หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โรคภูมิคุ้มกันทางสังคมบกพร่องวิกฤตเด็กไทย  (อ่าน 193 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กระแสการเปลี่ยนแปลง ของโลกในแทบทุกด้าน ทั้งสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถาโถมเข้ามาชนิดที่หลายคนตั้งรับกันแทบไม่ทัน ยิ่งเด็กและเยาวชนด้วยแล้วแทบไม่ต้องพูดถึงเลยว่า จะต้องรับกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด

ปัญหาเด็กมีภูมิกันทางสังคมบกพร่อง

ปัญหาที่เด็กและเยาวชนเจออยู่ในเวลานี้ทั้งปัญหาความรุนแรง แก่งแย่งแข่งขัน ขาดการเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันในสังคม ไม่กล้าที่จะทำความดีและแสดงความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ อาการต่างๆ เหล่านี้ตามหลักจิตวิทยาของเด็กและเยาวชนทางการแพทย์ระบุว่า เด็กและเยาวชนกำลังป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องทางสังคม (SIDS = Social Immune Deficiency Syndrome)

โรคภูมิคุ้มกันทางสังคมบกพร่องนั้น นพ.สุริยเดว ทริปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า สาเหตุของโรคนี้มาจากหลายปัจจัยทั้งตัวเด็กขาดทักษะการใช้ชีวิต สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กมีปัญหา โรงเรียนระบบการศึกษามีปัญหาเด็กอยู่ในระบบการแข่งขันกันมากเกินไป ขาดการแบ่งปัน ขณะที่ชุมชนไม่เข้มแข็งอยู่กันแบบตัวใครตัวมัน และเพื่อนของเด็กๆ ขาดทักษะการใช้ชีวิตเหมือนกัน

หากจะเปรียบเทียบความร้ายแรงของโรคภูมิคุ้มกันทางสังคมบกพร่องนั้น นพ.สุริยเดวอธิบายว่า ความร้ายแรงของโรคนี้น่ากลัวยิ่งกว่าโรคเอดส์ เพราะโรคเอดส์จะเกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่องทางร่างกาย ซึ่งได้รับเชื้อไวรัสเข้ามา ขณะที่โรคภูมิคุ้มกันทางสังคมบกพร่องนั้นจะเกิดจากความบกพร่องของสังคมใน หลายๆ ส่วน ส่งผลกระทบต่อทุกคนในสังคม ซึ่งต้องใช้กระบวนการและวิธีการเยียวยาที่ยาวนานกว่า

ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องทางสังคมของเด็กและเยาวชนไทย จากผลสำรวจตัวชี้วัดต้นทุนชีวิต ยังพบปัญหาที่ยังน่าห่วง 3 เรื่องคือ เรื่อง ค่านิยมการทำความดี เนื่องจากเยาวชนเห็นต้นแบบการทำความดีจากผู้ใหญ่น้อยลง ทำให้เด็กมีความเข้าใจว่า ไม่จำเป็นต้องทำความดีก็สามารถอยู่ในสังคมได้ ขณะที่เรื่องการแสดงออกตามวิถีประชาธิปไตยก็ยังมีปัญหา เยาวชนจะไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในเวทีสาธารณะ รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ในเรื่องสิทธิต่างๆ และเรื่องการใช้ชีวิตแบบจิตอาสา เยาวชนทำทุกอย่างด้วยระบบการแข่งขัน ขาดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ส่งผลให้สังคมไม่มีความเอื้ออาทร

แม้โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องทางสังคมจะดูร้ายแรงและยากจะเยียวยา แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้และเยียวยาได้ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน มหาวิทยาลัยมหิดล ยอมรับว่า การเยียวยาแก้ไขสามารถทำได้ทันทีและใช้เวลาไม่นาน หากรัฐบาลมีความจริงจังที่จะแก้ปัญหา ปัจจัยสำคัญคือต้องอาศัยพลังจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสามารถสร้างกลไกขึ้นมารองรับได้ไม่ยาก โดยรูปแบบควรจัดตั้งการทำงานแบบสมัชชาท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังทางสังคมและวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น มีงบประมาณรองรับ มีพนักงานเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานในท้องถิ่นอย่างชัดเจน รวมทั้งฟื้นการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาครอบครัวและสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล ให้มีความเข้มแข็ง ผ่านการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นในทุกเรื่อง

โรคภูมิคุ้มกันทางสังคมบกพร่องแม้จะดูร้ายแรงน่าเป็นห่วงสำหรับ เด็กและเยาวชนไทย แต่ก็มีหนทางที่จะรักษาเยียวยาให้หายได้และคงจะไม่มียาขนานเอกอะไรที่ดีที่ สุดเท่ากับความจริงใจและจริงจังของผู้ใหญ่ในภาครัฐที่จะลงมือรักษาโรคร้าย นี้ให้หายขาดไปจากเด็กและเยาวชนไทย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://kid.plearnkid.com/?cat=49

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม