หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: หลวงปู่โต๊ะ พบ พระโพธิสัตว์กวนอิม  (อ่าน 4395 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 มิ.ย. 13, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หลวงปู่โต๊ะ พบ พระโพธิสัตว์กวนอิม



ครั้งหนึ่งขณะที่หลวงปู่นั่งเจริญกรรมฐานอยู่ในโบสถ์ พลันก็เห็นเซียน 8 องค์เข้ามาพูดกับท่านว่า

... "พระแม่กวนอิมมารับท่านเป็นสาวกและให้ท่านปฏิบัติแบบมหายาน

คือไม่ฉันเนื้อวัว เนื้อควาย และให้ฉันเจทุกเทศกาลกินเจ"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 17 มิ.ย. 13, 11:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลวงปู่ก็ไม่ยอม เถียงไปว่า.........

"พระแม่เป็นคนจีน หลวงปู่เป็นคนไทยและนับถือพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ไม่ตกลงด้วย"

นับแต่นั้นมาเซียน 8 องค์ก็มาเฝ้าอ้อนวอนให้หลวงปู่เปลี่ยนใจ

จนกระทั่งวันหนึ่งเซียนทั้ง 8 องค์ก็มาหาอีกและบอกว่า

"วันนี้พระแม่กวนอิมเสด็จมาด้วยพระองค์เอง พักรออยู่ข้างนอก"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 17 มิ.ย. 13, 11:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลวงปู่ไม่สนใจได้แต่หลับตาเสีย เซียนองค์หนึ่งจึงไปเชิญเสด็จพระแม่กวนอิมเข้ามาในโบสถ์

และบอกให้หลวงปู่ลืมตาขึ้น หลวงปู่ลืมตาเห็นพระรัศมีสว่างไสวและพระลักษณ์สวยงามมาก

พระแม่เจ้าให้หลวงปู่เข้าเป็นสาวกทางพุทธศาสนามหายาน

และประทานเสื้อกางเกงชุดพระจีนให้ใส่แทน หลวงปู่เผลอรับเสื้อกางเกงมาสวมใส่

พอกางเกงสวมมาถึงเข่า ก็รู้สึกตัวได้สติ รีบดึงกางเกงออกทิ้งไป พระแม่กลับบอกว่า

"ท่านเป็นสาวกของพระแม่แล้ว ต่อไปนี้ท่านจะต้องฉันเจทุกปี

ตามเทศกาลเจของชาวจีน"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 17 มิ.ย. 13, 11:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วพระแม่กวนอิมและเซียนทั้ง 8 องค์ ก็หายวับไปกับตา

พอถึงเทศกาลเจครั้งแรก หลวงปู่ไม่ยอมฉันเจ หลวงปู่ก็อาพาธหนัก

พอหมดเทศกาลเจก็หาย ในปีต่อ ๆ มา ก็เป็นเช่นนี้อีก หลวงปู่ทดสอบอยู่หลายปี

จนต้องหันมาฉันเจในเทศกาลเจ อาการอาพาธต่าง ๆ ก็หายสิ้น ท่านจึงฉันเจตามเทศกาลแต่นั้นมา

ทุกปีของเทศกาลเจ หลวงปู่จะแต่งชุดพระจีนในเวลากลางคืน และเมื่อหลวงปู่นั่งสมาธิ

พระแม่เจ้าก็ได้พาหลวงปู่ไปเที่ยวดินแดนสุขาวดีพุทธเกษตร

พร้อมทั้งสอนวิชชาให้ จึงเป็นสาเหตุว่าชาวจีนทำไมจึงขึ้นกับหลวงปู่โต๊ะมากเป็นพิเศษ


เครดิต โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 17 มิ.ย. 13, 12:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ..
ผมนึกถึงเรื่องๆนึงครับ..
การทำบุญ และการเดินทางตามรอยพระพุทธองค์
การทำบุญ คือการกระทำความดีในด้านต่างๆ เช่นให้ทานต่างๆ
การสร้างสิ่งก่อสร้าง สิ่งประดิษฐ์ ทดแทนองค์เครารพเพื่อให้ผู้คนได้ตระหนัก และจดจำ ก็ถือว่าใด้สร้างสิ่งอันเป็นทาน..คือการให้ทานในคำสสอน..
หากจะตามดูถึงผลของการให้ทาน..
หากผู้ทำทาน ผู้ให้ทาน มิได้มุ่งหวังใดๆ เพียงแค่ให้ เท่านั้น..ผู้ทำทานนั้น..ได้ทำทานในลักษณะไม่ต้องการผลการตอบแทน..เป็นการเดินทางในหนทางที่องค์สัมมาฯได้ได้เดินไปล่วงหน้าแล้ว..
แต่หากอยากให้ผลบุญที่ได้กระทำแล้ว ได้ย้อนกลับมาส่งผลให้ผู้ที่ทำทานประสบสุข 9ล9..
ไม่ใช่การทำทานเพื่อหวังสู่นิพพาน แต่หากหวังในความสุข..
วิถีวีวิต ก็จะหมุนเวียน อญุ่ในวัฏสงสาร ตกอยู่ในห้วงทุกข์ แห่งการวนว่าย ตายแล้วเกิด เกิดแล้วก็ตาย..

คนๆหนึ่ง เป็นเจ้ากี้เจ้าการในการก่อ่สร้างองค์สมมุติในการเครารพบูชา แต่ก็ยังหันหน้ามาคลุกคลีกับเรื่องแก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น..มาร่วมใจกันเข้าชิงตำแหน่งแห่งโลกสมมุติ..
นี่แสดงให้เห็นว่า ไมว่า คนเราจะมีทรัพย์มาก สามารถทำกิจกรรมบุญเท่าไรก็ได้
แต่ใจ ก็ยังไปได้ไม่ถึงไหน..ดวงจิตก็ยังร่วมกับใจ วกเวียนกลับไปหากิเลส..กิเลสที่มีใยผูกมัดติดตรึวใว้กับตำแหน่ง ยศฐา
ดังนั้น ดวงจิตในวาระสุดท้าย ก็จะไม่ไปไหน..ก็จะวกวนกลับมาในห้วงของการแก่งแย่งอีกดังเดิม..
ดังนั้น พระพุทธเจ้า องค์ใหญ่ องค์น้อย จะสร้างอีกสักร้อยองค์ ดวงจิตก็ยังไม่ไปถึงเบื้องพระบาทองค์สัมมาฯได้เลย..

คห.นี้มาด้วยใจที่ไม่มีสิ่งอื่นใดปิดบัง..มาเพื่อชี้ให้คนได้มองถึง ความเจริญ และความไม่เจริญในเบื้องปลาย..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 17:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

hellocar01


เนื้อติดฟัน...ความเห็นนี้ จะกลับไปพัวพันใน คห.ที่ผ่านๆมาในกระทู้นี้นะครับ..
เนื่องจากการปฏิบัติสมาธิ ผู้ปฏิบัติบางคนอาจจะได้พบได้เห็น ได้มีประสบพการณ์ต่างๆ..
แล้วเกิดการตรึงจิต..เช่น ในขณะปฏิบัติสมาธิเกิดเห็นสิ่งต่างๆ มีการผ่อนคลาย เกิดอาการสบาย..
เกิดการติด เกิดความอยาก มันกลายเป็นของชอบไปเสียแล้ว..

นี่คือ เนื้อทีติดฟันเท่านั้น
ผมคิดตั้งนานครับ จนกว่า ผมจะได้ฟังเทศน์จากสถานีวิทยุ หลวงตามหาบัว..
การทำสมาธิ แล้วชอบใจ เกิดความอยาก หลงอยู่ในความสงบ จนขาดการพิจารณา ไม่ได้ใช้ปัญญา นั่งนิ่งซื่อบื้อ
อร่อยแค่ชิ้นเนื้อ ที่ติดอยู่ในซอกฟัน..นั่นเอง เลยไม่ได้รับรู้ถึงชิ้นเนื้อใหญ่อื่นๆ..

การฟังธรรม การรับรู้ในเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นเรื่อราวที่เกี่ยวข้องกับทางโลก หรือทางธรรม เขาให้มีการพิจารณา ใช้ปัญญาควบคู่ไปกับการต่างๆ

นี่เป็นการบอกถึงปัญหาในการปฏิบัติตนบำเพ็ยเพียร..หากผู้ที่สนใจ และได้อ่านความเห็นมาทุกๆความเห็น ก็จะเข้าใจ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีโอกาสฝึกปฏิบัติ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 18:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจ้าแม่กวนอิม...จากประสบการณ์ผู้ทรงอภิญญาญาณ
จากที่ผมศึกษาพระพุทธศาสนามาแต่ยังเล็ก อ่านไปอ่านมาบางคราวก็เกิดวิจิกิจฉาว่าตกลงพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เทพเจ้าทั้งปวงนั้น ท่านสร้างเราขึ้นมาในโลกกลม ๆ ใบนี้...
หรือเราสร้างท่านกันแน่ ?
คิดไปคิดมาพอให้ปวดหัวเล่นก็เลิกคิด ครั้นโตพอรู้ความก็เริ่มได้ยินครูบาอาจารย์บ้าง ฆราวาสผู้ทรงธรรมบ้าง กล่าวถึงเทพองค์นั้นองค์นี้ให้หูผึ่ง และที่ผึ่งจนกาง...เห็นจะไม่พ้น...เจ้าแม่กวนอิม
สมัยหนึ่งได้อ่านบันทึกและคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกันดีกับท่านพลโทสมาน วีระไวทยะ ที่ต้องคุยเพราะนายพลท่านนี้เป็นอีกผู้หนึ่งที่ฝึกฝนสมาธิจิตจนสงบนิ่งควรแก่การงาน ควรแก่การพบเห็นผู้อยู่ต่างภพภูมิได้อย่างน่าทึ่ง และวาระหนึ่งท่านก็ได้พบพระโพธิสัตว์กวนอิม
ท่านนายพลเล่าว่าท่านมักทำสมาธิเมื่อมีเวลาว่างเสมอ โดยเฉพาะก่อนนอนจะนั่งเป็นชั่วโมง ๆ ทุกวัน วันหนึ่งขณะจิตสงบได้พบหญิงสาวนางหนึ่งเหาะลอยมาในอากาศแวดล้อมด้วยหมู่เมฆสวยงามนัก สตรีท่านนั้นแต่งตัวด้วยชุดจีนพื้นขาวมีลายดอกสีแดงปักห่าง ๆ ใบหน้ายิ้มละมัยเปี่ยมด้วยเมตตา
ครั้นเอ่ยวาจาน้ำเสียงก็ไพเราะดุจระฆังเงินก้องกังวานทั่ว ท่านแนะนำองค์ว่าท่านคือ เจ้าแม่กวนอิม ที่มานี้เพราะสวรรค์เห็นในคุณความดีที่นายพลสมานได้กระทำมาตลอดชีวิต และยังเข้าพระกัมมัฏฐานภาวนาโดยสม่ำเสมอ มหาเทพผู้เป็นใหญ่ในเทวโลกจึงมีบัญชาให้องค์อวโลกิเตศวรนำคำพรมาให้ จากนั้นท่านก็ให้พรเป็นภาษาจีนแต่ไม่ยาวเท่าใด และท่านก็กล่าวลา
เมื่อออกจากสมาธิท่านนายพลก็ไม่แน่ใจว่าตนเกิดนิวรณ์ไปเองหรือเปล่า ด้วยท่านนั้นนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่สุด รู้จักแต่พระไทย ไม่เคยสนใจในเรื่องเจ้าแม่กวนอิมหรือเจ้าจีนที่ไหนเลย ครั้นคิดไม่ตกท่านก็วางเฉยต่อเหตุการณ์
ไม่นานเท่าใดนัก ขณะท่านทำสมาธิในอีกวาระหนึ่งองค์กวนอิมก็มาพบอีกครั้ง คราวนี้ทรงชุดขาวปักลายคล้ายปล้องไผ่และใบไผ่เป็นสีทอง ชายผ้าทั้งแขนเสื้อและคอเสื้อขลิบด้วยด้ายทองเป็นประกายระยิบระยับงามตา ทั้งการแต่งองค์และวงพักตร์ในครั้งนี้งดงามกว่าหนก่อนมากนัก ท่านนายพลถึงแก่ตะลึงด้วยไม่นึกว่าจะพบท่านอีกเป็นคำรบสอง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 18:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ท่านปรารภว่า เราคือพระโพธิสัตว์กวนอิม มาครั้งนี้เพื่อยืนยันว่าท่านมิได้ฝันเพ้อหรือเกิดนิวรณ์ในจิตแต่อย่างใด หนก่อนเรานำพรจากสวรรค์มาให้ตามโองการ เมื่อท่านไม่แน่ใจเราจึงต้องมาอีกครั้ง และครั้งนี้เราจะประทานอักษรให้แก่ท่านด้วย
แล้วองค์กวนอิมก็คลี่ม้วนผ้าแดงปักดิ้นทองเป็นตัวอักษรจีนอยู่ภายในให้ดู พร้อมกับอ่านให้ฟังอย่างชัดเจน
“กวนอิมไต้ซือ ซี่สื่อ ฮกลกหงีเทียนสื่อ”
อ่านแล้วก็ทำกิริยายื่นม้วนผ้านั้นให้ ท่านนายพลรับมาอย่างซาบซึ้งในกรุณา เจ้าแม่ยังสั่งอีกว่า ท่านจะจำได้ขึ้นใจทั้งคำอ่านและอักษร จากนี้จงหาผู้รู้หนังสือจีนให้เขาเขียนลงกระดาษแดงด้วยอักษรสีทองแล้วใส่กรอบบูชาไว้ จะบังเกิดโชคลาภ ปราศจากภัยอันตรายแก่ผู้บูชาด้วยอำนาจแห่งเรา และยังสามารถสวดบริกรรมโองการสวรรค์นี้ได้อยู่เรื่อย ๆ จะได้รับพรอันประเสริฐจากเทวโลก ทั้งยังได้รับความคุ้มครองจากเราพระโพธิสัตว์กวนอิม แล้วท่านก็จากไป
เมื่อท่านนายพลออกจากสมาธิ น่าประหลาดว่าท่านสามารถจำลักษณะตัวอักษรและการออกเสียงได้หมดทั้งที่ท่านพลโทสมานไม่รู้หนังสือจีนเลย และท่านก็ไปจ้างซินแสแถวเยาวราชให้เขียนหนังสือนี้ใส่กรอบบูชาไว้เพื่อระลึกถึงคุณแห่งพระแม่กวนอิม และยังเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้ทำไว้บูชาที่บ้าน ได้สวดตามเพื่อความเป็นสิริมงคลเสมอ
นี่เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ผมเชื่อถือในท่านมาก่อนหน้า เมื่อผู้ที่ผมเชื่อใจยังยอมรับถึงความมีอยู่จริงของเจ้าแม่กวนอิม ผมก็เริ่มคล้อยตาม...
วันหนึ่งขณะที่พระเดชพระคุณพระราชสังวราภิมณฑ์ (โต๊ะ อินทสุวัณโณ) วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี กำลังเจริญภาวนาอยู่ในพระอุโบสถ ท่านนิมิตเห็นคนจีนแต่งชุดอย่างชาวจีนโบราณเข้ามาแสดงคารวะท่านแปดคน
ทั้งแปดแนะนำตัวเองว่าเป็น แปดเซียน ในลัทธิเต๋าที่คนทั่วไปนับถือบูชา ที่มาวันนี้เพราะรับบัญชาจากองค์อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ให้มานิมนต์พระคุณเจ้าเป็นสาวกในพระองค์ท่าน ขณะที่พูดก็ยื่นชุดจีวรอย่างพระจีนถวายแด่หลวงปู่โต๊ะ ท่านแปลกใจนักแต่ก็มิได้สนใจไม่ว่าทั้งแปดจะอ้อนวอนอย่างไรท่านก็เพิกเฉยเสีย นานพอสมควรทั้งแปดเซียนก็ลากลับไป
ถึงตรงนี้ท่านเล่าให้ศิษย์ฟังว่า เขามีตัวตนจริง ๆ นะ ที่วาดไว้ตามถ้วยโถเครื่องเคลือบต่าง ๆ นี่เขามีจริง จากวันนั้น ปรากฏว่าแปดเซียนมาอ้อนวอนหลวงปู่ทุกวันขอให้รับชุดครองอย่างพระจีนและลงใจเป็นสาวกในเจ้าแม่กวนอิม โป๊ยเซียนมาตลอดเจ็ดวัน หลวงปู่ก็ปฏิเสธไปทั้งเจ็ดวันเช่นกัน
แต่วันนี้มาแปลก เซียนทั้งแปดเข้ามาแบบไม่เร่งรัดอะไรบอกเพียงพระคุณเจ้าตัดสินใจหรือยัง หลวงปู่โต๊ะก็ตอบปฏิเสธอีก แปดเซียนจึงว่า วันนี้พระแม่กวนอิมเสด็จมาด้วย ประทับรออยู่นอกโบสถ์ พอเซียนอ้างดังนี้หลวงปู่ก็กำหนดจิตเฉยเสียไม่สนใจ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 18:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่นานก็ได้ยินเสียงเซียนเรียกให้ลืมตา เมื่อท่านมองดูก็เห็นสตรีนางหนึ่งในอาภรณ์ขาวสะอาด ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงาม ทั้งยังมีรัศมีที่โอภาสสว่างไสวไปตลอดทั้งอุโบสถ
สตรีที่บอกว่าเป็นเจ้าแม่กวนอิมได้พูดจาชักจูงหลวงปู่ด้วยตัวเองตลอดเวลา ท่านเล่าว่าเสียงเจ้าแม่นั้นไพเราะนัก น้ำเสียงก็อ่อนโยน จิตท่านน่ะปฏิเสธแต่ร่างกายไม่รู้เป็นอย่างไรไปเผลอรับชุดพระจีนซึ่งเป็นกางเกงมาสวมได้ถึงเข่าก็ระลึกได้ จึงรีบถอดโยนทิ้งไป
เจ้าแม่ก็รวบรัดเลยว่าบัดนี้หลวงปู่โต๊ะเป็นสาวกในองค์ท่านแล้ว ต่อไปนี้เมื่อถึงเทศกาลกินเจหลวงปู่ต้องฉันเจทุกคราวไปตลอดเวลา 10 วัน ว่าแล้วก็ลาหายไปพร้อมแปดเซียน
หลวงปู่ปกติไม่ฉันเนื้อสัตว์ใหญ่อยู่แล้ว แต่การกินเจเป็นเรื่องละเอียดมาก พระผู้บิณฑบาตเลี้ยงชีพจะไปสั่งรายการอาหารญาติโยมอย่างไรได้ ท่านก็ทำเฉย ๆ พอถึงเทศกาลเจซึ่งท่านไม่ฉัน ปรากฏว่าท่านล้มป่วยหนักไม่น่าเชื่อ ครั้นพ้นเทศกาลสิบวันท่านก็หายป่วย หลวงปู่ทดลองอย่างนี้อยู่ราว 3 ปี ท่านก็แน่ใจได้ว่าเป็นด้วยอำนาจองค์กวนอิม ท่านต้องมีบุพกรรมเกี่ยวพันกันมาก่อนแน่นอน
ปีต่อมาท่านจึงเริ่มฉันเจและท่านก็ไม่ป่วยจริง ๆ ส่วนชุดพระผู้ใหญ่ฝ่ายจีนนิกาย ท่านเปรยกับเจ้าแม่ว่าท่านไม่รู้จะหาที่ไหน เจ้าแม่ก็ว่าไม่ต้องกังวลท่านจะให้ศิษย์นำมาถวาย ไม่นานก็มีชายจีนคนหนึ่งเอาชุดพระจีนมาถวายหลวงปู่โดยบอกว่า ฝันเห็นเจ้าแม่กวนอิมสั่งให้เอาจีวรมาถวายหลวงปู่วัดประดู่ฉิมพลี
หลวงปู่โต๊ะจึงห่มแต่จีวรพระจีนที่เป็นตาราง ๆ ทับลงบนจีวรอย่างพระไทยซึ่งท่านครองไว้เรียบร้อยแล้วภายในทุกวัน และจะห่มเมื่อใกล้เวลาจำวัดเท่านั้นพอรุ่งก็ถอดออก ท่านว่าไม่อยากให้ใครเห็นจะไม่ดี
เหตุนี้ชาวจีนจึง ขึ้น หลวงปู่โต๊ะมากเล่าลือกันไปว่าหลวงปู่โต๊ะสำเร็จเป็น เซียน แล้ว ที่จริงผมอยากบอกว่าหลวงปู่น่ะ เลยเซียน ไปแล้วด้วยซ้ำ
ถ้าเชื่อหลวงปู่ ก็ต้องเชื่อว่าเจ้าแม่กวนอิมมีจริง แม้จะผิดหลักกาลามสูตรอยู่บ้าง วาระนี้ผมก็ยอม ด้วยผมเชื่อในหลวงปู่โต๊ะสุดหัวใจ
เคยมีศิษย์คนหนึ่งนำรูปบูชาของเจ้าแม่กวนอิมไปถวาย พระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อยุธยา อธิษฐานจิต ท่านเอาดินสอพองมาขีดเขียนอักขระบนองค์เจ้าแม่อยู่นาน และแม้เป็นแค่ดินสอพองแต่กลับทะลุลงจับในเนื้อพระได้จนถึงวันนี้แม้ผ่านมานานนับสิบ ๆ ปีน่าอัศจรรย์
ต่อข้อถามถึงการมีอยู่ของพระโพธิสัตว์กวนอิม หลวงปู่ดู่ท่านได้แต่ยิ้ม ๆ ไม่อธิบายอะไร หากเปรยขึ้นเพียงว่า “อ้อ ! เจ๊น่ะเหรอ”
เจ๊ แปลว่า พี่สาว หลวงปู่ดู่ก็ปรารถนาพุทธภูมิ ผู้ปรารถนาเช่นนี้มีศัพท์เรียกว่า พระโพธิสัตว์ แปลว่าผู้ข้องอยู่ในความรู้ ผู้ประสงค์ความรู้แจ้ง คือการตรัสรู้นั่นเอง เมื่อทั้งสองท่านประสงค์ในเป้าหมายเดียวกัน การที่หลวงปู่เรียกพระแม่กวนอิมเชิงหยอกว่า เจ๊ อาจหมายได้ว่าองค์กวนอิมสร้างบารมีอยู่ก่อนท่าน เป็นผู้ปรารถนาจุดหมายเดียวกันหากลงมือบำเพ็ญก่อนหลังเท่านั้น ท่านเลยยกพระแม่กวนอิมเป็นพี่สาวในทางธรรม หลักอาวุโส-ภันเต



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 18:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ราวปี พ.ศ.2539 แม่ชีซูง้อ แซ่เอ็ง ศิษย์ในพระเดชพระคุณพระเทพสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธัมโม) วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ได้อาราธนาหลวงพ่อให้เดินทางไปโปรดโยมบิดา-มารดาและญาติมิตร ณ ประเทศสิงคโปร์ ทัวร์นั้นมีศิษย์ติดตามไปหลายคน ตอนหนึ่งของการเดินทางแม่ชีซูง้อได้พาหลวงพ่อจรัญไปชมรูปเคารพเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่และศักดิ์สิทธิ์เป็น 1 ใน 3 องค์ที่ชาวสิงคโปร์นับถือมาก ขณะเดินชมสถานที่ซึ่งจัดแต่งอย่างสวยงามนั้น จู่ ๆ หลวงพ่อจรัญได้สั่งศิษย์ผู้ชายซึ่งถือย่ามท่านอยู่ให้เอาซองปัจจัยในย่ามของท่านทั้งหมดใส่ลงตู้รับบริจาคที่ตั้งอยู่ใกล้กับองค์เจ้าแม่กวนอิม และสั่งให้ศิษย์ที่ไปด้วยทั้งหมดลงมือทำบุญทันที กำชับอีกว่าทำบุญแล้วจงอธิษฐานขอในสิ่งที่ปรารถนาอย่างสูงสุดในชีวิตเดี๋ยวนี้
ทุกคนแม้งงกับเหตุการณ์แต่เชื่อหลวงพ่อนี่แน่นอนที่สุด จึงรีบควักปัจจัยหย่อนลงตู้บริจาคเป็นโกลาหล เมื่อทำบุญเสร็จและกลับมายังบ้านพัก ท่านเมตตาเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อบ่ายว่า ขณะที่ท่านยืนพิจารณารูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมอยู่นั้น ได้เห็นเทพธิดาองค์หนึ่งลอยออกมาจากองค์เจ้าแม่กวนอิม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณอย่างชาวจีนซึ่งสวยงามมาก แสดงคารวะต่อท่านและยิ้มแย้มยินดี
หลวงพ่อกำหนด เห็นหนอ ก็ทราบได้ทันทีว่าเทพธิดาองค์นี้เป็นเทพเจ้าระดับสูง มีบุญญาภินิหารมากนัก บำเพ็ญบารมีมาทาง สัจจะวาจา ทำให้เป็นผู้มี วาจาสิทธิ์ เมื่อให้พรใครย่อมเป็นไปตามนั้นทุกประการ ที่มารักษารูปจำลองเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้เพราะรับบัญชาจากพระแม่กวนอิมโดยตรงเพื่อโปรดมนุษย์
และขณะนั้นเทพเจ้าองค์นี้ก็ปรารถนาจะอำนวยพรแก่หลวงพ่อและชาวคณะ ท่านจึงรีบทำทานบารมีและสั่งคณะศิษย์ให้ทำตาม เพื่อสร้าง กรรมพัวพัน อันจะเปิดโอกาสให้พรที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นจริงขึ้นมา เป็นมงคลแก่คณะศิษย์ที่ติดตามไปตลอดชีวิต สุดยอดไหมล่ะกับหลวงพ่อวัดอัมพวัน ?
เรื่องเหล่านี้คือความจริงที่ผมได้มีโอกาสรับรู้ นับว่าเป็นสิริแก่ตนอย่างยิ่ง แม้จะไม่มีญาณรู้เห็นด้วยตน ชั้นชั่วแต่ได้ผู้ทรงญาณยืนยัน ผมก็ถือเป็นวาสนาแล้ว ผมหายสงสัยได้ในเรื่องเจ้าแม่กวนอิม ไม่เพียงเพิ่มพูนศรัทธาในท่าน ยังเลื่อมใสไปถึงท่านผู้เมตตาแจ้งข่าวเหล่านั้นด้วย หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม และ ท่านพลโทสมาน วีระไวทยะ
บทความดีๆจาก


เครดิต dr.chanvit

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 19:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร(กวนอิม) เป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่? จากพระโอษฐ์ของโคตมะพุทธเจ้า


1. ในคัมภีร์สหัสภุชสหัสเนตร อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ไวปุลยสมบูรณอกิญจนมหากรุณาจิตรธารณีสูตร ได้กล่าวไว้ว่า

“เมื่อพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงแสดงอภิญญาฤทธิ์พร้อมกับการกล่าวแสดงมหากรุณาธารณีมนตร์อันทรงอานุภาพแล้ว พระอานนท์เถระเจ้า ได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระโพธิสัตว์มหาสัตว์พระองค์นี้มีนามอักษราเช่นใดฤๅ ถึงอาจกล่าวแสดงธารณีได้ปานฉะนี้ พระบรมศาสดาตรัสตอบว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้มีนามว่า อวโลกิเตศวร, อโมฆบาศโลเกศวร,สหัสประภาเนตร

ดูก่อนกุลบุตร พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์พระองค์นี้ มีฤทธานุภาพไพศาลเหนือการคาด
คะเนตรึกคิด ในอดีตกาลล่วงมานับประมาณกัลป์มิได้ มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้
ตรัสรู้พระสรรเพชุดาญาณ พระนามว่า สัทธรรมวิทยาตถาคต ด้วยพระมหาปณิธานที่เปี่ยม
ด้วยมหากรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ จึงมีพุทธประสงค์จะนิรมิตพระโพธิสัตว์จํานวนมหาศาล
ให้บังเกิดขึ้น เพื่อยังความสุขศานติให้สําเร็จแก่สรรพสัตว์ แต่แล้วจึงบังเกิดเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(องค์เดียว )

ย้ำ! สัทธรรมวิทยาตถาคต ด้วยพระมหาปณิธานที่เปี่ยมด้วยมหากรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ มีพุทธประสงค์จะนิรมิตพระโพธิสัตว์จํานวนมหาศาล แต่แล้วจึงบังเกิดเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(องค์เดียว )
มีบทสรรเสริญสดุดีพระสัทธรรมวิทยาตถาคตใน บทมหากรุณาขมากรรม ว่า “นโมพระสัทธรรมวิทยาตถาคตเจ้าในอดีต ซึ่งคือพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในปัจจุบัน”

2. ในมหากรุณาธรณีสูตร องค์สมเด็จพระบรมศาสดาได้ทรงมีพระดำรัสสรุปความแก่บรรดา พุทธโพธิสัตว์ และทวยเทพในที่ประชุมว่า

"แท้ที่จริงแล้ว พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้ ได้สำเร็จธรรมในขั้น "พุทธะ" เมื่อครั้งหลายแสนกัปป์มาแล้ว ทรงพระนามว่า "เจิ่น ฝ่า หมิง ยู ไล้" แต่ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะโปรดเหล่าพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ให้มาร่วมกันฉุดช่วยเวไนยสัตว์มากมายที่ยังหลงเหลืออยู่ในทะเลทุกข์ พระองค์จึงทรงหวนกลับจากพุทธภูมิลงสู่แดนโพธิสัตว์อีก"

ย้ำ! "เจิ่น ฝ่า หมิง ยู ไล้" จึงทรงหวนกลับจากพุทธภูมิลงสู่แดนโพธิสัตว์อีกเป็นพระอวโลกิเตศวร"

สรุป

จากคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าในมหากรุณาธรณีสูตร และในคัมภีร์สหัสภุชสหัสเนตร อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ไวปุลยสมบูรณอกิญจนมหากรุณาจิตรธารณีสูตร จึงยืนยันได้ว่า

1. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร(กวนอิม) เป็นพระพุทธเจ้านามว่า "เจิ่น ฝ่า หมิง ยู ไล้" หรือ “พระสัทธรรมวิทยาตถาคต” แต่พระองค์ท่านไม่ยอมเข้านิพพาน พระองค์นำความกรุณาอันยิ่งใหญ่เข้ามาไว้ในใจอีก ทั้งนี้เพื่อจะได้อยู่ในภพ 3 คอยช่วยเวไนยสัตว์มากมายที่ยังหลงเหลืออยู่ในทะเลทุกข์

2. "เจิ่น ฝ่า หมิง ยู ไล้" หรือ “พระสัทธรรมวิทยาตถาคต” ทรงเนรมิต(อวตาร)หวนกลับจากพุทธภูมิลงสู่แดนโพธิสัตว์อีกเป็น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร(กวนอิม)


เครดิต พลศักดิ์ วังวิวัฒน์(ลานธรรมจักร)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 18 มิ.ย. 13, 19:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การสังคายนาครั้งที่ 2 : มูลเหตุการแตกนิกาย ผมขออนุญาตแยกไปตั้งกระทู้ใหม่นะครับ จะได้เป็นคนละเรื่องกับกระทู้นี้

ก่อนอื่นพวกท่านเคยสงสัยไหมว่า ในปฐมสังคายนา ปิฎกมหายานยังอยู่ร่วมกันกับเถรวาท แต่ในการสังคายนาครั้งที่ 2 เหลือเพียงปิฎกของเถรวาทเท่านั้น เพราะอะไรทราบไหม?

ในปฐมสังคายนา มีพระมหากัสสปเป็นประธาน และพระอานนท์และพระอรหันต์ขีณาสพ ผู้มีอภิญญา 6 ครบถ้วน 500 รูปเป็นผู้รับรอง พวกท่านทั้งหมดรับรอง ไม่ใช่เฉพาะพระไตรปิฎกของเถรวาท แต่รับรองปิฎกของมหายานด้วย แล้วพระไตรปิฎกของเถรวาท มันแตกต่างจากปิฎกของมหายานตรงไหนกัน? ......มันต่างกันที่จุดเริ่มต้นครับ

พระไตรปิฎกของของเถรวาท เริ่มต้นจากอวิชชา และปฏิจจสมุปบาท ไม่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านั้น เนื่องจากพระพุทธองค์ไม่ต้องการให้เราฟุ้งซ่าน เพราะจุดมุ่งหมายของนิกายนี้ให้หาทางพ้นทุกข์อย่างเร็วที่สุด เมื่อเราเข้าถึงความเป็นอรหันต์ขีณาสพแล้ว ปัญญาเราจะเปิด และเราจะรู้ความจริงทั้งหมด ดัวยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงบอกแต่เพียงว่า จิตเดิมของเราเป็นประภัสสร มีอวิชชาเข้ามา ทำให้จิตบริสุทธิ์ของเรากลายพันธุ์เป็นอื่นเท่านั้น

ปิฎกของมหายาน เริ่มต้นตอนที่เราเป็นจิตประภัสสร ก่อนที่จะมีอวิชชาเข้ามา เป็นตอนที่จิตบริสุทธิ์ของเรายังไม่ได้กลายพันธุ์ พระพุทธเจ้าชี้ชัดเลยว่า พวกเราจิตทั้งหมดนั้นบริสุทธิ์เป็นประภัสสร และเป็นหนึ่งเดียวกับพระสยัมภูพุทธเจ้า หรือพระไวโรจนพุทธเจ้า หรืออาทิพุทธเจ้า ซึ่งก็คือ พระพุทธเจ้าต้นธาตุ(ศาสนาฮินดูและศาสนาอื่น เช่น คริสต์ อิสลาม เขาเรียกว่า "พระเจ้า" "ปรมาตมัน" "เต๋า") พระพุทธเจ้าต้นธาตุ เป็นผู้ปล่อยจิตประภัสสรต่างๆให้เป็นอิสระหลังจากพวกเราทุกจิตสร้างจักรวาลขึ้นมาแล้ว

ทุกสิ่งที่เราสร้างขึ้นล้วนเป็นมายาลวงจากความว่างเปล่าทั้งสิ้น หลังจากที่ จิตประภัสสรของพวกเราเป็นอิสระแล้ว พวกเราก็มีสิทธิ์ในการใช้สังขารคิดปรุงแต่ง พอเราไปหลงติดกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น กิเลส ตัญหา อวิชชาจึงเข้ามาในจิต ปฏิจจสมุปบาทจึงเริ่มทำงาน

เมื่อจุดเริ่มต้นต่างกันระหว่าง 2 นิกาย เป็นเหตุให้มารสามารถแทรกซึมได้ แต่มารเขาแทรกจิตของพระอรหันต์ขีณาสพไม่ได้ แทรกได้แต่จิตของสมมุติสงฆ์และปถุชนทั่วไป ที่ยังปฏิบัติไม่ถึงขั้น เนื่องจากจิตเหล่านั้นยังบริสุทธิ์ไม่พอ บารมียังไม่แข็ง จึงเข้าถึงความจริงสูงสุดไม่ได้ นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ในปฐมสังคายนาให้แต่พระอรหันต์ขีณาสพ ผู้มีอภิญญา 6 ครบถ้วนเข้าร่วมเท่านั้น แม้แต่พระอรหันต์สุกขวิปัสสโกก็ไม่ให้เข้าร่วม เพราะพวกท่านไม่สามารถตรวจสอบสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนฝ่ายมหายานด้วยอภิญญาของท่าน เนื่องจากพวกท่านไม่มีอภิญญา

พวกที่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ผู้มีอภิญญา 6 ครบถ้วน จะไปมีความสามารถตรวจสอบคำสอนของพระพุทธเจ้าก่อนอวิชชาได้อย่างไรกัน? เช่น เรื่องแดนสุขาวดีของพระอมิตตาภพุทธเจ้า เรื่องพระอวโลกิศวร และเรื่องพระโพธิสัตว์มหายานที่บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ จะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่พวกท่านไม่ยอมเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อจะโปรดสรรพสัตว์ต่อไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด (เช่น พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ พระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์) และเรื่องอื่นๆ

นี่เป็นเหตุให้ในการสังคายนาครั้งที่ 2 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน เมื่อพระทั่วไปเข้าร่วมสังคายนาได้ พวกเขาต่างก็เข้าใจผิดกันไปหมด อย่างเรื่องพระอีศวรโพธิสัตว์ในวิมลเกียรตินิทเทสสูตร สมมุติสงฆ์แม้แต่พระอริยะสงฆ์ระดับต้น ก็ยังไม่มีทางตีความได้ นี่เป็นเหตุผลที่ในปฐมสังคายนาให้เฉพาะพระอรหันต์ขีณาสพ ผู้มีอภิญญา 6 ครบถ้วน เข้าร่วมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราไปเปลี่ยนกฎให้สงฆ์ที่ไปเข้าร่วมได้ มหายานจึงต้องแยกกับเถรวาท สู้พวกมารไม่ได้ สมมุติสงฆ์และปถุชนเถรวาทเมื่อตีความเรื่องก่อนอวิชชาที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนมหายานไม่ได้ จึงไปกล่าวหามหายานว่า ถูกศาสนาฮินดูเข้ามาแทรกซึม บ่อนทำลาย และก็ไม่ยอมรับว่า พระโพธิสัตว์กวนอิม(อวโลกิเตศวร)มีตัวตนจริง ไปบอกว่าเป็นบุคคลธิษฐาน ไม่มีตัวตน และก็ไม่ยอมรับเรื่องแดนสุขาวดีของพระอมิตตาภพุทธเจ้า รวมทั้งเรื่องพระอีศวรโพธิสัตว์ ฯลฯ ด้วย

ที่สำคัญพระโมคคัลลานะตอนหลงจักรวาล ไปพบพระอมิตตาภพุทธเจ้าในโลกอื่น สมมุติสงฆ์และปถุชนเถรวาทก็ไปตัดทิ้ง เนื่องจากตีความไม่ได้ ถ้าไปบอกว่าเป็นพระอมิตตภพุทธเจ้า ก็เท่ากับยอมรับเรื่องแดนสุขาวดี หลักฐานทางฝ่ายเถรวาทจึงเหลือเพียงพระโมคคัลลานะไปพบพระพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งเท่านั้น แต่ไม่มีรายละเอียด รายละเอียดแท้จริงจะถูกบอกเล่าโดยพระอริยะบุคคลชั้นสูงของไทย ที่รู้เห็นด้วยฌานของท่าน


เครดิต พลศักดิ์ วังวิวัฒน์(ลานธรรมจักร)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 06:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจในบทธรรมะ ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ ขอให้ท่านผู้อ่านศึกษากันและหากท่านใด้อยากจะเสนอบทความหรือความคิดเห็นก็เชิญได้ครับ กระทู้นี้เป็นของท่านผู้อ่านทุกๆคนครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 18:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้สอนว่าเกี่ยวกับธรรมะว่า

พระ พุทธเจ้าพระองค์ท่านเดินทางสายกลาง ให้มองดูความเป็นไปที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงได้ตรัสรู้โดยธรรมชาติ พระองค์ท่านมองการณ์ไกล จึงได้มีพระพุทธศาสนาแบ่งเป็น 2 สาย สายหนึ่ง เรียกว่า หินยาน คือ ปัจเจกบุคคล บุคคลนั้นผู้นั้นเมื่อนั่งสมาธิแล้วจะเกิดญาณสามารถรู้ความเป็นไป เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ยึดติดและผู้นั้นจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต่อไป และจะไม่เวียนว่ายตายเกิดต่อไป เช่น เบญจวัคคีย์ทั้ง 5 พระองค์ ที่อยู่รอบข้างองค์พระพุทธเจ้าและต้องโกนผมสายพระสงฆ์

ส่วนสายของมหายาน ก็เป็นสายหนึ่งของพุทธศาสนาเช่นกัน บางคนบอกว่ามาจากลัทธิเต๋า หรือขงจื้อบ้าง ซึ่งก็ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน สายนี้เรียกว่า สายประชาชน ซึ่งไม่ต้องโกนผม ทุกท่านสามารถที่จะบรรลุเป็นพระโพธิสัตว์หรืออรหันต์ได้ เมื่อสำเร็จแล้วก็จะไปสู่แดนสุขาวดี (พุทธเกษตร) ต่อไป สายนี้จะมีพระโพธิสัตว์ 7 พระองค์ อยู่รอบข้างองค์พระพุทธเจ้า และพระองค์ได้มีคำบัญชาให้พระสารีบุตรหรือพระอวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม) และพระโมคคัลลานะ หรือ พระสถามปราต์โพธิสัตว์ (องค์จี้กง) มายังโลกมนุษย์ เพื่ออบรมสั่งสอนและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

เป็นการเผยแพร่พระธรรมคำ สอนของพุทธองค์ให้สายมวลชน เมื่อสำเร็จได้ ก็จะเป็นพระโพธิสัตว์ หรือเป็นอรหันต์ ไปยังแดนสวรรค์ได้เป็นจำนวนมาก มิใช่เพียงผู้เดียว หรือ ปัจเจกบุคคล

สายอรหันต์ คือ ปัจเจกบุคคล (คนเดียว) เมื่อเรานั่งสมาธิและหยุดนิ่งทุกสิ่งแล้ว ให้เหลือ “จิตและวิญญาณ” ปฏิบัติให้จิตว่างจิตสงบให้เป็น “สุญญตา” หรือ ยอมตาย เพื่อให้ได้ทางสายเอกแล้วผู้นั้นก็จะไปสู่ “นิพพาน” ได้
สายพระมหาโพธิสัตว์ คือ เราจะต้องทำงานเป็นทีมเพื่อส่วนรวม งานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ สามารถทำให้เราเป็นสุขและมีความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่เราต้องถือคติว่า “เราจะยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อความสุขส่วนใหญ่ของทุก ๆ คน เพื่อให้บรรลุสู่ความเป็นมหาโพธิสัตว์ได้ทุก ๆ คนไม่ใช่เพียงคน ๆ เดียว ขอให้ท่านมีศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งท่านจะสามารถเข้าใจธรรมะขึ้นมาได้เอง จงช่วยกันรักษาธรรมของพระองค์ไว้้ตลอดไป และขยายกว้างออกไปให้เป็นวงกว้างยิ่งขึ้นจาก 1 เป็น 2 จากหมื่นเป็นแสน และจากแสนเป็นล้าน ๆ คน ให้เข้าใจธรรมเป็นไปทางเดียวกัน จะได้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง และทุกคนก็จะบรรลุเป็นพระมหาโพธิสัตว์ไปสู่แดนสวรรค์ได้เป็นจำนวนล้านๆ คน แม้แต่พระพุทธองค์ก่อนจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ต้องเกิดเป็นชาติมนุษย์บำเพ็ญเพียรมากหลายชาติ จึงจะสามารถสำเร็จเป็นพระมหาโพธิสัตว์หรือเป็นอรหันต์ได้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการปฏิบัติ จะสำเร็จได้ทุกคน ในสายของประชาชน

ทุก ท่านไม่สามารถบวชเป็นพระได้ สามารถนำธรรมะในสายของมหายานมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ แล้วท่านจะพบว่าชีวิตของท่านดีและคนรอบข้างของท่านก็ดีเช่นกันนั้นทำให้มี ความสุขเพียงใด หากลองคิดดูว่า การที่ท่านมีบ้านเรือนสะอาดสวยงามนั้น ท่านมีความสุขเพียงใด เปรียบเหมือนกับการที่ท่านมีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์หรือมีพุทธะอยู่ภายใน แต่เมื่อถ้าท่านออกมานอกบ้านแล้วพบว่า ข้างนอกบ้านนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกรงรุงรังเต็มไปหมด เปรียบเหมือนการที่คนข้างนอกบ้าน มีแต่กิเลศตัณหา ขาดศิลธรรมจรรยา กระทำแต่ความชั่ว ทำให้ท่านก็คงต้องระมัดระวังตัว และไม่ได้รับความสุขเท่าที่ควร ที่เปรียบเทียบนี้ก็อยากให้ี้ทุกคนในสังคมช่วยกันรักษาคุณงามความดีของตนเอง และช่วยกันเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ทราบโดยทั่วถึงกัน เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 21 มิ.ย. 13, 15:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขออนุโมสาธุ ขอให้ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลร่วมกันครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
paino
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 22 มิ.ย. 13, 14:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มหัศจรรย์มีอยู่ในธรรมะ แต่ลึกมากยากที่จะสังเกตเห็น สุขหรือทุกข์ที่มีอยู่คู่เช้าเย็น ถ้าดูเป็นให้ค่าเราได้เท่ากัน..ของท่านพุทธทาส..สาธุ ขอบพระคุณกระทู้นี้ เป็นการเสริมสร้างบารมีแด่ท่านให้สูงส่งยิ่งๆขึ้นค่ะ q*059q*054q*054q*054

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 22 มิ.ย. 13, 21:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

paino

มหัศจรรย์มีอยู่ในธรรมะ แต่ลึกมากยากที่จะสังเกตเห็น สุขหรือทุกข์ที่มีอยู่คู่เช้าเย็น ถ้าดูเป็นให้ค่าเราได้เท่ากัน..ของท่านพุทธทาส..สาธุ ขอบพระคุณกระทู้นี้ เป็นการเสริมสร้างบารมีแด่ท่านให้สูงส่งยิ่งๆขึ้นค่ะ




ตอบ ขอบคุณครับที่มาร่วมสนทนาธรรม ถือเป็นการมาร่วมส่งเสริมพุทธศาสนาเพื่อเกิดบุญกุศลและบารมีร่วมกันครับ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  พระโพธิสัตว์กวนอิม 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม