หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ถึงเวลาประกาศใช้ "พรก.ฉุกเฉิน" หรือยัง?  (อ่าน 155 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 04:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมรุนแรง พื้นที่ภัยพิบัติหรือพื้นที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเพื่อป้องปรามอาชญากรรมอันเนื่องมาจากภาวะข้าวยาก หมากแพง รวมทั้งพวกมิจฉาชีพนักฉวยโอกาสหากินบนความทุกข์ของผู้อื่น

การประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน อาจทำให้ ครม.รู้สึกอึดอัด หวาดระแวงว่าทหารอาจฉวยโอกาสใช้อำนาจพิเศษที่มีกลับมาทำร้ายรัฐฯ ด้วยการก่อปฏิวัติรัฐประหาร เชื่อเถอะครับ หากทหารคิดจะทำอย่างนั้นจริง ทำทันทีตอนนี้เลยก็ได้ ไม่น่าเกลียด เพราะมีเหตุผลมากมายสำหรับใช้เป็นข้ออ้างในการทำปฏิวัติรัฐประหารในเวลานี้

ขอวิงวอนว่า..ถ้ารัฐฯ ยังมีความจริงใจต่อการป้องกัน-แก้ไขปัญหา ให้ประชาชนได้พ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้โดยเร็ว กรุณา ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินด่วน!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 05:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในสถานการณ์อภิมหาน้ำท่วมหนนี้ มองในแง่ระบบการแก้ไขปัญหา และวัดจากผลการสกัดกั้นป้องกันน้ำ อาจมองได้ว่า ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก แต่ในด้านความทุ่มเทเอาจริงเอาจัง ถือว่าเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ยิ่งมีภาพเปรียบเทียบกับบางรัฐบาลที่"ขาไม่เคยแตะน้ำ"

ยิ่งทำให้รัฐบาลนายกฯหญิงได้คะแนน

แต่มองในด้านการแก้ปัญหา คงต้องบอกว่า ประเทศไทยไม่เคยมีระบบที่ดีหรือถูกต้องมาก่อนเลย เพราะไม่เคยเจอน้ำระดับมโหฬารเช่นนี้

รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาทำงานพร้อมๆ กับการเข้าโถมถล่มของน้ำมหาศาลพอดี

เลยโดดลงมาแก้ปัญหาแบบตามน้ำไป

แก้ไปตามระบบเดิมๆ ที่มีอยู่ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพมากนัก!

ผสมกับความมากมายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนของปริมาณน้ำ ถึงขนาดที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ต้องเอ่ยคำว่าต่อให้ 10 รัฐบาลก็รับมือไม่ไหว

กระนั้นก็ตาม ในระยะเฉพาะหน้าก็ยังต้องคิดค้นแนวทางวิธีการให้ดีที่สุด เพราะน้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ ไม่หยุดหย่อน

ล่าสุดกำลังมาจ่ออยู่ที่ปากประตูกรุงเทพฯแล้ว

รัฐบาลต้องพิสูจน์ฝีมือให้ได้

เดิมพันด้วยความปลอดภัยของเมืองหลวงศูนย์กลางการเมืองและเศรษฐกิจ!

มีข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่รัฐบาลปฏิเสธหลายรอบ นั่นคือ การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาควบคุมสถานการณ์

รัฐบาลยิ่งลักษณ์คงไม่อยากมีภาพ เอะอะก็ใช้อำนาจบังคับแข็งกร้าว

ขณะที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ชอบใช้เหลือเกินกับพ.ร.ก.นี้

อีกทั้งทุกวันนี้ รัฐบาลถือว่า ได้รับความร่วมมืออย่างมากทั้งจากหน่วยราชการและภาคประชาชน

โดยเฉพาะหน่วยงานสำคัญคือ กองทัพ ตำรวจ และมหาดไทย ทำงานตามคำร้องขอของรัฐบาลอย่างไม่มีงอแง

ยิ่งฝ่ายทหาร ซึ่งมองว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับรัฐบาลนี้ แถมยังมีเรื่องกระทบกระทั่งกรณีความคิดแก้ไขพ.ร.บ.สภากลาโหม

แต่ถึงเวลาแก้ปัญหาของชาติ กองทัพไทยทั้งกองทัพโดดเข้าร่วมมือเต็มที่

นายพลใหญ่ทั้งทหารและตำรวจ บิ๊กๆ ทุกกระทรวง อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกฯหญิงอย่างดี

ร่วมมือด้วยดี ไม่ใช่ด้วยถูกบังคับโดยพ.ร.ก.

ขณะที่เกมการเมืองที่แอบแฝงใต้น้ำ ไม่ต้องการให้เกิดภาพนี้!

ต่ออีกนิด q*077q*077

วอนเชื่อมั่นรัฐบาลแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนิคม เพราะแต่ละแห่งมีประชาชนทำงานเป็นแสนๆ คน หากหยุดงานนาน 6-7 เดือนจะกระทบต่อครอบครัว เราจึงพยายามป้องกันน้ำ ไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาภายในโรงงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรอบของโรงงาน โดยให้พล.1 รอ.รับผิดชอบ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) กองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) มาร่วมด้วย ตนให้แม่ทัพภาคที่ 1 นำบทเรียนจากนิคม 2-3 แห่งที่เกิดขึ้น มาแนะนำกับนิคมนวนคร โดยลึกๆ ยังเป็นห่วง ปริมาณน้ำในปัจจุบันไหลเข้ามาจำนวนมาก ต้องขุดลอกคูคลองเพื่อให้น้ำไหลสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ยอมรับว่าไม่สามารถดูแลทั่วถึง เพราะเป็นพื้นที่กว้าง ประชาชนต้องเชื่อฟังในการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ถ้าทุกคนยังอยู่ที่บ้าน คงไม่สามารถแก้อะไรได้

เผยไม่อยากให้กฎหมายบังคับ

ผบ.ทบ.กล่าวว่า การประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือไม่เป็นเรื่องของรัฐบาล ทหารทำตามนโยบายที่ ศปภ.สั่งการลงมา การจะมีพ.ร.ก.หรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญ เราต้องร่วมมือกัน ประชาชนที่เดือดร้อนมากๆ ก็ร้อนใจ แต่เราอย่าโกรธเคืองกัน ไม่กล่าวให้ร้ายกัน อย่าโทษกันไปมา ให้เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ไขปัญหา เราไม่อยากบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนตอนนี้เพราะเดือดร้อน อยากสร้างความเข้าใจกันมากกว่า ส่วนพื้นที่ กทม.เราเตรียมการเป็นอย่างดี แต่ประชาชนที่อยู่บริเวณคันกั้นน้ำ และติดกับลำน้ำที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ซึ่งคนต่างจังหวัดและคนกรุงเทพฯ ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อต่อกัน พื้นที่ตรงไหนกันได้ก็ต้องกัน หากท่วมทั้งหมดแล้วมานั่งมองตากันปริบๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะไม่รู้จะไปตรงไหน เป็นคนไทยต้องเห็นใจกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 05:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สถานการณ์ฉุกเฉิน (อังกฤษ: state of emergency) คือ สถานการณ์อันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งรัฐ หรืออันอาจทำให้รัฐตกอยู่ในภาวะคับขันหรือภาวะการรบหรือการสงคราม [1] ซึ่งฝ่ายบริหารรัฐมีอำนาจประกาศว่าพื้นที่ใดกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นว่าโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของรัฐนั้น ๆ ซึ่งให้อำนาจพิเศษในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน และมักเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล อย่างไรก็ดี กฎหมายว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ไม่เบ็ดเสร็จเท่ากฎอัยการศึกหรือกฎหมายที่ใช้ในสภาวะสงคราม

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมักมีภายหลังจากการเกิด ภัยธรรมชาติ การก่อความไม่สงบ หรือ การประกาศสงคราม ซึ่งอาจมีผลให้เจ้าหน้าที่บางฝ่ายต้องหยุดการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ลงชั่วคราว โดยอำนาจหน้าที่เช่นว่านั้นอาจรวมศูนย์ไปยังเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมสถานการณ์โดยไม่ชักช้า และ อาจนำไปสู่การห้ามออกจากเคหสถาน (อังกฤษ: curfew) หรือ การห้ามมั่วสุมชุมนุมกันเพื่อการใด ๆ ก็ดี ณ พื้นที่นั้นในระหว่างที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

อำนาจออกข้อกำหนดและประกาศ

เพื่อจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้ (ม.9 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) โดยในข้อกำหนดเหล่านี้ นายกรัฐมนตรีจะระบุเงื่อนไขหรือระยะเวลาในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ หรือมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดพื้นที่และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมในการปฏิบัติการก็ได้ (ม.9 ว.2 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)

ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น เช่น ทูตหรือผู้แทนต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ
ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร
ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ
ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 05:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คำถามค่ะ

จากข้อ 1 ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำยังไง คนที่ไม่ต้องการออกจากเคหะสถานเพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน หรือเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ต้องการออกไป หากเกิดอะไรขึ้นกับทรัพย์สินหรือเกิดการสูญเสียใดๆ ใครรับผิดชอบ

จากข้อ 2 ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ จากการที่ประชาชนหนีภัยไปอยู่ตามที่ต่างๆ เกิน 5 คนขึ้นไป ผิด พรก. หรือไม่

ขอเหตุผลค่ะ

การที่ต้องการให้รัฐบาลประกาศใช้พรก.มีเหตุผลอะไร ขอข้อดีด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเพื่อป้องปรามอาชญากรรมอันเนื่องมาจากภาวะข้าวยาก หมากแพง รวมทั้งพวกมิจฉาชีพนักฉวยโอกาสหากินบนความทุกข์ของผู้อื่น แล้วการที่ทหารกับประชาชนร่วมแรงร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วมกับการที่ให้ทหารทำอยู่หน่วยเดียวผลได้ผลเสียต่างกันยังไง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 06:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตามบทความที่หนูพิมคัดลอกมา ระบุไว้แล้วว่ารัฐฯ สามารถใช้ พรก.ฉุกเฉินได้กับหลายกรณี ในการประกาศใช้กับกรณี "ภัยธรรมชาติ" ย่อมจะมีรายละเอียดที่แตกต่างจากการประกาศใช้ใน "ภาวะสงคราม" หรือ "การก่อความไม่สงบ" ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ไม่ยากนัก ลุงคงไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม

ส่วนข้อแตกต่าง ระหว่างการมีหรือไม่มีพรก.ฉุกเฉินในการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น อย่างแรกเลยคือเอกภาพในการปฏิบัติงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการแก้ไขปัญหาใหญ่เช่นนี้ ตัวอย่างความผิดพลาดของการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ คงไม่จำเป็นต้อพูดถึง มีให้เห็นมาโดยตลอด การสั่ง - ประสานงานต้องเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างที่เห็นในปัจจุบัน มันไม่เวิร์ค อย่าปล่อยให้ทิฏฐิมานะของ ครม. สร้างความเสียหายแก่ชาติไปมากกว่านี้เลย ให้ทหารรับเป็นภาระจัดการไป หากเกิดความผิดพลาดจะได้มีคนรับผิดชอบและไม่ต้องออกมาขอโทษประชาชนกันบ่อยๆ ดูไม่เป็นมืออาชีพ

อย่างที่สองหลังน้ำลด เชื่อว่าจะต้องมีปัญหาอาชญากรรมตามมาอีกมากมายอย่างแน่นอน เพราะคนจำนวนมากสูญเสียแทบจะทุกอย่างไปกับน้ำ โดยเฉพาะปัจจัย ๔ หากการช่วยเหลือจากภาครัฐล่าช้าหรือไม่ทั่วถึง ปัญหาใหญ่จะเกิดขึ้นเพราะความขัดสนของประชาชน และหน่วยงานที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เห็นมีก็แต่ทหารเท่านั้น หวังว่าคงจะเป็นเหตุผลที่หนักแน่นพอสำหรับหนูพิมนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 06:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
และมีอีกนัยยะหนึ่ง..อันนี้เป็นมุมมอง ไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน?
หากถ้าไ้ด้ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน ตามพรก.ไป ประกันภัยจะยอมจ่าย
ให้กับเหล่านักธุรกิจที่เสียหายอันเกิดจากอุทกภัยหรือไม่? อันนี้เป็นข้อสงสัย
ที่เขาพูดถึงกันอยู่...ผมก็ไม่เห็นนักธุรกิจเรียกร้องสักรา้ยว่าอยากได้พรก.
ลอง ๆ หาข้อมูลดูนะครับ...เพื่อผู้รู้ดีกว่าผมจะเข้าใจหรืออธิบายชี้แจงได้ว่า
จริงหรือไม่...นี่เป็นข้อโต้เถียงกันวงในนะครับ...จริงเท็จแค่ไหน?ผมก็กำลัง
ตรวจทานกันอยู่...

ส่วนตอนนี้เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากประธานภาคอุตสาหกรรม ให้ประกาศใช้
พรก..ขึ้นมา ก็เพื่อว่าจะมีมาตรการป้องกันการกักตุนสินค้า และการฉกฉวย
ต่าง ๆ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนกันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบ หรือปัจจัย
อื่น ๆ จนเกิดความวุ่นวายกับระบบเศรษฐกิจของไทย...อย่างหลังนี่ผมเห็น
ด้วย...และคิดว่าคงจะทำได้ เพราะความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วจากภัยของ
น้ำในครั้งนี้...น่าจะไม่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องของประกันภัย...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 07:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เท่าที่อ่านคุณลุงพูดถึงความรับผิดชอบอย่างนั้นใช่หรือเปล่าคะ ต้องการความเป็นเอกภาพในการทำงาน ต้องการหาใครมารับผิดชอบ ในการใช้พรก.ฉุกเฉิน แล้วใครควรออกมารับผิดชอบคะ คุณลุง ทหารหรือนายก และให้รับผิดเรื่องอะไร คุณลุงตามข่าวหรือเปล่า นายกปูให้พล.อ ประยุทธ์ ต้านน้ำที่นวนครให้ได้ ก็เห็นน้ำท่วมนิ แล้วใครสมควรออกมารับผิดชอบละคะ หรือว่าหากใช้พรก.ฉุกเฉิน ทหารต้องรับผิดชอบอย่างนั้นใช่หรือเปล่า

ข่าวล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.50 น. ทีมงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุคส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ระบุ “ ผบ.ทบ.รายงานนายกรัฐมนตรี ว่ากองทัพได้ส่งทหาร 30,000 นายลงช่วยน้ำท่วม ช่วยเต็มที่ ยืนยันไม่มีการปฏิวัติ". แค่นี้ยังไม่เต๊มที่สำหรับคุณลุงอีกหรือคะ ต้องการพรบ.ฉุกเฉิน เพื่ออะไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 07:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านมหาพันตาฯ เท่าที่ทราบบริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่รับประกันความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหว น้ำท่วมหรือสึนามิอยู่แล้ว (ตามมาตรฐานที่เห็นในเมกา) นอกจากผู้ซื้อประกันจะจ่ายเพิ่มเป็นกรมฑัณท์พิเศษ เช่นผู้มีธุรกิจในทำเลที่เกิดพายุเฮอริเคนบ่อยๆ ซื้อประกันลมพายุไว้ แต่เมื่อเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม จะไปเคลมเอาค่าเสียหายจากบริษัทประกันก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน ธุรกิจประกันภัยมีลูกเล่นเยอะและทำกำไรมากมาย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 07:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ส่วนตอนนี้เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากประธานภาคอุตสาหกรรม ให้ประกาศใช้
พรก..ขึ้นมา ก็เพื่อว่าจะมีมาตรการป้องกันการกักตุนสินค้า และการฉกฉวย
ต่าง ๆ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนกันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบ หรือปัจจัย
อื่น ๆ จนเกิดความวุ่นวายกับระบบเศรษฐกิจของไทย...อย่างหลังนี่ผมเห็น
ด้วย...และคิดว่าคงจะทำได้ เพราะความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วจากภัยของ
น้ำในครั้งนี้...น่าจะไม่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องของประกันภัย...


พิมก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีล่ะค่ะ คุณอาพันตา ตอนนี้มีผู้ประสบภัย 8.8 ล้านคน เราจะแก้ปัญหาการกักตุนสินค้ายังไง ในเมื่อมีการซื้อสินค้าไปบริจาคผู้ประสบภัยมากมายมโหฬารอยู่เช่นนี้ อำเภอของพิมแม้ว่าจะไม่ได้โดนน้ำท่วม ข้าวของก็เกลี้ยงแผงเช่นเดียวกัน ตอนนี้ที่ขาดก็จะเป็นพวกน้ำดื่ม ข้าวสารถุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งพิมมองว่าไม่ได้เกิดจากการกักตุนแต่เกิดจากการซื้อไปบริจาค พิมยังนึกภาพไม่ออกว่าการใช้พรก.ฉุกเฉินในสถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลดียังไง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 08:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ศปภ.ตกปากรับคำชาวบ้านเอาไว้ว่า "นวนครปลอดภัยแน่" แต่พอเอาไว้ไม่อยู่ก็พากันออกมาขอโทษแล้วโยนความผิดไปที่ทหาร นี่ไง! ลุงถึงบอกว่าไม่มีใครรับ "ผิด" คอยรับแต่ "ชอบ" กั๊กอำนาจสั่งการเอาไว้ทำไม สั่งงานไม่เป็นระบบ งานไม่ประสพผลสำเร็จ ทำไมไม่เปลี่ยนมือให้ทหารออกมารับภาระสั่งงานกันเองบ้าง ยังไงๆ ทหารก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำอยูแล้วทั้งที่โดนโขกสับ ยั่วยุไม่เว้นวัน ลุงเชื่อว่าทหารจะยืดอกรับผิดชอบกับผลงานที่ออกมาทั้งด้านบวกและลบอย่างภาคภูมิใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 08:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ภัยพิบัติ ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งประเทศและทุกหน่วยงานครับ จะให้ภาคส่วนใดส่วนหนึ่งทำหน้าที่คงไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะสุดท้ายผลที่เกิดขี้นก็เกิดในสมัยยิ่งลักษณ์เป็นนายกเช่นเดิม ดังนั้นควรให้การบริหารสูงสุดอยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการสั่งการประสานงานทั่วทั้งระบบราชการและหน่วยงานในสังกัดอย่างต่อเนื่องครับ

เชื่อว่าทีมงานคุณยิ่งลักษณ์ก็ทำงานหนักตลอดเวลาเช่่นกันแม้แต่น้องสาวของผมก็ไม่ได้พักผ่อน ตื่นแต่ตีสี่ทุกวัน เดินทางจากบ้านสอง ชม. เพื่อเดินทางไป ศปภ.ที่ดอนเมืองให้ทันหกโมงเช้า เพื่อเปลี่ยนเวรการติดตามสถานการณ์น้ำแต่เช้าตรู่ ได้รับมอบหมายจากคุณปูให้เข้าประชุมทุกนัด เพื่อบันทึกการประชุม กว่าจะกลับบ้านได้ก็สี่ห้าทุ่มทุกวันครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 08:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แสดงว่าท่านมหาพันตาฯ เริ่มจะได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว นั่นคือ "การมองปัญหาล่วงหน้า" อย่างทีผมพูดไว้ในกระทู้ก่อน เมื่อวิกฤตน้ำท่วมผ่านพ้นไป วิกฤตข้าวยาก หมากแพงก็จะตามมา เพราะชาวบ้านหลายล้านคนสูญเสียแทบจะทุกอย่างไปกับน้ำ ปัจจัย ๔ จะเป็นที่ต้องการอย่างมากและรวดเร็ว อาจเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอาชญากรรมขึ้นอย่างแพร่หลายจนสุดความสามารถที่จะตำรวจต้านทานได้ พรก.ฉุกเฉินจำเป็นมากในเหตุการณ์นั้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 08:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ศปภ.ตกปากรับคำชาวบ้านเอาไว้ว่า "นวนครปลอดภัยแน่" แต่พอเอาไว้ไม่อยู่ก็พากันออกมาขอโทษแล้วโยนความผิดไปที่ทหาร นี่ไง! ลุงถึงบอกว่าไม่มีใครรับ "ผิด" คอยรับแต่ "ชอบ" กั๊กอำนาจสั่งการเอาไว้ทำไม สั่งงานไม่เป็นระบบ งานไม่ประสพผลสำเร็จ

ตั้งผบ.ทบ.ป้องให้ได้ 'นวนคร' นิคมอุตฯสุดท้าย

ศปภ.ส่ง'บิ๊กตู่'นำกองทัพป้องกันรักษานิคมอุตสาหกรรมนวนคร หลัง 4 นิคมใหญ่ถูกน้ำถล่มแตกยับ หวั่นกระทบเศรษฐกิจมหาศาล คนตกงานอีกเป็นแสน สั่งระดมกระสอบทรายเสริมแนวกำแพงกั้นน้ำอุดรอบจุดเสี่ยง

ผบ.ทบ.ตรวจนิคมนวนคร

วันเดียวกัน ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พร้อมด้วยพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทบ. และพล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วม โดยตรวจการเสริมแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการรับน้ำจากเส้นทางน้ำอยุธยา ทั้งนี้ ภายใน นิคมมีโรงงานผู้ผลิต 227 โรงงาน พื้นที่กว่า 8,000 ไร่ พนักงานกว่า 180,000 คน เงินลงทุนภายในนิคมกว่า 1 แสนล้านบาท และมีประชากรอาศัยอยู่ในหมู่บ้านภายในนิคมกว่า 30,000 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 1 แสนคน

สั่งเสริมแนวคันกั้น 3 จุดเสี่ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำใน 3 จุดเสี่ยงโดยรอบนิคม คือ จุดที่ 1 บริเวณทิศเหนือของโรงงานที่อยู่ติดกับคลองเชียงราก ซึ่งระดับน้ำขณะนี้อยู่ต่ำกว่าแนวคันเพียง 30 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเสริมแนวคันเพิ่มและเสริมเสาเข็มรับอีกชั้น จุดที่ 2 ด้านหลังโรงงานฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งน้ำไหลเข้าร่องด้านข้างทางรถไฟ ระดับน้ำอยู่ห่างจากแนวคันเดิม 1 เมตร เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องจักรรถแบ๊กโฮตักดินทำแนวคันดินกั้นเสริมเพิ่มอีกกว่า 1 เมตร และจุดที่ 3 บริเวณด้านข้างโรงงานฝั่งทิศใต้ น้ำเพิ่มระดับจากแนวคันที่บ่อขยะของโรงงาน ขณะนี้เร่งเสริมแนวคันกั้นเช่นกัน พบว่าระดับน้ำยังสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง โดยทางผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมนวนครร่วมกับกำลังพลทหาร เตรียมกรอกกระสอบทรายกว่า 1 แสนกระสอบเพื่อรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ชูต้นแบบกำแพงกั้นน้ำ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ศปภ.สั่งการกองทัพบกให้ช่วยดูแลนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งใน 3 นิคมที่ผ่านมา ทั้งโรจนะ ไฮเทค และสหรัตนนครที่บางปะอิน กองทัพพยายามกู้อยู่ แต่หนักใจกระแสน้ำมากเหลือเกิน ไม่ใช่ความบกพร่องของใคร แต่เป็นปริมาณน้ำที่สาหัส ส่วนนิคมนวนครเป็นทางน้ำจากทางเหนือลงมาทางใต้ แต่เท่าที่สำรวจสบายใจนิดหนึ่งเพราะเตรียมการดีมาก เข้มแข็งในการดูแล หากสามารถต้านทานกระแสน้ำครั้งนี้ได้อาจเป็นแบบอย่างเรื่องการทำกำแพงกั้นน้ำในอนาคต

เอาข่าวมาให้คุณลุงอ่านค่ะ พิมถามว่า ตอนสั่งการให้กองทัพดูแล นวนครแตกหรือยัง ในเมื่อให้กองทัพดูแล รัฐบาลก็วางใจถึงออกมาให้ความเชื่อมั่นพี่น้องประชาชน แล้วทำไมคุณลุงถึงพูดว่า พอเอาไว้ไม่อยู่ก็โยนไปที่ทหารละคะ ในเมื่อตอนมอบหมายให้กองทัพดูแล นวนครยังไม่มีน้ำซักหยด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 08:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพิ่งกลับไปอ่านความเห็นท่านพันตาฯ ที่กระทู้เก่า "กลียุค" มา ครับ..เพราะเรื่อง "แบ่งเขาแบ่งเรา" นั่นแหละ จึงทำให้ขาด "เอกภาพ" ในการทำงาน ผมจึงสนับสนุนให้ทหารที่ไม่มีฝ่ายใช้พรก.ฉุกเฉิน จัดการกับปัญหาน้ำท่วมอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมการแก้ปัญหา "กลียุค" ที่จะเกิดตามมาหลังน้ำลดอีกด้วย อย่าลืมว่า "ทหารเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนเสมอ"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 08:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตั้ง ผบ.ทบ. ป้องให้ได้ "นวนคร" ฯลฯ

วันเดียวกัน ผบ.ทบ.ตรวจนวนคร...พบว่าบางแห่งระดับน้ำสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง...และในที่สุด"นวนคร"ก็แตก..ขอบคุณ ศปภ.ที่ให้เวลาทหารเตรียมตัวตั้งเกือบวัน ก่อนจะเสียท่าพ่ายแพ้แก่น้ำ (อย่างมีศักดิ์ศรี)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 09:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมก็อยากให้ลองประกาศดูน่ะครับว่าท่าให้ทหารเข้าไปดูแลช่วยเหลือป้องกันมวลน้ำมหาสารอย่างนี้จะทำอย่างไรใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างจากปัจจุบัญอย่างไรและผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ถ้าแก้ไม่ได้ รบ.คุณปู ก็ไม่ต้องโดนต่อว่าด้วยใช้ไหม ให้ตกเป็นความรับผิดชอบของทหารไปทั้งหมดเลยแต่ทหารจะเอาด้วยหรือเปล่าแค่นั้น. q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 09:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านมหาพันตาฯ เท่าที่ทราบบริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่รับประกันความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหว น้ำท่วมหรือสึนามิอยู่แล้ว (ตามมาตรฐานที่เห็นในเมกา) นอกจากผู้ซื้อประกันจะจ่ายเพิ่มเป็นกรมฑัณท์พิเศษ เช่นผู้มีธุรกิจในทำเลที่เกิดพายุเฮอริเคนบ่อยๆ ซื้อประกันลมพายุไว้ แต่เมื่อเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม จะไปเคลมเอาค่าเสียหายจากบริษัทประกันก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน ธุรกิจประกันภัยมีลูกเล่นเยอะและทำกำไรมากมาย

ครับแต่ตามข่าวและนักธุรกิจเขาก็ให้สัมภาษณ์เองว่ามีประกันภัยเกี่ยวกับน้ำ
ไว้ครับ เขาทำกันเป็นนิคมเลย รวมกันก็หลายแสนล้านอยู่ครับ...นี่คือเหตุผล
ที่ในแง่ของกฎหมาย หากประกาศออกไปก่อน พวกหัวหมออย่างประกันเขา
เอาไปเล่นแง่กันแน่ครับ...ผมถึงบอกว่านี่คือข้อมูล...

ส่วนเวลานี้ ที่ว่าควรมีนั้น ก็เนื่องจากปัญหาน้ำที่จะเกิดอย่างที่ไฮเทคหรือ
นวนครนั้น น้อยแล้ว เวลาเตรียมการมีมากขึ้น...หากจะประกาศใช้ก็เพื่อ
ป้องกันการกักตุน หรือป้องกันการเอารัดเอาเปรียบกันทางธุรกิจครับ ซึ่งมัน
จะซ้ำเติมความเดือดร้อนที่ต้องรอหรือแช่น้ำอยู่อีกเป็นเดือน ครับ...ผมเห็น
ว่าควรก็หลังจากที่มันเกิดความเสียหายแล้วเท่านั้นเอง...ช่วงแรกหากประกาศไป
เกรงว่าก็ไม่เกิดประโยชน์สักเท่าใด อาจจะมีปัญหากับการเอาประกันภัยได้?
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 09:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แสดงว่าท่านมหาพันตาฯ เริ่มจะได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว นั่นคือ "การมองปัญหาล่วงหน้า" อย่างทีผมพูดไว้ในกระทู้ก่อน เมื่อวิกฤตน้ำท่วมผ่านพ้นไป วิกฤตข้าวยาก หมากแพงก็จะตามมา เพราะชาวบ้านหลายล้านคนสูญเสียแทบจะทุกอย่างไปกับน้ำ ปัจจัย ๔ จะเป็นที่ต้องการอย่างมากและรวดเร็ว อาจเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอาชญากรรมขึ้นอย่างแพร่หลายจนสุดความสามารถที่จะตำรวจต้านทานได้ พรก.ฉุกเฉินจำเป็นมากในเหตุการณ์นั้น

พรก.ฉุกเฉิน ผมก็ยังมองว่าหลังจากที่ปัญหาเฉพาะหน้ารุนแรงจบไปแล้วครับ
และเหมาะกับการเอามาใช้หลังจากเกิดภาวะ การขาดแคลน การเอารัดเอา
เปรียบสังคม ความสับสนอลหม่าน และการกักตุนครับท่าน....

ดังนั้นก่อนที่เราจะคิดว่าอะไรดี หรือจะโทษใคร ลองเอาใจใส่ในข้อมูล
เบื้องต้น ของระบบการเมืองและการบริหารราชการแบบไทยก่อนดีกว่าไหม?
ลองไปดูตามนี้ครับ..http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3509239

ข้าราชการกรมชลประทาน เขาก็ใช้ศักยภาพเท่าที่มีเต็มประสิทธิภาพแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ หรือวิธีปฎิบัติ ที่ทำต่อ ๆ กันมา...เราไม่
เชื่อคนที่มีประสบการณ์ แล้วเราจะเชื่อใคร เีพียงแต่ข้อจำกัดมันมีตามลิงค์ที่ชี้ไป...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 10:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกวันนี้ก็ใช้เครืองมือทุกอย่างที่มีอยู๋ในประเทศไทยเพื่อดับทุกข์อยู่แล้ว ถ้าเหลือแค่หน่วยงานเดียวคงแย่ แล้วจะมีกระทวง ทบวง กรม อื่นๆ ไว้ทำไม ไม่ยกประเทศให้ทหารไปเลยหล่ะครับ บอกคำเดียวความคิดนี้ผมไปโปรยที่่ไหน โดนด่าที่นั่นครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  พรก.ฉุกเฉิน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม