หน้า: 1 ... 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม  (อ่าน 10707 ครั้ง)
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1710 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 16:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

แช่มจะต้องตีกระหน่ำ จนกว่าเค้าจะเกิดปัญญา จึงเท่ากับรับผิดชอบสังคม หรือคะ q*033


ถ้าป้าแช่มจะต้องตีกระหน่ำ จนกว่าเค้าจะเกิดปัญญา เท่ากับว่า ไปยุ่งเรื่องของเขามากไป

แต่ถ้าเขาพูดแบบขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เรามีส่วนช่วยตีกระหน่ำเขาให้รู้สึกตัวบ้าง q*038 แม้เขาจะยังไม่เกิดปัญญาก็ตาม แต่เขาก็อาจจะคงไม่กล้าพูดอะไรพล่อยๆอีก q*026



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #1711 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 16:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*070

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1712 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 16:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถ้าป้าแช่มจะต้องตีกระหน่ำ จนกว่าเค้าจะเกิดปัญญา เท่ากับว่า ไปยุ่งเรื่องของเขามากไป

แต่ถ้าเขาพูดแบบขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เรามีส่วนช่วยตีกระหน่ำเขาให้รู้สึกตัวบ้าง q*038 แม้เขาจะยังไม่เกิดปัญญาก็ตาม แต่เขาก็อาจจะคงไม่กล้าพูดอะไรพล่อยๆอีก q*026




หนายยยย)))ครายยยย)))) ใครพูดพล่อยๆ เด๋วไข่ไปทุบให้ q*101




ของไข่เค้าอ้างอิงครูเกิ้ลได้ทุกเรื่องเลยน๊า))))) q*083q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1713 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 17:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*013 อาจเป็นมุมที่เจ้วบอกมานะคะ พอเถียงมากๆเข้า ไข่ก็สรุป
และขอโทษขอโพย แล้วก็จะขอเป็นผู้ชมซะงั้น q*081q*081 มาค่ะ ชวนพี่ใหญ่ ณ ชิดขวา
ขยับเข้ามาตรงกลางๆกันค่ะ q*070 แต่ยังเคืองอยู่เลย เท่าที่รู้ตัวมา ไม่เคยเห่าๆๆๆ
แล้วไม่รับผิดชอบ นะคะ


ถ้าป้าแช่ม รู้ตัวมาว่า ไม่เคยเห่าๆๆๆ แล้วจะไปเคืองทำไมละครับ q*031q*027




ถึงแม้ คำพูด หรือความคิด จะไม่ออกมาบล็อคเดียวกันหมด แต่ทุกคน ควรพูดอย่างมีความรับผิดชอบ q*077

ความคิดเห็นของใครก็ของมันก็ถูก แต่ก็ต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเองทุกครั้ง q*033

ไม่ใช่สักแต่ว่ามีปากไว้พูด อยากพูดอะไรก็พูด พูดๆๆๆๆๆ q*019 เถียงๆๆๆๆ q*018
แค่คิดว่าดี ว่าถูกก็พูดไปเรื่อยๆ อย่างนี้ก็ไม่ต่างกะหมาที่เห่าๆๆๆๆ เพราะหมามันเข้าใจว่าดี ว่าควรทำ
แต่จริงๆแล้ว บางครั้ง หมามันไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เพราะเป็นสัญชาตญาณของหมา แต่คนมีจิตสำนึก มีปัญญา ต้องทำได้ดีกว่า

จึงจะได้ชื่อว่า เป็นคนพูดดี อย่างแท้จริง q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1714 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 17:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



พี่ใหญ่เห็นว่าไข่ไม่ได้เริ่มเสียศูนย์
แต่เสียศูนย์มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ห่างวัดมาก็เริ่มอารมณ์เสียง่าย ตอบคำถามในกระทู้คนอื่นก็เริ่มหลุดอารมณ์ก้าวร้าว รุนแรง อารมณ์เสียง่าย ซึ่งป้าแช่มยังว่า ไข่เปลี่ยนไปทางใจร้อนขึ้น และไข่เองก็ยอมรับว่า นี่แหละ ตัวจริงของไข่เลย

ลองสังเกตุดู ...เวลาไข่เสียศูนย์ มักจะตอบแบบไม่มีเหตุผลและก้าวร้าว q*076
แต่พอมีสติ ไข่จะเปลี่ยนไปคนละคน q*073

ขอยืนยันอีกครั้ง พี่ใหญ่ มองต่างมุมว่า ป้าแช่มยืดหยุ่นจนไข่กลับมาเสียศูนย์อีกครั้ง q*077

คล้ายๆเด็กเกเรที่มีผู้ใหญ่(แบบพ่อแม่รังแกฉัน กลัวลูกจะเสียใจ )ให้ทายถือหางอยู่ เด็กเลยได้ใจ q*027 กลับมาฮึดสู้ท้าทายอีก q*076


ความจริงก็คือ การกลับคืนชีพของไข่ ไม่ใช่เพราะป้าแช่มสักหน่อย ไข่กลับมาชี้ขุมทรัพย์ให้พ่อมหาฯต่างหาก q*073




ปล. ไข่ไม่มีหางให้ถือด้วย ขอบอก q*075
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1715 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 17:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตัวจริงของไข่
ไปเข้าวัดตั้งศูนย์ใหม่
ห่างวัดแล้วเสียศูนย์อีก เฮ้อ q*026
V
V
V


q*074 ฮึ!!! q*075


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1716 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 17:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ตลกด้วยหรอกครับ
ขนาดเถียงคำสอนของพระอริยสงฆ์ เป็นลูกเป็นหลานถูกตีแน่ๆ q*038 ไม่งั้นลามปรามไปกันใหญ่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
นี่ขนาดจะประยุกต์คำสอนกันทีเดียว q*038
อย่างนี่แหละครับ เรียกว่าคิดน้อย

ที่ว่าป้าแช่มติดเชื้อไข่เน่า เพราะหลังๆเริ่มจะคิดเองเออเองซะละ

อย่างไข่เน่านี่ ไม่มีในตำรา ก็ว่าเป็นไปได้ แต่ไม่ยอมพิสูจน์ว่า เป็นความรู้ใหม่ที่ไม่เคยมีในตำรา จะสรุปเอาเองดื้อๆเลย ส่วนป้าแช่ม ก็ประยุกต์หลักธรรมเอง ทั้งๆที่ยังไม่เคยลงมือ พิสูจน์ตามคำสอนของหลวงพ่อชาเลย ก็เอาแต่เถียงๆๆๆ ฉอดๆๆๆ แบบตลกๆ เฮ้อ

โตๆกันแล้วนะ q*026 ตลกไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลา q*038 เฮ้อ q*027


เอาอย่างนี้ฮะ มาตั้งต้นใหม่ พ่อมหาฯไปลากมาว่าเรื่องไหนบ้าง ไข่จะไปค้นที่มาของเรื่องเหล่านั้นมาอ้างอิงให้ดูฮะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1717 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 20:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดียามค่ำคืนครับ พี่มหา ไข่เจียว ป้าแช่ม กระถิน และเพื่อนๆทุกคนครับ.... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1718 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 20:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หาเจอแระ q*071


ท้องอืด.... อาหารไม่ย่อย (ตอนที่ 2)

ศ.พญ.ศศิประภา บุญญพิสิฏฎ์
ภาควิชาอายุรศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล



ถาม. ลักษณะอาการท้องอืด มีลักษณะอาการอย่างไร
ตอบ. ได้แก่ อาการ ที่มีการปวดท้องส่วนบน ท้องอืด แน่นท้อง มีลมในท้อง ต้องเรอบ่อยๆ บางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อิ่มเร็ว หรือบางคนอาจจะมีอาการแน่นท้อง แม้กินอาหารเพียงเล็กน้อย แสบบริเวณหน้าอก

ถาม. สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด เกิดจากสาเหตุอะไร
ตอบ. สาเหตุอาจจะเกิดจากหลายอย่างด้วยกัน
1. โรคในระบบทางเดินอาหารเอง ได้แก่ โรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร พยาธิในทางเดินอาหาร เป็นต้น
2. โรคที่เกิดจากสิ่งภายนอก ได้แก่ ยาต่าง ๆ ที่เรารับประทาน ยาหลายชนิดจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่ ยาแก้ปวดข้อทั้งหลาย ยาบางชนิด จะทำให้กระเพาะ และลำไส้บีบตัวน้อยลง เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาปฏิชีวนะบางอย่าง เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอลเป็นส่วนผสม เช่น เหล้า เบียร์ จะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ บุหรี่ อาหารที่ย่อยยากหลายอย่าง รวมทั้งอาหารที่มีกากมาก ๆ อาหารรสจัด
3. โรคของทางเดินน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี
4. โรคของตับอ่อน
5. โรคทางร่างกายอย่างอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคต่อมไทรอยดพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร มีส่วนเกี่ยวข้อกับอาหารท้องอืด

ถาม. พฤติกรรมในการรับประทานอาหารมีส่วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องอืดหรือไม่
ตอบ. พฤติกรรม ในการรับประทานอาหาร มีส่วนด้วยอย่างแน่นอน เช่น การรับประทานอาหารรสจัด จะทำให้เยื่อบุอาหารอักเสบ การรับประทานอาหารรีบร้อน เคี้ยวไม่ละเอียด รับประทานครั้งละมากไป รวมทั้งรับ ระทานอาหารย่อยยาก รับประทานอาหารมัน
อาหารประเภทผักจะมีเส้นใยปริมาณมาก ร่างกายเราไม่มีน้ำย่อยที่จะทำการย่อย เส้นใยเหล่านั้น แบคทีเรียในลำไส้จะเป็นตัวช่วยย่อยทำให้เกิดมีกรดบางอย่างนั้น อาจจะทำให้ท้องอืดได้ ถ้ารับประทานมากไป แต่อาหารที่มีเส้นใยมากก็จะมีประโยชน์ในเรื่องของการขับถ่ายจะทำให้ขับถ่ายสะดวก อาหารประเภทนม ในคนแถบเอเชียจะไม่มีน้ำย่อยที่ย่อยนม หรือมีปริมาณน้อย เมื่อรับประทานจะทำให้มีอาหารท้องอืด หรือท้องเสีย ได้ถ้ารับประทานมาก

ถาม....

.......


กรณีแพ้ผักก็มีนะ แต่ไข่ไม่ได้แพ้ผัก ไข่ไม่สบายกับการปวดท้อง ขับถ่ายไม่ปกติ จะเป็นเวลาที่ไข่ฮึดทานผักมากๆ เช่นมื้อนั้นทานสลัดผักอย่างเดียว หรือทานผักมากเป็นประวัติการณ์ เป็นต้น ถ้าอย่างทานสุกี้ ข้าวราดกับข้าวที่มีผักบ้างทั่วๆไป ก็ไม่เป็นไร q*032

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1719 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 20:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพื่อนๆทุกคนครับ..ถ้าทุกคนจะถกกันเพื่อก่อเกิดปัญญาผมก็เห็นด้วยนะครับ

แต่ถ้าจะถกกันเพื่อชัยชนะ ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ..พวกเราเป็นเพื่อนกัน

ใช่หรือเปล่าครับ......... q*078

ผมพยายามบอกหลายครั้งแล้วว่าเราควรวางตัวตนของเราบ้างครับ.. q*027

ฟังคนอื่นบ้างครับ..คนที่ไม่ได้คิดเหมือนเรา..ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาผิดหรอกนะครับ... q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1720 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 20:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมจะเล่าเรื่องจริงให้ฟังสักเรื่องหนึ่งนะครับ.... q*021

คนเรามักจะยึดถือตนเองเป็นหลักครับ...อย่างเช่นคนที่มีอาชีพดีๆ

เป็นที่ยกยอของสังคม..คนเหล่านี้มักคิดว่าตนเองนั้นดีแล้ว และมัก

จะมองคนอื่นว่ามีความคิดต่ำกว่าเสมอ....ยิ่งเรียนสูงก็ยิ่งคิดว่าตนเอง

นั้นสูงส่ง.....แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นครับ

คนเรามักยึดถือคนด้วยชาติตระกูลและการศึกษา...แต่ผมขอบอกด้วยความจริงใจนะครับ

ถ้าคนเหล่านั้นผลัดหลงเขามาในสังคมของผมเมื่อไหร่..พวกเขาก็ไม่มีค่าไปกว่า

คนเก็บขยะ หรือขอทานเลยครับ.......ต่อให้เขาร่ำรวยมหาศาล หรือมีการศึกษาสูงๆ

ผมก็ต้องทำให้เขายกมือไหว้ เด็ก ป.6 อย่างผมครับ..... q*016

ในนิทานก็มีบอกไว้ว่า ราชสีห์ยังต้องให้หนูตัวเล็กๆช่วยเลยครับ.... q*020


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1721 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 20:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หาเจอแระ q*071


ท้องอืด.... อาหารไม่ย่อย (ตอนที่ 2)

ศ.พญ.ศศิประภา บุญญพิสิฏฎ์
ภาควิชาอายุรศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล



ถาม. ลักษณะอาการท้องอืด มีลักษณะอาการอย่างไร
ตอบ. ได้แก่ อาการ ที่มีการปวดท้องส่วนบน ท้องอืด แน่นท้อง มีลมในท้อง ต้องเรอบ่อยๆ บางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อิ่มเร็ว หรือบางคนอาจจะมีอาการแน่นท้อง แม้กินอาหารเพียงเล็กน้อย แสบบริเวณหน้าอก

ถาม. สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด เกิดจากสาเหตุอะไร
ตอบ. สาเหตุอาจจะเกิดจากหลายอย่างด้วยกัน
1. โรคในระบบทางเดินอาหารเอง ได้แก่ โรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร พยาธิในทางเดินอาหาร เป็นต้น
2. โรคที่เกิดจากสิ่งภายนอก ได้แก่ ยาต่าง ๆ ที่เรารับประทาน ยาหลายชนิดจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่ ยาแก้ปวดข้อทั้งหลาย ยาบางชนิด จะทำให้กระเพาะ และลำไส้บีบตัวน้อยลง เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาปฏิชีวนะบางอย่าง เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอลเป็นส่วนผสม เช่น เหล้า เบียร์ จะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ บุหรี่ อาหารที่ย่อยยากหลายอย่าง รวมทั้งอาหารที่มีกากมาก ๆ อาหารรสจัด
3. โรคของทางเดินน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี
4. โรคของตับอ่อน
5. โรคทางร่างกายอย่างอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคต่อมไทรอยดพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร มีส่วนเกี่ยวข้อกับอาหารท้องอืด

ถาม. พฤติกรรมในการรับประทานอาหารมีส่วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องอืดหรือไม่
ตอบ. พฤติกรรม ในการรับประทานอาหาร มีส่วนด้วยอย่างแน่นอน เช่น การรับประทานอาหารรสจัด จะทำให้เยื่อบุอาหารอักเสบ การรับประทานอาหารรีบร้อน เคี้ยวไม่ละเอียด รับประทานครั้งละมากไป รวมทั้งรับ ระทานอาหารย่อยยาก รับประทานอาหารมัน
อาหารประเภทผักจะมีเส้นใยปริมาณมาก ร่างกายเราไม่มีน้ำย่อยที่จะทำการย่อย เส้นใยเหล่านั้น แบคทีเรียในลำไส้จะเป็นตัวช่วยย่อยทำให้เกิดมีกรดบางอย่างนั้น อาจจะทำให้ท้องอืดได้ ถ้ารับประทานมากไป แต่อาหารที่มีเส้นใยมากก็จะมีประโยชน์ในเรื่องของการขับถ่ายจะทำให้ขับถ่ายสะดวก อาหารประเภทนม ในคนแถบเอเชียจะไม่มีน้ำย่อยที่ย่อยนม หรือมีปริมาณน้อย เมื่อรับประทานจะทำให้มีอาหารท้องอืด หรือท้องเสีย ได้ถ้ารับประทานมาก

ถาม....

.......


กรณีแพ้ผักก็มีนะ แต่ไข่ไม่ได้แพ้ผัก ไข่ไม่สบายกับการปวดท้อง ขับถ่ายไม่ปกติ จะเป็นเวลาที่ไข่ฮึดทานผักมากๆ เช่นมื้อนั้นทานสลัดผักอย่างเดียว หรือทานผักมากเป็นประวัติการณ์ เป็นต้น ถ้าอย่างทานสุกี้ ข้าวราดกับข้าวที่มีผักบ้างทั่วๆไป ก็ไม่เป็นไร q*032




ไข่เจียว(ของผม)...... q*043

ร่ายยาวเป็นหางว่าวเลยนะครับ.......... q*020

พักๆบ้างนะ....เป็นห่วงครับ...... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1722 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 21:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เด็กอังกฤษแพ้ผักผลไม้เพิ่มขึ้น

ลอนดอน 15 เม.ย.2009- ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า พบเด็กในอังกฤษมีอาการแพ้ผักและผลไม้เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนมากกว่าเด็กแพ้ถั่วแล้วในขณะนี้

ดร.พาเมลา อีวาน แพทย์ที่ปรึกษาด้านภูมิแพ้ โรงพยาบาลแอดเดนบรู้คในเมืองเคมบริดจ์ เผยว่า ตรวจพบผู้ป่วยภูมิแพ้มากกว่าปีละ 8,000 คน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยแพ้ผักและผลไม้เพิ่มขึ้นมาก ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น อาการแพ้ เช่น ปากและคอบวม หายใจลำบาก สถานการณ์คล้ายกับการพบผู้ป่วยแพ้ถั่วจำนวนมากช่วงทศวรรษหลังปี 1990 จึงฝากเตือนผู้ปกครองระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก เพราะผักผลไม้ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

ดร. อีวาน เผยว่า เริ่มแรกที่พบผู้ป่วยแพ้ผักผลไม้ไม่คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะมีเพียงอาการคันในปาก แต่ระยะหลังพบผู้ป่วยอาการหนักถึงขั้นคอบวมจนทำให้หายใจลำบาก เธอยกตัวอย่างเด็กนักเรียนชายวัย 15 ปีคนหนึ่งว่ารู้ตัวว่าแพ้กล้วยเมื่ออายุ 11 ปี เมื่อทดสอบต่อไปพบว่าเขาแพ้ผลไม้อื่น ๆ ด้วย จึงต้องระมัดระวังอย่างมากในการรับประทานผลไม้ที่คนทั่วไปสามารถรับประทาน ได้ตามปกติ ดร.อีวานประเมินว่า หลังจากนี้ไป 50 ปี ทุกคนจะกลายเป็นภูมิแพ้

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยันว่า การแพ้ผักผลไม้กำลังเป็นปัญหารุนแรงขึ้น และจะส่งผลต่อผู้ที่แพ้ละอองเกสรอยู่แล้วเพราะโปรตีนในละอองเกสรทำปฏิกิริยา กับโปรตีนในผักผลไม้ สันนิษฐานว่าอนุภาคของไอเสียรถยนต์ไปทำให้ละอองเกสรกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิ แพ้มากขึ้น.-สำนักข่าวไทย

ลิ้งค์ข้อมูล..

เด็กอังกฤษแพ้ผักผลไม้เพิ่มขึ้น - PUBLIC HOT COMMUNITY
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว(ของผม)
เรทกระทู้
« ตอบ #1723 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 21:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไข่เจียว(ของผม)...... q*043

ร่ายยาวเป็นหางว่าวเลยนะครับ.......... q*020

พักๆบ้างนะ....เป็นห่วงครับ...... q*021




ปลูกเรือน..ต้องตามใจผู้อยู่ q*077

ชนิดของคำตอบ.. ต้องตามใจผู้ถามฮะ q*020---> ประโยคนี้ไข่แต่งเองฮะ q*021 โปรดใช้อารมณ์ขัน ในการรับชม q*012q*012

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1724 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 21:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*022 แวะมาไน้ท์จุ๊บพี่ไข่ค่า q*081q*066
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1725 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 21:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ราตรีสวัสดิ์ป้าขรา ศิษย์พี่ใหญ่ พี่มิค คุนพี่ถินถิน น้องนิว และพี่น้องโซฟ้าทุกท่านนะค๊า ..ไน้ท์ๆค่า q*061q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียวรูปหล่อ
เรทกระทู้
« ตอบ #1726 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 22:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*022 แวะมาไน้ท์จุ๊บพี่ไข่ค่า q*081q*066


น้องฟ้ามาเยี่ยมกองโต้วาทีถึงหลังบ้านเลย q*077 สุขสันต์วันเกิดน้องฟ้าอีกรอบนะฮะ อายุมั่น ขวัญยืน สวยน่ารักทั้งกายและใจ มีความสุข และเป็นความสุขของทุกคนที่ได้พบเจอเลยนะฮะ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1727 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 08:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บทความนี้ เพื่ออ้างอิง ว่ายาพอนสแตน ใช้ลดอาการปวดไมเกรนได้ q*077

ไมเกรน ตอน 2 กลุ่มยารักษาไมเกรน
posted on 26 Nov 2010 11:01 by drcarebear in Health


โรคไมเกรน เป็นโรคที่พบได้บ่อย และเป็นโรคที่ทำให้เกินอาการปวดศึรษะแบบรุนแรง อาการปวดบางครั้งรุนแรงจนไม่สามารถทำงานต่อได้ ต้องหยุดทำงาน เวลาปวดอาจปวดแบบตุ๊บ ๆ ตามจังหวะชีพจร หรือปวดบีบ ๆ อาจจะสัมพันธ์กับแสงหรือเสียงที่จะมากระตุ้น บางรายจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หรือบางรายจะเห็นเป็นแสงแวบ ๆ หรือที่เรียกว่า Aura

บทความเกี่ยวกับยานี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้ซื้อหายาเอง หรือปรับยาเอง เพียงเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่เป็นไมเกรนเท่านั้น เพราะยาแต่ละกลุ่มแต่ละตัว มีผลข้างเคียง มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ยาสำหรับไมเกรน ไม่ได้ช่วยให้รักษาให้หายขาด แต่สามารถลดอาการปวดลงได้ และอีกกลุ่มจะใช้ในการป้องกันการเกิดไมเกรน

การตอบสนองต่อยาแก้ปวดไม่แน่นอน บางคนให้เพียง Paracetamol อาการก็ดีขึ้น บางคนต้องใช้ยาที่แรงขึ้นเช่นกลุ่ม NSAIDS เช่น Ponstan , Ibruprofen หรือ Naproxen โดยยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์เพียงเพื่อลดอาการปวดเท่านั้น

อาการของไมเกรนเกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดในสมอง จึงมีการใช้ยาในกลุ่มที่ชื่อว่า Triphans เพื่อช่วยในการหดตัวของเส้นเลือด และช่วยลดกลไกในการเกิดวงจรทางเคมีที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรน

ดังนั้นแนวทางในการรักษาไมเกรนจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการปวดรุนแรงทุกสัปดาห์ หรือยาไม่สามารถช่วยลดอาการปวดได้
แต่ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ออกฤทธิ์โดยตรงในการป้องกันการเกิดไมเกรน แต่มียาหลายตัวที่ออกฤทธิ์ช่วยได้บ้างเช่นยากลุ่ม antidepressant (ยาสำหรับภาวะซึมเศร้า) antiseizure (ยากันชัก)
ชนิดของกลุ่มยารักษาไมเกรน
•กลุ่มแรก กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ใช้รักษา เมื่อเริ่มมีอาการพยายามเริ่มยาแต่เนิ่น ๆ จะได้ผลดีกว่า
•กลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่ป้องกันการเกิดไมเกรน
กลุ่ม NSAIDS

•ยาที่มีจำหน่ายทั่วไปสำหรับอาการปวดคือ ไม่ว่าจะเป็น Ponstan, Naproxen, Brufen
•กลุ่มนี้ต้องระวังเรื่องการกัดกระเพาะ ควรทานหลังอาหารทันที
•บางคนไม่สามารถทานได้เนื่องจากอาการแพ้
กลุ่ม Ergot alkaloid
เช่น Cafergot จะมีฤทธิ์ในการทำให้เส้นเลือดหดตัว constrict blood vessel แต่บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากยากลุ่มนี้ได้

กลุ่ม Triptans
กลุ่มนี้จะช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัวเช่นกัน ที่รู้จักกันดีคือ Zolmitriptan (Zomig) แต่เป็นยาที่ราคาแพงมาก แต่เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพดี มีผลช่วยในการป้องกันการเป็นซ้ำได้ ถือว่าได้ผลดีกว่ากลุ่ม Ergot

หลายคนต้องทานยาพร้อมกันหลายชนิด หลายคนทานยาแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น แม้กระทั่งหมอบางคนก็ยังต้องทนกับอาการปวดหัว แต่มีบางคนไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ระวังเรื่องความเครียด นั่งสมาธิ อาการปวดหัวพวกนี้ก็ดีขึ้น ดังนั้นอย่าหวังพึ่งแต่ยานะครับ พฤติกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ

พูดคุยกับ Dr.Carebear Samitivej
http://www.facebook.com/DrCarebear



อ่านยากหน่อยก็ขออภัยนะฮะ ใช้เครื่องของที่ทำงาน จะ Hi Light ลำบากมาก ถ้าข้อมูลเยอะๆ q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1728 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 08:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และนี้ก็อีกบทความยืนยัน q*077

q*027q*027 เอ่ออ เค้าไม่ให้ก๊อบอ่ะ q*027q*030 ขออภัย ตามลิ้งค์ไปอ่านเองก็แล้วกันนะฮะ q*027

v
v
v

PHYATHAI HOSPITAL
:www.phyathai.com/.../new/.../popup_cms_article_detail.php?... - แคชคุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
ตัวกระตุ้นไมเกรนจะมุ่งหน้าไปรวมกันที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส ... (motilium, plasi) ยาแก้ปวดกลุ่มพารา หรือ NSAID (ponstan, brufen) และยาไมเกรน โดยตรง (cafergot, ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1729 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 09:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คัดมาบางส่วนเพื่อยืนยันว่า เภสัชกร ไม่ใช่แค่ "หมอตี๋" ที่ฟังดูเล็กๆ แต่หมอใหญ่ ก็พลาดได้เรื่องการให้ยา ก็หมอใหญ่ จะไปรู้รายละเอียดของยาแต่ละชนิดได้เท่าหมอตี๋ได้อย่างไร จริงป่ะ q*077
v
v
v

ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ การบริหารยาที่ไม่เหมาะสม (32.94%) โดยส่วนมากเป็นการให้ยาเกินขนาด (10.59%) ได้แก่ ผู้ป่วย ESRD (End-stage renal disease) มี CrCL 8 ml/min แพทย์สั่ง vancomycin 1 gm iv q 4 hr ขนาดยาแนะนำควรเป็น ทุก 4-7 วัน และผู้ป่วยรายนี้ได้รับ meropenem ร่วมด้วยทำให้การทำงานของไตไม่ดี เภสัชกรจึงเสนอแนะให้ยาทุก 7 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นจึงค่อยพิจารณาเพิ่มขนาดยาเป็นทุก 4 วัน และควรส่งตรวจวัดระดับยาเพื่อใช้พิจารณาปรับขนาดยา หรือ การคัดลอกการสั่งใช้ยาผิดพลาดของแพทย์ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาด เช่น seretide MDI แพทย์เคยสั่ง 2 puff bid ต่อมาแพทย์ทบทวนการสั่งใช้ยา (review treatment) ด้วยนักศึกษาแพทย์เป็น 6 puff bid ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาดมาตลอด (ขนาดยาสูงสุดสำหรับยานี้ไม่ควรเกิน 2 puff bid) ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบการสั่งใช้ยาที่มีวิถีการให้ยาที่ไม่เหมาะสม ยาที่พบบ่อยที่สุดคือ tienam และ clindamycin โดยแพทย์ส่วนใหญ่จะสั่งฉีดเข้าเส้นเลือด โดยไม่ได้เขียนให้หยดเข้าเส้นเลือดดำอย่างช้าๆ ซึ่งการให้ tienam เข้าเส้นเลือดอย่างเร็วอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ความดันต่ำ มึนงง และเหงื่อออกได้ หรือ clindamycin การให้ยาเร็วอาจทำให้เกิดความดันต่ำและหัวใจหยุดเต้นได้ ปัญหารองลงมาคือการไม่ได้รับยาที่สมควรได้รับ(10%)และการไม่ได้รับยาตามแพทย์สั่ง(10%) การไม่ได้รับยาที่สมควรได้รับ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเคยได้รับsimvastatin แต่เมื่อเข้ารับการรักษาครั้งนี้แพทย์สั่งหยุดยาเนื่องจากผู้ป่วยบ่นปวดเมื่อย แต่เมื่อดูระดับ creatine kinase พบว่าไม่สูงดังนั้นการปวดกล้ามเนื้อครั้งนี้ไม่น่าจะเกิดจากยา เภสัชกรจึงปรึกษาแพทย์ให้ simvastatin ต่อ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาตามมาตรฐานการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ ผู้ป่วยเคยมีประวัติเป็นโรคกระเพาะ มีระดับ Hemoglobin(Hb) Hematocrit (Hct) และ เกล็ดเลือดต่ำ แพทย์สั่งใช้ Sulperazone แต่ไม่ได้ให้ Vitamin K เสริม ซึ่ง Sulperazone สามารถทำให้เกิดเลือดออกได้โดยไปรบกวนการสร้าง Vitamin K ที่ผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้เล็ก และลดการทำงานของ Prothrombin ด้วยการจับกับ methyltetrazolethiol side chain เภสัชกรจึงปรึกษาแพทย์สั่งเพิ่มยาฉีด Vitamin K สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เป็นต้น ส่วนการไม่ได้รับยาที่แพทย์สั่ง ได้แก่ แพทย์เขียน xanthine 1x2 pc เนื่องจากไม่มีชื่อการค้านี้ พยาบาลจึงเขียนในใบบันทึกสหสาขาวิชาชีพว่าไม่มี แต่แพทย์ไม่ได้อ่านจึงทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับยามาตลอดการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและไม่สามารถควบคุมอาการหอบได้ เภสัชกรได้ทำการทบทวนการใช้ยาเดิมพบว่าเคยใช้ xanthium (theophylline) จึงปรึกษาแพทย์เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาและเขียนชื่อยาให้ถูกต้อง


จากปัญหาการรักษาด้วยยาเภสัชกรสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหา 200 ครั้ง( 58.82%) และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 140 ครั้ง (41.18%) ค่าเฉลี่ยระดับความสำคัญทางคลินิกของการบริบาลทางเภสัชกรรมเป็น 3.92 0.74 ซึ่งใกล้เคียงกับการศึกษาของ Nickerson และคณะ (4.16  0.38)4 และการเสนอแนะจากเภสัชกรเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการรักษาด้วยยาส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 4 (significance= 48.53%) เช่นเดียวกับการศึกษาของ Nickerson และคณะ (56.6%)4 แสดงว่าการบริบาลเภสัชกรรมบนหอผู้ป่วยสามารถช่วยเพิ่มให้มีการใช้ยาตามมาตรฐานการใช้ยา (standard of practice) และผู้ป่วยได้รับการรักษาตามมาตรฐานการรักษาด้วยยาของโรคนั้นๆ (guideline) นอกจากนี้เภสัชกรยังสามารถช่วยให้การรักษาด้วยยามีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากมีข้อเสนอแนะจากเภสัชกรที่สามารถป้องกันอวัยวะสำคัญล้มเหลวได้ถึง 76 ครั้ง หรือ 22.35% (ระดับ 5 หรือ Very significance) ได้แก่ ผู้ป่วยได้รับ warfarin(5) 1x1 ก่อนนอน ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ และ dilantin(100) 3x1 ก่อนนอน ต่อมาเพิ่มขนาดยา dilantin เป็น 4x1 ก่อนนอน และ metronidazole(200) 2x3 pc เภสัชกรจึงปรึกษาแพทย์ช่วยตรวจวัด INR (International normalized ratio) เนื่องจาก dilantin และ metronidazole เพิ่มฤทธิ์ warfarin ซึ่งต่อมาพบว่า INR สูงขึ้นจาก 1.99 เป็น 5.8 แพทย์จึงทำการลดขนาดยา warfarin การให้ข้อเสนอแนะครั้งนี้ทำให้ป้องกันเลือดออกที่อวัยวะต่างๆได้ หรือแพทย์สั่ง Amphotericin B ร่วมกับ E.KCL เพื่อป้องกันการเกิด hypokalemia ต่อมาสั่งหยุด Amphotericin B แต่ยังมีการให้ E.KCL อยู่ และ ระดับโปตัสเซียมในเลือดเป็น 5 เภสัชกรจึงปรึกษาแพทย์เพื่อสั่งหยุดยาE.KCL เพื่อป้องกันการเกิด hyperkalemia ที่อาจนำไปสู่ arrhythmia และ หัวใจล้มเหลวได้ เป็นต้น

ส่วนการตอบสนองการให้ข้อเสนอแนะจากเภสัชกรเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาการรักษาด้วยยา เภสัชกรสามารถติดตามได้ 334 ครั้ง ซึ่งการตอบสนองส่วนใหญ่ยอมรับและปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ 298 ครั้ง (89.22%) มีเพียง19 ครั้ง(5.69%)ที่ไม่ยอมรับข้อเสนอแนะของเภสัชกร แสดงว่าบุคลากรทางสาธารณสุขและผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการรักษาด้วยยาและเภสัชกรถือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่สำคัญบุคคลหนึ่งในการร่วมดูแลรักษาผู้ป่วย นอกจากนี้การให้คำแนะนำปรึกษาผู้ป่วยก่อนกลับบ้านบนหอผู้ป่วยทำให้ทราบว่าผู้ป่วยมีค่าเฉลี่ยความรู้พื้นฐานของโรคและการปฏิบัติตัวเป็น52.7629.70% และ ยา 44.2028.23% ดังนั้นเภสัชกรบนหอผู้ป่วยสามารถทำการเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้ป่วยด้านโรคและการปฏิบัติตัว47.2429.70% และยา 55.8029.70% จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้านโดยเภสัชกรบนหอผู้ป่วยสามารถทำให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในด้านยาและโรคมากขึ้น อย่างไรก็ตามควรมีการติดตามปัญหาการรักษาด้วยยาและวัดความรู้ผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยมารับการบริการในครั้งต่อไป เพื่อให้บรรลุการให้การบริการแบบครบวงจรของการบริบาลทางเภสัชกรรม

สรุป
กระบวนการให้การบริบาลทางเภสัชกรรมสามารถช่วยค้นปัญหา และแก้ไขหรือป้องกันปัญหาการรักษาด้วยยาบนหอผู้ป่วย ทำให้เพิ่มคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย และเพิ่มความรู้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย รูปแบบและผลการให้การบริบาลทางเภสัชกรรมในการศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้หรือขยายการให้บริการไปยังผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ต่อไป

กิติกรรมประกาศ
ขอขอบพระคุณบุคลากรทางการแพทย์แผนกอายุรกรรม คณาจารย์ และ นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้การศึกษาครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า(ต่อ)
เรทกระทู้
« ตอบ #1730 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 09:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ข้อความยาวไป มาต่ออันนี้นะ ตะเอง q*077

v
v
v

เอกสารอ้างอิง
1. Nelson KM, Talbert RL. Drug-related hospital admission. Pharmacotherapy 1996;16:701-7.
2. Prince BS, Goetz CM, Rihn TL, Olsky M. Drug-related emergency department visits and hospital admission. Am J Pharm 1992; 49:1696-700.
3. Ives TJ, Bentz EJ, Gwyter RrE. Drug-related admissions to a family medicine inpatient service. Arch Intern Med 1987;147:1117-20.
4. Nickerson A, MacKinnon NJ, Roberts N, Saulnier L. Drug-Therapy Problems, Inconsistencies and Omissions Identified During a Medication Reconciliation and Seamless Care Service. Heathcare Quarterly 2005;8:65-72.
5. Strand LM, Morley PC, Cipolle RJ, Ramsey R, Lamsam GD. Drug Related Problems : Their Structure and Function. Ann. Pharmacother 1990;24:1093-97.
6. Hassan Y, Gan EK. Using Pharmacist Workup of Drug Therapy. In:Manual of Pharmacist Workup of Drug Therapy in Pharmaceutical Care. University of Sains Malaysia 1993;4-41.
7. Hatoum HT, Hutchinson RA, Witte KW, Newby GP. Evaluation of the contribution of clinical pharmacists: inpatient care and cost reduction. DICP Ann Pharmacother 1988;22: 252-9.
8. วงศ์นี กุลพรม. การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลจัตุรัส. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, กรุงเทพมหานคร:คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542.
9. วงศ์นี กุลพรม. การบริบาลทางเภสัชกรรมบนหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล 2003;13:22-8.
10. อัมพร คงทวีเลิศ, จรัส ซื่อภักดี. ปัญหาที่เกี่ยวกับการใช้ยาในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลสุโขทัย. ขอนแก่นเวชสาร 2541;22:12-20.

ลิ้งค์ของเรื่องนี้ทั้งหมด

Assessments of Pharmaceutical Care in Female-medical Ward in ...
www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T... - แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
หลักการและเหตุผล: การบริบาลทางเภสัชกรรมบนหอผู้ป่วย .... หากพบปัญหาการรักษาด้วยยา เภสัชกรจะให้คำแนะนำหรือปรึกษาหารือร่วมกับแพทย์ พยาบาล ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #1731 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 11:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไข่เห็นพ่อมหาฯแว๊บๆนะ เมื่อเช้านี้ แถวทู้เมืองนอกของถิงถิง q*031

แล้วนี่ซุ่มอยู่ล่ะสิ นี่แน่ะๆๆๆ q*038q*038q*038



ออกมาได้แล้ว ป้าแช่มให้อภัยแล้ว q*090


ปล.ป้าแช่มเค้าเข้าใจแหละ ว่าตะเองพูดเป็นอย่างเดียว แต่ทำให้คนฟังฟังรื่นหูไม่เป็น (โบราณเค้าเรียก "พูดไม่เข้าหู" ตายมาเยอะแระ q*026) อาศัยว่าจริงใจ ปรารถนาดีหรอก จึงพออภัย แต่ปรับปรุงวิธีการพูดหน่อยจะเป็นประโยชน์กับสังคมมากกว่านี้ เข้าใจ๋ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1732 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 12:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*022q*022q*022

สวัสดี ธรรมะ และข้อมูล เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ ไข่เจ้ว มิค สองถิง ซาโยจัง(มาไงเนี่ย q*081)


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจ้ว
เรทกระทู้
« ตอบ #1733 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 12:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ซาวัดดีก๊าบบบ ป้าแช่ม q*021 วันนี้เกษตรแฟร์วันแรกฮะ ป้าแช่มไปเดินป่าว ของไข่สองจิตสองใจฮะ อยากกลับบ้านล่ะมากกว่า ทำไมถึงอยากกลับแต่บ้านก็ไม่รู้ q*031

แต่งานที่ไข่จะไม่พลาดก็คืองานกาชาดฮะ q*077 ถึงอยากกลับบ้านยังไง ก็ต้องไปฮะ q*077 ว้าว))) เมื่อไหร่จะปลายมีค. เนาะ อิอิ.. q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1734 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ครับ สวัสดีครับ คุณป้าแช่ม q*014

ถือว่า เป็นการปะทะคารมแบบใช้เหตุใช้ผลละกันนะครับ

เอาเหตุผลมาสู้กัน โดยไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสิน เพราะเป็นอคติได้

ส่วนการทุบ q*038 ก็ถือว่า เป็นสัญลักษณ์ของการโต้แย้ง คัดค้าน ไม่เห็นด้วย จะมากจะน้อยก็เชิญตามสบาย ตามแต่ชอบละกันครับ คิดซะว่าเป็นEFFECTประกอบ action เอามันส์ ของแต่ละคน อย่าคิดมากว่า รุนแรง หรือเคร่งเครียดอะไรเลยนะครับ

ให้ดูที่เนื้อหาเป็นหลักนะครับ



่ถ้าป้าแช่ม ไม่ให้ทุบ ก็ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมมาอธิบายจนกว่าจะแจ่มแจ้ง มีข้อมูลที่เชื่อถือได้มายืนยัน มีหลักการที่ถูกต้อง q*062ตามวิชาการ หรือศีลธรรม ...เอาแบบมืออาชีพหน่อย q*073

ประเภทล้งเล้งๆ กล่าวหาลอยๆ q*018 ไม่เอานะครับ q*026



เช่น ถ้าบอกว่า ....อย่าเคร่งครัดเกินไปกับข้อมูลที่หามา ต้องอธิบายให้ละเอียดเลยว่า เคร่งครัดเกินไปตรงไหน q*031ยังไง q*032
ถ้าไม่ให้ครัดครัดตรงนี้ แล้วจะต้องอย่างไร q*031 ยังไง q*032 และ ชี้ตัวอย่างประกอบข้อมูลเดิมทุกครั้ง

หากเป็นเรื่องวิชาการ ควรมีข้อมูลวิชาการอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ยอมรับอย่างกว้างขวาง และสากล q*071 มาอ้างอิง เช่น เวปที่เป็นเชิงวิชาการ เป็นต้น

หากจะอ้างแต่คนโน้นว่าอย่างนี้ คนนั้นว่าอย่างนี้ แบบจำขี้ปากเขามาเล่า ไม่เอานะ q*039 เพราะ มันเหมือนเด็กๆทะเลาะกัน หาจุดสิ้นสุดไม่ได้

พูดง่ายๆ เอาแบบเวลาให้การตอนขึ้นศาล เอาเนื้อๆ ลำดับเหตุการณ์ให้ดี หลักฐานชัดๆ ทีละจุด ทีละเรื่อง ให้คณะลูกขุน ตัดสินใจรับฟังได้เข้าใจ และเห็นภาพตาม จะได้ตัดสินได้ง่าย



q*033 แช่มไม่เถียงเรื่องข้อมูลทางวิชาการเจ้าค่ะ ข้อต่างอีกส่วนของพี่ใหญ่
กับแช่ม คือรายละเอียด ที่ละอักษร ของพี่ใหญ่ ส่วนของแช่ม มองเจตนา จากมุมกว้าง
และผลสรุปรวม

ปกติ แช่มแค่วิ่งเข้าวิ่งออกทู้ คุยเป็นเพื่อนไข่เจ้วกับพี่ใหญ่ ได้อ่านข้อมูลบ้าง ตามไม่ทันบ้าง
จุดสุดท้าย ที่กระโดด เข้าวงสนทนาเต็มตัว คือตอนที่ไข่เจ้ว เปลี่ยนไปเป็นท่านผู้ชม



เหตุผลข้อที่หนึ่ง...ไข่ไม่มั่นใจที่จะโพสต์อะไรอีกเพราะไข่กลัวทำผิดต่อสาธารณชน



เหตุผลข้อที่สอง.......ก็ไข่ก็เลยแก้ไขด้วยการขอเป็นทั่นผู้ชมอย่างเดียว



เหตุผลข้อที่สาม....ไข่ก็อยู่แถวๆนี้แหละฮะ q*077




แช่มมองว่า นี่เป็นผล ของการนำข้อมูลทางวิชาการโดยละเอียด เคร่งครัด
มาใช้แนะนำ แก่กัน ปราศจากการห้ามพูดเล่น ห้ามโต้แย้ง และจงเร่งแก้ไข
เป็นสิ่งซึ่งพี่ใหญ่พอใจ แต่ไข่ไม่มั่นใจที่จะโพส อะไรเพราะไข่กลัวทำผิดต่อสาธารณะชน

จุดนี้เองเจ้าค่ะ ที่แช่มเห็น ว่าวิชาการบั่นทอน ความมั่นใจในตัวเองของไข่ จึงขอร่วมวงด้วย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1735 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 13:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*072 ลองทำแบบเปิดไว้หลายหน้าเพื่อความรวดเร็วในการตอบ
แต่ก็ไม่ทัน แถม งง เองอีก แช่มจะแวะมาตอบต่อเจ้าค่ะ q*077
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1736 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 13:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ซาวัดดีก๊าบบบ ป้าแช่ม q*021 วันนี้เกษตรแฟร์วันแรกฮะ ป้าแช่มไปเดินป่าว ของไข่สองจิตสองใจฮะ อยากกลับบ้านล่ะมากกว่า ทำไมถึงอยากกลับแต่บ้านก็ไม่รู้ q*031

แต่งานที่ไข่จะไม่พลาดก็คืองานกาชาดฮะ q*077 ถึงอยากกลับบ้านยังไง ก็ต้องไปฮะ q*077 ว้าว))) เมื่อไหร่จะปลายมีค. เนาะ อิอิ.. q*020



มีธุระ ต้องไปเดินเหมือนกันค่ะเจ้ว แต่ไม่ถึงเกษตรแฟร์ q*073
มีเวลาค่อยแวะมาคุย และเสวนากับพี่ใหญ่ต่อ อยากกลับบ้านมากกว่า เพราะบ้านน
คือวิมานของเรา คิคิ q*081q*081
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #1737 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 19:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*003

สงสัยไปเชียร์บอลท่าเรือ-บุรีรัมย์กันหมด q*077






เอ..มีเรื่องไหนที่พ่อมหาฯคาใจอีกนะ q*031 ติ๊กต่อกๆๆๆๆๆๆ q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1738 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 20:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพื่อนๆทุกคนครับ..ถ้าทุกคนจะถกกันเพื่อก่อเกิดปัญญาผมก็เห็นด้วยนะครับ

แต่ถ้าจะถกกันเพื่อชัยชนะ ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ..พวกเราเป็นเพื่อนกัน

ใช่หรือเปล่าครับ......... q*078

ผมพยายามบอกหลายครั้งแล้วว่าเราควรวางตัวตนของเราบ้างครับ.. q*027

ฟังคนอื่นบ้างครับ..คนที่ไม่ได้คิดเหมือนเรา..ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาผิดหรอกนะครับ... q*021






ใช่ครับ

บัณฑิต ย่อมถกกันเพื่อก่อเกิดปัญญา q*060


แต่คนหลง มักเข้าใจผิดว่า... ผู้ชนะ คือคนที่พูดถูก หรือผู้รู้ และ ผู้แพ้ คือคนที่พูดผิด หรือไม่รู้จริง

คนที่พูดผิดหรือไม่รู้จริง จึงไม่ยอมรับความจริง เพราะหลงว่าการแพ้ เป็นเรื่องเสียหาย


แต่ ถ้าเขาเข้าใจถูกว่า...ความจริงแล้ว หากคนที่พูดผิด ยอมรับความจริงว่า พูดผิด อย่างจริงใจ เขาก็คือ ผู้ชนะคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะ เขาชนะใจตนเอง...ที่กล้ายอมรับผิด กล้ายอมรับว่าไม่รู้
สรุป คือ ชนะทั้งคู่ มีแต่ได้กับได้


หากเขายอมรับผิด ทั้งๆที่ใจเขาบอกว่าตัวเองไม่ผิด( และความจริงก็เป็นเช่นนั้น ) แต่เพื่อให้คนอื่นสบายใจ (แต่จริงๆแล้วคนอื่นก็ยังไม่สบายใจ ) อย่างนี้ เขาก็เป็นผู้หลง...หลงทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

หากเขายอมรับผิด ทั้งๆที่ใจเขาบอกว่าตัวเองไม่ผิด (แต่ความจริงคือ ไม่รู้ตัวว่าผิด ) แต่เพื่อให้คนอื่นสบายใจ อย่างนี้ เขาก็เป็นผู้หลง...หลงตัวเองว่าไม่ผิด


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1739 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 20:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมจะเล่าเรื่องจริงให้ฟังสักเรื่องหนึ่งนะครับ.... q*021

คนเรามักจะยึดถือตนเองเป็นหลักครับ...อย่างเช่นคนที่มีอาชีพดีๆ

เป็นที่ยกยอของสังคม..คนเหล่านี้มักคิดว่าตนเองนั้นดีแล้ว และมัก

จะมองคนอื่นว่ามีความคิดต่ำกว่าเสมอ....ยิ่งเรียนสูงก็ยิ่งคิดว่าตนเอง

นั้นสูงส่ง.....แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นครับ

คนเรามักยึดถือคนด้วยชาติตระกูลและการศึกษา...แต่ผมขอบอกด้วยความจริงใจนะครับ

ถ้าคนเหล่านั้นผลัดหลงเขามาในสังคมของผมเมื่อไหร่..พวกเขาก็ไม่มีค่าไปกว่า

คนเก็บขยะ หรือขอทานเลยครับ.......ต่อให้เขาร่ำรวยมหาศาล หรือมีการศึกษาสูงๆ

ผมก็ต้องทำให้เขายกมือไหว้ เด็ก ป.6 อย่างผมครับ..... q*016

ในนิทานก็มีบอกไว้ว่า ราชสีห์ยังต้องให้หนูตัวเล็กๆช่วยเลยครับ.... q*020





ถึงแม้มิคกี้จะขอบอกด้วยความจริงใจ แต่พี่มหาก็ขอแย้ง ด้วยความจริงจังครับ q*012q*013

จึงปล่อยให้ผ่านตาไปไม่ได้ครับ ...ถือว่าถกกันเพื่อปัญญาละกันนะครับ


พี่มหา คิดว่า ...การที่เราต้องทำให้เขายกมือไหว้เรา นั่นเป็นเพราะ เรายังมีอัตตาอยู่ คือ ความถือตัวถือตนอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งไม่ดี เพราะจะทำให้เราเป็นทุกข์

อัตตา ก็คือ คำว่า อีโก้ ที่ฝรั่งใช้อธิบายตัวตนของแต่ละคน

พี่มหาคิดว่า ...เราควรจะไม่ต้องการให้ใครมาไหว้เรา นั่น แสดงว่า เราไม่ยึดติดใดๆแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ทำอะไรนะครับ

แต่เรายังต้องทำความดีต่อไป แต่ไม่ยินดีการไหว้จากผู้อื่น
หากเขาจะไหว้เราเอง ก็ด้วยความเต็มใจของเขา ศรัทธาที่มีต่อเรา หรือด้วยเพราะเห็นความดีของเรา

ไม่ใช่...เพราะเขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา ต้องยอมรับความเก่งของเรา เป็นต้น

หากมองให้ดีแล้ว การที่เขาต้องยอมไหว้เรา นั่นแสดงว่า เรายอมลดอัตตาของเขาลงมาบ้างแล้ว แม้จะไหว้เราด้วยเหตุใดก็ตาม แต่เราต่างหากที่ยังมีอัตตา คือ ความอยากที่ต้องทำให้เขายกมือไหว้อัตตาของเรา คือ เด็กป.6

อีกอย่าง ในเรื่อง หนูก็ไม่ได้หวังจะได้รับการไหว้จากราชสีห์นี่ครับ

ใครๆอาจจะคิดว่าพี่มหาพูดถูกอยู่คนเดียว คนอื่นคิดต่างก็แปลว่าผิดหมด เขาเหล่านั้นยังมองมุมเดียวอยู่ครับ( แต่มักบอกว่า มองมุมกว้าง และผลสรุปรวม) นั่นเป็นเพราะ เขามาพูดในเรื่องที่พี่มหารู้ดี พี่มหาจึงมีข้อโต้แย้งกลับไปทุกครั้ง ยิ่งเข้าหมวดธรรมแล้วประยุกต์นี่ โดนหมัดฮุกเต็มๆ q*091ครับ q*012q*013

แต่ถ้าเป็นเรื่องช่าง อย่างที่มิคกี้เชี่ยวชาญ พี่มหาเถียงไม่ออกหรอกครับ q*080 ขนาดแค่ฟังคำตอบ ยังมึนๆ คิดตามไม่ถูกเลยครับ q*013

ยังไงๆ ต้องลดอัตตาตัวเอง q*078ลงมาถามอย่างทุกครั้งที่ผ่านมาแน่นอนครับ q*073

หวังว่า มิคกี้ จะเข้าใจที่พี่มหาพูดนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1740 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 20:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใช่ครับ

บัณฑิต ย่อมถกกันเพื่อก่อเกิดปัญญา q*060


แต่คนหลง มักเข้าใจผิดว่า... ผู้ชนะ คือคนที่พูดถูก หรือผู้รู้ และ ผู้แพ้ คือคนที่พูดผิด หรือไม่รู้จริง

คนที่พูดผิดหรือไม่รู้จริง จึงไม่ยอมรับความจริง เพราะหลงว่าการแพ้ เป็นเรื่องเสียหาย


แต่ ถ้าเขาเข้าใจถูกว่า...ความจริงแล้ว หากคนที่พูดผิด ยอมรับความจริงว่า พูดผิด อย่างจริงใจ เขาก็คือ ผู้ชนะคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะ เขาชนะใจตนเอง...ที่กล้ายอมรับผิด กล้ายอมรับว่าไม่รู้
สรุป คือ ชนะทั้งคู่ มีแต่ได้กับได้


หากเขายอมรับผิด ทั้งๆที่ใจเขาบอกว่าตัวเองไม่ผิด( และความจริงก็เป็นเช่นนั้น ) แต่เพื่อให้คนอื่นสบายใจ (แต่จริงๆแล้วคนอื่นก็ยังไม่สบายใจ ) อย่างนี้ เขาก็เป็นผู้หลง...หลงทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

หากเขายอมรับผิด ทั้งๆที่ใจเขาบอกว่าตัวเองไม่ผิด (แต่ความจริงคือ ไม่รู้ตัวว่าผิด ) แต่เพื่อให้คนอื่นสบายใจ อย่างนี้ เขาก็เป็นผู้หลง...หลงตัวเองว่าไม่ผิด






q*038q*038q*038






q*070
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่ไม่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1741 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 21:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บทความที่ตัดตอนมานี้ เพื่ออ้างอิงว่า สุขภาพไต มีผลต่อการเกิดผมหงอก, ผมร่วง ก่อนวัยอันควร q*077

ผมร่วง นอนไม่หลับ เพลียเรื้อรัง สัญญาณเตือน ‘ไตอ่อนแอ’

อาการอ่อนเพลียเรื้อรังและมึนศีรษะเป็นประจำมาร่วมปี ปัสสาวะบ่อย ขี้หนาว นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเป็นประจำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เท้าบวม ผิวหน้าหมองคล้ำ และผมร่วง ทั้งๆ ที่ผลตรวจร่างกายก็เป็นปกติ???

คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า เมื่อผลการตรวจทุกอย่างเป็นปกติ แต่ทำไมตนเองกลับมีอาการผิดปกติ เกิดจากความเครียดหรืออุปทานไปเองจริงหรือไม่!!? จริงๆ แล้วสารพัดอาการกล่าวมาข้างต้นนั้น หากวินิจฉัยตามหลักการแพทย์จีนคือ เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของการแพทย์จีนที่ได้มีการบันทึกในตำราการแพทย์จีนมาแล้วนับพันปี

ภาวะไตอ่อนแอไม่ใช่โรคไตในความหมายของการแพทย์ตะวันตก หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลง ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ทำให้ไตขับน้ำส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกายลดลง เกิดผลกระทบต่อดุลยภาพ ของอิเล็กโทรไลต์และความเป็นกรดด่างในร่างกาย

รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวกไตด้วย การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนากลายเป็นโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเกาต์ โรคภูมิแพ้ โรคซึมเศร้า เป็นต้น หรืออาจพัฒนากลายเป็นโรคไตและไตวายได้ในที่สุด

สาเหตุใดที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ...

ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมของร่างกายที่เป็นไปตามวัฏจักรของเกิดแก่เจ็บตาย จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้ามากหรือน้อยจะไม่เท่ากันในแต่ละคน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ

1.กรรมพันธุ์ พ่อแม่ไม่แข็งแรงหรือมีลูกตอนอายุน้อยหรือหรืออายุมากเกินไป หรือมีลูกหลายคน หรือตอนตั้งครรภ์คุณแม่ไม่มีการพักผ่อนและบำรุงอย่างเพียงพอ หรือคลอดก่อนกำหนด ไตของลูกก็จะอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด

2.การมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้ไตสูญเสียพลัง

3.ประสบอุบัติเหตุ ไตถูกกระทบกระเทือน

4.ทำงานหนัก ทำงานเกินกำลังหรือหามรุ่งหามค่ำ ดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์จนอดหลับอดนอน

5.ผลกระทบจากโรคเรื้อรังต่างๆ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง SLE อัมพฤกษ์ อัมพาต วัณโรค โรคเกาต์ ฯลฯ

6.ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ผลข้างเคียงจากการใช้น้ำยาเคมีมากเกินไป เช่น ยาคุมกำเนิด ยาลดความอ้วน ฮอร์โมนทดแทน เป็นต้น ความเครียด มลภาวะเป็นพิษ ยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในผักและผลไม้ สารฮอร์โมนที่สะสมในเนื้อสัตว์ อาหารทะเลที่แช่ฟอร์มาลีนหรือได้รับสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม

สารโซเดียมที่อยู่ตามอาหาร ขนมขบเคี้ยว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น ผงชูรส ผงฟู เป็นต้น อาหารรสจัด รสเค็ม อาหารและเครื่องดื่มที่ผสมสี ฯลฯ

ปัจจัยดังกล่าวล้วนแต่ทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควร เราจึงพบบ่อยๆ ว่า หลายๆ คนแม้ว่ายังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่ก็มีอาการของภาวะไตอ่อนแออย่างครบครัน


ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการอื่นๆ อย่างไรบ้าง??

ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการหลากหลายตามระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจแสดงอาการใดอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายๆ อาการพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพความเสื่อมโทรมของไต อายุ และระยะเวลาที่เรื้อรัง

1.ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ บวมน้ำตามร่างกาย ฯลฯ

2.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดหลัง ปวดเอว ขาแขนอ่อนแรง เป็นตะคริวบ่อย หนาวหรือชาตามมือตามเท้า ปวดตามข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์ ฯลฯ

3.ระบบประสาท นอนไม่หลับ ฝันบ่อย เวลานอนแขนขากระตุกหรือสะดุ้งตื่นเป็นประจำ หรือฝันว่าตกจากที่สูงจนตกใจตื่นเป็นประจำ ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ วิงเวียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า วิตกกังวล อ่อนเพลียเรื้อรัง ขี้หนาว ฯลฯ

4.ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร ลำไส้แปรปรวน อุจจาระร่วงเป็นประจำ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ฯลฯ

5.ระบบภูมิต้านทาน เป็นหวัดบ่อยหรือเป็นหวัดง่าย ลมพิษ สะเก็ดเงิน เริม SLE ฯลฯ

6.ระบบทางเดินหายใจ ระคายคอบ่อย ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ

7.ระบบสืบพันธ์ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ประจำเดือนมาผิดปกติ ช่องคลอดไม่กระชับ มีบุตรยากหรือแท้งบุตร เข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ฯลฯ

8.สภาพร่างกายภายนอก ผิวหน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ

9.หู-ตา หูอื้อ ตาพร่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ฯลฯ


ลิ้งค์ที่มาของข้อมูล
v
v
v




ผมร่วง นอนไม่หลับ เพลียเรื้อรัง สัญญาณเตือน 'ไตอ่อนแอ' | Thaihealth.or.thwww.thaihealth.or.th/healthcontent/article/7143 - แคชคุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
26 ธ.ค. 2008 – รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวกไตด้วย ... ไตมีบทบาทอย่างไรกับชีวิต. ... หยาบกร้าน มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ. 9.หู-ตา หูอื้อ ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1742 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 01:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


q*022q*022q*034 อ้างอิงข้อมูลกันน่าดูเลยเนาะ

สองถิงตามอ่านจนปวดมองอันน้อยๆไปหมดแล้วจ้า q*033

ช่วงนี้สองถิงหนาวๆมากเลยจ้า -24องศาในวันนี้และพรุ่งนี้ข่าวว่า

จะลบเพิ่มขึ้นมาอีก q*001 สองถิงทนอดเหล้ามาสองอาทิตย์กว่าแล้วนะศิษย์พี่ใหญ่

วันนี้ทนไม่ไหวแล้วจ้า เพราะมันหนาวๆมากๆต้องหาอะไรมาดื่มเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นสักหน่อยแล้วละค๊า

ขอเปิดๆโถดองเหล้าเสือสิเอ็ดตัวสักสองก๊งก็แล้วกันนะค๊า
q*020q*020q*012
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1743 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 08:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


q*022q*022q*034 อ้างอิงข้อมูลกันน่าดูเลยเนาะ

สองถิงตามอ่านจนปวดมองอันน้อยๆไปหมดแล้วจ้า q*033

ช่วงนี้สองถิงหนาวๆมากเลยจ้า -24องศาในวันนี้และพรุ่งนี้ข่าวว่า

จะลบเพิ่มขึ้นมาอีก q*001 สองถิงทนอดเหล้ามาสองอาทิตย์กว่าแล้วนะศิษย์พี่ใหญ่

วันนี้ทนไม่ไหวแล้วจ้า เพราะมันหนาวๆมากๆต้องหาอะไรมาดื่มเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นสักหน่อยแล้วละค๊า

ขอเปิดๆโถดองเหล้าเสือสิเอ็ดตัวสักสองก๊งก็แล้วกันนะค๊า
q*020q*020q*012


ถิงถิงไม่ลองเปลี่ยนมาเป็นทานข้าวต้มร้อนๆ(ถ้ากลัวอ้วนก็น้ำเยอะ ข้าวน้อยๆ ข้าวโอ๊ตก็ได้ฮะ ทำข้าวต้มอร่อยฮะ) หรือต้มน้ำขิงร้อนๆจิบแก้หนาวมั่งล่ะฮะ โกโก้ร้อนๆก็ดีนะฮะ ไข่ชอบมากเลยโกโก้ร้อนๆเนี่ย จิบข้างกองไฟบนภูเรือประมาณนั้น q*077ถ้ากลัวอบอุ่นไม่พอ ถิงถิงก็หย่อนช้อคโกแลตเพิ่มลงในโกโก้ร้อนสักบาร์สองบาร์ q*002 อุ่นกว่าแอลกอฮล์ฮะ q*077

ไข่เคยได้ยินแว๊บๆมาฮะ ว่าแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยคลายหนาวอย่างแท้จริง แต่ยังไม่ชัดเจน ถ้าไข่หาข้อมูลเจอ จะเอามาฝากถิงถิงนะฮะ q*077
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1744 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 08:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจอแระ q*071 เป็นข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตฮะ q*077


คนเรา "หนาว" กันได้อย่างไร


ความรู้สึกหนาวที่เราท่านต่างเคยรู้สึกกันทุกคนนั้นเกิดขึ้นเมื่อ เลือดในร่างกายไหลออกไปจากผิวหนังกลับเข้าไปสู่อวัยวะต่างๆภายในร่างกาย เพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิที่แกนกลางของร่างกาย ทั้งยังเพื่อรักษาสภาพของอวัยวะต่างๆในร่างกายไม่ให้เสียหายด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราจึงมีผิวหรือริมฝีปากซีดเผือดเมื่อหนาวสั่นมากๆ การสั่นก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ร่างกายใช้เพื่อเพิ่มอุณหภูมิภายใน


การวิจัยอันหนึ่งซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปีค.ศ. 2005 พบว่าหลังจากที่คนเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป 1 แก้ว ร่างกายจะรู้สึกถึงความอบอุ่น ในชั่วขณะสั้นๆ นั่นเป็นเพราะว่าแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดออกไปที่บริเวณผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการขับเหงื่อออก ซึ่งยิ่งมีผลทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงไปอีก


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1745 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 09:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุปก็คือ แอลกอฮอล์ แค่หลอกเรา ว่าทำให้เราอบอุ่นฮะ หลอกไม่หลอกเปล่า ยังไปทำลายระบบสร้างความอบอุ่นตัวจริงของร่างกายเราด้วยฮะ โดยเกิดภาวะที่เรียกว่า...

ดื่มเหล้าแก้หนาว ทำให้เกิดภาวะ Hypothermia และถึงขั้น "เสียชีวิต"ได้

การวิจัยซึ่งทำโดยสถาบันวิจัยเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมของกองทัพสหรัฐฯ ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่าสาเหตุหนึ่งที่การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อภาวะไฮโปเทอร์เมียนั้น เป็นเพราะว่าแอลกอฮอล์ไปมีผลทำให้กระบวนการสั่นเพื่อเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายถูกขัดขวาง ผลการวิจัยอันนี้ได้รับการยืนยันโดยผลการวิจัยอีกหลายอันซึ่งชี้ชัดว่าการย่อยสลายแอลกอฮอล์ในร่างกายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากภาวะไฮโปเทอร์เมีย

องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยัน ดื่มเหล้าแก้หนาว ความเชื่อที่เป็นผลร้ายต่อร่างกาย!

แม้แต่องค์การอนามัยโลกเองก็ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ “ความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ (WHO-Facts_and_Figures_Alcohol_Book-1.pdf; p14) ต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ไว้บนเว็ปไซต์ ด้วยหวังว่าจะช่วยแก้ความเข้าใจผิดๆ หลายอย่างซึ่งอาจเป็นอันตรายอย่างมหันต์แก่สุขภาพหรือถึงขั้นทำลายชีวิตหากทำกันตามความเชื่อแบบผิดๆเหล่านั้น

ขอย้ำอีกครั้งนั่นคือ "สภาพแวดล้อมที่มีอากาศเย็น ร่างกายจะพยายามรักษาความอบอุ่นในร่างกายให้อยู่ในสภาพที่ทนต่อสภาวะที่เย็นได้ โดยการลดการไหลเวียนของกระแสเลือดที่ผิวหนังลงเพื่อให้เลือดไหลเวียนไปที่อวัยวะสำคัญในแกนของร่างกาย แอลกอฮอล์จึงไม่ใช่วิธีที่ดีที่จะทำให้ร่างกายรู้สึก "อุ่น" แต่กลับทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง โดยเพิ่มอุณหภูมิ (เล็กน้อย) ที่ผิวหนัง (ดูได้จากการหน้าแดง ดูมีเลือดฝาด อะไรทำนองนั้นค่ะ) สุดท้ายอาจเกิดภาวะ Hypothermia ได้"



อย่างที่ถิงถิง หรือคนในเมืองหนาวรอดมาได้ ก็เพราะเตาผิง ,ฮีทเตอร์, และเสื้อผ้าที่หนาและอบอุ่น แต่ในเมืองไทย มีคนที่หนาวตายเพราะเกิดภาวะ Hypothermia มาแล้ว เพราะเค้าไม่สวมเสื้อนอนอยู่ข้างกองไฟ ดื่มเหล้าแก้หนาวจนผิวกายรู้สึกร้อนจึงนอนไม่ใส่เสื้อ สุดท้ายเมื่อกองไฟที่อยู่ข้างๆดับ และตนเองก็หลับอยู่ แถมระบบสร้างความอบอุ่นของร่างกายโดยธรรมชาติ ก็โดนขัดขวางโดยแอลกอฮอล์อีก เรียกว่า หมดตัวช่วยทีเดียว จึงไม่รอดดตามข่าว q*026q*027


เรื่องนี้ ลงข่าวด้วยฮะ ถ้าไข่หาเจอ จะเอามาฝากฮะ q*077







noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1746 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 09:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หนุ่มใหญ่ลำปางนอนหนาวตายคาดดื่มสุรา

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2554 หนุ่มใหญ่ วัย 58 ปี ชาวแม่เมาะ ลำปางเสียชีวิตอยู่ในกระท่อมไม้ คาด ดื่มเหล้าแก้หนาว ก่อนเป็นศพ
พ.ต.ท.จำนงค์ ศรีคำวังค์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.แม่เมาะจ.ลำปาง ตรวจสอบสภาพศพ นายบุญเทียม วงค์แก้วมูล อายุ 58 ปีนอนเสียชีวิตอยู่ในกระท่อมไม้ ด้านหลังบ้านเลขที่ 499 ม.8 บ้านม่อนทุ่งกล้วยต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง สภาพศพ ไม่สวมเสื้อ กางเกงขายาว ไม่ห่มผ้าห่มจากการชันสูตรศพ ไม่พบบาดแผล หรือ ร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า6 ชั่วโมง
จากการสอบสวนหลานสาว ผู้เสียชีวิตคือ นางสาว ภัทรา วงค์แก้วมูล อายุ 19 ปี ให้การว่า ผู้ตายอยู่บ้านหลังเกิดเหตุเพียงคนเดียว ไม่มีครอบครัว ปกติแล้ว ผู้ตายชอบดื่มสุราเป็นประจำทุกวัน โดยก่อนเกิดเหตุตั้งแต่เช้าวานนี้ ผู้ตายบอกอากาศหนาวขอออกไปดื่มสุรากับเพื่อนๆ แก้หนาว ซึ่งผู้ตาย ดื่มสุราทั้งวันและไม่ยอมทานข้าว ญาติไปตามผู้ตาย กลับมาที่บ้านจนพบว่า เสียชีวิตแล้ว ซึ่งญาติเชื่อว่า ผู้ตาย ดื่มสุราหนักแล้วนอนหลับจนหนาวตาย อย่างไรก็ตาม แพทย์เวร ร.พ.แม่เมาะ จะได้ชันสูตรศพผู้ตายเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง


ที่มา: สำนักข่าว INN
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1747 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 09:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เกิดเหตุสลดพบวินมอไซค์ศรีราชาดื่มสุราไปแล้วนอน ทำให้หนาวตายเพราะขาดความอบอุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุ พบชาย 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่ที่ข้างที่ทำการคณะกรรมการหมู่บ้านอิสเทิร์นแลนด์ ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่โดยนอนอยู่บนบานประตูไม้มี เพียงผ้าขนหนูห่มอยู่ที่ข้างศีรษะพบขวดสุราขาว 40 ดีกรี ที่ดื่มแล้วจำนวน 2 ขวด และข้าวพร้อมกับข้าววางไว้ เมื่อค้นในตัวพบบัตรประชาชนระบุชื่อ นายสุปรีดา สังขศิลา อายุ 53 ปี มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างคิวสามแยกวัดชากค้อ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ และพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ สภาพศพไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกายแต่อย่างไร

เบื้องต้น ตำรวจสอบสวนคนในหมู่บ้านให้การว่าผู้เสียชีวิตชอบมานั่งเล่นตรงที่เกิดเหตุประจำ และเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ 4 ทุ่มก็ได้ไปซื้อสุรามานั่งดื่มคนเดียวในตอนเช้าก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ช.ม.ผู้เสียชีวิตคงดื่มสุราไปแล้วนอน แต่สภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงนี้อาจทำให้หนาวตายเพราะขาดความอบอุ่น


ที่มา: สนุกนิวส์ (5พ.ย. 53 ,08.57น.)


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1748 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เศร้า! แม่นอนหนาวตาย ลูกชายนั่งเฝ้าศพ

(12 ธ.ค.) เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนนอนหนาวเสียชีวิตอยู่กลางสวนมะพร้าวแห่งหนึ่งจึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นเพิงกระต็อบสวนมะพร้าว ภายในซอยพงศ์สุข ห่างจากถนนสายหลักราว 500 เมตร เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบศพหญิงวัยกลางคน นอนตัวแข็งเกร็งเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สวมเสื้อผ้าปกติ นอนห่มผ้าปกปิดท่อนล่าง ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ น.ส.สุนา จันดาดาล อายุ 49 ปี นอกจากนี้ใกล้กับศพพบ ด.ช.รอย (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ลูกชายของผู้ตาย นั่งร้องไห้ จับมือและโอบกอดศพแม่อยู่ไม่ห่าง สร้างความเวทนาต่อผู้ที่พบเห็น

ด.ช.รอย ให้การว่า ครอบครัวได้ขอมาอาศัยอยู่ที่เพิงกระต็อบภายในสวนมะพร้าวของผู้ใหญ่วินัย เนื่องจากครอบครัวมีสถานะยากจนและไม่มีที่อยู่ จนกระทั่งเมื่อเดือนมีนาคมปี 2551 พ่อได้มาเสียชีวิตไปด้วยโรคประจำตัว ทำให้ตนต้องอยู่ใช้ชีวิตกับแม่อยู่เพียงลำพัง โดยแม่จะเก็บมะพร้าวส่งเสียให้ตนได้เล่าเรียนและหาเลี้ยงครอบครัวไปวันๆ

คืนก่อนแม่จะเสียชีวิต แม่ได้นั่งดื่มสุราเพื่อคลายหนาว ก่อนจะเข้านอนตามปกติ พอรุ่งเช้าตนได้เข้ามาปลุกแม่ แต่ปลุกเท่าไหร่แม่ก็ไม่ยอมตื่น นั่งและนอนกอดเฝ้ารอให้แม่ตื่นกว่า 3 ชั่วโมง เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง แต่แม่ก็เสียชีวิตไปเสียแล้ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ประกอบกับดื่มสุราคลายหนาว ทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา สำหรับ ด.ช.รอย ล่าสุดได้ นางทองใบ โรหะทัศน์ อายุ 72 ปี หญิงชราเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ขออุปการะรับเลี้ยงดูแทน เนื่องจาก ด.ช.รอย ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว


ที่มา: สนุกนิวส์ (12 ธ.ค.54,13.35น.)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #1749 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 09:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*023 >>> q*020q*020


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1750 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 17:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถิงถิงไม่ลองเปลี่ยนมาเป็นทานข้าวต้มร้อนๆ(ถ้ากลัวอ้วนก็น้ำเยอะ ข้าวน้อยๆ ข้าวโอ๊ตก็ได้ฮะ ทำข้าวต้มอร่อยฮะ) หรือต้มน้ำขิงร้อนๆจิบแก้หนาวมั่งล่ะฮะ โกโก้ร้อนๆก็ดีนะฮะ ไข่ชอบมากเลยโกโก้ร้อนๆเนี่ย จิบข้างกองไฟบนภูเรือประมาณนั้น q*077ถ้ากลัวอบอุ่นไม่พอ ถิงถิงก็หย่อนช้อคโกแลตเพิ่มลงในโกโก้ร้อนสักบาร์สองบาร์ q*002 อุ่นกว่าแอลกอฮล์ฮะ q*077

ไข่เคยได้ยินแว๊บๆมาฮะ ว่าแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยคลายหนาวอย่างแท้จริง แต่ยังไม่ชัดเจน ถ้าไข่หาข้อมูลเจอ จะเอามาฝากถิงถิงนะฮะ q*077




สองถิงเข้เกียจตื่นมาทำข้าวต้มในตอนเช้านะจ๊ะไข่เจียว แต่น้ำขิงนี้จะดื่มทุกวัน

เพราะมันชงดื่มง่ายและสะดวก ในตอนเช้าๆสองถิงชอบนอนๆไม่อยากจะตื่นเลยจ๊ะ

ตื่นมาก็ไปแปรงฟันล้างหน้่าไปทำงานเลย ขนาดอาบน้ำสองถิงก็ไม่อาบทุกวันเพราะกลัว

ผิวจะแห้งนะจ๊ะ3วันถึงอาบที q*033q*020q*020
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1751 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 19:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



สองถิงเข้เกียจตื่นมาทำข้าวต้มในตอนเช้านะจ๊ะไข่เจียว แต่น้ำขิงนี้จะดื่มทุกวัน

เพราะมันชงดื่มง่ายและสะดวก ในตอนเช้าๆสองถิงชอบนอนๆไม่อยากจะตื่นเลยจ๊ะ

ตื่นมาก็ไปแปรงฟันล้างหน้่าไปทำงานเลย ขนาดอาบน้ำสองถิงก็ไม่อาบทุกวันเพราะกลัว

ผิวจะแห้งนะจ๊ะ3วันถึงอาบที q*033q*020q*020



ทำใส่กล่องหรือใส่ถุงแล้วแช่ช่อง ข้างใต้ ช่อง Freezer ก็ได้ฮะ อยู่ได้เป็นสัปดาห์เลย ไม่แข็งเด่ด้วย จะทานก็อุ่นเตาหรือไมโครเวฟก็ได้ฮะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า(อีกที)
เรทกระทู้
« ตอบ #1752 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 19:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



สองถิงเข้เกียจตื่นมาทำข้าวต้มในตอนเช้านะจ๊ะไข่เจียว แต่น้ำขิงนี้จะดื่มทุกวัน

เพราะมันชงดื่มง่ายและสะดวก ในตอนเช้าๆสองถิงชอบนอนๆไม่อยากจะตื่นเลยจ๊ะ

ตื่นมาก็ไปแปรงฟันล้างหน้่าไปทำงานเลย ขนาดอาบน้ำสองถิงก็ไม่อาบทุกวันเพราะกลัว

ผิวจะแห้งนะจ๊ะ3วันถึงอาบที q*033q*020q*020



หรือรีบไปทำงานไม่มีเวลาทานข้าวต้ม ก็แทนที่จะเทแอลกอฮอล์ใส่แก้ว ก็เปลี่ยนเป็นเทน้ำร้อนใส่แก้วชงเครื่องดื่มแนวโอวัลตินหรือฯลฯที่ถิงถิงทานได้ ฉีกซองเทชงได้ ใช้เวลาเท่ากับเทแอลกอฮอล์แต่ได้สิ่งดีๆกับถิงถิงมากกว่านะฮะ q*077

หรือไม่มีเวลาชงใช้วิธียกขวดขึ้นมาดื่มจากขวดเลย ไข่เชื่อว่า ก็มีผลิตภัณฑ์อาหารเช้าเช่นนมหรือเครื่องดื่มที่เป็นอาหารเช้าต่างๆ ที่เป็นขวดพร้อมยกดื่ม หรือเป็นกล่อง UHT ไม่ต้องแข่เย็น ให้ถิงถิงยกมาดื่มได้ทันทีขณะหรือก่อนเดินทางไปทำงานนะฮะ q*077

แอลกอฮอล์ ไม่ได้ทำให้ร่างกายอบอุ่นฮะ มันหลอกเราฮะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1753 เมื่อ: 6 ก.พ. 12, 12:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*033 แช่มไม่เถียงเรื่องข้อมูลทางวิชาการเจ้าค่ะ ข้อต่างอีกส่วนของพี่ใหญ่
กับแช่ม คือรายละเอียด ที่ละอักษร ของพี่ใหญ่ ส่วนของแช่ม มองเจตนา จากมุมกว้าง
และผลสรุปรวม

ปกติ แช่มแค่วิ่งเข้าวิ่งออกทู้ คุยเป็นเพื่อนไข่เจ้วกับพี่ใหญ่ ได้อ่านข้อมูลบ้าง ตามไม่ทันบ้าง
จุดสุดท้าย ที่กระโดด เข้าวงสนทนาเต็มตัว คือตอนที่ไข่เจ้ว เปลี่ยนไปเป็นท่านผู้ชม



ข้อต่างอีกส่วนของพี่ใหญ่กับแช่ม คือรายละเอียด ที่ละอักษร ของพี่ใหญ่ ....

ข้อนี้พี่ใหญ่มองเป็นข้อเสียของป้าแช่ม คือ ทำให้อ่านแล้วไม่เข้าใจหลายๆจุด เพราะไม่มีข้อมูล อธิบายสนับสนุนความคิดเห็นนั้น
หลายๆครั้งเข้าใจผิด แปลความไปคนละเรื่อง คนละตอน

ขนาดพี่ใหญ่ ลงรายละเอียด ที่ละอักษร ...ที่ละจุด ทีละตอน ชี้ลงไปชัดๆ ไม่พูดรวมๆแบบป้าแช่ม
และเอาข้อมูลมาแสดงทีละจุด เรียงลำดับเป็นขั้นเป็นตอน ให้เห็นภาพตามลำดับเหตุการณ์จริงที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้สับสน

นำเสนอโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเดิม แต่มีการพูดถึงแต่ข้อมูลที่เป็นประเด็นถกเถียง ส่วนข้อมูลไหน ที่ยังไม่เกี่ยวข้องก็ไม่มาพูดถึง เพราะจะทำให้ออกนอกประเด็น
ถึงขนาดนี้แล้ว ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย

ไข่เน่ายังกล่าวหาว่า จับแพะชนแกะ ทำเหมือนพวกตัดต่อทีวี เอาส่วนนั้นมาแปะส่วนนี้ ที่มาของคำตอบนี้ ไปรวมกับคำตอบโน้น



จุดสุดท้าย ที่กระโดด เข้าวงสนทนาเต็มตัว คือตอนที่ไข่เจ้ว เปลี่ยนไปเป็นท่านผู้ชม ... q*077 ตรงนี้ยิ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่า ป้าแช่มด่วนตัดสินโดยไม่ได้ดูข้อมูลให้ครบถ้วน q*033

...ถ้าเป็นกรรมการ ก็ถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะ ไม่รอบคอบ รีบด่วนตัดสินเกินไป แม้จะเป็นเรื่องฉุกเฉินก็ยังต้องดูข้อมูลให้ละเอียดก่อน มิฉะนั้นแล้ว กรรมการอาจถูกประท้วงจนหน้าแตกเพราะตัดสินผิดได้

...ถ้าเป็นครู ก็ถูกเด็กนักเรียนหลอก แค่เด็กแกล้งบอกว่าจะไม่เล่นกับเพื่อนละเพราะเพื่อนมาว่า ครูแค่วิ่งเข้าวิ่งออก ยังไม่ทันได้ดูเด็กบ้าง ตามไม่ทันบ้าง แทนที่จะหาข้อมูลให้ดีก่อนว่าเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร q*031 แต่ครูกลับก็รี่ตรงไปตัดสินว่าอีกฝ่ายผิด โดยไม่ได้สอบถามที่มาที่ไปเลย ...อย่างนี้เป็นครูก็ใช้ไม่ได้ ถูกเด็กจูงจมูกง่ายๆโดยไม่รู้ตัว

...ถ้าเป็นแม่ กลับมาบ้านมาเห็นลูกสาวนั่งตัดพ้อว่าจะไม่คุยเล่นละ เพราะไม่มั่นใจที่จะคุยอะไรอีกเพราะกลัวทำผิด แม่ก็ตกอกตกใจรีบเข้าไปปลอบลูกสาวแล้วก็ว่าๆลูกชายไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ แต่แม่ไม่เคยกลับมาดูตัวเองเลย ลูกสาวก็หัวเราะคิกคัก หันกลับมาโวยวายยิ่งกว่าเดิม แม่ก็รู้สึกดีใจว่าลูกสาวมาร่าเริงเหมือนเดิมสนุกสนานละ ก็สมใจแม่แล้วนี่เนอะ q*073

หากป้าแช่มเคยดูหนังจะเข้าใจดี มองภาพออก

ถ้าเราจู่ๆโผล่มาดูหนังตอนกลางเรื่อง ที่มีเหตุการณ์ไคลแม็กซ์ เราอาจจะถูกหนังหลอกได้ถ้าไม่ได้ดูเนื้อหาก่อนหน้านี้มาก่อนแล้วโผล่มาดูๆหายๆ ไม่ประติดประต่อ เราจะเข้าใจผิดทันที เพราะเราได้ข้อมูลไม่ครบ



q*077 นี่คือ อีกหนึ่งตัวอย่างที่ยืนยันว่า ป้าแช่ม คิดน้อย q*038


สิ่งที่อยากจะบอก คือ ป้าแช่มจัดการผิดๆ ตัดสินผิดๆ ป้าแช่มจะยอมรับผิดตรงนี้ได้ปะครับ q*031

แล้วป้าแช่มจะรับผิดชอบคำพูด ความเห็นผิดตรงนี้อย่างไร q*031


ลองอธิบายให้ฟังชัดๆ ละเอียดๆหน่อยครับ q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1754 เมื่อ: 6 ก.พ. 12, 12:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แช่มมองว่า นี่เป็นผล ของการนำข้อมูลทางวิชาการโดยละเอียด เคร่งครัด
มาใช้แนะนำ แก่กัน ปราศจากการห้ามพูดเล่น ห้ามโต้แย้ง และจงเร่งแก้ไข
เป็นสิ่งซึ่งพี่ใหญ่พอใจ แต่ไข่ไม่มั่นใจที่จะโพส อะไรเพราะไข่กลัวทำผิดต่อสาธารณะชน

จุดนี้เองเจ้าค่ะ ที่แช่มเห็น ว่าวิชาการบั่นทอน ความมั่นใจในตัวเองของไข่ จึงขอร่วมวงด้วย



การนำเสนอข้อมูลทางวิชาการโดยละเอียด เป็นการตอกย้ำถึงความเป้นมืออาชีพ ที่สากลยอมรับ
จึงไม่ใช่การห้ามพูดเล่น ห้ามโต้แย้ง หรือบีบบังคับใครๆให้มองเหมือนกัน เพราะ ....

หาก ป้าแช่มไม่ยอมรับ จะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ป้าแช่มสามารถแย้งมาด้วยเหตุผล หลักฐาน ข้อมูลที่ดี ที่น่าเชื่อได้ เมื่อป้าแช่มให้ข้อโต้แย้งที่ดีกว่า ถูกต้องกว่า น่าเชื่อถือกว่า จนพี่ใหญ่พอใจ นั่นต่างหาก คือความถูกต้อง



ถ้าป้าแช่มกลับไปดูข้อมูลเก่าๆ จะเห็นว่า

1 เราพูดคุยหยอกล้อกันมาตลอด อย่างถิงๆก็เถียงคอเป็นเอ็น แต่จะมีตลกโปกฮาปนอยู่ตลอด q*013

อย่างเช่น q*077
V
V
V


งาดำตั้ง3ช้อนโต๊ะเลยรึจ๊ะ q*027งานนี้จะทำงัยดีหาซื้อยากด้วยสิแถวนี้

ยิ่งน้ำมะพร้าวอีกแต่ก็ยังพอหาได้อยู่แต่แพงมากที่นี่และมีไม่ทุกวันด้วย

ปล่อยๆให้ศิษย์พี่ใหญ่ไล่ทุบไปเถอะจ๊ะ แกจะได้ไม่ต้องมาเทศนาสองถิงไงจ๊ะ q*020q*020



บางครั้ง ถิงๆก็ยังมีกวน ย้อนกลับมาตลอดว่า ยังไงๆก็จะดื่มต่อ พี่ใหญ่ก็แค่ตัดหางปล่อยวัด ..ไปดื่มเพื่อสุขภาพต่อซะเลย q*073
V
V
V

ก็ตัดหางปล่อยวัดไปดื่มเพื่อสุขภาพไงละครับ q*073q*012q*013



นี่คือหลักฐานว่า ไม่ได้...ห้ามพูดเล่น ห้ามโต้แย้ง และจงเร่งแก้ไข
V
V
V


จั่งซี่มันต้องถอนนนนนนนน........... q*033

อย่างนี้มันต้องถอนนะสองถิง q*073q*012q*013

2 ส่วนไข่เน่า ก็คุยเล่นแทรกบ้าง กัดบ้างตามสถานการณ์

ถ้าไม่อยากให้โต้แย้ง พ่อมหาก็ไม่ไปตามเซ้าซี้ไข่ ให้ต้องเสียเวลา

นี่คือ หลักฐานครับ q*077
V
V
V
สบายดีล่ะ ...ก็ดีละ แล้วไงไข่หูตก หางลู่เลยเนี่ย q*026

เม้าท์อะไรก็เพลิดเพลิน... แต่ไง อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยว q*074q*075 เดี๋ยว q*025


ไม่ต้องตอบอะไร q*007กวนใจใครก็ดี ไม่ต้องเสียเวลา q*079...มีเวลานอนหลับสบายเลย q*008


q*003 โห..พ่อมหาฯงอนก็เป็น ล้อเล่นน่า...มามะ มาม่า มามะ q*012q*012q*090


ตะเองไปหน้าบอร์ดยัง วันเกิดป้าแช่มกะอาชาม มากันคึกคักเลย q*077





ลองสังเกตดูหลายครั้ง แม้จะเป็นเรื่องที่เหมือนจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว แต่ไข่มักกลับมาเขียนข้อความคล้ายไม่ยอมรับอีก จึงมีประเด็นให้ถกเถียงกันอีก


ตอนนี้ไข่เจียวก็มีวิชาการมาเป็นชุดใหญ่ แถมให้ถิงๆชุดใหญ่ด้วยนะครับ q*012q*013

หลักฐานคาหนังคาเขาอย่างนี้ ป้าแช่มยังจะยืนยันว่า วิชาการบั่นทอน อีกหรือเปล่าครับ q*031

นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่สวนหมัดฮุคกลับไปให้ไข่เน่ามาคุยเชิงวิชาการ แบบมีข้อมูลมางัดข้อกัน ไข่เน่าจะยอมหาข้อมูลมาสู้กันหรือครับ q*032

ก๊ากกกกก coco

กั๊ก กั๊ก กั๊ก q*080q*020q*013

นึกถึงตอนที่เด็กนา งอนๆเวลาถูกพี่มหาโต้แย้ง เพราะไม่เห็นด้วย q*038 ก็มีอาการไม่ต่างจากไข่เน่า นี่แหละครับ

แต่ตอนนั้น ไข่เจียวองค์ลง จึงช่วยให้มุมมองแง่ดี เดี๋ยวเดียวก็หายงอนละ

แต่วันนี้ต่างกัน คือ กรรมการไปร่วมแจม มองแง่ลบไปกะเขาด้วย q*072 เฮ้อ งานนี้เลยเจอศึกหนัก q*027

ดีนะเนี่ย สองถิงไม่ค่อยว่างงานมาร่วมแจม น้องนิวมาแล้วก็หายไป มิคกี้ก็ให้ข้อคิดที่ดี

แค่นี้...พี่มหาก็ตอบไม่ทันละครับ อิอิ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม