หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เพ่งโทษผู้อื่นเป็นคนพาล  (อ่าน 204 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 มี.ค. 11, 07:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


บุคคลผู้เพ่งโทษผู้อื่น ไม่ชื่อว่าบัณฑิต เพราะบัณฑิตคือผู้พิจารณาเพ่งโทษตนเพื่อหาทางแก้ไขในตน ผู้ที่เอาแต่เพ่งโทษผู้อื่นโดยไม่สนใจพิจารณาตัวเอง ไม่ชื่อว่าบัณฑิต ตนเองไม่แก้ไข ประโยชน์อะไรจักแก้ไขผู้อื่น ........

บุคคลผู้คอยชี้ว่าผู้อื่นถูกไม่ถูกเป็นเพ่งโทษผู้อื่น

[๑๖๗] ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรได้เรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรอาวุโส
ทั้งหลาย ภิกษุผู้โจทก์ใคร่จะโจทผู้อื่น พึงเข้าไปตั้งธรรม ๕ ประการไว้ภายใน
ก่อนแล้วจึงโจทผู้อื่น ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ ธรรมว่า เราจักกล่าวโดย
กาลควร จักไม่กล่าวโดยกาลไม่ควร ๑ จักกล่าวด้วยเรื่องจริง จักไม่กล่าวด้วย
เรื่องไม่จริง ๑ จักกล่าวด้วยคำอ่อนหวาน จักไม่กล่าวด้วยคำหยาบ ๑ จักกล่าว
ด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ จักไม่กล่าวด้วยเรื่องที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑
จักเป็นผู้มีเมตตาจิตกล่าว จักไม่เป็นผู้เพ่งโทษกล่าว ๑ ดูกรอาวุโส
ภิกษุผู้โจทก์ใคร่จะโจทผู้อื่น พึงเข้าไปตั้งธรรม ๕ ประการนี้ไว้ภายในก่อนแล้วจึง
โจทผู้อื่น ฯ
ดูกรอาวุโสทั้งหลาย เราเห็นบุคคลบางคนในธรรมวินัยนี้ถูกผู้อื่นโจทโดย
กาลไม่ควร ไม่ถูกโจทโดยกาลอันควร ก็โกรธ ถูกผู้อื่นโจทด้วยเรื่องไม่จริง ไม่
ถูกโจทด้วยเรื่องจริง ก็โกรธ ถูกผู้อื่นโจทด้วยคำหยาบ ไม่ถูกโจทด้วยคำอ่อน
หวาน ก็โกรธ ถูกผู้อื่นโจทด้วยเรื่องที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ถูกโจทด้วย
เรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ ก็โกรธ ถูกผู้อื่นโจทด้วยเพ่งโทษ ไม่ถูกโจทด้วย
เมตตาจิต ก็โกรธ ฯ

เมื่อผู้ถูกเพ่งโทษพิจารณาแล้วว่าเขา (คนพาล) กล่าวโดยเพ่งโทษหาใช่เมตตาไม่ก็ไม่ควรเดือดร้อน...

ดูกรอาวุโส ความไม่เดือดร้อน ภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ถูกโจทโดย
ไม่เป็นธรรม โดยอาการ ๕ คือ ท่านถูกโจทโดยกาลไม่ควร ไม่ถูกโจทโดยกาล
ควร ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วยเรื่องไม่จริง ไม่ถูกโจทด้วยเรื่อง
จริง ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วยคำหยาบ ไม่ถูกโจทด้วยคำอ่อน
หวาน ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วยเรื่องที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ไม่ถูกโจทด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านถูก
โจทด้วยการเพ่งโทษ ไม่ถูกโจทด้วยเมตตาจิต ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความไม่เดือดร้อน ภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ถูกโจทโดยไม่เป็นธรรม โดยอาการ ๕ นี้ ฯ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 มี.ค. 11, 07:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากผู้กล่าวนั้นได้กล่าวโดยธรรมมิใช่กล่าวโดยเพ่งโทษ สมควรแก่การที่เราจะพิจาณา เพราะเป็นคำกล่าวของบัณฑิตมิใช่คนพาล

ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความเดือดร้อน ภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้โจทก์
โดยไม่เป็นธรรม โดยอาการ ๕ คือ ท่านโจทโดยกาลไม่ควร ไม่โจทโดยกาล
ควร ท่านจึงควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยเรื่องไม่จริง ไม่โจทด้วยเรื่องจริง ท่าน
จึงควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยคำหยาบ ไม่โจทด้วยคำอ่อนหวาน ท่านจึงควร
เดือดร้อน ท่านโจทด้วยเรื่องที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่โจทด้วยเรื่องที่
ประกอบด้วยประโยชน์ ท่านจึงควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยเพ่งโทษ ไม่โจทด้วย
เมตตาจิต ท่านจึงควรเดือดร้อน ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความเดือดร้อน ภิกษุพึง
ให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้โจทก์โดยไม่เป็นธรรม โดยอาการ ๕ นี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะว่า ภิกษุแม้รูปอื่นไม่พึงเข้าใจว่า พึงโจทด้วยเรื่องไม่จริง ฯ
ดูกรอาวุโสทั้งหลาย เราเห็นบุคคลบางคนในธรรมวินัยนี้ ถูกโจทโดย
กาลควร ไม่ถูกโจทโดยกาลไม่ควร ก็โกรธ ถูกโจทด้วยเรื่องจริง ไม่ถูกโจท
ด้วยเรื่องไม่จริง ก็โกรธ ถูกโจทด้วยคำอ่อนหวาน ไม่ถูกโจทด้วยคำหยาบ
ก็โกรธ ถูกโจทด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ถูกโจทด้วยเรื่องที่ไม่
ประกอบด้วยประโยชน์ ก็โกรธ ถูกโจทด้วยเมตตาจิต ไม่ถูกโจทด้วยเพ่งโทษ
ก็โกรธ ฯ
ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความเดือดร้อน ภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ถูก
โจทโดยธรรม ด้วยอาการ ๕ คือ ท่านถูกโจทโดยกาลควร ไม่ถูกโจทโดยกาล
ไม่ควร ท่านจึงควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วยเรื่องจริง ไม่ถูกโจทด้วยเรื่องไม่
จริง ท่านจึงควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วยคำอ่อนหวาน ไม่ถูกโจทด้วยคำหยาบท่านจึงควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ถูกโจท

ด้วยเรื่องที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ท่านจึงควรเดือดร้อน ท่านถูกโจทด้วย
เมตตาจิต ไม่ถูกโจทด้วยการเพ่งโทษ ท่านจึงควรเดือดร้อน ดูกรอาวุโสทั้งหลาย
ความเดือดร้อน ภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ถูกโจทโดยธรรม ด้วยอาการ ๕ นี้ ฯ

ข้อนี้ สอนให้พิจารณาว่า ถ้าเราถูกโจทด้วยคำอ่อนหวาน ด้วยเมตตา ด้วยเรื่องที่เป็นประโยชน์ ด้วยอาการไม่โกรธของผู้โจท ด้วยเรื่องที่เราทำจริง เราควรเดือดร้อนพิจารณาตัวเองว่าเป็นตามคำบัณฑิตนั้นติหรือไม่ (คนพาลไม่มีทางกล่าวด้วยความไม่โกรธ พบบุคคลใดกล่าวแก่บุคคลอื่นด้วยความโกรธ บุคคลนั้นคือคนพาล)

ถ้าหากเรานั้นทำอย่างดีแล้ว แม้ผู้โจทจะกล่าวด้วยบัณฑิตด้วยเมตตาก็ไม่พึงคิดให้มากว่า เราผิดไม๊หนอ เราผิดหรือเปล่า เพราะอย่างไรเสียเราย่อมรู้ตัวเราเองที่สุด และไม่ควรโกรธผู้กล่าวโจท

ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความไม่เดือดร้อน ภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้โจท
โดยเป็นธรรม โดยอาการ ๕ คือ ท่านโจทโดยกาลควร ไม่โจทโดยกาลไม่ควร
ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยเรื่องจริง ไม่โจทด้วยเรื่องไม่จริง ท่านจึง
ไม่ควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยคำอ่อนหวาน ไม่โจทด้วยคำหยาบ ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่โจทด้วยเรื่องที่ไม่
ประกอบด้วยประโยชน์ ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ท่านโจทด้วยเมตตาจิต ไม่โจทด้วยการเพ่งโทษ ท่านจึงไม่ควรเดือดร้อน ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความไม่เดือดร้อนภิกษุพึงให้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้โจทก์เป็นธรรม โดยอาการ ๕ นี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะว่าภิกษุแม้รูปอื่นพึงเข้าใจว่า พึงโจทด้วยเรื่องจริง ฯ

การสอนคนพาลนั้นไม่ควร เมื่อเราพบคนพาล (เพ่งโทษผู้อื่น) จงหยุดเสวนา ไม่ควรไปสอนเขา เพราะเขาจะไม่มีวันเข้าใจในสิ่งที่เราสอน ด้วยเขานั้นเป็นโมฆะบุรุษ

พระสารีบุตรอรรถาธิบายถึงลักษณะของคนพาล บ้าน้ำลายดังนี้....

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรสารีบุตร เรื่องก็จะพึงเป็นเช่นนั้น แต่ว่า
โมฆบุรุษบางพวกในธรรมวินัยนี้ เมื่อถูกกล่าวสอน ย่อมไม่รับโดยเคารพ ฯ
-
สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเหล่าใด ไม่มีศรัทธา ต้องการเลี้ยง
ชีวิต มิใช่ออกบวชด้วยศรัทธา เป็นผู้โอ้อวด มีมารยา เกเร ฟุ้งซ่าน เย่อหยิ่ง
เหลาะแหละ ปากกล้า พูดพล่าม ไม่สำรวมทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่รู้จัก
ประมาณในโภชนะ ไม่ประกอบความเพียร ไม่เพ่งถึงความเป็นสมณะ ไม่มี
ความเคารพกล้าในสิกขา มักมาก ย่อหย่อน เป็นหัวหน้าในการล่วงละเมิด
ทอดธุระในวิเวก เกียจคร้าน มีความเพียรทราม มีสติเลอะเลือน ไม่มี
สัมปชัญญะ ไม่มีจิตมั่นคง มีจิตฟุ้งซ่าน มีปัญญาทราม คล้ายคนบ้าน้ำลาย คน
เหล่านั้น เมื่อถูกข้าพระองค์กล่าวสอนอย่างนี้ ย่อมไม่รับโดยเคารพ ส่วนกุลบุตร
เหล่าใด มีศรัทธาออกบวช ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา ไม่เกเร ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่
เย่อหยิ่ง ไม่เหลาะแหละ ไม่ปากกล้า ไม่พูดพล่าม สำรวมทวารในอินทรีย์
ทั้งหลาย รู้ประมาณในโภชนะ ประกอบความเพียร เพ่งถึงความเป็นสมณะ มี
ความเคารพกล้าในสิกขา ไม่มักมาก ไม่ย่อหย่อน ทอดธุระในการล่วงละเมิด
เป็นหัวหน้าในวิเวก ปรารภความเพียร อบรมตน มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะ
มีจิตมั่นคง มีจิตเป็นหนึ่ง มีปัญญา มิใช่คล้ายคนบ้าน้ำลาย กุลบุตรเหล่านั้น
เมื่อถูกข้าพระองค์กล่าวสอนอย่างนี้ย่อมรับโดยเคารพ ฯ
พ. ดูกรสารีบุตร บุคคลเหล่าใด ไม่มีศรัทธา ต้องการเลี้ยงชีวิต ... มี
ปัญญาทราม คล้ายคนบ้าน้ำลาย จงยกไว้ (ยกเว้น) ส่วนกุลบุตรเหล่าใด มี
ศรัทธาออกบวช ... มีปัญญา มิใช่คล้ายคนบ้าน้ำลาย ดูกรสารีบุตร เธอพึงว่า
กล่าวกุลบุตรเหล่านั้น จงกล่าวสอนเพื่อนพรหมจรรย์ จงพร่ำสอนเพื่อนพรหมจรรย์ ด้วยหวังว่าเราจักยกเพื่อนพรหมจรรย์จากอสัทธรรม ให้ตั้งอยู่ในสัทธรรมเธอพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้แล สารีบุตร ฯ
จบสูตรที่ ๗

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 มี.ค. 11, 07:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บัณฑิตไม่มีความเพ่งโทษผู้อื่น
บัณฑิตจะเพ่งโทษตนเอง
การเพ่งโทษตนเองนั้น
เป็นการฝึกตนเองอย่างหนึ่ง
ที่จักเกิดผลจริง

การเพ่งโทษผู้อื่นเป็นวิสัยของผู้ไม่ใช่บัณฑิต
ผู้ที่เพ่งแต่โทษผู้อื่น ไม่เพ่งโทษตนเอง ย่อมไม่เห็นโทษของตนเอง
ย่อมไม่เห็นความบกพร่องที่จะต้องแก้ไขให้ดีขึ้น

ย่อมไม่รู้ว่ามีโทษเพียงไร ในแง่ใด
ไม่มีโอกาสจะแก้ไขตนเอง แต่จะมุ่งไปแก้ผู้อื่น
ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์แก่ตนอย่างใด

ผู้อื่นนั้นไม่ใช่ว่าจะยอมให้แก้
เพราะถ้าเป็นผู้อื่นที่เป็นบัณฑิต
ก็ย่อมแก้ตนเองอยู่แล้ว ฝึกตนเองอยู่แล้ว
ส่วนผู้ที่ไม่เป็นบัณฑิตก็ย่อมไม่สนใจที่จะแก้ตนเองฝึกตนเองอยู่แล้ว
ผู้อื่นจะไปแก้จึงเป็นไปได้ยาก

ทุกคนจะดีหรือชั่ว...สำคัญที่ตนเอง
ตนเองมีความดีพอจะยอมรับความไม่ถูกต้องไม่ดีงามของตน
ย่อมยินดีฝึกตน ย่อมยินดีแก้ไขตน ย่อมมีโอกาสเป็นคนดียิ่งขึ้น

พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 มี.ค. 11, 07:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุป บุคคลที่กล่าวโดยลักษณะ ห้าประการนี้ไม่ควรสนทนาด้วย ได้แก่
๑. กล่าวในเรื่องที่ไม่สมควรสนทนา เช่น เรื่องลามก เรื่องการกระทำโดยเห็นผิดทั้งมวล
๒. กล่าวด้วยคำหยาบคาย
๓. กล่าวโดยขาดเมตตา หากแต่เพ่งโทษจับผิดผู้อื่นในเรื่องไม่ควร ชี้ถูกผิดผู้อื่นให้เขารู้สึกว่าผิดมากกว่า ชี้ความถูกต้อง (ชี้ว่าเขาผิด กับชี้ความถูกต้องไม่เหมือนกันนะคะ)
๔. กล่าวคำโกหก เรื่องไม่จริง
๕. กล่าวในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ คือ เรื่องที่ไม่ใช่หนทางแห่งความหลุดพ้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 มี.ค. 11, 07:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021 วันนี้ อาจารย์นัท เข้ามาแบ่งปันเรื่องของธรรมะใกล้ตัว.. ขอบคุณครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 มี.ค. 11, 15:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาธุ ค่ะพี่วิทย์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ทิดแก้ว..(ลวง)
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 31 มี.ค. 11, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การเพ่งโทษ..ไม่ดีเลยแหละ..ให้พึงระวังใว้..
ชอบแล้ว..เพ่งโทษตนเองนั่นแหละ..จึงเป็นระวังตัว..ไม่ให้ไปกระทำความไม่ดีต่างๆ..
แต่การเพ่งโทษ..ไม่เกี่ยวข้องกับการระแวง..การไม่เชื่อใครง่ายๆ โดยขาดเหตุ และผล..
การระแวงคือความสงสัย..สงสัยคนนั้นอาจจะมาไม่ดี..อาจจะเป็นแก๊งค์ต้มตุ๋น..หรือ..ระแวงไม่ควรใว้ใจ..แบบนี้..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พิจารณา
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 เม.ย. 11, 00:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนไทย อย่าหลง วัฒนธรรมตะวันตก ว่าดีน่าเลียนแบบ ไปเสียหมด
เขาเจริญแต่ "วัตถุ" แต่ทางด้าน "จิตใจ" เขาไม่รู้เรื่องเลย

คนไทย ต้องกลั่นกรอง การรับ วัฒนะธรรมของเขา ส่วนเสียต้องตัดทิ้ง
ไม่ควร เหมา เอาทั้งหมด ไม่งั้น ไม่รู้ เรื่อง "จิตใจ" ตามตะวันตก ไปเสีย

ของใหม่ ไม่ใช่ดีซะหมด ของเก่า ไม่ใช่แย่ซะหมด

รากฐาน วัฒนธรรมไทย นั้น เลิศ กว่าชาติใดในโ่ลก แล้ว
สอนให้รุ้จัก เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ มองกันเหมือนพี่เหมือนน้อง
อภัย ไม่ถือสา ถือตัวถือตน สิ่งเหล่านี้ ล้วน สร้างความสุข ในการอยู่ร่วมกัน

ตะวันตก ส่วนใหญ่ เค้าตัวใครตัวมัน ไ่ม่สนใจกัน ไม่ช่วยเหลือกัน ถือสาถือตัวถือตน
อยู่ร่วมกัน ก็ ต้องจับผิดกัน นั่นหล่ะ ระัวังตัวแจ เครียด และ จะยิ่งเครียดขึ้นทุกทีๆๆๆ
เพราะมันเป็นธรรมชาติ ที่จับผิดกัน ที่จองเวรกัน ไม่อภัยกัน.........

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พิจารณา
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 เม.ย. 11, 00:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บัณฑิตไม่มีความเพ่งโทษผู้อื่น
บัณฑิตจะเพ่งโทษตนเอง
การเพ่งโทษตนเองนั้น
เป็นการฝึกตนเองอย่างหนึ่ง
ที่จักเกิดผลจริง

การเพ่งโทษผู้อื่นเป็นวิสัยของผู้ไม่ใช่บัณฑิต
ผู้ที่เพ่งแต่โทษผู้อื่น ไม่เพ่งโทษตนเอง ย่อมไม่เห็นโทษของตนเอง
ย่อมไม่เห็นความบกพร่องที่จะต้องแก้ไขให้ดีขึ้น

ย่อมไม่รู้ว่ามีโทษเพียงไร ในแง่ใด
ไม่มีโอกาสจะแก้ไขตนเอง แต่จะมุ่งไปแก้ผู้อื่น
ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์แก่ตนอย่างใด

ผู้อื่นนั้นไม่ใช่ว่าจะยอมให้แก้
เพราะถ้าเป็นผู้อื่นที่เป็นบัณฑิต
ก็ย่อมแก้ตนเองอยู่แล้ว ฝึกตนเองอยู่แล้ว
ส่วนผู้ที่ไม่เป็นบัณฑิตก็ย่อมไม่สนใจที่จะแก้ตนเองฝึกตนเองอยู่แล้ว
ผู้อื่นจะไปแก้จึงเป็นไปได้ยาก

ทุกคนจะดีหรือชั่ว...สำคัญที่ตนเอง
ตนเองมีความดีพอจะยอมรับความไม่ถูกต้องไม่ดีงามของตน
ย่อมยินดีฝึกตน ย่อมยินดีแก้ไขตน ย่อมมีโอกาสเป็นคนดียิ่งขึ้น

พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
อ่านกันเถิด ชาวไทย ท่าน จขกท. ท่านอุตส่าห์ หามาแบ่งปัน แล้ว
หากใคร ได้ยินมาว่า ของฟรีไ่ม่มีโลก ขอให้อ่านกระทู้นี้เถิด
จะทราบว่า ของดี และ ฟรี มีอยู่ในโลก สาธุ สาธุ สาธู๊...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 9 เม.ย. 11, 08:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาธุ กับญาติธรรมทุกท่านค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ชิว ชิว ชิว
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 10 เม.ย. 11, 11:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครเข้ามาอ่านแล้ว ชอบใจ ได้ประโยชน์ อย่างไรบ้าง
ก็ เขียนโน๊ตสั้นๆ ไว้อ่าน สนุกๆ กันได้ นะครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม