หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กัวเตมาลา ประกาศภาวะฉุกเฉินทันทีที่เกิดเหตุ แต่รัฐบาลไทยกลัว พรก ฉุกเฉิน..  (อ่าน 1883 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 18:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กัวเตมาลายกเหตุโคลนถล่มโศกนาฏกรรมชาติ

ประธานาธิบดีอัลวาโน โคลอม ของกัวเตมาลา ประกาศให้เหตุการณ์โคลนถล่ม เป็นโศกนาฏกรรมแห่งชาติ พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉิน ที่มีผู้เสียชีวิต 37 คน และสูญหายกว่า 20 ราย

ประธานาธิบดีอัลวาโร โคลอม ของกัวเตมาลา ประกาศยกสถานการณ์โคลนถล่ม ที่หมู่บ้านนาฮัวลา ทางตะวันออกของกรุงกัวเตมาลา ให้เป็นโศกนาฏกรรมแห่งชาติ หลังมีผู้เสียชีวิตกว่า 37 ราย และสูญหายมากกว่า 20 รายจากการสูญเสียครั้งนี้ด้าน ประธานาธิบดีกัวเตมาลา ได้เผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลวร้าย เทียบเท่ากับเมื่อครั้งที่ พายุอกาธา พัดถล่มกัวเตมาลา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 165 คน และประชาชนหลายพันคน ไร้ที่อยู่อาศัย พร้อมทั้ง คาดการณ์ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านดอลลาร์ (15,500 ล้านบาท)

โดยเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นที่หมู่บ้านนาฮัวลา บนทางหลวงสายแพน-อเมริกัน ทางตะวันออกของกรุงกัวเตมาลา และเหตุการณ์โคลนถล่ม ที่หมู่บ้านนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ

20 คน และบางส่วนเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่เข้าไป พยายามช่วยคน ที่ถูกฝังอยู่ในกำแพงโคลน จากการถล่มรอบแรก และยังมีรถยนต์อีก 6 คัน และรถบัสหนึ่งคัน ที่ถูกโคลนฝัง แต่โชคดีที่มีผู้รอดชีวิตในรถยนต์ หลังจากนั้น มีการรายงานว่าได้เกิดเหตุการณ์โคลนถล่ม ซ้ำเป็น ครั้งที่ 2 โดยทางการกัวเตมาลา ได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย และอาสาสมัครกว่า 200 คน นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์โคลน ถล่มใกล้เมืองชิมาลเตแนนโก ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยคนขึ้นมาได้ประมาณ 20 คน


ข่าวเก่าเอาตัวอย่างเอามาให้รัฐบาลไทยดู..ของเขาตายไม่เท่าไหร่..ของเราจะ 400 แล้วครับ จะรอให้ตายอีกเท่าไหร่ท่านนายก...หากทหารคิดจะทำ..ไม่ต้องรอ พรก ฉุกเฉินหรอก..จะกลัวไปทำไม...






http://www.innnews.co.th/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8F%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4--242964_04.html

http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=110921




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 19:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทำเนียบฯหนีน้ำเก็บของขึ้นที่สูงแล้ว


ทำเนียบฯเตรียมพร้อมรับน้ำเข้ากรุง ขรก. เก็บเอกสารหนีขึ้นชั้นสอง ยันยังทำงานปกติ ไม่สั่งเป็นวันหยุด

วันนี้(20 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์น้ำล้นทะลักเข้าคลองประปาจนเป็นกังวลกันว่าน้ำจะเข้าท่วมกทม.ชั้นในนั้น ปรากฏว่าทางสำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาลได้มีการประชุมหารือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นการภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจในการรับมือน้ำสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดระหว่างวันที่ 21-23 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ที่ประชุมยังไม่ได้มีการกำหนดมาตรการอะไรเป็นพิเศษ แต่ได้กำชับให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจะมีการแจ้งและประสานงานกันล่วงหน้า อย่างไรก็ตามในส่วนของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นั้น นายจาตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดได้เน้นย้ำเร่งให้เจ้าหน้าที่ สปน.ขนย้ายเอกสารทางราชการและวัสดุ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ขึ้นที่สูงและบางส่วนได้นำขึ้นไปเก็บเอาไว้บนชั้น 2 ของอาคาร สปน. รวมทั้งได้เตรียมจัดสถานที่รองรับเอาเป็นที่พักพิงของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างของสปน. ที่ประสบเหตุน้ำท่วมบ้านพักได้เข้ามาพักอาศัยได้

ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ข้าราชการจะเก็บที่เป็นเอกสารสำคัญขึ้นที่สูงนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะถือว่าเป็นการป้องกัน ที่เผื่อไว้ เหมือนกับที่แจ้งให้ประชาชน อย่างไรก็ตามตอนนี้เรื่องการป้องกันน้ำท่วมในทำเนียบรัฐบาลยังไม่มีประกาศอย่างชัดเจน และคงยังไม่ถึงขั้นนำกระสอบทรายมา เมื่อถามว่าจะมีการสั่งให้ข้าราชการทำเนียบรัฐมนตรีหยุดงานหรือไม่ นพ.สุรวิทย์ กล่าวว่า คงจะไม่ เพราะว่าทำเนียบรัฐบาลคือส่วนกลางของการบริหารประชาชนจะติดต่อลำบาก ทั้งนี้หากบ้านข้าราชการคนไหนน้ำท่วมก็สามารถหยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลาและยืนยันไม่มีการประกาศเป็นวันหยุด.


ทำให้นึกถึงตอนเทเลือด..สงสัย..จะตัวใครตัวมันแล้วมั่งครับ..


/articles.aspx?id=457549&ch=pl1" target="_blank">http://news.impaqmsn.com
/articles.aspx?id=457549&ch=pl1





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 19:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ ขอความรู้หน่อยนะครับ พรก.ฉุกเฉินกับอุทกภัย มันเกี่ยวกันยังไงเหรอครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 19:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ ขอความรู้หน่อยนะครับ พรก.ฉุกเฉินกับอุทกภัย มันเกี่ยวกันยังไงเหรอครับ


v
v
สวัสดีครับ คุณ โน
ตอนนี้อาจดูไม่ร้ายแรง..แต่ความเสียหายมิใช่น้อย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ใครกันแน่ตอนนี้..ดูเหมือนต่างคนต่างทำ..ต่างคนต่างประกาศ..สุดท้ายไม่ได้อะไรเลยหาใครรับผิดชอบไม่ได้ต่างก็โทษธรรมชาติ..ทั้งๆที่ความจริงน่าจะมาจาก การบริหารจัดการมากกว่า..


การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมักมีภายหลังจากการเกิดภัยธรรมชาติ การก่อความไม่สงบ หรือการประกาศสงคราม ซึ่งอาจมีผลให้เจ้าหน้าที่บางฝ่ายต้องหยุดการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ลงชั่วคราว โดยอำนาจหน้าที่เช่นว่านั้นอาจรวมศูนย์ไปยังเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมสถานการณ์โดยไม่ชักช้า และอาจนำไปสู่การห้ามออกจากเคหสถาน (อังกฤษ: curfew) หรือการห้ามมั่วสุมชุมนุมกันเพื่อการใด ๆ ก็ดี ณ พื้นที่นั้นในระหว่างที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ภัยธรรมชาติ คือผลกระทบที่เกิดจากอันตรายทางธรรมชาติ (เช่น ภูเขาไฟระเบิด, แผ่นดินไหว, หรือแผ่นดินถล่ม) ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ภัยธรรมชาติมีหลายรูปแบบแตกต่างกันไปบางอย่างร้ายแรงน้อย บางอย่างร้ายแรงมากซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น อุทกภัย หรือน้ำท่วม การเกิดพายุ (วาตภัย) การเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ต.ค. 11, 21:30 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 19:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การ์ตูนแนวหน้าที่คุณinนำมาให้ดู เขียนความจริงได้เจ็บปวดจริงๆ q*027




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 19:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มาฟังครับ.....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 19:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณครับ ค่อนข้างยาวมากทีเดียว เลยอ่านได้พอคร่าวๆ

ที่นี้มาดู พรก.ฉุกเฉิน ที่ไทยเราใช้อยู่ คือ พรก 2548

http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%A1119/%A1119-20-2548-a0001.pdf

ภาวะฉุกเฉินตาม พรก.นี้ มาตรา 4
"สถานการณ์ฉุกเฉิน" หมายความว่า สถานการณ์อันกระทบหรืออาจจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรืออาจทำให้ประเทศหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขัน หรือมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา การรบหรือการสงคราม ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัยของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความสงบเรียบร้อยหรือประโยชน์ส่วนรวม หรือการป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 20:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยิ่งถ้าเข้าไปดูถึงอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ดูยังไง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ฉบับนี้ ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์อุทกภัย


............

อำนาจออกข้อกำหนดและประกาศ

เพื่อจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้ (ม.9 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) โดยในข้อกำหนดเหล่านี้ นายกรัฐมนตรีจะระบุเงื่อนไขหรือระยะเวลาในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้า หน้าที่ก็ได้ หรือมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดพื้นที่และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมใน การปฏิบัติการก็ได้ (ม.9 ว.2 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)

1. ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น เช่น ทูตหรือผู้แทนต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ
2. ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
3. ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร
4. ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
5. ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ
6. ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

อนึ่ง ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง นายกรัฐมนตรียังมีอำนาจดังต่อไปนี้อีกด้วย (ม.11 ว.2 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)

1. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวผู้ใดซึ่งต้อง สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี ว่าเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้นก็ดี หรือว่าปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อกันมิให้ผู้นั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการใด ๆ อันจทวีความรุนแรง หรือเพื่อระงับความรุนแรงโดยไม่ชักช้า
2. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงาน ตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเรียกมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งยึดหรืออายัดอาวุธ สินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นใด ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือจะใช้สิ่งนั้นเพื่อกระทำหรือสนับ สนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน
4. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวาง ตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุการณ์ร้ายแรงให้ยุติโดยเร็ว และหากปล่อยเนิ่นช้าจะทำให้ไม่อาจระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที
5. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบจดหมาย หนังสือ สิ่งพิมพ์ โทรเลข โทรศัพท์ หรือการสื่อสารด้วยวิธีการอื่นใด ตลอดจนสั่งระงับหรือยับยั้งการติดต่อหรือ การสื่อสารใด ๆ เพื่อป้องกันหรือระงับเหตุการณ์ร้ายแรง ในกรณีนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ โดยอนุโลม
6. ประกาศห้ามบุคคลมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลกระทำการใด ๆ เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยของประชาชน
7. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดออกไปนอกราช อาณาจักร เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการออกไปนอกราชอาณาจักรจะเป็นการกระทบกระเทือน ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประเทศ
8. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการให้คนต่างด้าวออกไปนอกราช อาณาจักร ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เป็นผู้สนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ต้องให้นำกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
9. ประกาศให้การซื้อ ขาย ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธ สินค้า เวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งอาจใช้ในการก่อความไม่สงบ หรือก่อการร้ายต้องรายงานหรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือต้องดำเนินไปโดยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายกรัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้ หากสิ่งดังกล่าวเป็นเครื่องมือหรือส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ใช้เพื่อการ สื่อสาร นายกรัฐมนตรีอาจประกาศให้ใช้มาตรการเช่นว่าทั่วราชอาณาจักรหรือในท้องที่ อื่นซึ่งมิได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้ (ม.13 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)
10. ออกคำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื่อเข้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจระงับ เหตุการณ์ร้ายแรงหรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วน ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารให้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของ พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่การใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายทหารจะทำได้ในกรณีใดได้เพียงใดให้เป็นไปตาม เงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินกว่ากรณีที่มีการใช้กฎอัยการศึก

บรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งข้างต้น เมื่อมีผลใช้บังคับแล้วต้องประกาศใน รก. ด้วย (ม.14 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 20:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เกี่ยวกับคุณโน

เพราะพรก.ฉุกเฉิน คือให้ทหารมีอำนาจจัดการทางกฏหมาย สำหรับใครก็ตามที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

เช่นต้องการเปิดประตูระบายน้ำ แต่ประชาชนมาขวางไม่ให้เปิด

ถ้าไม่มีพรก.ฉุกเฉิน ก็เอาผิดประชาชนไม่ได้ครับ

อย่างเช่นข้อ6 ก็นำมาใช้ได้

6. ประกาศห้ามบุคคลมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลกระทำการใด ๆ เท่าที่จำเป็นแก่ การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยของประชาชน

ข้อ1 ก้ได้

1. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวผู้ใดซึ่งต้อง สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี ว่าเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้นก็ดี หรือว่าปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อกันมิให้ผู้นั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการใด ๆ อันจทวีความรุนแรง หรือเพื่อระงับความรุนแรงโดยไม่ชักช้า


พอมองเห็นภาพมั้ยครับ?

ถ้ารัฐบาลมองว่าจำเป็นต้องรักษากรุงเทพฯเอาไว้ ถ้าใครมาขวางการรักษากรุงเทพฯ ก็ทำกับทำให้กรุงเทพฯตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉินครับ

คนกรุงเทพฯไม่ใช่สำคัญกว่าคนต่างจังหวัด คนทุกคนเท่าเทียมกัน

เพียงแต่กรุงเทพฯคือ หัวใจของประเทศและการบริหารประเทศ ครับ

คนกรุงเทพฯจริงๆมีแค่5ล้าน แต่มีพี่น้องต่างจังหวัดเข้ามาทำงานอีก5ล้านครับ!!


ที่จริงเขาให้ประกาศตั้งแต่อยุธยาล่มแล้วครับ แต่รัฐบาลไม่ประกาศ การใช้พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำเพื่อกรุงเทพฯ แต่ทำเพื่อทุกจังหวัดครับ

การที่ปทุม นนท์ จมน้ำ ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีนักการเมืองกล้าทะเลาะกับชาวบ้าน เพราะกลัวเสียคะแนนนิยม ซึ่งถ้าไม่กล้า ก็ต้องให้ทหารจัดการแทนครับ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากจะมองตามตัวอักษรขนาดนั้น ผมว่า กฎหมายฉบับนี้จำกัดสิทธิ มากกว่าจะให้ประโยชน์ในการอำนวยการให้ประชาชน ในภาวะวิกฤติ ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ครับ ข้อห้ามต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากไม่เอียงจนเกินไป ก็พอทราบครับ ว่ากฎหมายฉบับนี้เขามีไว้ในภาวะสถานการณ์ไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยิ่งถ้าเข้าไปดูถึงอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ดูยังไง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ฉบับนี้ ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์อุทกภัย


............

อำนาจออกข้อกำหนดและประกาศ

เพื่อจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้ (ม.9 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) โดยในข้อกำหนดเหล่านี้ นายกรัฐมนตรีจะระบุเงื่อนไขหรือระยะเวลาในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้า หน้าที่ก็ได้ หรือมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดพื้นที่และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมใน การปฏิบัติการก็ได้ (ม.9 ว.2 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)

1. ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น เช่น ทูตหรือผู้แทนต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ
2. ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
3. ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร
4. ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
5. ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ
6. ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

อนึ่ง ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง นายกรัฐมนตรียังมีอำนาจดังต่อไปนี้อีกด้วย (ม.11 ว.2 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)

1. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวผู้ใดซึ่งต้อง สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี ว่าเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้นก็ดี หรือว่าปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อกันมิให้ผู้นั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการใด ๆ อันจทวีความรุนแรง หรือเพื่อระงับความรุนแรงโดยไม่ชักช้า
2. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงาน ตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเรียกมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งยึดหรืออายัดอาวุธ สินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นใด ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือจะใช้สิ่งนั้นเพื่อกระทำหรือสนับ สนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน
4. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวาง ตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุการณ์ร้ายแรงให้ยุติโดยเร็ว และหากปล่อยเนิ่นช้าจะทำให้ไม่อาจระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที
5. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบจดหมาย หนังสือ สิ่งพิมพ์ โทรเลข โทรศัพท์ หรือการสื่อสารด้วยวิธีการอื่นใด ตลอดจนสั่งระงับหรือยับยั้งการติดต่อหรือ การสื่อสารใด ๆ เพื่อป้องกันหรือระงับเหตุการณ์ร้ายแรง ในกรณีนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ โดยอนุโลม
6. ประกาศห้ามบุคคลมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลกระทำการใด ๆ เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยของประชาชน
7. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดออกไปนอกราช อาณาจักร เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการออกไปนอกราชอาณาจักรจะเป็นการกระทบกระเทือน ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประเทศ
8. ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการให้คนต่างด้าวออกไปนอกราช อาณาจักร ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เป็นผู้สนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ต้องให้นำกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
9. ประกาศให้การซื้อ ขาย ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธ สินค้า เวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งอาจใช้ในการก่อความไม่สงบ หรือก่อการร้ายต้องรายงานหรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือต้องดำเนินไปโดยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายกรัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้ หากสิ่งดังกล่าวเป็นเครื่องมือหรือส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ใช้เพื่อการ สื่อสาร นายกรัฐมนตรีอาจประกาศให้ใช้มาตรการเช่นว่าทั่วราชอาณาจักรหรือในท้องที่ อื่นซึ่งมิได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้ (ม.13 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)
10. ออกคำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื่อเข้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจระงับ เหตุการณ์ร้ายแรงหรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วน ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารให้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของ พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่การใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายทหารจะทำได้ในกรณีใดได้เพียงใดให้เป็นไปตาม เงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินกว่ากรณีที่มีการใช้กฎอัยการศึก

บรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งข้างต้น เมื่อมีผลใช้บังคับแล้วต้องประกาศใน รก. ด้วย (ม.14 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน)

หากมี พรก ฉุกเฉิน เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดครับ..ความล่าช้าเพียงแค่5 นาทีก็สามารถทำให้คนจมน้ำเสียชีวิตได้..

v
v
มีชาวบ้านจากฝั่งเขตดอนเมือง ไปประท้วงเจ้าหน้าที่ไม่ให้ทำแนวคันดินกั้นน้ำบริเวณแยกศรีสมาน เพราะจะทำให้น้ำไหลเข้าท่วมฝั่งเขตดอนเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำแนวคันดินบริเวณ ถ.ศรีสมานได้ เนื่องจากชาวบ้านเขตดอนเมืองได้มาดึงกุญแจและยึดรถแบคโฮไป และชาวบ้านได้บอกให้เจ้าหน้าที่ทำลายคันดินที่กั้นน้ำ เป็นเหตุให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น


http://news.sanook.com/1065017/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หากจะมองตามตัวอักษรขนาดนั้น ผมว่า กฎหมายฉบับนี้จำกัดสิทธิ มากกว่าจะให้ประโยชน์ในการอำนวยการให้ประชาชน ในภาวะวิกฤติ ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ครับ ข้อห้ามต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากไม่เอียงจนเกินไป ก็พอทราบครับ ว่ากฎหมายฉบับนี้เขามีไว้ในภาวะสถานการณ์ไหน



คุณโน มองถูกต้องแล้วครับ

บางครั้งในยามฉุกเฉิน ก็จำเป็นต้อง จำกัดสิทธิ คนบางส่วนเพื่อให้ส่วนรวมอยู่รอดครับ

เพราะคนไทยชอบใช้สิทธิเกินขอบเขต ไม่รู้จักคำว่าเสียสละ

เสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตครับ

การใช้พรก.ฉุกเฉิน ก็คือ กฏหมายที่จำกัดสิทธิประชาชน เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ครับ

ไม่เชื่อไปถามรัฐบาลที่ออกพรก.ฉุกเฉินฉบับนี้ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากมี พรก ฉุกเฉิน เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดครับ..ความล่าช้าเพียงแค่5 นาทีก็สามารถทำให้คนจมน้ำเสียชีวิตได้..

v
v
มีชาวบ้านจากฝั่งเขตดอนเมือง ไปประท้วงเจ้าหน้าที่ไม่ให้ทำแนวคันดินกั้นน้ำบริเวณแยกศรีสมาน เพราะจะทำให้น้ำไหลเข้าท่วมฝั่งเขตดอนเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำแนวคันดินบริเวณ ถ.ศรีสมานได้ เนื่องจากชาวบ้านเขตดอนเมืองได้มาดึงกุญแจและยึดรถแบคโฮไป และชาวบ้านได้บอกให้เจ้าหน้าที่ทำลายคันดินที่กั้นน้ำ เป็นเหตุให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น



เป็นเพียงการคาดการณ์นะครับ ว่า หากมี พรก.ฉุกเฉินแล้วจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณโน มองถูกต้องแล้วครับ

บางครั้งในยามฉุกเฉิน ก็จำเป็นต้อง จำกัดสิทธิ คนบางส่วนเพื่อให้ส่วนรวมอยู่รอดครับ

เพราะคนไทยชอบใช้สิทธิเกินขอบเขต ไม่รู้จักคำว่าเสียสละ

เสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตครับ

การใช้พรก.ฉุกเฉิน ก็คือ กฏหมายที่จำกัดสิทธิประชาชน เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ครับ

ไม่เชื่อไปถามรัฐบาลที่ออกพรก.ฉุกเฉินฉบับนี้ได้



สิทธิที่จะถูกจำกัด เพราะภัยธรรมชาตินะเหรอครับ ทุกคนอยู่ในภาวะเครียด วิตก บ้านแตก สาแหรกขาด ยังจะมีกระจิต กระใจ มาจำักัดสิทธิ

ผมว่าไม่ต้องถามรัฐบาลที่ออก พรก.ฉุกเฉินก็ได้ครับ ผมไม่มีเบอร์เขาที
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มียุทโธปกรณ์ส่วนไหนที่ยังกั๊กไว้ไม่ได้ใช้ครับ ถึงจะให้ประกาศ ถ้ายังมีหน่วยทหารก็ไม่ได้จริงใจกับประชาชนในการแก้ปัญหา อยากเป็นพระเอกเองหรือเปล่าครับ ถึงมีแนวคิดแบบนี้ ทั้งที่ปัญหารู้อยู่แล้วว่าตอนนี้สิบรัฐบาลก็เอาไม่อยู่ ต่างประเทศยังมิอาจช่วยได้ นอกจากการประสานงานหรือบริจาคเท่านั้นครับ

ถ้าโง่แล้วอวดฉลาด ก็อย่าเอาออกมาเลยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพราะทุกตนต้องการรักษาสิทธิ โดยคิดแต่ชุมชนตัวเอง ไม่ได้มองภาพรวม

น้ำจึงไม่มีที่ไปครับ

ที่จริงรัฐบาลต้องการระบายน้ำลงคลองรังสิตบางส่วนเพื่อรักษาประตูน้ำไม่ให้แตกมาตั้งแต่อทิตย์ที่แล้ว

แต่ติดตรงที่ประชาชนไม่ยอม สุดท้ายแตก ท่วมเท่าเทียมกัน แถมหนักกว่าเดิม เพราะน้ำมาออจนเกิดความดันน้ำสูง

ขนาดวันนี้ยังมีข่าวนี้เลยครับ

นายอุเทน ชาติภิญโญ ประธานคณะกรรมการผันน้ำลงสู่ทะเล ลงสำรวจพื้นที่ที่จะทำการผันน้ำลงสู่ทะเล ที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้น้ำท่วมขัง จ.ปทุมธานี โดยเริ่มสำรวจที่ประตูระบายน้ำคลองหกวาล่าง และคลอง 13 ซึ่งพบว่า เปิดประตูระบายน้ำแล้ว 100% ช่วยทำให้การระบายน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ฝั่งใต้คลองรังสิต ผ่านประตูน้ำคลองหกวา ลงสู่คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองสำโรง เพื่อผันลงสู่ทะเลอ่าวไทยได้เรื่อยๆ

แต่พบปัญหาคือ ประชาชนช่วงคลอง 8, 9, 11 และ 12 ไม่ยอมให้เปิดประตูระบายน้ำ จึงทำให้คลอง 13 ทำงานหนัก นอกจากนี้ยังพบปัญหาวัชพืช ประตูระบายน้ำเล็ก ทำให้การผันน้ำทำได้ช้า จึงได้ประสาน กรมชลประทาน กรมการพัฒนาชุมชน ให้เร่งย้ายเครื่องสูบน้ำจากคลอง 13 มายังประตูระบายน้ำ คลองหกวาด้านล่าง เพื่อแบ่งการสูบน้ำให้ได้ปริมาณที่เท่ากัน ที่ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นท่วมชุมชนรอบข้าง



ก็แล้วแต่มุมมองครับ ว่าณ.วันนี้เราเห็นสิทธิประชาชน กับหน้าที่ของพลเมือง อะไรสำคัญกว่ากัน

ทุกประเทศในโลก มีกฏหมายจำกัดสิทธิประชาชนในภาวะฉุกเฉินทั้งนั้นครับ

ไม่งั้นเมื่อทุกคนต่างทำตามใจตัวเอง เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 21:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มียุทโธปกรณ์ส่วนไหนที่ยังกั๊กไว้ไม่ได้ใช้ครับ ถึงจะให้ประกาศ ถ้ายังมีหน่วยทหารก็ไม่ได้จริงใจกับประชาชนในการแก้ปัญหา อยากเป็นพระเอกเองหรือเปล่าครับ ถึงมีแนวคิดแบบนี้ ทั้งที่ปัญหารู้อยู่แล้วว่าตอนนี้สิบรัฐบาลก็เอาไม่อยู่ ต่างประเทศยังมิอาจช่วยได้ นอกจากการประสานงานหรือบริจาคเท่านั้นครับ

ถ้าโง่แล้วอวดฉลาด ก็อย่าเอาออกมาเลยครับ

v
v
v
คุณคิดว่ารัฐบาลที่ใช้ พรบ นี้..โง่หรือฉลาด..
v
v

ประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับปัจจุบันคือ "พ.ร.ก. ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548" ซึ่งรัฐบาลอันมีพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้ โดยประกาศใน รก. เล่ม 122 ตอนที่ 58 ก วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และมีผลใช้บังคับในวันถัดมา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 22:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใช่ พรบ.นั้นทำมาในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่น สึนามิ มีคนตายมากมาย และภัยพิบัติที่นอกเหนือการควบคุมสถานการณ์ แต่ปัญหาขณะนี้ มันยังไม่ถึงขั้นนั้น หากควบคุมได้เร็ว กทม อาจจะแค่ท่วมประมาณเข่าหรือหนึ่งเมตร ซึ่งยังไม่ก่อให้เกิดเหตุรุนแรงตามมา และรัฐยังจะพยายามผันผ่านน้ำลงทะเลได้เร็วที่สุด ก็จะทำให้ความเสียหายน้อยลงไปอีก ดังนั้นยังไม่ถึงภาวะตรึงเครียดแต่ประการใด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 22:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มียุทโธปกรณ์ส่วนไหนที่ยังกั๊กไว้ไม่ได้ใช้ครับ ถึงจะให้ประกาศ ถ้ายังมีหน่วยทหารก็ไม่ได้จริงใจกับประชาชนในการแก้ปัญหา อยากเป็นพระเอกเองหรือเปล่าครับ ถึงมีแนวคิดแบบนี้ ทั้งที่ปัญหารู้อยู่แล้วว่าตอนนี้สิบรัฐบาลก็เอาไม่อยู่ ต่างประเทศยังมิอาจช่วยได้ นอกจากการประสานงานหรือบริจาคเท่านั้นครับ

ถ้าโง่แล้วอวดฉลาด ก็อย่าเอาออกมาเลยครับ


ช่วยขยายความให้คนโง่ๆ อย่างอีแร้งทราบหน่อยว่า ทหารทำอย่างไรถึงจะฉลาด แล้วที่ทำอย่างไร ถึงเป็นโง่

แล้วอะไรที่เป็นตัววัดว่าโง่หรือฉลาด โดยการเอาจากความคิดของใครเป็นตัวชี้

แล้วที่ผ่านมานี้ มีหน่วยงานไหนบ้างมั็นที่โง่แล้วมาโชว์ฉลาดจนชาวบ้านตื่นตระหนก

ครับผม



q*038q*038q*038q*038q*038q*038q*038
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 22:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อเมริกาประกาศใช้กฏหมายนี้ เมื่อ "นิวโอร์ลีน" ถูกจมด้วยพายุแคทรีนาหลายปีที่แล้ว เรียกว่า state of emergency เพื่อป้องปรามการก่ออาชญากรรมต่อกันและกันของผู้ประสพภัย (Looting,burglary) และความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ทุกประเทศประชาธิปไตยในโลก ประกาศใช้กฏหมายนี้เมื่อประสพภัยธรรมชาติที่รุนแรงจนสามารถสร้างความเสียหายแก่ชีวิต-ทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมากและอาจเป็นสาเหตุแห่งการชุลมุน สับสน วุ่นวาย (chaos) ของประชาชน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 20 ต.ค. 11, 23:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาถึง ณ.เวลานี้โดยความเห็นส่วนตัวของคิม

ไม่เห็นด้วยที่จะประกาศใช้ พ.ร.ก

เนื่องจาก ไม่จำเป็นแล้ว เดินทางมาอย่างทรนงตลอด

จะมาจอดเอาดื้อๆในตอนนี้ มันเลยเวลานั้นมาหรือเปล่า??

มีทางออกมากมาย อย่ามาตายตอนจบนะคุณปูยิ่งลักษณ์ของคิม


สู้ต่อไปนะท่านนายกฯปู

คิมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจค่ะ


q*066q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 00:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยังครับ..คุณ k542 ยังไม่จบง่ายๆ เพิ่งจะตายแค่สามร้อยกว่าๆ เท่านั้น ดราม่ากันต่อไป ตามนโยบายลดจำนวนประชากรที่ได้ผลทันตาเห็น ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของรัฐฯ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 01:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยังครับ..คุณ k542 ยังไม่จบง่ายๆ เพิ่งจะตายแค่สามร้อยกว่าๆ เท่านั้น ดราม่ากันต่อไป ตามนโยบายลดจำนวนประชากรที่ได้ผลทันตาเห็น ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของรัฐฯ


ยังไม่จบง่ายๆ ท่านหมายถึงอะไรคะ?

น้ำ หรือการเมือง?? หรือความขัดแย้งที่ไร้ซึ่งรอยต่อคะ?


ผู้น้อยอย่างคิม ขอคำขยายค่ะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 01:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หมายถึงการบริหารบ้านเมืองแบบ drama ของผู้นำมือสมัครเล่น (amateur) ครับ ดูท่าว่าจะดำเนินต่อไป พร้อมกับสร้างความสูญเสียให้ประเทศชาติและประชาชนจนไปเรื่อย จนกว่าชาวบ้านจะออกมาประท้วงบอกว่า "สีพอแล้ว"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 02:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณคิมกลับไปเข้าห้องเรียนต่อดีกว่าไหมหลาน...
ปัญหามันยังจะเกิดขึ้นอีก หากตราบใดมวลน้ำยังไม่พ้นแผ่นดินไป
ที่สำคัญยิ่งปลายๆ มันจะยิ่งรุนแรงและอันตรายหากยังดื้อดึงฝืนธรรมชาติมันอยู่แบบนี้...หากคิดผิด ทำผิด ก็อย่าฝืน อย่าอายที่จะเปลี่ยนความคิด
เพราะธิฐิของท่านผู้นำจะทำให้ประเทศหายนะมากขึ้น...อย่าเอาแต่ปลอบใจตนเองและประชาชนว่า "เราเอาอยู่" สุดท้ายก็มีแค่คำว่า "เราเสียใจ" บอกประชาชนไปเลยว่า ไม่รับรอง 100% แต่ขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา เตรียมน้ำ อาหาร หรือถ้าปลอดภัยที่สุด อพยพไปอยู่บ้านญาตที่ใดก็ได้ต่างจังหวัดโดยเฉพาะคนป่วย คนชราและเด็ก

ตอนนี้ รู้สึกว่าประเทศไทยไร้ผู้นำ ไร้ทิศทาง ไร้อนาคต ทุกคนต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 07:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มองต่างมุม...บางกลุ่มก็คิดว่าเป็นยาวิเศษ พรก. นี้ ก็พยายามยกหางว่า
น่าจะเอามาใช้...แต่บางคนบางกลุ่มเป็นข้าราชการข้าของแผ่นดินซะเอง
แต่เกรงว่าจะไม่มีอำนาจ เข้ามาช่วยเหลือประชาชน...ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นกันอยู่
แล้วความเดือดร้อนแบบนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องหาดาบมาติดมือ ทหารก็คือทหาร
ออกมาช่วยเหลือประชาชน ด้วยศักยภาพของกองกำลังพล เครื่องจักร เครื่อง
ไม้เครื่องมือที่พร้อมสรรพ มันก็น่ารักจะตายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องติดอาวุธ
เพื่อให้มันดูเหมือนราวกับว่าบ้านเรากำลังจะเกิดศึกสงคราม เกิดการแย่งชิง
วิ่งราว ปล้นฆ่า หรือแย่งข้าวปลาอาหารกัน??...มันอยู่ที่สามัญสำนึกข้าของ
แผ่นดินจริง ๆ เท่านั้นไม่มีอะไร??...ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่กันไปใช้ใจทำงาน
ไม่ได้ใช้ปาก หรือต้องการติดดาบออกไปฟาดฟัน...คนเราหากมันคิดอะไร
หรือมองใครไม่ดีไปแล้ว...ต่อให้เป็นแก้วใส มันมองยังไง ๆ ก็บอกว่ามีฝุ่นผง
หรือขุ่นมัว จะเอาแก้วใหม่จนได้....นี่คือหัวใจมนุษย์ที่คิดกันได้แค่นี้...ทั้งๆที่
หวยออกแล้ว...มันจะมาบอกว่ากรูเตือนแล้วไม่เชื่อ กรูบอกแล้วต้องเอาแบบนี้
ก็ประเภทผีเจาะปาก มือไม่พายแต่เอาปากราน้ำ...ทำให้ทุกคนทุกฝ่ายเสีย...
กำลังใจในการทำงาน...น่าจะบอกคำเดียวสั้น ๆ ก็พอขอให้พี่มารค์มาช่วยแทน..
ดูท่าจะง่ายกว่า...หรือว่าบอกให้ลาออก แล้วเชิญปชป..มาเสียบแทนดีม๊ะ
และใครที่บอกว่าประเทศไทยมันไร้อนาคต...มันก็ไร้มาตั้งแต่ 6 ปีี่ที่แล้ว
แล้วครับท่าน...เพราะมันผิดฝาผิดตัว..ก็ประเภทกบเลือกนาย ถึงกล้าทำ
กันได้แม้มันจะขัดหลักการของคำว่าประชาธิปไตย...เขียนด้วยมือลบด้วยเท้่ากัน?

q*073q*073q*073q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 10:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประกาศภาวะฉุกเฉินก็เข้าทางฝ่ายตรงข้าม
ภาวะขัดแย้งกับชาวบ้านที่ถูกฝ่ายตรงข้ามปลุกระดมเข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่
จะมากขึ้น เจ้าหน้าที่ทำอะไรไม่มีความผิด ไม่ต้องรับผิดชอบ
ความซวยก็จะเกิดกับนายก และ รัฐบาล

แล้ว เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทหาร จะไว้ใจเต็มที่
เหมือนกับ ปชป กับ ทหาร คงไม่ได้
นั่นเป็นเหตุผลให้ฝ่ายค้านยุให้ประกาศภาวะฉุกเฉิน
ถ้าเกิดเรื่อง เจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน จับประชาชนเข้าคุก
ปชป ก็อ้างว่ารัฐบาลนี้ก็ทำเหมือนกับรัฐบาลที่แล้ว

ได้ไม่คุ้มเสีย พรก มันเหมือนตราประทับของเผด็จการทหารไปแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 11:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้ประกาศ พรก.ฉุกเฉินเพื่อที่จะเพิ่มอาวุธมาคุ้มกันคันกั้นน้ำไม่ให้ประชาชนมาพังแค่นั้นหรือครับ..สุดยอดของความคิดเลยน่ะเนี๊ย คิดว่ากระบอกปืนสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมกันได้จริงๆหรือครับ คนที่เดือดร้อนขนาดนี้เค้าไม่เวลากลัวที่จะมีทหารมายืนถือปืนแล้ว ถามหน่อยถ้า ปชช. ไม่เชื่อฟังน่ะ ..จะยิง ปชช.จริงๆหรือครับ..ใครก็ได้ตอบหน่อยซิครับท่านชอบกันอย่างนี้หรือ. q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 21 ต.ค. 11, 12:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อยากให้ประกาศ พรก.ฉุกเฉินเพื่อที่จะเพิ่มอาวุธมาคุ้มกันคันกั้นน้ำไม่ให้ประชาชนมาพังแค่นั้นหรือครับ..สุดยอดของความคิดเลยน่ะเนี๊ย คิดว่ากระบอกปืนสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมกันได้จริงๆหรือครับ คนที่เดือดร้อนขนาดนี้เค้าไม่เวลากลัวที่จะมีทหารมายืนถือปืนแล้ว ถามหน่อยถ้า ปชช. ไม่เชื่อฟังน่ะ ..จะยิง ปชช.จริงๆหรือครับ..ใครก็ได้ตอบหน่อยซิครับท่านชอบกันอย่างนี้หรือ. q*069
v
v
v

อย่าจิตวิตกมากไปเลยครับ..ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นหากเรามีผู้นำที่เข้มแข็งพอ
15ล้านเสียงหายไปไหน...หรือไปกับสายน้ำหมดแล้ว..เขาเลือกท่านมา..สุดท้าย..สิ่งที่ท่านมอบให่เขา..น่าประทับใจจริงๆครับ..




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 22 ต.ค. 11, 02:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณคิมกลับไปเข้าห้องเรียนต่อดีกว่าไหมหลาน...
ปัญหามันยังจะเกิดขึ้นอีก หากตราบใดมวลน้ำยังไม่พ้นแผ่นดินไป
ที่สำคัญยิ่งปลายๆ มันจะยิ่งรุนแรงและอันตรายหากยังดื้อดึงฝืนธรรมชาติมันอยู่แบบนี้...หากคิดผิด ทำผิด ก็อย่าฝืน อย่าอายที่จะเปลี่ยนความคิด
เพราะธิฐิของท่านผู้นำจะทำให้ประเทศหายนะมากขึ้น...อย่าเอาแต่ปลอบใจตนเองและประชาชนว่า "เราเอาอยู่" สุดท้ายก็มีแค่คำว่า "เราเสียใจ" บอกประชาชนไปเลยว่า ไม่รับรอง 100% แต่ขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา เตรียมน้ำ อาหาร หรือถ้าปลอดภัยที่สุด อพยพไปอยู่บ้านญาตที่ใดก็ได้ต่างจังหวัดโดยเฉพาะคนป่วย คนชราและเด็ก

ตอนนี้ รู้สึกว่าประเทศไทยไร้ผู้นำ ไร้ทิศทาง ไร้อนาคต ทุกคนต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด


ขอบคุณค่ะ!!

สักวัน....เราจะโต๊ เราจะโต

q*021q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 22 ต.ค. 11, 10:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
v
v
v

อย่าจิตวิตกมากไปเลยครับ..ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นหากเรามีผู้นำที่เข้มแข็งพอ
15ล้านเสียงหายไปไหน...หรือไปกับสายน้ำหมดแล้ว..เขาเลือกท่านมา..สุดท้าย..สิ่งที่ท่านมอบให่เขา..น่าประทับใจจริงๆครับ..



ขอโทษที่จิตวิตกมากไป..ลืมไปว่าประเทศเรามีกระสุนยางใช้. q*070

แล้วท่าน intervintion มั่นใจกล้าการันตีถึงขนาดนี้..ว่าทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นหากเรามีผู้นำที่เข้มแข็งพอ ในฐานะอะไรหรือครับ coco.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
bensmars
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 25 ต.ค. 11, 13:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิดมากกันเกินไปรึเปล่า พวกท่านคิดว่าสถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้มันนำพาอะไรมาบ้าง 1. ความแตกแยกระหว่างชุมชน ก็เรื่องกั้นน้ำกันนั่นแหละ 2. ลักเล็กขโมยน้อย ลำพังตำรวจคิดว่าพอที่จะจับรึไง 3. ข้าวยากหมากแพง ตอนนี้ขาดแคลนอาหารกันไปทั่ว กักตุนสินค้าก็หนักแล้ว ยังเจอขูดเลือดกับของแพงอีก 4. ปัญหานักเลง ผู้มีอิทธิพล อันนี้เจอบ่อย การออก พรก. ก็เพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ ขอย้ำ เจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ไม่ได้มีเฉพาะทหาร ปลัด นายอำเภอ ตำรวจ เทศกิจ อาสาที่ทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ ก็มีความหมายเดียวกัน เพื่อให้พวกเขามีอำนาจที่จะดำเนินการใดๆที่จะทำให้นโยบายของรัฐบาลเป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่ใช่ว่า ออก พรก. แล้วทหารมีสิทธิยิงคนได้ บ้ารึเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เพราะรัฐบาลสั่ง ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลสั่งให้เปิดประตูน้ำ แล้วชาวบ้านไม่ยอม เจ้าหน้าที่ก็สามารถทำการเปิดประตูน้ำได้หากประชาชนขัดขวางก็มีสิทธิจับกุม หรือควบคุมตัวไว้จนกว่าจะเปิดประตูน้ำสำเร็จ ถ้าไม่มี พรก. ก็จะเป็นอย่างที่ออกข่าว โดนตีหัวร้างข้างแตกหนีกันแทบไม่ทัน เพราะมันเกินอำนาจของเจ้าหน้าที่เขา พอเข้าใจกันรึยังครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  รัฐบาลไทย ประกาศภาวะฉุกเฉิน กัวเตมาลา 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม