โพลล์
คำถาม: ชอบรูปไหนของเราในทริปนี้มากที่สุด
บนบก ผู้คน สัตว์ - 0 (0%)
ภาพใต้ท้องทะเล - 1 (100%)
จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 1

ร่วมโหวต กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนนะคะ

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Loksopha โลกโสภา พาเที่ยว ปาปัวนิวกีนี ดินแดนมนุษย์กินคน  (อ่าน 1670 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 13:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งโลกบนบก โลกใต้น้ำ ซึ่งมีแนวความคิดที่ไม่ธรรมดามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ แชร์ประสบการณ์ความแปลกและน่าพิศวงที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ร่วมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวบนโลกใบนี้ไปกับพวกเรากลุ่ม”โลกโสภา”หรือติดตามเราได้ทาง Facebook/Loksopha นะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 13:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปาปัวนิวกีนี : แต่เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของทวีปออสเตเรียมาก่อน เป็นเกาะที่สูงที่สุดในโลก และใหญ่ที่สุดในแปซิฟิก แต่มีพื้นที่เล็กกว่าประเทศไทยเล็กน้อย คือ 461,693 ตารางกิโลเมตร มีประชากรทั้งประเทศแค่ 5.8 ล้านคนเท่านั้น น้อยกว่ากรุงเทพเราแค่กรุงเทพก็มีเกินสิบล้านคนเข้าไปแล้วครับ ส่วนเรื่องการคมนาคมก็จะมีเฉพาะในเมืองใหญ่ๆเท่านั้น เพราะเป็นประเทศที่เกิดใหม่ไม่นานนี้เอง บางพื้นที่ก็ยังไม่มีถนนให้ใช้สัญจร คำว่าปาปัว เป็นภาษามาเลย์ แปลว่า ผมหยิก เพราะคนพื้นเมืองที่นี่จะมีผมหยิกกันทุกคน เราคนไทยที่มาที่นี้ จึงตกเป็นเป้าสายตาของคนที่นี้ ก็คงเป็นเพราะผมของเรานี้แหละ ส่วนคำว่านิวกินี เป็นเพราะว่าเกาะมีลักษณะเหมือนกับเกาะกินี ที่ประเทศอัฟริกา เลยจึงมีชื่อเรียกว่า ปาปัวนิวกินี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 13:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากข้อมูลเบื้องต้นที่เราได้ศึกษามาก่อนที่จะเดินทางมาที่นี้ ทำให้เรานึกถึงภาพผู้คนตัวดำๆผมหยิกๆ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในวัยผมนั้นซึ่งเคยดูภาพยนตร์ที่โด่งดังอยู่เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของ เผ่ามนุษย์ที่กินคน ที่เครมกับเราว่าเป็นเรื่องจริงของนักเดินทางคณะหนึ่งที่ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นเรื่องราว ก็ยิ่งทำให้เรานั้นรู้สึกเกรงๆที่จะมาที่นี้ แต่พอได้มาถึงแล้ว ความคิดของเราก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนกับรอยยิ้ม และคำทักทายตลอดเส้นทางทำให้เรามองเค้าในความคิดที่เปลี่ยนไปอย่างหมดจด ถ้าเรายกกล้องเพื่อถ่ายรูปเค้าๆก็หยุดนิ่งๆให้เราถ่ายพร้อมกับรอยยิ้มที่มีให้กับเรา พร้อมกับส่งภาษาที่เราฟังไม่ออกแต่รู้สึกถึงความเป็นมิตร ถ้าให้เดาก็คงเป็นว่าถ่ายรูปเค้าแล้วส่งมาให้เค้าดูด้วยนะตัวเอง ประมาณนั้น แล้วเราก็มาเที่ยวที่หมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมืองของที่นี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 13:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หมู่บ้านแรกที่เรามาเยี่ยมเยือนคือ TOKUA VILLAGE(หมู่บ้านตุ๊กกู) ที่มาหมู่บ้านนี้เป็นที่แรกเพราะว่าที่นี้เค้าจะเลี้ยงนกคาสโซวารี่ จัดเป็นนกประเภทเรไท (นกบินไม่ได้ขนาดใหญ่ ที่มีโครงสร้างแบบนกยุคก่อนประวัติศาสตร์) เช่นเดียวกับนกกระจอกเทศ นกอีมู และนกกีวี โดยเป็นนกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองมาจากนกกระจอกเทศ และนกอีมูเท่านั้น มีความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร หรือกว่านั้น ตัวเมียโดยปกติจะใหญ่กว่าตัวผู้ อาจจะสูงได้ถึง 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 53.8 กิโลกรัม
นกคาสโซวารี่ มีลักษณะเด่น คือ มีขนสีดำปกคลุมลำตัว ซึ่งขนมีลักษณะแตกต่างไปจากนกจำพวกอื่น ๆ คือ ขนเส้นเดียวแต่แตกออกเป็น 2 เส้น มีไว้สำหรับป้องกันตัวยามเมื่อต้องเดินฝ่าพงหนามหรือพุ่มไม้ มีลำคอยาวไม่มีขนเหมือนนกกระจอกเทศ บริเวณใบหน้าและลำคอมีสีสันสดใสต่างกันไปตามแต่ละชนิด และมีจุดเด่น คือ หงอนขนาดใหญ่บนหัว ซึ่งเป็นสารประกอบเคอราติน ภายในเป็นโพรงกลวง ปัจจุบันยังไม่มีทราบถึงสาเหตุการมีของหงอนนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนสันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อช่วยในการส่งเสียงร้อง แบบเดียวกับไดโนเสาร์บางสกุลที่มีหงอนบนหัว เช่น พาราซอโรโลฟัส หรือแลมบีโอซอรัส เสียงที่ได้จะเป็นเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งนกคาสโซวารี่จัดเป็นนกที่มีเสียงร้องต่ำที่สุดในโลก และยังมีเหตุผลนอกเหนือไปจากนี้ คือ ใช้ในการประกาศเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือเป็นการแสดงออกทางเพศ นกคาสโซวารี่ในวัยอ่อน หงอนดังกล่าวจะยังไม่ปรากฏ แต่จะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อนกโตขึ้นตามวัย ซึ่งหงอนดังกล่าวสามารถยาวได้ถึง 15-17 เซนติเมตร นิ้วตีนของนกคาสโซวารี่ มี 3 นิ้ว แตกต่างไปจากเรไทอย่างนกกระจอกเทศที่มี 2 นิ้ว ทุกนิ้วมีกรงเล็บที่แหลมคม โดยเฉพาะนิ้วกลาง ที่ยื่นยาวที่สุด ซึ่งยาวได้ถึง 5 นิ้ว (12 เซนติเมตร) เป็นอาวุธที่ใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวด้วยการกระโดดถีบ ด้วยความแรง 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง จัดเป็นนกที่อันตรายที่สุดในโลก เพราะมันสามารถทำอันตรายเราได้อย่างคาดไม่ถึงที่เดียว และสัตว์ที่เป็นคู่อริกับมันก็คือ หมานั้นเอง ที่หมู่บ้านนี้นิยมเลี้ยงนกชนิดนี้ไว้เพราะเป็นสัตว์ที่มีค่ามาก เพราะนอกจะใช้บริโภคเป็นอาหารได้แล้ว ขนของมันยังเอามาทำเป็นเครื่องประดับ หรือเวลาที่จะแต่งงานขอเจ้าสาวก็เอานกนี้ไปแลกได้ เรียกได้ว่าเอานกไปแลกได้ผู้หญิงมาคนหนึ่งเลยเชียว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อพูดถึงเจ้าสาวแล้วก็เลยพามีอีกหมู่บ้านหนึ่งติดกันที่นี้ก็มีความพิเศษไปอีกแบบ นั้นก็คือหมู ใช่ครับหมูแบบบ้านๆนี้แหละครับ เพราะที่นี่ถือว่า ถ้าใครมีหมูมากก็แปลว่าเป็นคนมีฐานะดี แล้วก็จะสามารถมีเมียได้หลายคน ถ้าไปเอาหมูแลกมา คือเอาไปเป็นสินสอด เราไปในช่วงที่หัวหน้าเผ่ากำลังทำพิธี MOKA CEREMONY พิธีแลกเปลี่ยนหมูกันกับหมู่บ้านใกล้เคียง พิธีนี้จัดเป็นประจำทุกปีละครั้งเท่านั้น เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีของชนเผ่าต่างๆ เหมือนเตะบอลกระชับมิตรจุฬาธรรมศาสตร์นั้นแหละครับ โดยหัวหน้าเผ่าแต่ละเผ่าจะร่วมประชุมกันเพื่อหาข้อสรุปว่าแต่ละเผ่าต้องส่งหมูเข้าพิธีอย่างไร อย่างเช่น เผ่าหนึ่งอาจจะส่งแม่หมูมาหนึ่งตัว ให้มาผสมพันธุ์กับลูกหมูสามตัวของอีกเผ่า เมื่อได้ลูกหมูเพิ่ม ก็จะส่งแม่หมูมาคืนตามกำหนด เป็นการกระชับมิตรที่ไม่ต้องออกแรงให้เสียเหงื่อ ให้หมูออกแรงให้แทน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถัดมาอีกหมู่บ้าน POGLA VILLAGE (หมู่บ้านพุกก้า) จุดเด่นของหมู่บ้านนี้คือการเต้น MUDMEN DANCE หรือการแสดงของมนุษย์โคลน มีตำนานเกี่ยวกับมักเม็นท์ว่า มี สองชนเผ่าของริมแม่น้ำอัสโร่ เผ่าที่สู้ไม่ได้ก็เลยหนีลงไปในแม่น้ำรอเวลาค่ำจึงจะขึ้นมาเนื้อตัวเปรอะเปื้อนโคลน พอขึ้นมาอีกเผ่าก็คิดว่าเป็นวิญญาณร้าย ก็เลยหนีกลับเผ่าตัวเองไปทำพิธีไล่สิ่งชั่วร้าย และไม่กล้ากลับมาที่เผ่านี้อีกเลย แต่ก็มีอีกตำนานหนึ่งว่า ฝ่ายที่สู้ไม่ได้ คิดอุบายขึ้นมา แต่งตัวเป็นมนุษย์โคลนหลอกให้อีกฝ่ายคิดว่าเป็นวิญญาณชั่วร้ายแล้วก็เกิดความกลัวจนต้องหนีไปเพราะกลัวว่าวิญญาณชั่วร้ายจะนำความชั่วร้ายมาสู่เผ่าของตน โดยหน้ากากที่เราเห็นทำขึ้นจากก้อนกรวดมาบดแล้วผสมน้ำมาปั้นขึ้นรูปตามจินตนาการของคนปั้น และที่สำคัญชาวพื้นเมืองที่นี่จะไม่มีวันนำเอาโคลนจากแม่น้ำอัสโร่มาทำหน้ากากเด็ดขาด เพราะมีความเชื่อว่าโคลนในแม่น้ำอัสโร่มีความชั่วร้ายแฝงอยู่ถ้านำมาทำหน้ากากแล้วสวมหัวจะทำให้สิ่งชั่วร้ายเข้าสู่ตัวได้ ดังนั้นหน้ากากที่เห็นจึงมีน้ำหนักมากเท่าที่ลองจับและใส่ดู ประมาณสัก 5 กิโลกรัมน่าจะได้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

AVI ORCHID GARDEN เรามาที่นี่เพื่อชมงานเทศกาลงานใหญ่ประจำปีของที่นี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานเต้นรำที่ใหญ่ที่สุดของปาปัวนิวกีนีเลยครับ ชาวอะวี่ออคิดการ์เด้นท์ จะมาเต้นพิธีที่มีชื่อว่า MINI SINGSING ที่ชนเผ่าต่างๆจะแต่งตัวเต็มยศกันเต็มที่ ทั้งแต่หน้า เครื่องประดับ เรียกว่า เสื้อผ้าหน้าผม เป๊ะ มีอะไรก็จะเอามาประชันกันงานนี้แหละ งานนี้จึงเป็นงานที่ชนเผ่าทุกเผ่าให้ความสำคัญที่สุดของที่นี่ สีที่คาดหน้าล้วนแล้วมาจากธรรมชาติทั้งสิ้นสีแดงได้จากลูกไม้ สีเหลืองได้จากดิน แล้วลวดลายคาดหน้านั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของเผ่าด้วยว่าเป็นเผ่าไหน? เราได้ชมงานเต้นรำของชนเผ่านับแล้วน่าจะร่วมร้อยเผ่า ทำให้เรานึกถึงหนังที่เราเคยดูว่าพวกเค้าเหล่านี้เคยรบฆ่ากันทำสงครามกัน แล้วก็กินกันด้วยจริงๆหรือ???? เราอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นของเราไม่ไหวก็เลยต้องถาม(ไกด์)ว่ามันคือเรื่องจริงหรือเปล่า? ได้คำตอบว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่เค้าไม่ได้กินคนเป็นอาหารเพียงแต่แค่เมื่อฆ่าศัตรูได้ก็จะกินเพื่อเป็นการข่มขวัญอีกเผ่าที่มาทำการรบด้วยเท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนึ่งในเผ่ามนุษย์กินคน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่หมู่บ้าน ERMA VILLGAE มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเราอย่างนึงคือ ผู้หญิงที่มีประจำเดือนจะต้องแยกตัวออกมาอยู่ในกระท่อมเล็กๆคนเดียว แล้วก็ห้ามแตะต้องตัวสามีหรือถ้าแตะคือหย่าทันที แล้วเรื่องของกินก็ห้ามแตะต้องอาหารที่จะไปให้สามีหรือลูกเด็ดขาด แต่ถ้าเด็กเล็กยังต้องกินนมแม่อยู่ก็มีการอนุโลมให้แตะต้องลูกได้ เฉพาะตอนให้นม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คือการทำอาหารของเค้า เรียกว่า MUMU เป็นการทำอาหารแบบโบราณโดยการขุดหลุมแล้วจะเอาใบตองรองไว้ก้นหลุมแล้วเอามันวางไว้ แล้วก็เอาหินร้อนๆวางลงไป แล้วปิดด้วยใบตองแล้วเอาหินโป๊ะอีกที ใช้เวลาทำประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะได้กินกันแล้วครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และมาดูพิธีจัดคู่สำหรับคนหนุ่มสาว ด้วยที่ว่ามีกฎว่าห้ามคนหนุ่มสาวที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันแต่งงานกัน จึงมีพิธีนี้ขึ้นมา โดยนัดรวมหนุ่มสาวจากทุกเผ่ามาร่วมกันแล้วทำกิจกรรมที่เราๆดูๆแล้วเหมือนนกเวลาเกี้ยวกันมากๆ ส่วนพิธีแต่งงานนั้น ก็จะมีการสู่ขอโดยฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องเอาของสำหรับสู่ของมาแล้วตกลงกัน ในงานที่เรามาร่วมพิธี มีหมู 4 ตัว แสดงว่าเจ้าสาวต้องสวยมากๆ แล้วก็มีโล่ หอกอีกเยอะมาก รวมทั้งเครื่องประดับต่างๆ ฝ่ายพ่อของเจ้าสาวกับเจ้าบ่ายจะเป็นฝ่ายตกลงสินสอดกัน แต่เท่าที่ไกด์บอกเรามานั้น ฝ่ายพ่อของเจ้าสาวไม่ค่อยพอใจสินสอดเท่าไร แต่พอพ่อของเจ้าสาวหันมาถามตัวเจ้าสาว เจ้าสาวตอบว่า ”พอแล้วพ่อ”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อเสร็จพิธีแต่งานก็จะมีการฉลองกันด้วยการเต้น WELDA DANCE จะต้องมีกลองฮุนด้าด้วย ตัวกลองทำมาจากไม้เนื้อแข็ง หน้ากลองทำมาจากหนังนกคาสโซวารี่ ส่วนสีที่ใช้แต่งหน้าจะมีหลากหลายสี แต่สีที่ผู้หญิงไม่ใช่กันเลยก็คือสีดำ คำว่า WELDA เป็นภาษาของชนเผ่าแปลว่า “ผู้หญิง”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปาปัวนิวกินี นอกจากจะมีชนเผ่าต่างๆกว่าร้อยชนเผ่าแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราชาวโลกโสภาชื่นชอบคือการดำน้ำในโลกสีคราม และที่นี้ก็ขึ้นชื่อ 1 ใน 10 ของสถานที่ดำน้ำที่ดีที่สุดในโลกด้วย ระหว่างทางเราก็มีที่น่าสนใจให้แวะเยี่ยมชมหลายที่ด้วยกันที่แรก Mt.GILUWE เป็นภูเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองในปาปัวนิวกินีมีความสูงอยู่ที่ 4,367 เมตร เกิดขึ้นประมาณ 650,000-800,000 ปีที่ผ่าน และเมื่อ 220,000-300,000 ปีที่ผ่านมาและมีหลักฐานว่าปะทุของภูเขาไฟขึ้นมา ปัจจุบันเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว
(ภาพล่างสุด) อีกที่หนึ่งเมิจิกเม้าเท็น มีความพิเศษตรงไม่ว่าเราจะมองมุมไหนก็จะเห็นเหมือนกันหมดทุกด้าน จึงมีชื่อเรียกว่า MAGIC Mountain



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วคณะของเราก็ได้เวลาออกเรือ จุดแรกที่เราจะไปชื่อว่า LAWADI แต่ก่อนที่จะไปของพูดถึงการมาดำน้ำที่นี่สักนิดก่อนดีกว่า ว่า การเดินทางค่อนข้างลำบาก แล้วค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็สูงมาก ดังนั้นจึงมีคนไทยไม่มากนักที่ได้เดินทางมาดำน้ำที่นี้ ที่นี้นับเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะมีน้ำที่ใสตลอดทั้งปี และยังมีสัตว์ทั้งเล็กและใหญ่หลากหลาย รวมไปถึงสัตว์บางตัวเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่จะหาได้เฉพาะที่นี้เท่านั้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกครั้งก่อนจะลงดำน้ำ dive leader จะทำการบรีฟให้เราฟังก่อน ถึงจุดที่จะลงไปสำรวจ ว่าเราจะเจออะไรบ้าง มีความลึกเท่าไร แล้วเราต้องใช้เวลาเท่าไรในการสำรวจ กระแสน้ำเป็นอย่างไร คือข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด มีความลึกไม่ลึกมากเหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกหัดดำน้ำก็สามารถมาที่นี้ได้เลย ตามพวกเรามาเลยครับว่าเจออะไรบ้าง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียกได้ว่าแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าที่หาดทรายดำๆแห่งนี้เราจะพบสัตว์หน้าตาแปลกประหลาดมากมาย ทั้งปลากบ ทากทะเล รวมทั้งสัตว์ที่หายากจากที่อื่นเราเจอที่นี้อย่างง่ายดาย และที่ประทับใจคือฝูงแมงกระพรุนนับพันๆตัว นับเป็นภาพที่ติดตาติดใจเราไปอีกนานเลยครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฝูงแมงกะพรุน เยอะจริงๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และอีกไดฟ์ที่น่าสนใจคือ DOUBILET REEF เป็นจุดที่มีความลึกมากขึ้น คือ 5 – 18 เมตร มีลักษณะเด่นคือเป็นเกาะปะการังอยู่ใต้น้ำ และกระแสน้ำค่อนข้างแรงมาก นักดำน้ำมือใหม่อาจจะเหนื่อยหน่อยสำหรับไดฟ์นี้ เรียกได้ว่าเมื่อจบไดฟ์นี้พวกเราก็หลับกันเป็นตายเพราะความเหนื่อยที่ต้องต่อสู้กับกระแสน้ำตลอดเวลา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จุดเด่นของไดฟ์นี้ก็คงเป็นเจ้าพวก SEA FAN หลากหลายสีสันบาดใจ นอกจากจะพบชนิดพัดมากมากแล้ว ชนิดที่เป็นแส้ เราก็พบเห็นมากมายเช่นกัน แต่ก็ไม่แปลกใจตรงที่บริเวณนี้มีกระแสน้ำแรงมาก เพราะมันเหมาะกับเหล่าเจ้า SEA FAN เพราะกระแสน้ำจะพัดพาอาหารจำพวกแพลงก์ตอนมากมายมาให้ ที่นี้จึงแน่นขนัดไปด้วย SEA FAN และก็สัตว์จำพวกปะการังอ่อนด้วยที่ต้องอาศัยแพลงก์ตอนเป็นอาหารหลัก นอกจากจำนวนที่มากมายแล้วขนาดก็ใหญ่ไม่ธรรมดาเลยครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปะการังอ่อน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากภาพ ไม่ใช่ใบไม้นะครับแต่มันคือปลา สิ่งหนึ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอยู่รอดได้ คือการปรับตัว แล้วการปรับตัวแบบแปลงโฉมตัวเองนั้น ถ้าไม่สังเกตหรือไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นมา นักดำน้ำมือใหม่อาจจะมองข้ามสัตว์น้ำที่หายากหลายๆตัวไป อย่างน่าเสียดาย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นับเป็นปลาหายากชนิดหนึ่งครับ ด้วยรูปร่างที่เหมือนกิ่งปะการังหรือกัลปังหาทำให้สังเกตยาก แต่จุดเด่นของเจ้าปลาตระกูลนี้คือเวลาว่ายน้ำเพราะเค้าจะว่ายน้ำเอาหัวทิ่มลง แล้วว่ายสไลด์ไปข้างหน้าเรื่อยๆ แตกต่างจากปลาชนิดอื่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มองออกไม?ครับ ว่ามันเป็นปู DECORATED CRAB หรือ ปูแต่งตัว มันจะหาวัสดุต่างๆมาติดไว้ตามตัวมันเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม จุดประสงค์หลักคือป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นอาหารของสัตว์อื่นบางชนิดก็อาจจะใช้เศษปะการังเล็กๆ ติดไว้ตามตัว บางชนิดที่มีรูปร่างคล้ายใบไม้หรือสาหร่ายทะเล ก็จะเอาสาหร่ายเหล่านั้นมาติดไว้ตามตัวด้วย(ในภาพลูกศรจะชี้ไปที่สาหร่าย ตัวปูจะอยู่ด้านล่างครับ) แถมเจ้าพวกนี้ยังมีตัวที่เล็กมาก สังเกตยากมากๆครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่ก็เป็นนักพลางตัวที่สุดยอดอีกตัวหนึ่งเหมือนกัน คือเจ้าปลาแมงป่องปีศาจ ดูทีแรกจะเหมือนก้อนหินมาก เราจะแทบมองไม่ออกเลยว่าเป็นปลา มาทราบอีกทีก็ตอนที่มันว่ายหนีเรา ด้วยลักษณะเด่นคือครีบอกสีส้มเด่นสะดุดตา แต่เวลาเค้าพลางตัวจะหุบครีบเก็บซะเรียบร้อยเชียวครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลาลิ้นหมาเป็นปลาที่มาลำตัวแบนราบ โดยส่วนหัวจะหันไปทางขวา โดยมีครีบหลังอยู่ด้านบน รูปร่างเป็นรูปไข่หรือวงรี เรียวที่ด้านท้าย ปากเล็กเป็นรูปโค้งอยู่ปลายสุดของจะงอยปาก ครีบอกและครีบก้นเล็ก ครีบหลังยาวตลอดลำตัว มีก้านครีบอ่อนสั้น ๆ เชื่อมต่อกับครีบหางและครีบก้น เกล็ดเล็กเป็นแบบสาก ลำตัวด้านบนมีสีคล้ำ มีลวดลายต่าง ๆ และเส้นข้างลำตัวหลายเส้น ลำตัวด้านล่างสีขาว เมื่อยังเป็นปลาวัยอ่อนจะมีตาอยู่คนละซีกเหมือนปลาทั่ว ๆ ไป แต่จะย้ายมาอยู่ข้างเดียวกันเมื่อโตขึ้น และลำตัวด้านซ้ายจะกลายเป็นด้านที่ไม่มีตาและอยู่ด้านล่างแทน มีรูก้นและช่องท้องอยู่ชิดกับส่วนล่างของหัวด้านท้าย
อาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องน้ำ ว่ายน้ำโดยขนานกับพื้นและพริ้วตัวตามแนวขึ้นลง สามารถมุดใต้พื้นทรายหรือโคลนได้เวลาตกใจ กินสัตว์หน้าดินขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น ไส้เดือนน้ำ, ลูกกุ้ง, ลูกปลาขนาดเล็ก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลาแมงปล่องขนยาวนับเป็นปลาในตระกูลแมงป่องที่หายากที่สุดในโลก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลาแมงป่องขนยาว เป็นปลาแมงป่องที่หายากที่สุด ด้วยความสามารถที่พลางตัวเองให้เป็นกอสาหร่ายด้วยขนของมันที่ขึ้นอยู่เต็มตัว เพื่อให้เหยื่อเข้าใจผิดและว่ายเข้ามาใกล้ แถมยังสามารถเปลี่ยนสีตัวเองได้ด้วยครับ ความสามารถรอบด้านจริงๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุดยอดนักพลางตัวเองอีกตัวหนึ่งครับ Pygmy Seahorses เป็นสัตว์ที่ค้นพบโดยความบังเอิญครับ ด้วยความที่ตัวเล็กมากยากแก่การสังเกตเห็น และอยู่ในระดับน้ำที่ค่อนข้างลึก มีขนาดโตเต็มที่ราว 2 เซนติเมตร เองครับ ทั้งสีสันและรูปร่างที่ดูคล้ายกิ่งของกัลปังหา ยิ่งทำให้เราแยกไม่ออก พบครั้งแรกโดยนักชีวะวิทยา เก็บตัวอย่างกัลปังหา แล้วมี Pygmy Seahorses ติดไปในตัวอย่างที่เก็บไป จึงเป็นการพบครั้งแรกโดยบังเอิญครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

SAMARAI WHARF เป็นจุดดำน้ำที่น่าสนใจมากๆจุดหนึ่ง ด้วยความที่เป็นท่าเรือ จึงมีทัศนีย์ภาพที่สวยงามแปลกตาไป และไฮไลท์ก็คือ ฉลามวูเบกอง เป็นปลาที่หายากมากๆที่อีกตัวหนึ่ง แต่เรามาที่นี่เราถึงกับอึ้งกันเพราะเรียกได้ว่า โดดลงน้ำก็เจอเลย แถมยังเจอถึง 3 ตัวด้วยกัน ประทับใจมากๆครับสำหรับทริปนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Dive : TAWALI ที่นี้เรากำหนดเวลาลงคือ ประมาณ 5 โมงเย็นก่อนเพราะอาทิตย์ตกดิน ที่ต้องมาเวลานี้เพราะมันจะเป็นเวลาที่ปลาแมนดารินผสมพันธ์กัน ซึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที และจะทำกันก่อนพลบค่ำเท่านั้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 14:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวตะกร้า ตอนกลางวันจะเก็บแขนเป็นก้อนๆกระจุกนิดเดียวครับ เหมือนเช่นภาพบน แต่พอเวลากลางคืน เค้าจะกางแขนทั้งหมดออกมา จนดูคล้ายกับเป็นกัลปังหาเลยครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวขนนก หรือ ปลงทะเล ที่เรียกปลงทะเล เพราะมีลักษณะเหมือนกับต้นปลง มีก้านและแขนงแตกออกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ด้านล่างมีเซอร์ไร ที่ใช้เกาะกับปะการัง แต่ละก้านที่มองเห็น คือ แขนที่แยกออกมาจากส่วนกลางของลำตัว ที่ประกอบด้วยข้อสั้นๆ สีน้ำตาลอมแดง หรือสีอื่นๆ และมีแขนงสีขาวนวลๆ แยกออกไป ขณะที่คลี่บนออกจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร และกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 15:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กุงที่อาศัยร่วมกับดาวขนนก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กุ้งตัวตลก ที่ได้ชื่อนี้เพราะลวดลายที่คล้ายกับตัวหน้าของตัวตลกโบโซ่ แต่จุดเด่นที่สุดก็คงเป็นรูปหัวใจอยู่ตรงส่วนหัว เป็นกุ้งที่มีรูปร่างและลวดลายสวยงาม แต่ชอบกินปลาดาวเป็นอาหาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 15:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูผ่านๆอาจจะมองว่านี้คือเจ้าปลาการ์ตูนแดง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ นี้เป็นปลาที่มีอยู่เฉพาะทะเลแถมอินโดแปซิฟิกเท่านั้น ลวดลายและสีสันจะเหมือนกับปลาการ์ตูนแดงซึ่งถือว่าเป็นราชาแห่งปลาการ์ตูน แต่เจ้าตัวนี้จะมีหนามบริเวณเหงือกยื่นออกมาเล็กๆครับ และเจอได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 15:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเดินทางมาที่ปาปัวนิวกีนี ทำให้เราได้ค้นพบหลายสิ่งหลายอย่าง แต่มีอย่างหนึ่งที่สำคัญในการเดินทางครั้งนี้คือเราได้พบตัวเองอีกแง่มุมหนึ่ง และเป็นบทเรียนสอนให้กับเราได้รู้ว่า ถ้าเรารักที่จะเดินทาง ควรไปแบบน้ำที่พร่องแก้ว ไม่ใช่น้ำที่เต็มแก้วตลอดเวลา มิเช่นนั้นเราก็จะไม่ได้รับรู้สิ่งใหม่เพิ่มเติมเลย ด้วยความที่ก่อนหน้าที่จะมาที่นี้เรากลัวที่เค้าบอกว่ามีเผ่ามนุษย์กินคน ซึ่งสมัยผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่มีหนังเรื่อง “เปรตเดินดินกินเนื้อคน” เป็นหนังที่โด่งดังมากในยุคนั้น ถ้าใครได้ดูหนังเรื่องนี้ ก็คงต้องกลัวที่จะมาที่นี่เป็นธรรมดา แต่พอมาถึง ผู้คนที่นี่ก็ทำให้เราต้องแปลกใจรอยยิ้มและคำทักทาย เมื่อใดก็ตามที่เรายกกล้องขึ้นถ่ายรูปเค้าจะยืนแข็งเป็นหุ่นให้เราทันที(พร้อมกับมีรอยยิ้ม)และจะไม่ยอมขยับตัวจนกว่าเราจะยกกล้องลง นับเป็นเสน่ห์ของคนที่นี้อย่ามากมายทีเดียว เมื่อจบทริปนี้เราได้เรียนรู้ว่าจุดหมายปลายทางของการเดินทางไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สำคัญอยู่ที่ ระหว่างเส้นทางที่เรากำลังจะไป แล้วพบกันใหม่ ปาปัวนิวกีนี
เรื่อง โดย ธนกร ไวยานิกรณ์
ภาพ โดย โลกโสภา Loksopha
Faceboo/Loksopha



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ท่องเที่ยวรอบโลก  ดำน้ำ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม