่พี่น้อง อย่างเดียวที่เขายังพอรู้สึกได้ถึงแม่ของเขา คือ แม่เขาอาจจะกำลังหายาเสพอยู่ที่ไหนสักแห่งในที่ที่เขาไม่รู้ ออห์ร เป็นคนเงียบ ไม่พูดจากับใครคล้ายเก็บกด เขาต้องย้ายโรงเรียนเป็นว่าเล่น เพราะระดับไอคิวที่ต่ำเกินกว่าที่จะมีครูคนใดซักคนให้ความรู้ได้เทียบเท่ากับเด็กคนอื่น ๆ ขาดความรู้ ความอบอุ่น และอะไรหลายอย่างจนเขารู้สึกถึงตัวคนเดียวมาตลอด จนกระทั่งเมื่อ ลีจ์ แอนน์ ( ที่แสดงโดย แซนดร้า บูลล็อค นั่นแหละ ) ยื่นมือเข้ามาอุปการะ ด้วยเห็นว่า ออห์ร น่าสงสาร และอาจมีอะไรที่เธอน่าจะช่วยในฐานะเพื่อนมนุษย์ ( หนังอาจเสนอมาในแนวทางนี้ แต่ลึก ๆ แล้ว เรื่องจริง ผมมองว่าอาจมีที่เหนือกว่านั้น ) และ ออห์ร อเงก็มีแววพอ ที่ ลีจ์ แอนน์ และครอบครัว จะช่วยกันปลุกปั้นให้กลายมาเป็นคนที่มีคุณภาพได้ ทั้งในด้านการเรียน และ กีฬา ซึ่งตรงนี้ ไม่ใช่แค่ครอบครัวของ ลีจ์ แอนน์ เท่านั้นที่มองเห็น แต่บรรดาครูอาจารย์ และโค้ชทีมฟุตบอลประจำโรงเรียนเองก็มองเห็นประกายในตัวของ ออห์ร เช่นกัน การให้โอกาส แก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ด้อยโอกาสทางความรักจากครอบครัวที่ขาดหาย และทางด้านการยอมรับจากคนรอบข้าง จึงเกิดขึ้น
แม้หนังจะเสนอภาพการช่วยเหลือที่หลายคนมีต่อตัว ออห์ร ให้เห็นชัด และมีความหวัง แต่ การต่อสู้กับตัวตนของตัวเองที่ ออห์ร มีอยู่ ก็ทำให้เราเอาใจช่วยไปพร้อม ๆ กับความรู้สึกว่า ออห์ร จะทนรับสภาพที่ไม่สมประกอบทางสังคมของตัวเองได้แค่ไหน เมื่อทุกคน โดยเฉพาะ ลีจ์ แอนน์ เอง ได้ให้ความหวังในตัวเขามากขึ้น แต่สุดท้าย ออห์ร ก็สลัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไป ด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากกลุ่มคนที่เขาเข้าใจว่า เป็นครอบครัวของเขา ซึ่งก็คือครอบครัวของ ลีจ์ แอนน์ นั่นเอง ที่แม้ตอนท้ายหนังก็เบรคคนดูนิด ๆ ด้วยประเด็นที่ว่าการกระทำแบบนี้ของครอบครัว ลีจ์ แอนน์ อาจเป็นไปในรูปแบบ ที่แยกไม่ออกว่า แท้จริงแล้วช่วยด้วยใจ หรือ ด้วยผลที่ตามมากันแน่ ซึ่งหนังก็ให้คำตอบว่า สุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เมื่อ ออห์ร ต้องการชีวิตที่ดีขึ้นของตัวเอง มีความรักจาก ลีจ์ แอนน์ ในฐานะแม่ และความรักของครอบครัวที่เขาได้มาพักพิงอยู่ด้วยแล้ว ต่อให้สุดท้ายคนรอบข้างจะต้องการเห็น และได้รับกลับคืนยังไง ก็คงไม่สำคัญอีกต่อไป
หนังจบแบบให้กำลังใจ แต่ผมกลับตั้งคำถามในใจว่า เอ๊ะ แล้วตกลง มันจะยังมีแบบนี้ให้เราเห็นกันอีกไหมหว่า คุณเรื่องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์กันแบบนี้ ที่เราเห็นทุกวัน ๆ นี้ ก็มีแค่ว่า คุณพวกจน ก็คือคุณพวกจน คุณพวกรวยมันก็รวยกันไป จะมาจูนเข้าหากันได้ยังไง เพราะสังคมคนรวยคนจนนั้นต่างกัน คนจน เวลาไม่มีกิน คุยกันหลัก สิบ แต่คนรวยนี่สิ คุยกันทีหลักล้าน น่าคิดนะครับ ไม่พูดต่อดีกว่าเพราะผมน่ะ จัดอยู่ในจำพวกคนจนครับ คิดไปทำไม 55 ปวดขมับ สุดท้ายหนังเรื่องนี้ ผมว่าดีในระดับหนึ่ง และพร้อมจัดคะแนนให้ที่ 3.5 ครับ q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 6 ต.ค. 10, 14:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุ้นๆว่า เคยเขียนที่นี่ไว้แล้วเหมือนกัน ชอบหนังเหมือนกันครับ มันดูแบบว่าเหลือเชื่อ นิยายมากๆๆ
แต่มาหักมุมตอนจบ ทำให้หักล้างความเชื่อทุกอย่างไปได้หมดสิ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนดีๆแบบนี้ในโลก
เป็นหนังที Feel Good มากๆเมื่อดูแล้ว ไม่แปลกใจเลย ที่ทำไมเจ๊แซนดราถึงได้ออสการ์
ไม่ใช่เพราะว่าเล่นดีเป็นพิเศษนะครับ แต่เป็นตัวละครที่ทำให้คนดู รู้สึกหลงรักเป็นพิเศษ
หนังได้เงิน 200 ล้านเหรียญ ที่สหรัฐ แต่ไม่ได้ฉายบ้านเรา น่าเสียดายมากๆ หนังดีแบบนี้ น่าได้ดูในโรงเนอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
mevarick
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ต.ค. 10, 08:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใช่ครับพี่ หนัง ฟีลกู้ด มาก ๆ และผมก็หายสงสัยเหมือนกันว่าทำไมป้า แซนดร้า ถึงคว้ารางวัลออสการ์มาครองทั้งที่บทบาทของเธอในเรื่องนี้ก็ออกจะดูซ้ำ ๆ กับเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่าน ๆ มาของเธออยู่บ้างเหมือนกัน กับบุคลิกเฉพาะของเธอที่ออกจะดูเป็นสาวมั่น ๆ อยู่สักหน่อย ไปคล้ายกับเรื่องอะไรหน้อ นึกไม่ออก ( 55 ) แต่ก็จริงทีเดียวครับ สุดท้ายหนังก็พาเธอคว้ารางวัลออสการ์ได้ เพราะความที่เธอได้เล่นเป็นตัวละครที่น่าหลงรักเป็นพิเศษ นั่นเอง q*014q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1
 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
         

ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้