หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ~*v*~..นี่ก็จำนำข้าวฉาวอีกเหมือนกันทั่นพันตา..~*v*~  (อ่าน 134 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 19:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
แนะ"โต้ง"สอบสัญญาข้าวย้อนหลัง "เอ็มทีฯ"ติดบ่วงซื้อล้านตันส่งออกจริงไม่ถึง2,000ตัน

กลุ่มผู้อกหักส่งออกข้าวจากการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่ผ่านมา เสนอ "กิตติรัตน์" ตรวจสอบสัญญาย้อนหลัง สงสัยรัฐเสียประโยชน์ เหตุเอกชนไม่มารับมอบข้าว เผย "เอ็มทีฯ" ได้รับสัญญาขายข้าวกว่า 1.9 ล้านตัน แต่ส่งออกจริงแค่ 2,000 ตัน ตั้งคำถามส่วนที่เหลือหายไปไหน

แม้ว่านางพรทิวา นาคาศัย กับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะกลายเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับอดีตรองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ผลการอนุมัติขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลเพื่อการส่งออกไม่น้อยกว่า 1.9 ล้านตัน มูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทเอ็มที เซ็นเตอร์เทรด ผู้ส่งออกข้าวในเครือเม้งไต๋ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ อ.ม่วงสามสิบ ที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท ยังไม่จบ

แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้มีผู้ส่งออกข้าวที่ผิดหวังจากการเปิดประมูลดังกล่าว ได้เรียกร้องให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบสัญญาการซื้อขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลย้อนหลัง ในสมัยของนางพรทิวา นาคาศัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ระบายข้าวไปแล้ว 3-4 ล้านตัน จากเดิมที่มีสต๊อกอยู่ในระดับ 5-6 ล้านตัน ในเดือนมกราคม 2553

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้ทยอยระบายสต๊อกข้าวเรื่อยมาจนถึงลอตสุดท้ายที่เปิดระบายในเดือนสิงหาคม 2553 และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก เนื่องจากเป็นการเปิดประมูลเฉพาะกลุ่ม ส่งผลให้มีบริษัทผู้ส่งออกข้าวเพียง 4 รายเท่านั้นที่สามารถซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ ประกอบด้วย บริษัทเอเชีย โกลเด้นท์ไรซ์ บริษัทนครหลวงค้าข้าว บริษัทข้าวไชยพร และบริษัท เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด จำกัด

แหล่งข่าวกล่าวว่า 3 บริษัทแรกถือเป็นท็อปไฟฟ์ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของประเทศ และมีความสามารถที่จะเข้าถึงข้าวในสต๊อกรัฐบาลมาทุกสมัย ส่วนบริษัทเอ็มทีฯนั้นน่าสนใจมากกว่า เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดเล็กและไม่เป็นที่รู้จักในวงการ แต่คว้าสัญญาซื้อขายข้าวไปได้ถึง 1.9 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าที่ 3 บริษัทข้างต้นได้รับ แม้ว่าถึงที่สุดแล้ว เอ็มทีฯจะไม่สามารถหาเงิน 690 ล้านบาท มาวางค้ำประกันสัญญาซื้อขายข้าวทั้ง 1.9 ล้านต้นได้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ต่อมามีข้อน่าสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายข้าว ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในขณะนั้น ได้อนุมัติให้เอ็มทีฯซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้อีกเป็นครั้งที่ 2 ในปริมาณ 450,000 ตัน มูลค่า 5,000 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่การทำสัญญาข้าวลอตแรก 1.9 ล้านตันก็แสดงให้เห็นแล้วว่า บริษัทไม่มีความสามารถในการหาเงินมาวางค้ำประกันได้

นอกจากนี้ ยังมีข้อน่าสังเกตว่าการขายข้าวให้เอ็มทีฯทั้ง 2 ลอต เป็นราคาที่เท่ากันทั้ง 2 ครั้ง ในราคาตันละ 12,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ราคาข้าวในตลาดขณะนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในระดับตันละ 13,000-14,000 บาท นั่นหมายความว่า นอกจากจะให้โอกาสกับบริษัทนี้แล้ว ยังให้ขายข้าวในราคาที่รัฐขาดทุนด้วย

"การขายข้าวลอตที่ 2 ไม่ได้จบลง แค่นี้ เพราะมีกระแสข่าวว่า มีการนำเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ของวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาให้บริษัทนี้วางค้ำประกันค่าข้าว แต่เรื่องก็เงียบไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่"

ล่าสุด ได้มีการตรวจสอบข้อมูลการส่งออกข้าวของคณะกรรมการตรวจข้าว-คณะกรรมการสาขาข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พบว่า บริษัทเอ็มทีฯมีการส่งออกข้าวในระดับที่ต่ำ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการได้รับสัญญาซื้อขายข้าวจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยปี 2553 มีปริมาณส่งออกข้าวไปเพียง 480 ตัน และช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 ส่งออก 1,430 ตัน รวมมีปริมาณการ ส่งออกข้าวไม่น่าเกิน 2,000 ตัน

รัฐบาลชุดที่ผ่านมาเปิดระบายข้าวใน สต๊อกครั้งสุดท้ายในช่วงเดือนสิงหาคม 2553 คาบเกี่ยวต้นปี 2554 มีปริมาณข้าวส่งออกประมาณ 4 ล้านตัน และหากคำนวณการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 600,000-700,000 ตัน จะต้องใช้เวลาประมาณ 5 เดือน (150 วัน) หรือส่งออกหมดไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ตามที่บริษัทผู้ส่งออกข้าวที่ได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลขอขยายระยะเวลารับมอบข้าวจาก 90 เป็น 150 วัน

"ตรงนี้เราอยากให้คุณกิตติรัตน์เข้ามาตรวจสอบการส่งออกข้าวของบริษัทที่ได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลในสมัยที่ผ่านมา ว่ามีการทำสัญญา การค้ำประกัน ทยอยรับมอบข้าวกันอย่างไร และมีการทิ้งสัญญาไม่มารับมอบข้าวหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว รัฐบาลจะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ หากเกิดกรณีไม่ยอมวางค้ำประกัน หรือไม่มารับมอบข้าว มีการลงโทษหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปแบบนี้" แหล่งข่าวกล่าว

ส่วนกรณีการเปิดรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดใหม่ที่กำหนดไว้ว่า จะรับจำนำข้าวขาว 15,000 บาท ข้าวหอมมะลิ 20,000 บาท ล่าสุดได้มีการเรียกประชุมเพื่อชี้แจงนโยบายการรับจำนำข้าวกับทุกภาคส่วน มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ปรากฏที่ประชุมไม่สามารถกำหนดแนวทางและวิธีการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 ได้ เพียงแต่ปรับเลื่อนระยะเวลาเริ่มโครงการจำนำจาก 15 เป็น 7 ตุลาคมนี้แทน

ที่มา - http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1315036072&grpid=&catid=00&subcatid=0000
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 19:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*077q*077

คิมมาจองที่ไว้ก่อนค่ะ

ไปข้างนอกกลับมา

แล้วจะมาอ่านค่ะ

q*021q*054

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 19:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*077q*077

คิมมาจองที่ไว้ก่อนค่ะ

ไปข้างนอกกลับมา

แล้วจะมาอ่านค่ะ

q*021q*054
อ้าว...ไม่อ่านแล้วยังมากั๊กที่อีกน่ะน้อง..คิม.

สำหรับเรื่องนี้สอบกันยาวครับ รอหลังน้ำลดนั้นแหละ ว่าแหจะติดปลากี่ตัว จะตามดูต่อเช่นกันเพราะหลักฐานยังไม่พอแก่การสรุป.q*071
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ได้หรอกค่ะคุณstafanoคิมชอบเป็นที่1 q*021

ต้องจองไว้ก่อน แม่สอนไว้

------

คิมอ่านจบแล้วค่ะ q*062

ต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบนานเท่าไรนะ?

ถึงจะได้ข้อสรุป... q*069

ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ลีค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 20:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ก็ผมบอกแล้วไง?? น้องลีลา...ว่าสองนคราสองนโยบายนี้มันมีทั้งดีและเสีย
ทุกอย่างทุกคนมันก็บอกว่าของตัวเองดีทั้งนั้น....หากไปดูกระทู้ย้อนหลังที่
ผมเคยบอกตอนสมัยที่ พวกโทรโข่งโจมตีเรื่องประกัน กับจำนำอันไหนดี??
ตั้งแต่สมัยที่ พท. ยังไม่ได้รับเลือกตั้งด้วยซ้ำ...ใครก็อยากจะทำในสิ่งที่ตน
เองถนัด...ใครก็อยากจะทำในสิ่งที่ตนเองมองเห็นเล็งเห็นประโยชน์สูงสุด?
ที่มันจะตกกับชาวนา...แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการบริหารการจัดการทั้งนั้น
หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก...ก็ย่อมจะไม่มีใครซิกแซกได้...อีกทั้งหากได้
หน่วยงานที่เฝ้าติดตาม ประเภทเกาะติดทุกฝีก้าว...เพื่อไม่ให้เหลือบไร??
มันมาไชชอนงบประมาณในส่วนนี้ได้...ทุกอย่างมันก็ย่อมเกิดประโยชน์สูงสุด
มากระจุกอยู่กับชาวนาอย่างถาวร?? นอกเสียจากมีหนอนบ่อนไส้ รู้ขั้นตอน
ทุกอย่างในกระบวนการ...รู้ทางหนีทีไล่ดี..ก็ย่อมจะหาวิธีกินตามน้ำแบบสบายๆ
เป็นขบวนการ...ที่้้เขาเรียกว่าชดเชยเชิงนโยบายแบ่งกันได้หลาย ๆ คนไง??

สุภาษิต ทางการเมืองและโดยเฉพาะพวกเขี้ยวลากดิน เราจึงได้ยินคำนี้เสมอ
"ไก่มันเห็นตีนงู งูมันก็เห็นนมไก่" แบบใหญ่ ๆ ซะด้วย...หึ หึ หึ...

ผมถึงได้เน้นย้ำ แทบจะทุกครั้ง...ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ
รวมทั้งองค์กรที่คอยตรวจสอบอย่างเข้มงวดแทบจะทั้งสิ้น...ต้องดิ้นตามให้
ทัน ประเภทเกาะ เจาะ ติด...เรียกว่าทุกฝีก้าว จนเรียกว่าหายใจรดต้นคอ
กันเลย...เพราะงบนี้มันกินง่าย ตรวจสอบยาก..แต่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง...
หากอยากแจ้งเกิดกันจริง ๆ....เล่นเรื่องนี้เรื่องเดียวก็เสียวทั้งยวงแล้ว??
ก็ถึงอยากจะรู้ว่า หม่อมอุ๋ย กับกิตติรัตน์...ใครมันจะขมังเวทย์กว่ากัน!!!
q*033q*033q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 07:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมว่าผมกะทั่นพี่เข้าใจนัยยะเดียวกัน ประชาชนก็รู้และเข้าใจ การแด๊กการแสวงหาผลประโยชน์มีทั้งประเทศ (ชัดเจนดีไหมครับ) แต่ประชาชนที่เขาแด๊กไม่ได้ เขาชะเง้อมองอยู่ พวกข้างบนแด๊กกันแล้วนึกถึงพวกข้างล่างบ้างไหม มีอะไรให้พวกข้างล่างแด๊กบ้าง

เงินหมื่นนึง พวกหนึ่งไปอยู่ข้างบน แด๊กอยู่พวกเดียว ไม่เจือจานพวกข้างล่าง แต่การณ์กลับกันพออีกพวกหนึ่งขึ้นไป แด๊กซะห้าพัน อีกห้าพันแชร์ลงมาข้างล่าง แล้วอย่างงี้ประชาชนจะเลือกพวกไหน

ณ.วันนี้ ผมยังมองไม่เห็นกระบวนการอะไร พวกไหนในประเทศไทย ที่มันขาวสะอาด โปร่งใส ตรงไปตรงมาเลยขอรับทั่นเพ่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 08:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมว่าผมกะทั่นพี่เข้าใจนัยยะเดียวกัน ประชาชนก็รู้และเข้าใจ การแด๊กการแสวงหาผลประโยชน์มีทั้งประเทศ (ชัดเจนดีไหมครับ) แต่ประชาชนที่เขาแด๊กไม่ได้ เขาชะเง้อมองอยู่ พวกข้างบนแด๊กกันแล้วนึกถึงพวกข้างล่างบ้างไหม มีอะไรให้พวกข้างล่างแด๊กบ้าง

เงินหมื่นนึง พวกหนึ่งไปอยู่ข้างบน แด๊กอยู่พวกเดียว ไม่เจือจานพวกข้างล่าง แต่การณ์กลับกันพออีกพวกหนึ่งขึ้นไป แด๊กซะห้าพัน อีกห้าพันแชร์ลงมาข้างล่าง แล้วอย่างงี้ประชาชนจะเลือกพวกไหน

ณ.วันนี้ ผมยังมองไม่เห็นกระบวนการอะไร พวกไหนในประเทศไทย ที่มันขาวสะอาด โปร่งใส ตรงไปตรงมาเลยขอรับทั่นเพ่


นั่นก็คือการมองความจริงตรงหน้าที่มันปรากฎ...อะนะลีลา...
เพราะเราไม่ได้ดัดจริต สร้างภาพ อยากจะขาวสะอาด...
หมดจดแบบโอโม้...แต่สภาพของตนเองก็โสโครกบักโกรก...
พอ ๆ กันกับสิ่งที่พูดหรือกล่าวขานกันถึง...และอยากจะเปลี่ยนแปลง...
ฝั่งตนเองยังไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลง แต่แสดงหรือเสแสร้งมาเปลี่ยน
คนอื่น....การเมืองเขาถึงบอกว่า ต้องกวาดบ้านตนเองให้มันใสสะอาด
เสียก่อน ก่อนที่จะไปมองหรือพยายามสอดสายตากวาดบ้านคนอื่น??
มันเหมือนกันหรือไม่?? ท่านลีลา....มันขึ้นอยู่กับว่า คนที่หวัง??
คนที่พูด อยากจะให้เป็นเช่นนั้น...มันจินตนาการเกินความจริงไปหรือเปล่า
หากไม่เอาความจริงตรงหน้ามาว่ากัน?? นั่นเขาเรียกสังคมดัดจริต??...
เคยเสียแสนล้าน...หากได้คืนกลับมาห้าหมื่นล้าน เขาก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
ในการทำงาน....จริงไหมลีลา...แต่หาใช่ว่าคอรัปชั่นมันจะหมดไปไม่?
มันก็ต้องค่อย ๆ พัฒนาหาทุกวิถีทางกำหราบมันให้ได้ ให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่การมุ่งหวังที่จะให้มันสะอาดแบบโอโม่...เหมือนอย่างที่มักโม้หรือโอ่กัน??


แต่จะอย่างไรเสีย...เราก็จะไม่เชียร์ให้มีการโกงกิน...
เราอยากจะได้ยิน ความตั้งใจ จริงใจ ช่วยกันกำจัดพวกเหลือบไร
ให้มันหมดไปให้จงได้ แม้มันจะยากสักเพียงใด ตายแล้วเกิดใหม่ก็จะทำ?
q*077q*077q*077
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 08:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นั่นก็คือการมองความจริงตรงหน้าที่มันปรากฎ...อะนะลีลา...
เพราะเราไม่ได้ดัดจริต สร้างภาพ อยากจะขาวสะอาด...
หมดจดแบบโอโม้...แต่สภาพของตนเองก็โสโครกบักโกรก...
พอ ๆ กันกับสิ่งที่พูดหรือกล่าวขานกันถึง...และอยากจะเปลี่ยนแปลง...
ฝั่งตนเองยังไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลง แต่แสดงหรือเสแสร้งมาเปลี่ยน
คนอื่น....การเมืองเขาถึงบอกว่า ต้องกวาดบ้านตนเองให้มันใสสะอาด
เสียก่อน ก่อนที่จะไปมองหรือพยายามสอดสายตากวาดบ้านคนอื่น??
มันเหมือนกันหรือไม่?? ท่านลีลา....มันขึ้นอยู่กับว่า คนที่หวัง??
คนที่พูด อยากจะให้เป็นเช่นนั้น...มันจินตนาการเกินความจริงไปหรือเปล่า
หากไม่เอาความจริงตรงหน้ามาว่ากัน?? นั่นเขาเรียกสังคมดัดจริต??...
เคยเสียแสนล้าน...หากได้คืนกลับมาห้าหมื่นล้าน เขาก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
ในการทำงาน....จริงไหมลีลา...แต่หาใช่ว่าคอรัปชั่นมันจะหมดไปไม่?
มันก็ต้องค่อย ๆ พัฒนาหาทุกวิถีทางกำหราบมันให้ได้ ให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่การมุ่งหวังที่จะให้มันสะอาดแบบโอโม่...เหมือนอย่างที่มักโม้หรือโอ่กัน??


แต่จะอย่างไรเสีย...เราก็จะไม่เชียร์ให้มีการโกงกิน...
เราอยากจะได้ยิน ความตั้งใจ จริงใจ ช่วยกันกำจัดพวกเหลือบไร
ให้มันหมดไปให้จงได้ แม้มันจะยากสักเพียงใด ตายแล้วเกิดใหม่ก็จะทำ?
q*077q*077q*077


สาธุ..ดีแล้ว ประเสริฐแล้ว....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 14:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีตอนเช้าค่ะ

q*052 กาแฟกันก่อนนะคะ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 14:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีตอนเช้าค่ะ

q*052 กาแฟกันก่อนนะคะ q*021

จะกินเหล้ากันแล้วหนู......
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ฉาว จำนำข้าว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม