หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ลองอ่านดู บทความคนดัง สังสัยจังว่าเป็นคนรักบ้านเมืองตัวเองหรือเปล่า  (อ่าน 2892 ครั้ง)
Guest
คนกลาง
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 09:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"พวกคุณเป็นสัตว์ร้ายทางการเมือง" นายสุเทพกล่าว และว่า คุณคิดว่าประชาชนลืมสิ่งที่คุณทำไปหมดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ ตนขอประกาศแทนได้ว่า คนนางเลิ้ง หมอโรงพยาบาลจุฬาฯ คนราชดำเนิน คนสีลม คนฝั่งธนบุรี ชาตินี้ทั้งชาติไม่มีวันลืมพวกคุณ

นายสุเทพกล่าวว่า พล.ต.อ.พงศพัศเหมือนพระเอกหนังตะลุง จะคอยถูกชักไยจากแดนไกล การเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนศึกชิงเมืองหลวง ถ้าเขายึดได้ ปักษ์ใต้บ้านผมก็เอาไม่อยู่" (สัตว์ร้ายการเมือง "เทือก" ถล่มแดงเผาเมือง เดิมพันยึด กทม. ได้ใต้ไม่เหลือ, http://www.thaipost.net/sunday/240213/70032)



คนเชียงใหม่อย่างฉันติดตามข่าวการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน

เช่น ทำไมข่าวการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ จึงสามารถยึดครองพื้นที่สื่อราวกับมันเป็นการเมืองระดับชาติ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ สะท้อนภาพการเมืองระดับชาติทั้งหมดได้จริงหรือเราคิดกันเอาเอง?

หรือถึงที่สุดแล้วเราคิดว่ากรุงเทพฯ คือประเทศไทย ประเทศคือกรุงเทพฯ ความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่กรุงเทพฯ จึงส่งผลกระทบไปทั้งประเทศ

ทำไม มีแต่ กทม. เท่านั้นที่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ

ทำไมเมื่อจังหวัดอื่นๆ อยากออกจาก "มหาดไทย" ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ เองบ้างกลับถูกมองว่าเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไม่รักความเป็นไทย ไม่สามัคคี สร้างความแตกแยก แข็งข้อ แน่ใจได้อย่างไรว่ามีปัญญาปกครองตัวเอง แน่ใจได้อย่างไรว่าเมืองทั้งเมืองจะไม่ไปตกอยู่ในมือของมาเฟีย นายทุน นักการเมืองท้องถิ่น

ประเทศไทยจึงมีโครงสร้างการบริหารประเทศที่แปลกๆ นั่นคือ (นอกจากพัทยา) เรามีกรุงเทพฯ เป็นหน่วยการปกครองพิเศษ มีผู้ว่าฯ เป็นของตนเองที่มาจากการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน มีรัฐบาลกลางที่มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเทพฯ (รัฐสภา, กองทัพ, ศาล) ปกครองและบริหารราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยผ่านกระทรวงมหาดไทย; ข้าราชการ งบประมาณ, นโยบาย

แม้การปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่การปกครองส่วนภูมิภาคที่มีประมุขคือผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เรื่อยลงมาจนถึงระดับผู้ใหญ่บ้านเปรียบเสมือนตัวแทนทางสัญลักษณ์ของอำนาจ "รัฐบาลกลาง" ยังคงดำรงอยู่

ราวกับไม่มั่นใจว่า "หัวเมืองประเทศราช" ที่ตกเป็นของสยามอย่างหลวมๆ เมื่อร้อยกว่าปีก่อนนั้น ได้ตกเป็นของสยามโดยเด็ดขาด สิ้นเชิงแล้วหรือยัง?



ปัญหาที่สำคัญมากปัญหาหนึ่งของสังคมไทยคือการไม่ยอมรับ "ความใหม่" ของตนเอง สังคมไทยไม่เคยยอมรับว่าประเทศไทยมีเอกราชสมบูรณ์แบบเมื่อเราได้เอกราชทางการศาลในปี 2481

สังคมไทยไม่ยอมรับว่าประเทศไทยตามแผนที่อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั้นเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นเมื่อร้อยปีที่แล้ว

สังคมไทยไม่ยอมรับว่าสำนึกแห่งความเป็นไทยที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาใหม่ไม่เกิน 70 ปี

ไม่ยอมรับว่าภาษาไทยที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นของใหม่ถูก standardized หรือทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อเป็นภาษาของรัฐชาติที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่

เมื่อเราไม่ยอมรับว่าประเทศไทย ชาติไทย และความเป็นไทย ที่เป็นรูปขวานทองอยู่ทุกวันนี้เพิ่งจะก่อร่างสร้างตัวมาไม่นาน ไม่ได้แน่นแฟ้น รักกันปานจะกลืน ไม่ได้เข้ามารวมกันแบบสมัครใจในทุกกรณี เพราะหลายๆ กรณีก็ไม่รู้ตัวว่าถูกผนวกมาตอนไหน อย่างไร เพราะสำนึกเรื่องรัฐ และดินแดน "ผุด" ขึ้นมาในแต่ละท้องถิ่นไม่พร้อมกัน รู้ตัวอีกทีก็ "อ้าว"-กลายเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว

จากนั้นก็เข้าสู่การเรียนภาษาไทยมาตรฐาน

รับ "สื่อมวลชน" มาตรฐานจากส่วนกลาง เรียนหนังสือหลักสูตรจากส่วนกลางที่สอนเราว่าประเทศไทยนี้หนามีมาอย่างน้อย 700 ปี ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากนั้น วิชาประวัติศาสตร์ก็สอนกล่อมให้เราหลงเชื่อว่า เราเหล่าคนไทยในเจ็ดสิบกว่าจังหวัดเป็นคนไทยอยู่ด้วยกันอย่างนี้มาตาปีตาชาติ รู้รักสามัคคีมาด้วยกันตั้งแต่สมัยรบพม่ารามัญนู่น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
คนกลาง
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 09:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สภาวะเปราะบางขัดแย้ง สับสนในตัวเอง นี้ยังเกิดขึ้นกับกลุ่มอาการความกลัวเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ฉันไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า หากมีใครสักคนเสนอว่าประเทศไทยน่าจะแบ่งเขตการปกครองใหม่ มีรัฐบาลท้องถิ่นที่มีสภาเป็นของตนเอง มีอำนาจออกกฎหมาย รวมทั้งอำนาจศาลที่เป็นศาลท้องถิ่นเป็นของตนเอง-หากมีใครอุตริเสนอโมเดลอะไรแบบนี้ขึ้นมาในเมืองไทยจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นพวก ล้มชาติ ฝักใฝ่สาธารณรัฐ มุ่งสร้างความแตกแยกให้กับประเทศชาติ กบฏ

หากมีใครเสนอว่าทางออกของปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้ที่ดีที่สุดคือให้สี่จังหวัดภาคใต้เป็นเขตการปกครองพิเศษ-บุคคลผู้นั้นย่อมถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เราก็รู้กันอยู่ว่ารูปแบบของรัฐนั้นมีทั้งรัฐเดี่ยวและสหพันธรัฐ-การเป็นสหพันธรัฐ ไม่ได้หมายถึงการแยกประเทศแต่อย่างใด

แต่เหตุใดคนไทยและสังคมไทยจึงมีความรู้สึกราวกับว่าหากมิได้เป็นรัฐเดี่ยวเสียแล้ว ประเทศไทยคงสิ้นสลายไปในบัดดล ขวานทองของเราคงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พลันประเทศไทยจะหายไปจากแผนที่โลก-สูญพันธุ์!

นั่งลงสำรวจความกลัวนี้ให้ดีจะพบว่า มันมาจากการที่คนไทยทุกคนลึกๆ ก็รู้ดีอยู่ว่า "ความเป็นไทย" ที่จินตนาการเอาว่ามีอยู่อย่างนี้อย่างนั้นมันจับต้องไม่ได้ มีจริงหรือเปล่าไม่รู้

สิ่งเดียวที่จะทำให้มั่นใจว่า "ความเป็นไทย" ที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่นเอาไว้จะไม่สูญหายไปไหนก็คือการเฝ้าระวังรักษาสัญลักษณ์แห่งความเป็น "ไทย" ทั้งหลายเอาไว้ให้มั่น รวมไปถึงการรักษาอำนาจของรัฐบาลกลางซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการการรักษาความเป็นไทยแบบราชการเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ภาษา วัฒนธรรม เครื่องแบบ พิธีกรรม ระบบบริหารราชการอันเป็นมรดกตกค้างของระบบของอาณานิคม

มิได้พัฒนาไปสู่ความเป็นสมัยใหม่แต่อย่างใด ตั้งแต่เครื่องแบบสีกากี ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ยังต้องมีนายใหญ่ที่ย้ายมาจากส่วนกลางทำงานกับเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่เป็นคนท้องถิ่น ฯลฯ



ปัญหาความย้อนแย้งสับสนในตัวเองของสังคมไทยจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเรากล้าเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ของเราในฐานะที่เป็นประเทศที่เคยเป็นทั้งเจ้าอาณานิคม เป็นทั้งประเทศที่ตกเป็นอาณานิคม และเป็นทั้งหัวเมืองเล็กเมืองน้อยที่ถูกผนวกรวมเข้ากับสยามเมื่อครั้งสร้างรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ครั้งหนึ่ง และทั้งหมดนี้กลายเป็น "ไทย" อีกครั้งหนึ่งหลัง 2475

จนถึงวันนี้ควรจะมั่นคง มั่นใจได้แล้วว่า ประเทศไทยที่เกิดมาใหม่ๆ นี้ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐชาติสมัยใหม่ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และพร้อมที่จะปรับปรุงโครงสร้างการบริหารประเทศให้เหมาะสมกับยุคสมัย

เช่น มีการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น หรือปล่อยให้ท้องถิ่นจัดการบริหารส่วนราชการของตนเองได้ ลดความสำคัญของกรุงเทพฯ สร้างหัวเมืองใหญ่ กระจายความเจริญ กระจายศูนย์อำนาจออกไปได้หลายจุดมากขึ้น จินตนาการถึงแผนที่ใหม่ๆ ที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยคิดถึงกรุงเทพฯ ได้น้อยลง ฯลฯ

และทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรจะทำให้ประเทศไทยในฐานะประเทศหนึ่ง รัฐหนึ่ง จะหายไปจากแผนที่โลกได้

สังคมไทยควรต้องเดินออกจากภาพลวงตาเรื่องพม่าบุกยึดกรุงศรีอยุธยาอะไรนั่นเสียที

เพราะอยุธยาก็คืออยุธยา ไม่ใช่ "ไทย" ในความหมายของประเทศไทยอันเป็นหน่วยการเมืองในความหมายของรัฐชาติสมัยใหม่

ไม่นับว่าเหตุการณ์ไทยรบพม่า พม่ารบไทย มีรายละเอียดหวือหวาอย่างที่เห็นในหนังและละครย้อนยุคที่เขียนบทตามจินตนาการของคน "ไทย" ในสมัยปัจจุบันที่เอาคอนเซ็ปต์ของ "ชาติ" ในศตวรรษที่ 19 ไปอธิบายสงครามระหว่างอาณาจักรในศตวรรษที่ 14 (ก่อนมี "ชาติ")



เดินออกมาแล้วจะได้ลงมานั่งหัวเราะเยาะเรื่อง "ยึดเมืองหลวง"

เพราะคงต้องถามว่า ยึดไปทำไม? เพื่ออะไร? เมืองหลวงในฐานะที่เป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ ยึดแล้ว-ยึดแล้วต้องถามว่า แล้วไง?

ถามต่ออีกว่า แล้วมันยึดได้จริงหรือเปล่าในทางกายภาพ?

พรรคประชาธิปัตย์เป็นเจ้าของอธิปไตยเหนือดินแดนกรุงเทพฯ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หากแพ้การเลือกตั้งเพราะความไม่เอาไหนของตนเองแล้วถึงกับจะทำให้กรุงเทพฯ ต้องเสียอธิปไตย?!!!!

วาทกรรม "ยึดเหมืองหลวง" ของพรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่กำลังแยก กรุงเทพฯ ออกจากอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศ

วาทกรรมนี้กำลังสร้างความเป็นอื่นให้กับประชาชนใน 76 จังหวัดที่เหลือ

วาทกรรมนี้กำลังทำให้คนกรุงเทพฯ รู้สึกว่าคนอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศนั้นเปรียบเสมือนข้าศึกที่กำลังจะเดินทางเข้ามาเขมือบกลืนกินกรุงเทพฯ ทั้งกรุงเทพฯ ผ่านพรรคการเมืองของ "คนต่างจังหวัด" อันเป็นวาทกรรมที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับเรื่องเล่า โง่ จน เจ็บ-คนต่างจังหวัด โง่ ขายเสียงให้นักการเมืองเลว

หากประเทศไทยจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก็เป็นเพราะการสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชังเช่นนี้ออกสู่สาธารณะ มิใช่การกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น

และหากจะมีประโยคใดในคำปราศรัยของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่น่าฟัง ประโยคนั้นก็คือ "พวกคุณเป็นสัตว์ร้ายทางการเมือง" ที่น่าฟัง เพราะคนเสื้อแดง และผู้สูญเสียจากการสลายการชุมนุมภายใต้การนำของรัฐบาลประชาธิปปัตย์ก็ไม่เคยลืมเหตุการณ์วันที่ 12-19 พฤษภา 2553 เช่นเดียวกัน

ถ้าคุณคิดว่าประชาชนลืมสิ่งที่คุณทำไปหมดแล้ว คุณคิดผิด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนกลาง
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 09:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผลแห่งการสร้างประวัติศาสตร์ชาติไทยฉบับหลอกตัวเองนี้ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับสภาวะขัดแย้ง สับสนในตัวเอง

เช่น ภูมิใจในความเป็นไทย ความรู้รักสามัคคี ความเก่าแก่ของชาติไทย ขณะเดียวกัน ก็เปราะบางหากถูกวิจารณ์ โจมตี หรือตั้งคำถามว่าความเป็นไทยดีจริงหรือ มีจริงหรือ งดงามจริงหรือ ยิ่งใหญ่จริงหรือ?

เหตุที่เปราะบางก็เพราะลึกๆ แล้วรู้ว่าทั้งหมดที่ตนเองเชื่อไม่มีข้อเท็จจริงรองรับอยู่สักเท่าไร



สภาวะเปราะบางขัดแย้ง สับสนในตัวเอง นี้ยังเกิดขึ้นกับกลุ่มอาการความกลัวเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ฉันไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า หากมีใครสักคนเสนอว่าประเทศไทยน่าจะแบ่งเขตการปกครองใหม่ มีรัฐบาลท้องถิ่นที่มีสภาเป็นของตนเอง มีอำนาจออกกฎหมาย รวมทั้งอำนาจศาลที่เป็นศาลท้องถิ่นเป็นของตนเอง-หากมีใครอุตริเสนอโมเดลอะไรแบบนี้ขึ้นมาในเมืองไทยจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นพวก ล้มชาติ ฝักใฝ่สาธารณรัฐ มุ่งสร้างความแตกแยกให้กับประเทศชาติ กบฏ

หากมีใครเสนอว่าทางออกของปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้ที่ดีที่สุดคือให้สี่จังหวัดภาคใต้เป็นเขตการปกครองพิเศษ-บุคคลผู้นั้นย่อมถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เราก็รู้กันอยู่ว่ารูปแบบของรัฐนั้นมีทั้งรัฐเดี่ยวและสหพันธรัฐ-การเป็นสหพันธรัฐ ไม่ได้หมายถึงการแยกประเทศแต่อย่างใด

แต่เหตุใดคนไทยและสังคมไทยจึงมีความรู้สึกราวกับว่าหากมิได้เป็นรัฐเดี่ยวเสียแล้ว ประเทศไทยคงสิ้นสลายไปในบัดดล ขวานทองของเราคงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พลันประเทศไทยจะหายไปจากแผนที่โลก-สูญพันธุ์!

นั่งลงสำรวจความกลัวนี้ให้ดีจะพบว่า มันมาจากการที่คนไทยทุกคนลึกๆ ก็รู้ดีอยู่ว่า "ความเป็นไทย" ที่จินตนาการเอาว่ามีอยู่อย่างนี้อย่างนั้นมันจับต้องไม่ได้ มีจริงหรือเปล่าไม่รู้

สิ่งเดียวที่จะทำให้มั่นใจว่า "ความเป็นไทย" ที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่นเอาไว้จะไม่สูญหายไปไหนก็คือการเฝ้าระวังรักษาสัญลักษณ์แห่งความเป็น "ไทย" ทั้งหลายเอาไว้ให้มั่น รวมไปถึงการรักษาอำนาจของรัฐบาลกลางซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการการรักษาความเป็นไทยแบบราชการเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ภาษา วัฒนธรรม เครื่องแบบ พิธีกรรม ระบบบริหารราชการอันเป็นมรดกตกค้างของระบบของอาณานิคม

มิได้พัฒนาไปสู่ความเป็นสมัยใหม่แต่อย่างใด ตั้งแต่เครื่องแบบสีกากี ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ยังต้องมีนายใหญ่ที่ย้ายมาจากส่วนกลางทำงานกับเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่เป็นคนท้องถิ่น ฯลฯ



ปัญหาความย้อนแย้งสับสนในตัวเองของสังคมไทยจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเรากล้าเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ของเราในฐานะที่เป็นประเทศที่เคยเป็นทั้งเจ้าอาณานิคม เป็นทั้งประเทศที่ตกเป็นอาณานิคม และเป็นทั้งหัวเมืองเล็กเมืองน้อยที่ถูกผนวกรวมเข้ากับสยามเมื่อครั้งสร้างรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ครั้งหนึ่ง และทั้งหมดนี้กลายเป็น "ไทย" อีกครั้งหนึ่งหลัง 2475

จนถึงวันนี้ควรจะมั่นคง มั่นใจได้แล้วว่า ประเทศไทยที่เกิดมาใหม่ๆ นี้ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐชาติสมัยใหม่ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และพร้อมที่จะปรับปรุงโครงสร้างการบริหารประเทศให้เหมาะสมกับยุคสมัย

เช่น มีการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น หรือปล่อยให้ท้องถิ่นจัดการบริหารส่วนราชการของตนเองได้ ลดความสำคัญของกรุงเทพฯ สร้างหัวเมืองใหญ่ กระจายความเจริญ กระจายศูนย์อำนาจออกไปได้หลายจุดมากขึ้น จินตนาการถึงแผนที่ใหม่ๆ ที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยคิดถึงกรุงเทพฯ ได้น้อยลง ฯลฯ

และทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรจะทำให้ประเทศไทยในฐานะประเทศหนึ่ง รัฐหนึ่ง จะหายไปจากแผนที่โลกได้

สังคมไทยควรต้องเดินออกจากภาพลวงตาเรื่องพม่าบุกยึดกรุงศรีอยุธยาอะไรนั่นเสียที

เพราะอยุธยาก็คืออยุธยา ไม่ใช่ "ไทย" ในความหมายของประเทศไทยอันเป็นหน่วยการเมืองในความหมายของรัฐชาติสมัยใหม่

ไม่นับว่าเหตุการณ์ไทยรบพม่า พม่ารบไทย มีรายละเอียดหวือหวาอย่างที่เห็นในหนังและละครย้อนยุคที่เขียนบทตามจินตนาการของคน "ไทย" ในสมัยปัจจุบันที่เอาคอนเซ็ปต์ของ "ชาติ" ในศตวรรษที่ 19 ไปอธิบายสงครามระหว่างอาณาจักรในศตวรรษที่ 14 (ก่อนมี "ชาติ")



เดินออกมาแล้วจะได้ลงมานั่งหัวเราะเยาะเรื่อง "ยึดเมืองหลวง"

เพราะคงต้องถามว่า ยึดไปทำไม? เพื่ออะไร? เมืองหลวงในฐานะที่เป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ ยึดแล้ว-ยึดแล้วต้องถามว่า แล้วไง?

ถามต่ออีกว่า แล้วมันยึดได้จริงหรือเปล่าในทางกายภาพ?

พรรคประชาธิปัตย์เป็นเจ้าของอธิปไตยเหนือดินแดนกรุงเทพฯ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หากแพ้การเลือกตั้งเพราะความไม่เอาไหนของตนเองแล้วถึงกับจะทำให้กรุงเทพฯ ต้องเสียอธิปไตย?!!!!

วาทกรรม "ยึดเหมืองหลวง" ของพรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่กำลังแยก กรุงเทพฯ ออกจากอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศ

วาทกรรมนี้กำลังสร้างความเป็นอื่นให้กับประชาชนใน 76 จังหวัดที่เหลือ

วาทกรรมนี้กำลังทำให้คนกรุงเทพฯ รู้สึกว่าคนอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศนั้นเปรียบเสมือนข้าศึกที่กำลังจะเดินทางเข้ามาเขมือบกลืนกินกรุงเทพฯ ทั้งกรุงเทพฯ ผ่านพรรคการเมืองของ "คนต่างจังหวัด" อันเป็นวาทกรรมที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับเรื่องเล่า โง่ จน เจ็บ-คนต่างจังหวัด โง่ ขายเสียงให้นักการเมืองเลว

หากประเทศไทยจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก็เป็นเพราะการสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชังเช่นนี้ออกสู่สาธารณะ มิใช่การกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น

และหากจะมีประโยคใดในคำปราศรัยของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่น่าฟัง ประโยคนั้นก็คือ "พวกคุณเป็นสัตว์ร้ายทางการเมือง" ที่น่าฟัง เพราะคนเสื้อแดง และผู้สูญเสียจากการสลายการชุมนุมภายใต้การนำของรัฐบาลประชาธิปปัตย์ก็ไม่เคยลืมเหตุการณ์วันที่ 12-19 พฤษภา 2553 เช่นเดียวกัน

ถ้าคุณคิดว่าประชาชนลืมสิ่งที่คุณทำไปหมดแล้ว คุณคิดผิด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนกลาง
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 10:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วคุณคิดว่าคน ๆ นี้รักบ้านรักเมืองตัวเองหรือเปล่า หรือเขารักในความเป็นอริญชนของเขากันแน่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 11:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนอยู่ริมขอบอย่างผม..ไม่เรียกตัวเองว่าเป็นกลางนะครับ.. ไม่ยกตัวเองว่าเป็นคนกลาง แต่จะติ และชมอย่างลูกผู้ชาย ตรงไปตรงมา แล้วแต่ใจอยากจะชม หรือจะติ..
ไม่เข้าข้างปชป.นะครับ..พงศพัศ สังกัดการดำเนินการโดยพรรคไปแล้ว เข้าระบบพรรคไปแล้ว โดยพฤติกรรม แต่ในทางพฤตินัย ยังไม่เห็นใบกรอกข้อความเป็นสมาชิกพรรค..

ผมถาม..ขอถามทุกๆคน..ผมขอถามตรงๆแบบคนจริง..
คุณลืมความระห่ำของคนที่ก่อความเดือดร้น ความวุ่นวาย ความอะไรต่างๆที่พวกนั้นทำกันในปี53ได้หรือไม่..
คุณสะเทือนใจไหม เมื่อกระทั่งพระที่อาพาธอยู่โรงพยาบาลยังต้องรับทุกข์ไปด้วย พระ...สมเด็จพระสังฆราช ต้องถูกนิมนต์หลีกพวกนั้น..หมอ พยาบาล..เป็นบุคลพิเศษ..คนดีมีศีลธรรม อยู่ในสติที่มั่นคง ถนุถนอม หวงแหนหมอ พยาบาลเหล่านั้น หมอพยาบาลทุกคน ทุกที่ เพราะเป็นที่พึงในยามทุกข์
มีเดนคนไล่ขยำจะจ้ำจี้ หยาบคาย โหวกหวาก โหวกเหวก..

คนเป็นกลางก็ต้องกลางจริงๆ ต้องไม่ลืมซิว่า ใครทำอะไร ดีหรือเลว..

พวกคางคก พวกเอาแต่ตัวเอง ก็จะลืมลงไปได้..

ไม่บังเอิญ ผมไม่กินคางคก ไม่เอาแต่พวกตัวเอง ยังไม่ให้อภัยกับการกระทำอันไม่ชอบในอารมณ์ของผม แต่..หากคนเป็นกลาง..จะลืม หรือให้อภัย เป็นสิทธิส่วนตัว..ผมก็เช่นกัน..

คนที่ได้ร่วมกระทำในระยะนั้น เช่นที่พัทยา..เล่นแรงเกินไป ทำเกินไปหรือไม่..มาเผารถเมล์ มาตั้งบังเกอร์ เอาพลุตะลัยมาจุด เอาน้ำมันมาราดเผา..
มีใครลืม มีใครยอมรับได้บ้าง..ผมคนนึงล่ะ เจ็บใจมาก..

หากอยากได้อำนาจ มีอำนาจที่ได้มาดีกว่านี้ตั้งหลายวิธี..เจือกมาใช้ไฟเป็นองค์ประกอบ..มันไม่ใช่คนเจริญครับ..ใช้อำนาจขู่เข็ญ..ใช้กำลังอันป่าเถื่อน..มันไม่แฟร์..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 12:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วจะแก้ไขกันอย่างไร?...ถามว่ามีใครเป็นลูกผู้ชายสักตัวไหม?
ใครเผา?? ออกมายอมรับ ใครสั่งฆ่า ก็เสนอหน้าออกมายอมรับ...
จักมีสักตัวไหม ที่โผล่มา?? จำจนตาย จำไปเหอะ!!! หากจำแล้ว
แก้ไข ทำให้บ้านเมืองมันกลับมาเหมือนเดิมกันได้...ก็จำกันไป
ฆ่ากันต่อไป สาดโคลนโยนความผิดให้กันไปอย่างต่อเนื่อง..
แบ่งพวกเลือกข้าง สร้างรอยด่าง ให้มันค้างคาใจ ชนิดที่ไม่ต้อง
มีการเผาผีกัน...จัดสรรแบ่งปัน แผ่นดินกันครอบครอง....
สงสัยคงจะชอบกันมาก อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม..

และอะไรไม่ว่าประเทศนี้จะกลับมาเป็นปึกแผ่น แน่นแฟ้น
ก็ต่อเมื่อ สองฝ่าย สองนครา ตายห่า กันหมดแผ่นดิน...
สงสัยต้องรอกันภพหน้า หรือข้ามภพ...ถึงจะลบเลือน..หึหึึหึ
อ้ายสิ่งที่ควรจดจำ ไม่จำ สิ่งระยาม ๆ จำกันดีนัก...
มันรักกันภาษาหอกดาบ กันอย่างไร? คนไทย หรือแค่คนไทย???
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 13:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หยาบคายอีกแล้ว..คำพูดว่าตัว..มันใช้กัยสัตว์ ไม่ใช้กับคน..
คนสั่งเผา มีหลักฐานอยู่เต็มๆ ไปค้นหาเอาเอง..คนสั่งฆ่า..มันต้องมี แต่โคตะระมารดามันไม่ยอมออกมาแสดงตัว..
คนถูกยิงโดยเจตนา..ใครบ้างโดนยิง ทหารใช่ไหม..แหกตาดู อย่าแหกปากเถียง..พลตรีร่มเกล้านั่นไง..แกอยู่ในกลุ่มทหาร แล้วโดนสไนเปอร์ส่องมาเข้าหัว..ไม่มีการสั่งฆ่างั๊นเหรอ..ผมไม่คุยด้วยแล้ว.สันดานหยาบ คุยคำหยาบ...เบื่อ
บอกตรงเลยก็ว่าได้ ผมไม่อ่านความเห็นของคุณเลย ทราบใว้ด้วย อุส่าห์บอกอ้อมๆมาแล้ว ว่าไม่อ่าน และไม่มีความเห็นในกระะทู้ที่คุฯตั้งมาเลยในระยะสามสี่เดือนมานี้..
ไหนๆก็จะร่ำลาบอร์ดมหาระรวยบอร์ดนี้แล้ว จะบอกให้ทราบ คห.ของคนบางคน ผมไม่อ่านครับ..เพราะหยาบๆ..คายๆ..
คำว่าตัว อันเป็นสรรพนามใช้เรียกสัตว์เดรั๗ฉานนั้น ให้เอาใว้ใช้กับคนในครอบครัวตัวเองเถิด เจ้าประคุณเอ้ย..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เออ..มีคนออกรับเรื่องตัวด้วยเหรอเนี่ย
ขนาดบอกไม่อ่าน ยังเอาคานเข้ามาสอดอีกนะนั่น
เอ...ผมก็ไม่เข้าใจว่าผมไปว่าโดนตัวไหนเข้าเนี่ย
มันถึงได้ร้อนรน เหมือนไฟลนก้นกันนัก ไม่อ่านก็อย่าอ่าน
อะดีแล้ว ต่างคนต่างออกคห.กันไป ประชาิธิปไตย แต่ไหง
เกิดอาการ...ของขึ้นมาได้ ใจล่ม ๆ หน่อยนะ ผมจะใช้กับใคร
มันก็ไม่ได้หนักหัวกระบาลใคร ส่วนใครมันอยากจะเป็นตัวนั้น
มันก็ช่วยไม่ได้...อยากจะรับก็รับไป...อย่างนี้เขาเรียกว่ากระไร
สอดหรือเส....กันแน่วะเนี่ย หึหึหึหึ ทั้ง ๆ ที่อ้ายเราก็ใช่ว่า
อยากจะอ่านนักหนา กลับคนประเภทสุดโต่ง...แม้สันดาน
จะอ้างว่าตนเองไม่หยาบ แต่ความคิดหยาบหนามากกว่าซะอีกหึหึหึ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 มี.ค. 13, 16:16 น โดย pantakongmha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 18:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หยาบคายอีกแล้ว..คำพูดว่าตัว..มันใช้กัยสัตว์ ไม่ใช้กับคน..
คนสั่งเผา มีหลักฐานอยู่เต็มๆ ไปค้นหาเอาเอง..คนสั่งฆ่า..มันต้องมี แต่โคตะระมารดามันไม่ยอมออกมาแสดงตัว..
คนถูกยิงโดยเจตนา..ใครบ้างโดนยิง ทหารใช่ไหม..แหกตาดู อย่าแหกปากเถียง..พลตรีร่มเกล้านั่นไง..แกอยู่ในกลุ่มทหาร แล้วโดนสไนเปอร์ส่องมาเข้าหัว..ไม่มีการสั่งฆ่างั๊นเหรอ..ผมไม่คุยด้วยแล้ว.สันดานหยาบ คุยคำหยาบ...เบื่อ
บอกตรงเลยก็ว่าได้ ผมไม่อ่านความเห็นของคุณเลย ทราบใว้ด้วย อุส่าห์บอกอ้อมๆมาแล้ว ว่าไม่อ่าน และไม่มีความเห็นในกระะทู้ที่คุฯตั้งมาเลยในระยะสามสี่เดือนมานี้..
ไหนๆก็จะร่ำลาบอร์ดมหาระรวยบอร์ดนี้แล้ว จะบอกให้ทราบ คห.ของคนบางคน ผมไม่อ่านครับ..เพราะหยาบๆ..คายๆ..
คำว่าตัว อันเป็นสรรพนามใช้เรียกสัตว์เดรั๗ฉานนั้น ให้เอาใว้ใช้กับคนในครอบครัวตัวเองเถิด เจ้าประคุณเอ้ย..



ใจเย็นๆครับท่านเฮโล..ถึงเราจะไม่ใช่คนกลางแต่เราก็ต้องให้เกียติเสียงส่วนน้อยของคนกรุงเทพ..ตอนนี้เขายังเจ็บอยู่..ส่วนตัวกระผมเลือกข้างมานานแล้ว..ของยืนอยู่ข้างความถูกต้องยืนอยู่ข้างความจริงดีกว่าอยู่ตรงกลางเพื่อเอาตัวรอดำไปวันๆ..






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 18:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เออ ตรงไหนหว่าที่ว่าเจ็บ มันเจ็บตรงไหน?
กะอีแค่เรื่องเลือกตั้ง...เขาพูดเรื่องกระทู้
หมอนี่จะมาไม้ไหนอีกละ ลักษณะนี่เหมือนกันเป๊ะ...
จะมาเดือดร้อนเป็นตัวอีกคนละซิ หึหึหึหึ....
ก็ไม่เห็นเหรอว่ากระทู้เขาตั้งไว้อย่างไร และตอบกันอย่างไร?
มันก็มีอ้ายตัวทั้งสองฝ่ายใช่หรือไม่ใช่ ว่าตัวไหนเผา
ตัวไหนสั่งฆ่า...ปัญหาคือว่าจะมาเดือดร้อนทำไม?
และอะไรที่ว่าเจ็บ...ไม่เคยเก็บเอามาเป็นสาระเลยนะหนู...
เพราะไม่ได้ขอใครกิน...และก็ไม่เคยอิงฝ่ายไหนด้วย...
ขาข้างหนึ่งไม่ได้จมอยู่กับพรรคไหน แมลงสาปก็ไม่ใช่
เพื่อใคร ก็ไม่มี...อย่างนี้จะให้ว่ากระไร? หือหนูน้อย
คอหอยกับลูกกระเดือก...เลือกข้าง ถามว่าอะไรคือสิ่งที่บอกว่า
ตนเองถูกต้อง ถูกต้องทำอย่างไรตอบซิ เพื่อให้คนไทยมันเลิกกัดกัน
เลิกทำเหมือนคนด้วยกันไม่ใช่คน...ตอบหรือพ่นให้ฟังซิ Inter...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มี.ค. 13, 06:31 น โดย pantakongmha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
รู้นะคิดอะไรอยู่
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 6 มี.ค. 13, 20:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อย่ากลัวไปเลยครับ คุณคนเชียงใหม่ คนอ่านบทความที่ว่านี้ คนกรุงเทพหรือ คนจังหวัดไหนอ่าน เขาจะใช้วิจารณญาณ ของตนเองเป็นเกณท์ตัดสิน อย่าคิดว่าคนอ่านจะเชื่อ หรือคล้อยตามไปทุกคน เราคงต้องไว้ใจคนอ่านทั่วไปด้วย
ผมไม่เห็นว่าผู้อ่านทั่วไป จะเห็นว่าผู้เขียนบทความเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรี นะครับ

ทุกคนรู้ว่าเวลานักการเมืองพูด ต้องเอาร้อย หรือเอาพันหาร ที่เหลือคือความจริง โดยเฉพาะเวลาหาเสียง ไม่มีใครบอกหรอกว่าคู่แข่งดีกว่า โปรดเลือกคู่แข่งผมเถอะ


ฟุตบอลจบแล้วครับ
ผู้แข่งขันจับมือแสดงความยินดีด้วยกันแล้ว

อย่าให้เขาว่าฟุตบอลเล่นจบแล้ว แต่คนเชียร์ไม่ยอมจบ จบเถอะครับ

เรื่องยึดกรุงเทพ ยึดเชียงใหม่ หรือที่ไหนๆ ไม่มีหรอกครับ อยู่กรุงเทพก็ต้องเสียภาษีสนับสนุนรัฐบาลในโครงการก่อสร้างท่วประเทศทุกจังหวัด สนับสนุนชาวนาทุกครัวเรือนครับ

ส่วนการปกครองของกรุงเทพ หรือจังหวัดต่างๆ แตกต่างกันบ้าง ก็เป็นไปตามตัวบทกฏหมายที่บังคับใช้เหมือนกันทั่วประเทศ และเป็นกฏหมายที่ทุกคนมีส่วนสร้างขึ้นผ่านบทบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ
ถ้ามันล้าสมัยหรือไม่ยุติธรรม เดี๋ยวก็มีการแก้กฏหมายกันได้ครับ

ส่วนไทยเดี๋ยวเดียว หรือไทยมาแต่โบราณ การยอมรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนส่วนใหญ่ครับ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประเทศก็แตกหรือแยกไปได้ครับ

ทุกอย่างเป็นอนิจจัง ไม่มีใครยึด หรือเป็นเจ้าของใครได้แท้จริงหรอกครับ แม้แต่ตัวเราเองมันยังไม่เป็นของเราเลยครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้น้อยด้อยขั้น
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 10 มี.ค. 13, 06:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*069 ขอแทรกด้วยได้ไหมครับพี่ๆทั้งหลาย แหม ความเห็นแต่ละท่านอ่านแล้วผ่านการเรียนการศึกษามามากพอสมควรโดยดูจากสำนวนการพิมพ์ผ่านตัวหนังสือ หนังสือจิตวิทยาคงกองเต็มบ้านนะครับโอ ไม่ธรรมดาครับ เอาละ ลืมๆไปเถอะคนเราอยู่กันไม่ถึง 100 ปีก็มีอันจากกันไปแล้ว จะอะไรกันนักกันหนา สรุปก็คือเจ้าของกระทู้ก็คงจะไม่มองโลก(ไทยเรา)ในแง่ร้ายเกินไปนะครับ ขอเตือนท่านว่า"อย่าตอแยพรรคประชาธิปัตย์อย่าตอแยนายสุเทพฯเลย ไม่มีประโยชน์ พรรคๆนี้ไม่มีวันยุบ คนๆนี้ไม่มีวันล้ม"ที่ผ่านมาเห็นไหมหล่ะมีใครทำอะไรเขาได้ รู้อยู่ว่าองค์กรกลางการเมืองน่ะคนของใคร ลืมๆเรื่องคาใจไปเถอะ ปล.ส่วนท่านอื่นๆก็ลดโทนแห่งข้อเถียงลงบ้างนะครับ ฮู๊!ไปทำมาหากินกันเถอะครับ ป่ะๆๆ ฮู๊ จะอะไรกันนักหนา แนะนำไปดูยูทูปในเหตุการณ์ของประเทศซีเรียนะครับ มันเริ่มมาจากจุดๆนี้ครับท่านครับ
ปล.แอดมิน ขอความกรุณาเอาข้อความผมลงเป็นกรรมการไวๆครับผม ขอบคุณๆๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 11 มี.ค. 13, 08:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ว่าใครที่ออกมาแสดงความคืดเห็นทางการเมือง
มันต้องมีเจตนาแฝงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะดีหรือเลว
ทำให้ประเทศชาติบอบช้ำ ทำไมไม่หันกลับมาร่วมมือกัน
ฟื้นฟูประเทศ พัฒนาบ้านเมือง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม