หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: น้องชาย สุทธิรัตน์ มุตตามระ รับพี่สาวเป็นคู่รัก อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ  (อ่าน 2505 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 08:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

น้องชาย สุทธิรัตน์ มุตตามระ รับพี่สาวเป็นคู่รัก อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ


น้องชายของ สุทธิรัตน์ มุตตามระ หญิงถ่ายรูปคู่อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ รับทั้งคู่เป็นคู่รักกันจริง ชี้พระอาจารย์มิตซูโอะลาสิกขาไปแล้วจึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทั้งทางโลกและธรรม

สืบเนื่องจากกรณีที่อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขาบทเพื่อกลับไปประเทศญี่ปุ่น ต่อมาก็ได้ปรากฏรูปภาพของอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง ด้วยท่าทีที่สนิทสนมในสถานที่ต่าง ๆ จนสร้างความประหลาดใจให้กับประชาชน ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

ล่าสุด วันที่ 27 มิถุนายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทเยนทร์ มุตตามระ กรรมการผู้จัดการบลูสกายแชนเนล ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Vittayen Muttamara โดยยอมรับว่าเป็นน้องชายของ สุทธิรัตน์ มุตตามระ สตรีที่ถ่ายภาพคู่กับอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ พร้อมกับยืนยันว่า พี่สาวเป็นคนรู้ใจของอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะจริง โดยมีข้อความระบุดังนี้




"จากกรณีที่มีภาพอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะและสุภาพสตรีคนหนึ่งปรากฏและเป็นที่พูดถึงในวงกว้างอยู่ในขณะนี้ ผมได้รับคำถามจำนวนมากว่าสตรีท่านนี้เป็นอะไรกับผม ผมจึงขอตอบตรง ๆ เพื่อความชัดเจนตรงนี้ว่าเป็น "พี่สาว" ผมครับ

ทั้งพี่สาวผมและอาจารย์มิตซูโอะทั้งสองเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อาจารย์ท่านก็ศึกษาธรรมะปฏิบัติมานานไม่เคยมีเรื่องมัวหมอง ตอนนี้ท่านก็ลาสิกขาออกไปเป็นฆราวาสแล้ว ผมเชื่อว่าท่านมีสติรู้ว่าท่านทำอะไรอยู่และกำลังจะทำอะไรต่อไปในอนาคต

ผมเชื่อว่าคนสองคนที่ตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ คนทั้งสองต้องทำบุญทำกรรมร่วมชาติกันมามากอย่างที่เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาส และการตัดสินใจของคนทั้งสองก็อยู่ในกฏเกณฑ์กติกาทั้งทางโลกและทางธรรม

หากจะถามผมว่าอนาคตของทั้งสองจะอยู่กันที่ไหนอย่างไร ผมตอบตรง ๆ ว่าไม่ทราบครับ เพราะถึงเราจะเป็นพี่น้องกันเราเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน เขาจะอยู่เมืองนอกหรือเมืองไทยคือการตัดสินใจของเขาทั้งสองครับ

ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรผมจะเรียนให้ทราบอีกครั้ง"


เครดิต โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอให้มีความสุขครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 10:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บุญของท่านในผ้าเหลืองมีแค่นั้น..ไม่เป็นไรครับ คนสึกออกไปแล้วต่งงานมีเย๊อะแยะ..
พระธรรมยังอยู่..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 15:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Better to Delete all.
OK

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มิ.ย. 13, 18:24 น โดย RedLove2010 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 17:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอขอบคุณคุณเรดเลิฟที่เข้ามาคุยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 18:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอขอบคุณคุณเรดเลิฟที่เข้ามาคุยครับ

ถ้าคุณต้องการเห็นแค่ความเห็นที่คุณอยากจะเห็น

ผมไม่ขอออกความเห็นดีกว่า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 มิ.ย. 13, 20:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณเรดเลิฟ ดีใจที่คุณเข้ามาคุยกันอีกครับกระทู้นี้เป็นกระทู้ธรรมและเป็นกระทู้สีขาว มีทั้งเยาวชนและท่านผู้อ่าน เข้ามาอ่านกระทู้ธรรมกันมาก คุณเป็นคนมีความรู้ช่วยกันนำธรรมะเข้ามาคุยก็ดีครับ เห็นคุณคุมดูแลลูกน้องเป็นจำนวนมากวันๆคงเหนื่อยก็เชิญคุณเข้ามาคุยกันแบบกันเองหรือแบบสบายๆดีกว่าครับ การเมืองคุยแล้วปวดสมองและทำให้เข้าใจกันผิดกันเป็นประจำ คุณและผมอยู่ในบอร์ดมานานหลายปี น่าจะเข้าใจกันรักเหมือนพี่เหมือนน้องกันดีกว่าครับคุณเรดเลิฟหรือนำเรื่องราวดีๆของจังหวัดมาลงให้คนไปท่องเที่ยวกันมากๆและจังหวัดอุดรก็มีพระอริยมากมายหลายองค์เลยครับ นำมาลงเสริมกันได้ครับ ยินดีต้อนรับคุณเสมอครับคุณเรดเลฟครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 29 มิ.ย. 13, 08:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมยังไม่มีความเห็นในขณะนี้ และที่บอก..ก็เพื่อบอกคนๆนึง..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 29 มิ.ย. 13, 10:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คห.นี้ ไม่ผูกพันกับ คห.ที่7
ผมวิจารณ์การลาเพศ และการจดทะเบียนของ ผู้ที่ถูกพาดพิงในกระทู้นี้..
ไม่ได้เป็นเรื่องราวอันแปลกพิศดารไปจากอดีตที่ผ่านๆมากันเลย..
ในเส้นทางของการเดินทางไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์..ในขณะที่เดินทางกันอยู่นั้น ในอุโมงค์มันไม่ได้มีลักษณะมืดมิดเมื่อไร..มันมีแสงสว่างสาดส่องอยู่ในนั้น..
จึงทำให้เกิดการมองเห็นกันและกัน..
การมองเห็น มันทำให้เกิดการสนองตอบเข้าไปในใจ จิตอาจจะอ่อนไหวไปกับรูป กับภาพที่มองเห็น..
5555 ขันธุ์ทั้ง5 มาในแบบรูป..พบเห็นรูป ที่มีเนื้อ มีหนังห่อหุ้ม..555 สวยงาม..

อายายตะนะ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ส่งต่อไปที่ใจ..
การสัมผัสทั้ง5 เมื่อรับสัมผัสแล้ว หากไม่ส่งต่อไปที่ใจ..ประตูสู่อบายเป็นด่านสุดท้าย ก็ไม่เป็นไรครับ ปล่อยวางได้เลย..
แต่หาก..ปล่อยให้มันเข้าสู่ใจ..เข้าสู่ใจเสียแล้ว มันก็ถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงอบายทันที..

เช่น คุณๆเห็นน้ำที่หมุนวน เป็นวงๆใหญ่ๆในลำน้ำ ดูเหมือนมันจะน่าลงไปว่ายเล่น แค่เรายืนดูอยู่ เราก็ยังไม่เกิดอันตราย แต่หากเราโดดลงไปเมื่อใด..เราจะถูกน้ำวนดึงดูดลงใต้แม่น้ำทันที..

การสิกขา ลาเพศ ไม่ใช่มีมาในครั้งนี้เมื่อใด มีมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าท่านยังอยู่โน่น..
บางที เราจะได้รับความรู้จากพระไตรปิฏก พระบางรูป บางองค์ บวชแล้ว บวชเล่า ตั้งหลายครั้ง เช่น ไม่อาจจะทอดทิ้งทางบ้าน บวชๆสึกๆ จนพระด้วยกันเบื่อหน่าย จะไม่ยอมบวชให้ต่อไปอีก แล้วก็สุดท้ายทนอ้อนวอนไม่ได้ บวชให้ไหม่ แล้วก็บบรลุ ถึงธรรมของพระผู้เป็นเจ้าภายหลัง..

อย่างท่านอาจารย์ มิตซูโอะ ท่านไม่หวังนิพพาน ท่านคงเอาแค่เป็นผู้รู้

ในความคิดส่วนตัวของผม ท่านแวะเวียนข้างทาง แวะรับรสของชนชาวโลกครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 30 มิ.ย. 13, 06:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อดีตพระมิตซูโอะ เปิดใจ จดทะเบียนสมรส สุทธิรัตน์ มุตตามระ แล้ว


อดีตพระมิตซูโอะ เปิดใจครั้งแรก จดทะเบียนสมรสกับ แอน สุทธิรัตน์ มุตตามระ แล้ว เชื่อเป็นคู่บารมีในชาติก่อน ด้านชาวเน็ตแชร์ภาพทะเบียนสมรสว่อนโลกไซเบอร์

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกไซเบอร์ได้มีการแชร์ภาพทะเบียนสมรสของ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ กับ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ หรือ แอน นักธุรกิจสาวไฮโซคนดังของไทย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก "เถกิง สมทรัพย์" เป็นผู้นำมาโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา


นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "เถกิง สมทรัพย์" ยังได้โพสต์ภาพถ่ายขณะที่ทั้งคู่เดินทางไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตที่จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยระบุข้อความว่า "เช้าวันนี้ทั้งสองไปจดทะเบียนสมรสที่จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางไปสถานทูตไทยในโตเกียวสัปดาห์หน้า"


ขณะเดียวกัน ในเฟซบุ๊ก Noppatjak Attanon ผู้สื่อข่าวในเครือเนชั่น ก็ได้โพสต์คลิปอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ เปิดใจสั้น ๆ ถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า "ได้จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว บวชมา 38 พรรษา ไม่เคยคิดจะสึก ไม่เคยคิดจะแต่งงานในชาตินี้ แต่สำหรับแอนน่าจะเป็นเนื้อคู่มาแต่ชาติก่อน เป็นคู่บารมีของอาจารย์"

และนอกจากคลิปวิดีโอ และภาพทะเบียนสมรสแล้ว ในโลกไซเบอร์ยังมีการแชร์จดหมายที่อดีตพระมิตซูโอะเป็นผู้เขียนขึ้นด้วย โดยระบุว่า ตนเอง (มิตซูโอะ ซิบาฮาชิ) กับ สุทธิรัตน์ มุตตามระ ภรรยา ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันแล้วที่จังหวัดอิวาเตะ บ้านเกิดของตน และในสัปดาห์หน้า จะเดินทางไปโตเกียว เพื่อยื่นเรื่องการสมรสต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว

ทั้งนี้ มิตซูโอะ ยืนยันว่า เราทั้งคู่ได้ทำตามกฎเกณฑ์ และไม่ได้กระทำในสิ่งที่ขัดต่อพระธรรมวินัยในทางธรรม ความรักของเราทั้งสองเกิดขึ้นโดยสุจริต และตนเองใช้ตระหนักแล้วว่าสมควรละเพศบรรพชิต เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งชีวิตคู่ของเราเหมือนซากุระต้นหนึ่งที่สวยงามในสังคม เราจะมีชีวิตของเราเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่นต่อไป

สำหรับ นางสุทธิรัตน์ ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นอดีตภรรยานายเอกภพ เสตะพันธุ์ มีลูกชายเพียงเดียว คือ นายปริวรรต โดยปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือเดอะควอลิตี้ กรุ๊ป และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีศูนย์ต่อต้านความชราครบวงจรภายใต้แบรนด์ คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์


เครดิต กระปุ๊กดอทคอม






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 30 มิ.ย. 13, 12:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทีแรกๆ ชนชาวพุทธก็ช๊อกไปพักนึงแหละครับ..พอตั้งสติลำดับใหม่
ธรรมก็ได้ปรากฏให้เห็น..
เรื่องอย่างนี้ เรื่องทำนองนี้ ไม่ใช่กระพึ่งจะเกิดขึ้น...
แต่มันเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่น่าจะเกิด..ผมคงไม่ได้พูดผิดไปใช่ไหมครับ..
พระในกลุ่มที่ผู้มีศรัทธาให้ความเครารพและศรัทธา แต่สุดท้ายลาสิกขาไปแต่งงาน..
มันช่างขัดกับความรู้สึกของสาธุชนมาก

สุดท้าย ผู้ที่มากล้นศรัทธา ก็เข้าใจในธรรม..
ธรรมที่ถึง ให้ทราบได้ว่า การเดินทางนั้น มีบ้าง ที่จะหยุดเดิน..มีบ้าง ที่ยังเดินทางต่อไป..
บ้างที่หยุดเดิน ย่อมมีสาเหตุ..
บ้าง..ที่ไม่หยุดเดิน..เพราะเกรงว่า จะตามครูบา อาจารย์ไปไม่ทัน..
การหยุดเดิน หากจะทำให้เดินต่อไป..ทำไม่ได้ เพราะใจจะหยุดเดิน..
ฉะนั้น การหยุดเดิน ห้ามกันไม่ได้

หากจะเอาให้ละเอียดให้มากขึ้นไป ก็ต้องไปหาดูที่สาเหตุ ที่ทำให้หยุดเดิน..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 30 มิ.ย. 13, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็อย่างที่คุณเฮโลบอกท่านอาจแวะลงข้างทางเก็บดอกไม้ที่สวยงาม และลืมเส้นทางสายนิพพานไปแต่ไปติดใจสายความสุขของชีวิตแทนครับ ทุกชีวิตของคนเรามีเส้นทาง2เส้นทางให้เดินอยู่เสมอครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 30 มิ.ย. 13, 15:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ครับ ความสุขที่เสบติดเสียแล้ว ยากจะวางลงได้ ทำให้จิตตราตรึงครับ..
เกิดความผูกพัน ไม่ไปไกลห่างได้เลย เกาะกุมอยูแนบแอบใกล้อยู่อย่างนั้น อยู่แอบในรูปแบต่างๆ
ดังเรื่องในพระตรัยปิฏก ในเรื่องเล่าต่างๆ..ดวงจิตวนเวียนเกิดดับอยู่ใวัฏสงสาร พระพุทธเจ้า ไม่ได้สอนให้คนตั้งมั่นในอดีตชาติ และอนาคตชาติครับ ท่านว่า ไม่ควรคิด เรียกว่า อจินตัยครับ เป็นอจินตัย หมายถึง ไม่ควรคิดถึงอดีตชาติ และไปครุ่นคิดเผื่อไปยังอนาคตชาติ เช่น ชาติก่อนนี้ เราเกิดเป็นอะไร เป็นใคร และชาติหน้า เราจะเกิดเป็นอะไร เป็นใคร จะอยู่ที่ไหน เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะคิด และยึดมั่น คิดแล้วจะเป็นบ้าได้ ย้ำอีกที เรียกว่าอจินตัย
ท่านผู้อ่านความเห็น ก็พิจารณาเอากันเองเถอะ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 30 มิ.ย. 13, 16:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลายท่าน.ผู้ที่จะเป็นอรหันต์จริงๆได้ต้องไม่ยุ่งเกียวในกาเมต้องตัดกิเลสไปเลยถึงจะบรรลุนิพพานหรืออรหันต์ได้ดังน้ำหยดนึงในรูปภาพด้านบนครับเหลืออยู่หยดสุดท้ายที่ผ่านการกลั่นกรองจากธรรมชาติครับไม่ใช่น้ำทั้งสายจะอยู่บนใบบัวได้หมดครับ...ดังนั้นผู้ที่จะสำเร็จอรหันต์ได้ก็ต้องปล่อยวางและปฏิบัติตามคำสั่งสอนพระพุทเจ้า ก็จะสำเร็จได้ด้วยตนเองครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มิ.ย. 13, 19:45 น โดย destinygoal » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 1 ก.ค. 13, 07:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เเหม..เดี๋ยวนี้พระตุ๊ดเเต๋วมีมากมายเหลือ่กินทาลิปติกปากแดงผิดธรรมชาติ ก็ไม่ทราบเข้ามาบวชได้อย่างไร มาทำให้พุทธศาสนามัวหมอง แต่ผมว่าเป็นที่ตัวคนนั่นเองยังไม่เป็นมนุษย์หากเป็นแล้วก็ทำให้คนคิดได้ครับ เดี๋ยวนี้ทุกโรงเรียนจะมีตุ๊ดแต๋วมาเรียนกันมากมายครับและเป็นลักเพศกันมาก ไปอยู่ที่ใดก็จะทำให้มีปัญหาครับ..ทั้งวัดและโรงเรียนครับผู้ใหญ่ก็ต้องช่วยกันดูแลครับอบรมสั่งสอนกันครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 1 ก.ค. 13, 13:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องพระตุ๊ด พระแต๊ว ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสวัด ที่มีหน้าที่ดูแลพระลูกวัดให้อยู่ในวินัยครับ..
ลูกผู้ชาย แม้นจะมีระบบฮอร์โมนที่ไม่ปกติ..เมื่อตั้งใจบวชแล้ว ก็ต้องตัดใจของความอยาก(อยากเป็นหญิง)ลงให้ได้
อุปฌาย์ท่านก็สั่งสอนให้รู้จักการสำรวมอินทรีย์ไม่ใช้หรือ..ต้องทำให้ได้นะครับ..แล้วจะได้เจริญๆนะครับ..หากไม่แล้ว คำว่า มนุษสะเปรโต..จะเกิดกับตัวของท่านเองนะครับ
กิเลสมีหลายตัว สามารถทำให้เกิดความไม่เจริญขึ้นได้..
ความอยากมี ความอยากได้ ความทะยานอยาก..อยากในรสแห่งกามตัญหา..
หนทางของการเวียนว่าย ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย เป็นวัฏจักรหมุนวนของมันเอง..
วังวนนี้ มักไม่มีใครจะปฏิเสธการเข้าร่วมได้เลย หาได้อยากเย็นจริงๆ..

ผมเคยเล่าเรื่องถังมาแล้ว..
ผมจะเล่าคร่าวๆ..เพื่อนรุ่นพี่ อยากจะให้ช่วยขับรถพาไปวัดหลวงพ่อถัง..พร้อมรับผิดชอบทุกอย่างให้ผม..
ไปซิครับ..ผมก็อยากไปดูอยู่พอดี มีคนช่วยเติมน้ำมันให้ ก็ดีเลยครับ..
ที่นั่น มีพระหลายรูป แต่ที่เห็น มี5รูป รูปนึง เป็นตัวหลวงพ่อ อีกสีรูป นั่งเรียงแถว เขียนยันต์ใส่ถังไม้ ที่ชาวบ้านจะมาบูชาไป..
พระนั่งเขียนยันต์ใส่ถังไม้4รูป ไม่มีพัก..
วันๆ เขียนได้เป็นร้อยถัง..

ผมเองมันเป็นที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องอย่างนี้ เลยปากเสียที่มีในสันดานก็เปล่งออกมาจากปากเน่าๆของผมอีกแล้ว..เมื่อผมมองเห็นคน แกล้งแบกถังไม้เปล่าๆ ที่จ่ายค่าบูชาแล้วเดินผ่านหน้าไป..แบกทำเป็นตัวเอน ตัวเอียง..ทำเหมือนทองเต็มถัง แบกแทบไม่ไหว..

ปากของผมเริ่มเลย..โฮ้งๆเอ้ยไม่ใช่..แหม..แบกเสียตัวเอนเลย..กลับถึงบ้าน ให้ขยันทำงานนะ ขยันอดออมเก็บหอมรอมริบนะ อย่าใช้สุรุ่ย สุร่าย..
เจริญๆนะโยม...
ใบหน้าของคนแบกถัง หันขวั๊บมาที่ต้นเสียง..มองหน้าผม ทำตาเขียวปี๋เลย..
วันนั้น ปากผมรอดจากหมัดไปได้อีกวันนึง..

ปัจุจบัน หลวงพ่อถัง ไม่มีแล้ว เหลือแต่ทิดถัง..อยู่กินกับหม้ายสาวใหญ่..ตำบลนครชุม..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 1 ก.ค. 13, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แหมฟังคุณเล่าแล้วฮาก้าก กลายเป็นทิดถังซะแล้ว เออแล้วมนุษย์สะเปโตมันหน้่าตาเป็นอย่างไรน้านึกไม่ออก ฟังแล้วอารมณ์ดีเลยครับ นี่ก็คือการปล่อยวางหรือปลดปล่อยนั่นเองครับท่านผู้อ่านจะว่าอย่างไรดีครับช่วยกันเสนอเข้ามาเล่าสิ่งที่ท่านพบเห็นมาเช่นคุณเฮดลมาเล่าให้ฟังทุกวันแม้แต่อาจารย์คุณเฮโลยังเข้ามาร่วมสนทนาธรรมกันเลยก็เชิญชวนเข้ามาร่วมกันสนทนาธรรมกันพูดคุยแบบกันเองสนุกสนานกันครับ..เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราได้มาพบกันด้วยผลบุญที่ทำร่วมกันมาครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 2 ก.ค. 13, 16:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

siraphop43

ผมนับถือ เจ้าแม่ มากๆครับ





ตอบ ยินดีครับที่เข้ามาสนทนาธรรมกันครับ ชอบก็เชิญเข้ามาคุยกันบ่อยๆครับ ยินดีต้อนรับคุณเสมอครับคุณ siraphop43



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 3 ก.ค. 13, 12:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลวงปู่มั่น(หรือท่านลุง) สื่อถึงอาจารย์ เทวฤทธิ์




อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ ได้นั่งสมาธิและจิตไปพบหลวงปู่มั่นอยู่เสมอทุกวัน เป็นเวลานานสามถึงสี่เดือน เพื่อเรียนรู้ธรรมะ หลวงปู่ท่านจะมารับอ.ในช่วงกลางคืนประมาณสี่ทุ่ม และมาส่งอ.ในเวลาหกโมงเช้า เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตรงเวลาเสมอ ในเวลานั้นอ.เทวฤทธิ์ได้แต่เรียกท่านว่าลุงๆ เพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่นในตอนนั้น และท่านไม่ได้นุ่งห่มจีวร ท่านใส่ชุดขาว แบบผู้ปฏิบัติธรรม พูดจานุ่มนวลเรียบร้อย ท่านใจดี พา อ.เทวฤทธิ์ ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งอ.ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในโลกมนุษย์ จนกระทั่งมาเห็นรูปหลวงปู่มั่นในรูปภาพที่ติดตามฝาผนัง จึงทราบว่าคุณลุงที่มารับ มาส่งทุกวัน ที่แท้ก็คือหลวงปู่มั่นนั่นเอง จึงอยากจะเล่าประสบการณ์ที่อ.ได้พบเห็นมา เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ที่สนใจทุกท่านทราบ




(ในภาพเป็นบ้านไม้ที่ท่านพาไปปฎิบัตินั่งสมาธิสวดมนต์ทุกวันและมีบ่อน้ำอยู่ข้างๆบ้านที่ท่านอยูและลมพัดเย็นสบายทั้งวัน ที่นั่นจะมีแต่สว่างไม่มีมีมืดและเป็นสถานที่ใดในรูปปัจจุบันนี้ยังมีอยู่หรือไม่หากท่านอาวุโสหรือท่านผู้รู้ท่านใดที่เกิดทันและเคยไปกราบท่านก็ขอเชิญเข้ามาเล่าสู่กันฟังได้ครับ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม