หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ถ้าหากภาคอีสานแล้งบ่อย ก็น่าจะดึงน้ำจากแม่น้ำ โขง ชี มูล มาใช้ในจ.ต่างๆ  (อ่าน 413 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 08:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ถ้าหากภาคอีสานแล้งบ่อย ก็น่าจะดึงน้ำจากแม่น้ำ โขง ชี มูล มาใช้ในจ.ต่างๆ



ถ้าหากภาคอีสานแล้งบ่อย ก็น่าจะดึงน้ำจากแม่น้ำ โขง ชี มูล มาใช้ในจังหวัดต่างๆๆทั่วทั้งภาคอีสาน เช่นในสมัย ท่านพลเอกชวลิิต ยงใจยุทธ ท่านบอกว่าจะพัฒนาให้เป็นอีสานเขียว ซึ่งความคิดนี้ยังใช้ได้อยู่ทุกสมัย แต่ไม่มีใครเป็นผู้ต่อยอดครับ จะรอดูว่าผู้นำคนใหม่จะนำความคิดนี้ไปต่อยอดหรือไม่ครับ..รอดูกันต่อไปครับ..
หรือท่านผู้อ่านและสมาชิกมีความคิดเห็นที่ดี ในการช่วยเหลือภาคอีสานแล้งประจำนั้นได้หรือไม่เรามาช่วยเสนอแนะกันครับว่ามีวิธีแก้ปัญหาอีสานแล้งกันอย่างไรบ้างครับ เชิญมาช่วยกันเสนอความคิดเห็นกันครับ...





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 10:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หวัดดีครับ คุณ destinygoal

ได้อ่าน กระทู้ ป่าซับน้ำ้ ของผมหรือยังครับ เรื่องนี้ผมเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ รายสัปดาห์ ซึ่งผมเป็นเจ้าของบรรณาธิการ เมื่อปี 2518 สมัยนั้น พลเอกชวลิตฯ น่าจะยศระดับ พันเอกละมั้ง...ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้น ท่าน ชลิตฯ เรียก อจ.เสริฐฯ ว่า อาจารย์ และใครๆก็รู้ว่า ท่านเป้นศิษย์เอกข้่งแคร่ของ อจ.เสริฐฯ น่าจะจำกันได้ว่า พวกนี้จะตั้งสภาแห่งชาติ คึกฤทธิ์ออกมาต่อต้่น พูดว่าสภาโจ๊ก

อจ.เสริฐ เป็นผู้ประกาศตัวเองเป็นคนแรกว่า ท่านเป็นคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย ช่วง ประชาธิปไตยเบ่งบาน อจ.เสริฐฯเป็น หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และ เป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มี่ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร หลายคน สส.ส่วนมาก มาจากภาคอีสาน

แต่ตอนหลัง อจ.เสริฐฯ ถูกตร.จับข้อหาล้มสถาบัน และท่านได้เสียชีวิตในคุกบางขวาง ในรุ่นราวคราวเดียวกัน กับ วีระฯ ติดคุก โดยมาตรา 112 เช่นกัน ติดอยู่ไม่นาน พลเอกเปรมฯท่านขออภัยโทษ ให้ หลุดออกมาเล่นการเมืองอีกครั้ง..ผู้คนพูดว่า วีระเนรคุณ

และนั่นคือที่มาแห่งความเคืองแค้นสถาบันอย่างเอาเป็นเอาตาย และเป็นที่รวมพลคนเป็นคอมมิวนิสต์จำนวนหลายคน ในพรรคใหญ่ และหลายคนโดนข้อหาหมิ่น ต้องหนีระเห็ดไปอยู่ต่างประเทศ

เล่าเรื่องนี้เพราะ คุณพูดถึง นโยบาย ของท่านชวลิตฯ จะัได้รู้ที่มาของ ชวลิตฯด้วย ในที่สุดก็ยกพรรคการเมือง ให้กับน้กการเมืองนายทุนสามานย์ ราคาเท่าไรก้ไม่รู้ เชื่อว่านับร้อยล้านบาท

เรื่องสร้าง "ป่าซับน้ำ" การสูบน้ำจาก แม่น้ำโขงขึ้นมาใช้ในภาคอีสาน ผมเขียนมาตั้งแต่ปี 2518

ผมได้ข้อมูลเล็กๆน้อยๆ จากชาวอีสาน 6 คนไปรับจ้างถางป่ายางพารา ที่บ้านพ่อผม มานานตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว เขาตกใจมากที่เห็นน้ำคลองไหลเชี่ยวกรากที่ผ่านหน้าบ้านของพ่อผม...พวกเขาบอกว่าบ้านของเขาแห้งแล้งมาก เขาบอกว่าเป็นที่ราบสูง ผมคิดว่า เวลารถไฟวิ่งต้องใต่ขึ้นไปสูงๆ นึกภาพว่าเหมือนพวกเขาอยู่สูง เทียบเท่าบนภูเขาบรรทัด

เพิ่งมาถึงปี 2553 นี่เองผมเพิ่งรู้ว่า เป็นพื้นดิน ราบเรียบธรรมดาๆ สูงบ้างต่ำบ้าง ความจริงภาคอีสานอุดมสมบูณ์มาก เสียอย่างเดียวขาดน้ำ ที่ไม่มีน้ำเพราะปู่ย่าตาทวด ไม่รักษาป่า ร่วมกับนายทุนตัดต้นไม้..น่าเสียดายนัก

ที่สำคัญเรามีรัฐบาลที่ด้อยปัญญาตลอดมา

//ช.ผาสุข(New Generation)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 10:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แนวคิดมี แต่กรรมวิธีมันยากครับ...หากใครยังจำได้
ญี่ปุ่นมีงบ มิยาซาว่า มาให้ใช้ ให้ถลุงกันจนเพลิน...
งบอีสานเขียวเหมือนกัน...สองฝั่งถนนจะเห็นท้องร่อง
ตลอดแนวเส้นทางที่ผ่าน ปูลาดด้วยปูนซีเมนต์อย่างดี
ดูเหมือนถาวรวัตถุเลยก็ว่าได้...สมัยนั้นคงคิดกันว่า
ฝนตกมาน้ำฝนนั้นก็จะไหลบ่า ลงไปในท้องร่อง และ
ก็ปล่อยส่งผ่านไปตามเส้นทางถนน ที่ตัดผ่านว่าเข้าไปนั่น
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน คนยุคนั้นมันปัญญาอ่อนหรืออย่างไร
โดยเฉพาะคนที่เป็นรัฐบาล และเอางบเหล่านี้ ที่่ให้ฟรี
หรือกู้มาโดยปลอดดอกเบี้ย....มาใช้ถลุงเล่นแบบเสียของ
กันอย่างนี้....เขาคิดเหมือนเด็กปัญญาอ่อน หากมีท้องร่อง
หรือคูคลองคอนกรีต เดินเรียบตามเส้นทางถนนลาดยาง
หรือสายหลักที่ตัดผ่าน....น้ำก็จะไหลไปสู่จังหวัดนั้น ๆ
หรือแหล่งกันดาร ตามเส้นทางถนน แต่ผมเห็นแล้วอดสงสัย
ไม่ได้ เพราะน้ำมันไม่ได้ไหลจากที่ต่ำไปหาที่สูงซะเมื่อไร
และอ้ายดินแดนห่างไกล ที่มันแล้งจัด แล้งซ้ำซากมันก็
ล้วนแล้วอยู่บนที่สูงทั้งนั้น สร้างรำรางร่องน้ำขึ้นมา...
ก็เหมือนสร้างมาผลาญเงิน มันก็คงอยู่อย่างนั้น น้ำก็ไม่มีวัน
ไหลผ่านเส้นทางที่สร้างเลย พูดง่าย ขอให้ได้สร้างได้ทำ
ได้กินกันจนพุงกาง...แต่ไม่มีการตั้งสถานีสูบน้ำหรือแหล่ง
กับเก็บพักน้ำ เป็นแอ่งหรือฝาย เพื่อจะได้สูบหรือปั่นกันส่งต่อ
ไปที่ ๆ สูงกว่า และแล้งกัน....เขาหวังใช้พลังธรรมชาติ
สุดท้ายก็กลายเป็นราง ที่ประจานกันตามเส้นทางต่าง ๆ
ในภาคอีสานไป...สร้างแต่ไม่ไ้ด้ใช้ประโยชน์ เขาเรียกว่า
รัฐบาลยุคนั้น โง่ แต่ขยัน...บ้านเมืองถึงได้ไปไม่ถึงไหน
แล้งอย่างไร ก็แล้งซ้ำซาก ผูกปี...หากเอางบเหล่านี้
มาสร้างเขื่อน สร้างฝายกักเก็บน้ำไ้ว้ใช้ในยามจำเป็น....
เราก็คงจะไม่เห็นว่าอีสาน มันแล้งซ้ำซากกันหรอกครับ

ส่วนจะสูบหรือดูดขึ้นมาจากแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่าน...
ปัญหามันมีอยู่ว่า เราไม่มีลำห้วยหรือท่อส่งน้ำที่จะเอาน้ำ
เหล่านี้ไปกักเก็บ และโดยเฉพาะัภูมิประเทศ ที่สูง ๆ ต่ำๆ
มันถึงจำต้องมีจุดพัก จุดกักเก็บ และส่งต่อ เป็นทอด ๆไป
จุดนี้เราไม่เคยสนใจที่จะบูรณาการ....เราปล่อยผ่าน
อาศัยธรรมชาติ ตามมีตามเกิดกัน...อย่าลืมภัยแล้งมามันมี
งบให้ใช้กันทุกปี ทุกที่....เขากินส่วนต่างกันจากส่วนนี้ครับพี่น้อง
ดูกันง่าย ๆ เรื่องไฟป่าทางภาคเหนือ...หากจับจริง ตรวจจริง
ก็หมดไป จะเกิดกันก็แค่ไม่กี่จุด แต่สิ่งที่ปรากฎ คือมันมีคนสั่ง
ให้จุด ให้ปล่อยไฟ...เพื่อให้ได้งบประมาณมาใช้ ในเขตตน...
เหมือนป่าพลุ ควรเคร็ง เห็นกันไหมที่นครฯ...ซ้ำซากทุกปี
ฝีมือใคร....นายทุน ข้าราชการขี้ฉ้อ...ล่อกันเป็นประจำ
นายทุนนักการเมือง เจ้าพ่อได้ที่...ข้าราชการได้งบ..จบกัน!!!
ส่วนบ้านเมืองจะฉิบ....ายนั้น...มันไม่ใช่ของโคตะระเง่ามันนั่นเอง


บ้านเราอย่าไปหวังครับสำหรับโครงการดี ๆ....
หากมีกันจริง ๆ เดี๋ยวก็จะมีปลิงมาขัด มาขวาง...
อ้างโน่น อ้างนี่ ไม่รู้จบ สรุปสุดท้ายก็ไม่ได้สร้าง
พอจะสร้าง งบประมาณมันก็บานปลาย แพงกว่าเก่าสิบเท่า
เขาคิดกันเป็นแค่นี้ ดูอย่างคลองคอดกระ จะจะ....
ตั้งหลายสิบปี ป่่านนี้ยังไม่มีโอกาสสร้าง ประเทศอื่นเขาสบาย
ประเทศไทยไม่ได้ แถมเสียประโยชน์อีก...งบประมาณสมัยนั้น
ประมาณกันว่าแค่ สองพันล้าน...หากสมัยนี้คิดสร้างสองหมื่นล้าน
ยังไม่มีปัญญาสร้างเลย....สองพันล้านเสียไปในสมัยนั้นป่านนี้
คงได้กลับมาแล้วประมาณเป็น ล้าน ๆ ล้านบาทแล้วครับท่าน
เพราะเรือทุกลำมันจะไม่ผ่านแหลมทองทางมาเลย์ มันจะเล่
เข้ามาทางฝั่งไทย ประหยัดค่าใช้จ่ายกันไปสบายสะดือ...
นี่คือวิสัยทัศน์ หรือวิชั่น ของคนไทย...ที่คอยกัดกินกันเอง...
จนเป็นสัน......แก้ยาก หากคิดจะทำ เป็นขวางลำทันที!!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 11:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขออนุญาต แสดงความเห็นอันกระจ่อยร่อย..
ปัญหาในความขาดแคลนยังมาไม่ถึง..
จีนโบราญยังสามารถเจาะภูเขา เอาน้ำผ่านได้..
ไทยสมัยใหม่..ยังไม่มีความสามารถถึงจะขุดอะไรต่อมิอะไรได้..
หากจะทำได้อย่างจีนโบราญ..คงจะต้องให้มีการใช้แรงแส้เคี่ยนตี..
งบมิยาซาวา..น่าอนาถในความคิด อิสานเขียว..
ท่านเชาวลิต..ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้น เป็นอัน..
อิสานเขียว..เอางัวราคาเป็นครึ่งแสนไปให้เกษตรกรเลี้ยง..
งัวจากต่างประเทศ เอาเลี้ยงในทุ่งกุลา..
ผอมเหลือแต่ซี่โครง..กลายเป็นโคพลาสติก..โคพลาสติก..
ยังมีอีก เมล็ดมะม่วงหิมพานต์..เจ๊งไม่เป็นกระบวน..

ไม่ย้ำคิด ย้ำจำในความผิดของคนอื่น แต่มันเป็นเรื่องราวในความเป็นไป และเป็นมาของเรื่องราวเส้นมางการพัฒนาประเทศ..
ผู้นำสมัยใดงี่เง่า สมัยใดคดโกง สมัยใดมีความเจริญในอารยะธรรม..
ในบทบาทของความจดจำ จะต้องถูกจดจำใว้หมด..
เพราะไม่รู้ว่าใครทั้งจด และทั้งจำ..
ลบประวัติความเป็นประเทศลงไปไม่ได้..
สมัยใด ทำล่มสลาย สมัยใดทำจำเริญรุ่งเรือง..
ไม่อย่างนั้น..จะมีสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และรัตนโกสินทร์
สมัยรัตนโกสินทร์...ยิ่งใหญ่ในการจดประวัติศาสตร..
เพราะหลากหลายในราษฏร..
ราษฏร..ราษฏร..ราษฏรเอ๋ย..เหมือนในน้ำ เหมือนในท้องฟ้า เหมือนในพื้นผิวโลก..สับสน อลหม่าน...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 16:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับพี่แมนที่เคารพ


เรื่องป่าซับน้ำได้อ่านกระทู้ของพี่แล้ว เป็นความคิดที่ดีมากในสมัยก่อนนั้นป่าอุดมสมบูรณ์มากก็สามารถซับน้ำได้แต่ปัจจุบันนั้นป่า***นเตียนป่าก็ไม่มีไม่สามารถซับน้ำไว้ได้อีกครับ ก็ต้องขุดคลองลำธารที่มีสายน้ำของแม่น้ำไหลผ่านให้เป็นใยแมงมุมครับ คุณไปดูตัวอย่างได้ที่สุพรรณครับเข้าแบ่งน้ำและถนนทำเป็นใยแมงมุมทั่วจ.สุพรรณเลยครับ ข้าวที่ปลูที่ดินสุพรรณจึงเป็นข้าวพันธ์ดีไงครับชาวซาอุฯและตะวันออกกลางจึงอยากเป็นเจ้าของที่ดินในจ.สุพรรณบุรีจึงหาสาวไทยมาแต่งเป็นภรรยาแล้วกวาดซื้อที่แถบสุุพรรณและว่าจ้างแรงงานไทยปลูกข้าวชั้นดีส่งซาอุฯและชาวตะวันออกกลางครับ ผมว่ายังมีที่นาจังหวัดอื่นๆที่ชาวสิงดโปร์ ชาวใต้หวัน ฮ่องกงที่เขาจับจองเป็นเจ้าของกันมานานแล้ว ประเทศเขาเล็กเขาต้องการที่ดินในประเทศไทยมากเป็นที่ดินผืนใหญ่เขาอยากจะเป็นเจ้าของมากๆเลยแต่งงานกับหญิงไทยเพื่อเป็นเจ้าของที่ดินในไทยกันเป็นจำนวนมาก ก็ไม่รู้ว่าเปิดประเทศจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็ต้องคอยดูกันครับพี่แมนครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 17:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณพันตา

ไม่ทราบว่างบต่างๆที่ใช้ไปที่ไปสร้างรางน้ำไหล 2 ข้างทางหรืขุดบ่อน้ำในงบมิยาซาวา ก็คงจะลงทุนจนหมดแล้วงบที่เขาให้มาไม่ต้องจ่ายคืนหรือครับเป็นงบให้เปล่าหรืองบกู้ยืมครับหากเป็นงบกู้ยืมมันก็จ่ายคืนในระยะกี่ปีครับ ตอนนี้เราเป็นหนี้ต่างชาติมากมายพอสมควรมีหลายคนกลัวกันว่าจะเป็นเหมือนกับประเทศกรีซ หากเรามีหนี้มากๆก็ไม่แน่เหมือนกันก็ภาวนาอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย ก็จะไปติดกับดักเขาอีกครับ ก็คงจะเป็นกับดักต่างชาติที่เขาวางเอาไว้ครับ

แต่เรื่องปัญหาภัยแล้ง หรือดึงน้ำจากโขงชีมูลเข้ามาใช็ก็ต้องให้ผู้ว่าทุกจังหวัดในภาคอิสานระดมพลข้าราชการทุกระดับรวมทั้งชาวบ้านว่าจะช่วยขุดหน้าดินสร้างเป็นสายน้ำลำธารขึ้นมาอย่างไรครับในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและใช้งบประมาณอย่างประหยัดโดยมีชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือกันครับคุณพันตา หากสร้างสมัยนั้นสองพันล้านก็น่าจะสร้างตั้งแต่ตอนนั้น หากมาสร้างตอนนี้ใช้เงินถึงสองหมื่นกว่าล้่านก็คงก็คงจะลำบากครับ...คุณพันตาครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 17:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณเฮโล..


คุณพูดเป็นปรัชญาของจีนเลยครับ ในอดีตจีนสร้างกำแพงเมืองจีนยาวไปหลายสิบกิโลหรือยาวเป็นร้อยๆโลก็สร้างได้หมด

แต่ของเราไม่ได้เป็นเช่นนั้นเขาต้องมีงบประมาณมาสร้าง มาแบ่งคล้ายไม่ไอติมผ่านไปถึงใครก็เลียและกัดกันคนละคำ จนถึงคนสุดท้ายก็ให้เลียอย่างเดียวเพราะเหลือแตไม้ไอติมครับ..น่าสงสารชาวประชารัฐบาลไหนมามันก็คือกันเหมือนกันหมดแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หน้ามืดตาใสเหมือนกันหมดทุกชุดทุกสมัยครับ ก็ได้แต่มองดูเพียงอย่างเดียวครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 19:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในรูปแบบการปกครองแบบระบบประชาธิปตัย..
เขาต้องเลือกผู้แทนตนเอง..
ชาวบ้าน ไม่มีใครกล้าหาญมาสมัครเพื่อรับเลือกตั้ง..
แต่ชาวบ้าน ดันไปมองพวกนายวานิชเช่นเทวดา
บางคน..ไปเชื้อเชิญ แทบจะหามให้ไปลงรับเลือกตั้ง
นักบริหารสายที่มาจากการเลือกตั้ง
เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง อาชีพพ่อค้าข้าว เจ้าของโรงสี มาสมัยใหม่ เป็นพ่อค้า ขายคลื่นโทรทัศน์ และโทรศัพท์

ผมพยายามจะเฟ้นหาลูกตาสี ลูกตาสามาเป็นผู้แทนบ้าง เพราะเขารู้จักภูมิประเทศ รู้จักวัฒนธรรมต่างๆได้ดี..
แต่อนิจา..ลูกตาสี ตาสา ลูกชาวบ้าน ดันเป็นตาบอดสีเสียอีก..กระ*** กระสนผลักดันตัวเองเข้าสู่เบื้องเท้านักการค้าไปเสียฉิบ..สังเกตุ..บางครั้ง ในหลายเวที..ลูกตาสี ตาสา แสดงบทบาทดุดัน..ไม่กริ่งเกรงสิ่งใดๆ..
แต่แค่เพื่อให้ได้ความเป็นอำมาตย์ใส่บ่าเท่านั้น..ก้มกราบแทบเท้าผู้เป็นเจ้าของรัง..
ไม่มีใครเลย ไม่มีใครเลย มองหาไม่เห็นวี่แวว..
มองเห็นแต่นายวานิช ผู้กำหอกสามง่าม..นุ่งโจงกระเบนแดงๆ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 22:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่เป็นวานิช หรือผู้ญิ่งใหญ่เหล่านั้นจึงมาอยู่ในที่อโคจรกันหมดไงครับ เป็นที่รวมบัณฑิตแต่ที่มากันนั้นไม่ใช่บัณฑิตแต่เป็นวานิชตามที่คุณบอกแทนไงครับคุณเฮโล..คนที่ควรมานั้นไม่มาเพราะขาดง.ตัวเดียวครับคุณเฮโล..


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 2 พ.ย. 12, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเคยคิดอยากจะสมัครส.ส. ครับ ลุงจ๊อก อิอิ ทุกวันนี้ยังคิดอยู่ 55555
ส่วนเรื่องการแก้ปํญหาภัยแล้ง ...ของอิสานผมขออ่านอย่างเดียว เพราะอยู่ในพื้นที่ ครับ .. ส่วนเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ทุกภาคของไทย ตัดไม้ทำลายเหมือนกันครับ..เผลอๆ คนอีสานอาจตัดน้อยกว่าภาคอื่นด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้นไม้ให้ตัด 55555 ตัดแล้วตายเลย ชีวิตผมได้ซึมซับและเห็นลักษณะภูมิประเทศมาทุกภาคของไทย ... ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ทุ่งหญ้าสะวันนา ป่าดิบเขา...และเข้าใจธรรมชาติ ผมสามารถคาดเดาเรื่องลมฝนฟ้าอากาศได้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและประสบการณ์โดยไม่ต้องพึงพากรมอุตุนิยม อย่างน้อย 80 เปอร์เซนต์ เช่น มดดำขนไข่ขึ้นต้นไม้ เป็นต้น อย่างปีนี้แปดสองหน ต้นคุณ(ราชพฤกษ์หรือดอกคำหรือดอกลมแล้ง) บ้านผมออกดอกเดือนกันยายน คาดได้เลยว่าแล้งจัดครับ ส่วนเรื่องทำภาคอิสานให้ชุ่มชื้นนั้นอีกไม่นานเกินรอได้เห็นแน่(หากไม่ตายก่อน อิอิ) เคยอ่านนวนิยายของคนญี่ปุ่นเขียนเกี่ยวภาคอิสาน(จังหวัดร้อยเอ็ดจะเป็นศูนย์กลางความเจริญในอนาคต) เรื่อง"มหานาน้ำศักดิ์สิทธิ์" ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงครับ
ขอบคุณครับ
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 3 พ.ย. 12, 07:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณเฮโลนี่ใครๆก็รู้จัก อยู่มานาน แม้แต่คุณดง..ยังเลียกว่าลุงจ๊อกเลย มีแต่ผมนี่ละที่เพิ่งจะรู้จักเป็นคนหน้าใหม่สำหรับคุณครับ แต่ก็ร่วมพยากรณ์อากาศกันมา3-4เดือนทุกวันวันละหลายหน ไว้ชวนคุณดง มาร่วมพบากรณ์ร่วมอีกคนดีไหมคุณลุงจ๊อกครับ ช่วงนี้อารมณ์จะดีตลอดไม่โกรธเพราะมีธรรมะอยู่ในใจ
ที่จะมาเผยแพร่ให้กับท่านสมาชิกทุกคนได้เป็นคนดี มีศีล สมาธิ และปัญญา อยู่ในใจครับ..

คุณดงอยู่ภาคอีสานจะรู้ปัญหาและวิธีการแก้เรื่องอีสานแล้งได้ดีกว่าใครเพื่อน
ดีครับที่ร่วมแสดงความคิดเห็นเข้ามาหากมีอะไรเพิ่มเติมคุณดงก็เสนอเข้ามาได้ตลอดครับเราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันช่วยกันสร้างสรรค์สังคมนี้ให้ดีขึ้นไปร่วมด้วยช่วยกันกับคุณลุงจ๊อกหรือคุณเฮโลครับคุณดง..ครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 พ.ย. 12, 07:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมมั่นใจในความละเอียดอะละออของดองฯ..
คนที่จะทำงานให้แก่ท้องถิ่นไหนๆ ต้องใช้คนในท้องถิ่นนั้นๆ..
ความรอบรู้ในภูมิประเทศ เป็นส่วนสำคัญมาก สำหรับนักพัฒนาและแก้ปัญหาปัจจัยการประกอบอาชีพ..
การรอบรุ้ถึงสภาพของพื้นที่ จะรู้ได้ว่า พื้นที่ตรงไหนสูง ตรงไหนต่ำ..
การจะเก็บน้ำ การจะส่งน้ำ..น้ำจะมี หรือไม่มี..ต้องคนพื้นที่ครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 พ.ย. 12, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมถึงบอกว่าหากมีงบประมาณลงไปสร้างฝายหรือเขื่อนต้องถามใคนในพื้นที่ก่อนว่าควรจะทำอย่างไรใฝห้คนในท้องถถิ่นเป็นผู้เสนอเพราะจะทราบปัญหาได้ดีกว่าใครเช่นคุณดง..ครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 4 พ.ย. 12, 13:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องน้ำนี่ผมเห็นด้วยกับคุณ distinygoal ครับ เพราะน้ำคือชีวิต

เราควรบริหารน้ำให้ครบวงจร ก็หลักการง่ายๆ ครับคืออย่าให้น้ำมันขาดในบางที่
หรือเกินจนท่วมในบางที่

ผมมีความคิดแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ตั้งแต่โครงการที่ใครหาเสียงไว้นะ โครงการโขง ชี มูล

คือน้ำเราต้องมีที่เก็บ
มีฝายไว้ชะลอน้ำ
มีระบบชลประทาน มีครองทั้งธรรมชาติ และคลองที่สร้างขึ้นมา มีราง มีท่อ มีสูบ เอาไว้โยกย้ายน้ำไปมาได้


มีที่เก็บ เช่น ป่าไม้คือที่เก็บน้ำถาวร รองลงมาคือเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง แก้มลิง บ่อที่ขุดขึ้นมาใหม่ ฯลฯ

มีฝายน้ำล้น เพื่อชะลอไม่ให้น้ำไหลไปที่อื่นเร็วเกินไป

มีระบบชลประทาน คลอง ราง ท่อ สูบ เอาไว้โยกย้ายน้ำไปมาได้
น้ำจะไหลจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ เราต้องบริหารตรงนี้ให้ดี
หากเวลาผ่านไป ด้านที่สูงกว่า เกิดแห้งแล้ว เราก็ต้องใช้วิธีสูบกลับขึ้นไป

ตรงไหนน้ำมาก ก็เอาไปให้กับพื้นที่น้ำน้อย น้ำแล้ง หรือเอาไปเก็บไว้
หากน้ำมากเกินไป จนเกิดน้ำท่วม หากมันไหลลงทะเลช้า ก็สูบช่วย ผ่านระบบท่อ ระบบแม่น้ำลำคลอง ใช้หลายๆ วิธีทำไปพร้อมๆ กัน

ระบบการโยกย้ายน้ำ มันต้องเป็นเครือข่ายไปทั่วประเทศครับ
มันก็ใช้งบประมาณมหาศาลอยู่นะ แต่มันก็คุ้มครับ
เพราะน้ำคือชีวิต หากขาดน้ำ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะลำบากครับ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4 พ.ย. 12, 21:28 น โดย kainuy191 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 4 พ.ย. 12, 15:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณไข่นุ้ย

ผมเคยเห็นคุณเสนอเรื่องคือน้ำเราต้องมีที่เก็บ
มีฝายไว้ชะลอน้ำ
มีระบบชลประทาน มีราง มีท่อ มีสูบ เอาไว้โยกย้ายน้ำไปมา
และคุณเสนอร่วมกับคุณลำตะคองเมื่อหลายเดือนก่อนและมีภาพประกอบอย่างละเอียด คุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดที่ดี ในการแก้ปัญหาภัยแล้งว่าจะแก้ไขอย่างไร หากคุณไข่นุ้ยมีรายละเอียดก็เชิญลงภาพถ่ายที่คุณเคยเสนอเข้ามาอีกได้ครับ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจจะนำข้อคิดเห็นไปแก้ปัญหาของชาติได้เลยครับ คุณไข่นุ้ยเข้ามาคุยเลยจำได้ครับ มีอะไรก็เชิญเสนอเพิ่มเติมกันได้ครับ...




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 4 พ.ย. 12, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กระทู้นี้จะพูดคุยถึงวิธีแก้ปัญหาภัยแล้งในภาคอีสานและภาคอื่นๆที่มีปัญหาครับใครมีวิธีแก้อย่างไรเชิญเข้ามาเสนอต่อเนื่องได้ครับ...




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 5 พ.ย. 12, 12:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีหลายท่านเสนอวิธีการเข้ามา แต่ต้องใชทุนพอสมควรก็ต้องให้คนในพื้นที่ประชุมกันหาวิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำร่วมกันครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 5 พ.ย. 12, 15:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การแก้ปัญหาการขาดน้ำ และการจัดหาแหล่งน้ำ..
เป็นงาน คนละงานกัน..
การแก้ไขการขาดน้ำ..
เราใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่..
เราใช้น้ำตรงความต้องการในทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่..(มีการปล่อยน้ำทิ้ง เมื่อครบตามความต้องการ)
นาปี..หรือนาข้าวหนัก การเกษตรจำพวกนี้ ต้องอยู่นอกระบบชลประทานต้องใช้น้ำที่ได้จากธรรมชาติเท่านั้น(ฝนตกในที่อื่นๆ แต่ก็ยังไหลลงลำคลองมาสู่แปลงนาได้) แต่ต้องธรรมชาติมาตามกำหนด และจำนวนด้วย..ไม่ใช่มาช้า แล้วมาน้อย..แบบฤดูนี้..
การเกษตรประเภทนี้ ต้องถูกวางใว้ในรูปแบบการผลิตอีกประเภทหนึ่ง
ไม่สมควรเอามาผสมเป็นการผลิตข้าวมวลรวมทั้งประเทศ..
ผมกำลังจะบอกว่า ข้าวของเกษตรกรจำพวกนี้ มีความเสี่ยงสูงกว่า..
ราคาชื้อจากโรงสี หรือรัฐบาล น่าจะให้ราคาที่สูงกว่าข้าวที่ผลิตได้ในระบบชลประทาน..
และ..อัตราการผลิต ก็น้อยครั้งกว่า..แต่คุณภาพในการบริโภค..ยอดเยี่ยมที่สุด..
แบบนี้ น่าจะพอเลียงปาก เลี้ยงลูกเขาให้ได้เรียนต่างประเทศเหมือนลูกท่าน สส.ได้แล้ว..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 5 พ.ย. 12, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงๆผมอยากให้ชาวนาปลูกข้าวได้ 3 หน ทุกจังหวัดและทุกๆภาคครับ สมมุติหากเป็นผู้นำก็จะสั่งการลงไปให้ขุดลอกแม่น้ำลำคลองที่ตื้นเขินให้หมดทุกเส้นทางที่น้ำไหลผ่านทุกๆจังหวัดและขุดลอกให้่เป็นสายใยแมงมุมเหมือนกับจ.สุพรรณบุรีให้หมดครับ..ที่ดินทุกแปลงจะมีทางน้ำไหลผ่านกันหมดทุกแปลงทั่วประเทศ อย่างนี้ก็อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำ เกษตรก็จะไม่ยากจนอีกต่อไปและคำว่าแล้งซ้ำซากก็จะไม่เกิด แต่ยังไม่เห็นใครสั่งการเช่นที่ผมสมมุติขึ้นซักทีครับก็ได้แต่ปลงอนิจังครับท่านพี่น้อง คงต้องรอคุณเฮโลหรือคุณพันตาสั่งการในอนาคตครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 5 พ.ย. 12, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บังเอิญว่าผมอยู่ปลายนัำครับ ..อยู่บริเวณน้ำมูลไหลบรรจบน้ำโขงที่เรียกว่าแม่น้ำสองสี เป็นแหล่งรวมน้ำ ทั้งยังมีเขื่อนสิรินธรอีกด้วย จึงไม่ค่อยประสบภัยแล้งเท่าไรนัก.. บริเวณที่แล้งที่สุดของภาคอีสานคือบริเวณอิสานตอนกลางและอิสานเหนือบางจังหวัด น่าจะรวมถึงจังหวัดตาก(เหนือตอนล่าง กลางตอนบน หรือตะวันตกก็ใช่)บางอำเภอที่อยู่ในเงาฝนแต่จังหวัดตากได้รับน้ำจากเขื่อนภูมิพล พอบรรเทาได้

เมื่อวานไปงานกฐินเลยไม่ได้แวะมาสนทนากับเพื่อนสมาชิก เห็นคนแก่ชาวบ้านที่ทำนาปัง(นาแล้ง) พูดคุยกันว่า"ปีนี้คงไม่หวังน้ำชลประทานจากเขื่อนสิรินธร"
เพื่อนผมทำนาเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องวิถีชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ได้งบจากสำนักพัฒนาสังคม ...มีสระน้ำ และไก่ไขบนสระน้ำ...นั่งดื่มกันพอประมาณ แล้วรำพึงว่าอยากได้สระอีกสักหนึ่งสระไว้ใช้สำหรับไม้ผล พืชผักสวนครัว เพื่อหมุนเวียน เพราะปีนี้หากใช้ในสระปลูกข้าว(แทนชลประทานของเขื่อน) ก็จะไม่มีน้ำรดต้นไม้และพืชผักสวนครัว.. ก็พออนุมานได้ว่า...ปริมาณน้ำจากฟ้าปีนี้น้อย..แม้นน้ำในเขื่อนก็เหลือน้อย.. นี่ขนาดพูดถึงชาวบ้านที่อยู่ไกลชลประทานครับ..ถ้าเป็นชาวบ้านที่ไม่มีแหล่งน้ำจะทำอย่างไร.. ก็ต้องให้ชาวบ้านเหล่านั้นมาร่วมกันคิด..ผมเคยไปสัมผัสชีวิตชาวบ้านแถวทุ่งกุลา..โห แตกต่างกันมาจากบ้านผม..เหมือนอยู่กันคนละประเทศ..เรื่องภัยแล้ง การเข้าแถวตักน้ำในที่มีบ่อเดียวแต่หลายหมุ่บ้านมารวมกันใช้.. บางปีฝนดีมากน้ำท่วมทุ่งกุลา ข้าวเสียหายหมด บางปีฝนน้อยก็แล้งสุดโหด ถ้าน้ำพอดี ทุ่งกุลากลายเป็นแหล่งพันธ์ข้าวที่ดีที่สุดของประเทศ..

อีกเรื่องเพื่อนผมเกี่ยวข้าวด้วยมือ..นาคนอื่นใช้รถเกี่ยว แต่คนที่ใช้รถเกี่ยวดันมาขอซื้อข้าวจากเพื่อนผมเพื่อเอาไปทำพันธ์ ...

ผมเองก็พยามคิดหาวิธีแก้แล้งอยู่ครับ แต่ยังไม่มั่นใจว่ทางไหนคือทางที่ถุกต้อง ที่แน่ๆๆรัฐบาลต้องเอาใจใส่..หากจะทำกันจริงๆๆคิดไม่ว่ายากเกินความสามารถเลย เช่นการปลุูกป่าชุ่มน้ำอย่างท่านอาวุโสก็เป็นอีกแนวทาง หรือวิธีกันเก็บกักน้ำ การผันน้ำของคนไข่ ก็เป็นแนวที่ดีเหมือนกันครับ
สรุป ก็คือต้องทำไปพร้อมๆกันทุกส่วนแบบครบวงจร พอปีไหนธรรมชาติแห้งแล้งจะได้ไม่ลำบากมากเกินไป แต่ว่า ส่วนมากมักจะคิดว่า ตอนนี้ตักน้อยใส่รถให้ชาวบ้านไปก่อน ฝนตกมาปีหน้าก็เลิกบ่นเอง คือชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่วางแผนเพื่ออนาคต.. ส่วนชาวบ้านคนไหนแก้ปํญหาได้ก็เป็นความสามารถส่วนตัว..นี่แหละคือความจริงประเทศไทย..
ขอบคุณครับ พรุ่งนี้หากไม่ไปไหน ..คิดอะไรได้ดีๆจะร่วมสนทนาต่อนะครับ
ดงบาทา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 6 พ.ย. 12, 10:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลายท่านมีวิธีคิดที่ดีในการแก้ปัญหาภัยแล้งในชุมชนท้องถิ่นต่างๆให้สามารถในการแก้ปัญหาท้องถิ่นร่วมกับชาวบ้านระดมสมองความคิดต่างๆร่วมกัน อาจจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรีบด่วน ไม่ใช่ยืนมองต้นข้าวแห้งตายต่อหน้าต่อตาในทุกท้องถิ่นครับทุกฝ่ายต้องช่วยกันครับ เพราะเราเจอปัญหานี้ทุกปี ต้องวางแผนแก้ได้ในอนาคตตามที่คุณดง..และคุณไข่..ไ้ด้บอกไว้ครับ..รวมทั้งคุณเฮโล..ด้วยครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 8 พ.ย. 12, 17:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้คุณ Pantaฯ เป็นนายกฯแทนนายกฯโง่คนปัจจุบันนี้จริงๆ ทั้งพูดผิด บริหารน้ำผิด ใช้งบผิดทำรถติด
ไม่เข้าใจคนอีสานเลือกเพราะหาเสียงจะเอาทักสินกลับ ไม่ได้หาเสียงว่าจะแก้ปัญหาให้อีสาน นอกจากประชานิยมจนชาติคงจะล่มจมในอนาคตถ้าเธอยังอยู่ยาว
พวกคุณในนี้ไปบริหารแทนยังได้เลย ตั้งพรรคการเมืองเมื่อไรบอกนะ จะเลือก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ภาคอีสาน แม่น้ำ แล้ง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม