หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รู้ไหม สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยเคยเก็บ "ภาษีชายโสด" แต่แค่ปีกว่าก็ล้มเลิก!  (อ่าน 19484 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 ก.ย. 13, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

โดย สำนักข่าวอิสรา http://www.isranews.org/isranews-scoop/item/23621-e81.html



จากปัญหาโครงสร้างประชากรที่ไม่สมดุล ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยขาดแคลนคนที่อยู่ในวัยแรงงาน หนึ่งในสาเหตุก็มาจากคนไทยมีลูกน้อย กอรปกับสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวแล้ว

ภาระหนักตกอยู่ที่รัฐที่จะต้องเสียงบประมาณมหาศาลเพื่อมาดูแลผู้สูงอายุ

พลันที่นักวิชาการมหาวิทยาลัยชื่อดัง เปิดแนวคิดการเก็บภาษีคนโสด เก็บภาษีคนไม่มีลูก เพื่อหวังกระตุ้นให้คนไทยมีครอบครัวนั้น วันนี้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนระอุ ถกเถียงกันว่าด้วยเรื่อง "ภาษีคนโสด" ไปเสียแล้ว

แต่ใครเคยรู้หรือไม่ว่า ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยเคยมีการเก็บ "ภาษีชายโสด"มาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีชายโสด พ.ศ.2487 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2487

เฟชบุค นักกฎหมายไทย มีหลักฐานมายืนยัน

เนื้อหาการเก็บภาษีชายโสด ระบุว่า ภาษีชายโสดมีลักษณะเป็นภาษีที่จัดเก็บเสริมภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กล่าวคือ ชายโสดผู้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีละ 960 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีชายโสด 5 บาท หรือในอัตราร้อยละ 10 ของภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะมากกว่า

แต่โชคดี !สำหรับชายโสด ที่การจัดเก็บภาษีนี้ กระทำเพียงเวลาปีเศษ ก็มีอันต้องเลิกจัดเก็บตั้งแต่ 9 มกราคม 2488 ....

6 เหตุผลไม่เห็นเด้วย เก็บภาษีคนโสด

สำหรับประเด็นนี้ ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้แสดงความเห็นในเฟชบุคส่วนตัว โดยเชื่อว่า นโยบายนี้เกิดได้ยากในบริบทของสังคมไทย อีกทั้งเชื่อว่า มีสิทธิผิดรัฐธรรมนูญเพราะละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน

นโยบาย ลูกคนแรก - เก็บภาษีคนโสดนั้น ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวว่า ที่ "ไม่เห็นด้วย" มีสาเหตุหลายข้อ

เหตุผลข้อ 1

จากข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติในไตรมาสแรก ปี 2556 พบประชากรที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด (นับเฉพาะอายุ 15 ขึ้นมา) ภายใน 10 ปีข้างหน้า แรงงานกลุ่มนี้จะทยอยออกจากตลาดแรงงาน

หากเรานำนโยบายลูกคนแรก-ภาษีคนโสดมาใช้ ใน 2-3 ปี ข้างหน้า แสดงว่า อีก 7-8 ปี คนที่อยู่ในกำลังแรงงานที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี (กลุ่มที่มีแนวโน้มจะมีลูกมากที่สุด) จะต้องรับภาระสองด้านคือ

1) เลี้ยงดูลูกของตัวเองและลูกของคนอื่น 2) เลี้ยงดูประชากรสูงวัยของประเทศ ซึ่งจะมีทั้งค่าใช่จ่ายทางตรงสำหรับสมาชิกในครอบครัว (ค่าเทอมลูก ค่ายาของปู่) และค่าใช้จ่ายทางอ้อมในรูปของภาษี เพราะตามที่ผู้เสนอนโยบายนี้ออกแบบมารัฐจะต้องจ่ายเงินสนับสนุน แสดงว่า เงินของคนจน ก็จะถูกใช้ไปเลี้ยงดูลูกของคนที่รวยกว่า และเงินของคนที่รวยกว่าก็จะใช้ในการเลี้ยงดูลูกของคนจนด้วย

จึงเป็นคำถามเชิงปริมาณว่า นโยบายนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างแรงจูงใจอย่างไร

ผู้เสนอบอกเองว่า คนมีฐานะดีขึ้น จึงมีลูกน้อยลง เพราะมัวแต่ทำงาน ทำให้อนุมานได้ว่า นโยบายนี้ต้องการให้คนมีรายได้ปานกลางถึงสูงปั๊มลูกออกมาให้มากขึ้น แสดงว่า เงินของคนจนจะถูกนำไปใช้ในการเลี้ยงลูกของคนรวย นี่คือเหตุผลแรกที่ทำให้ไม่เห็นด้วยกันแนวคิด

เหตุผลข้อ 2

ผู้เสนอบอกว่า เราจำเป็นจะต้องเพิ่มคนเพื่อทดแทนกับประชากรเดิม นั่นคือ เราจะต้องมีประชากรราว 65-67 ล้านคนต่อไป ต้องมองย้อนกับไปก่อนว่า การที่ประชากรราว 1 ใน 3 ของเรามีอายุเกิน 50 ปี (นับเฉพาะกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป) แสดงว่า ช่วงที่ประชากรเพิ่มขึ้นมากๆ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังส่งเสริมภาคเกษตรเพื่อการส่งออก แต่ตอนนี้สถานการณ์ของเราเปลี่ยนไปแล้ว

ข้อมูลชุดเดียวกันกับที่ใช้ในข้อ 1 บอกว่า แรงงานไทยจำนวน 38.5 ล้านคน มีประมาณ 15% ที่ทำงานไม่เต็มเวลา

ตีความอ้อมๆ ก็คือ ตอนนี้เราจ้างคนมากเกินกว่าจุดที่มีประสิทธิภาพ แสดงว่า เราจะสามารถสร้างผลผลิตรวมของประเทศ (GDP) โดยใช้คนให้น้อยกว่านี้ได้

"ผมจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรักษาจำนวนประชากรไว้ที่ 65-67 ล้านคน ถ้าเอา 15% ที่กล่าวไปมาคิด แสดงว่า จริงๆ แล้วเราต้องการคนแค่ 85% ของที่มีอยู่ นั่นคือ จำนวนประชากรไทยสามารถลดลงไปเหลือ 55 ล้านคนได้โดย GDP ไม่ได้รับผลกระทบ ถ้าเรารู้จักพัฒนาคนให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ คุณภาพการศึกษาจึงสำคัญกว่าการเพิ่มจำนวนหัวของประชากร นี่คือเหตุผลที่ 2 ที่ทำให้ผมไม่เห็นด้วยกันแนวคิด"

เหตุผลข้อ 3

ผู้เสนอห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย (ผมตีความว่าค่าใช้จ่ายต่อหัว) ซึ่งจะกลายเป็นกำลังซื้อรวมของประเทศ ว่าถ้ามีคนไม่พอ กำลังซื้อรวมจะลดลง และส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ

คณิตศาสตร์เบื้องต้นบอกเราว่า ถ้าตัวตั้งเท่าเดิมแต่ตัวหารลดลง แต่ละคนจะได้มากขึ้น จากข้อ 2 เมื่อ GDP เราไม่ลด แต่คนเราน้อยลง รายได้ต่อหัวของเราจะมากขึ้น ผลทางด้านกำลังซื้อจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วง แถมการที่คนมีรายได้เพิ่มขึ้น จะทำให้มีการออมและการลงทุนเพิ่มขึ้น จึงไปเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวอีกด้วย

นี่คือเหตุผลข้อที่ 3 ที่ทำให้ไม่เห็นด้วยกันแนวคิดนี้

เหตุผลข้อ 4

กรณีส่วนใหญ่ การมีลูก (ถ้าไม่หน้ามืด) เป็นการตัดสินใจบนเหตุผล คนจะเป็นพ่อเป็นแม่ต้องคิดสะระตะว่าจะมีปัญญาเลี้ยงลูกได้หรือไม่ การที่เขาเลือกยังไม่มีลูก เพราะเขายังไม่พร้อม ไม่ใ้่่ช่เป็นการก่ออาชญากรรมขนาดจะต้องมีมาตรการออกมาให้เขามีลูกก่อนเวลาอันควร

"ลองนึกดูว่า ถ้าเราอยู่คอนโดขนาด 30 ตารางเมตร เราอยากจะให้ลูกเกิดมาและโตในพื้นที่แค่นี้หรือ พื้นที่และสภาพแวดล้อมส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก การเติบโตมาในที่ที่ไม่เหมาะสมย่อมส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็ก แสดงว่าถึงเขาโตขึ้น เขาก็ไม่สามารถใช้ความสามารถของตนเองได้ 100% นอกจากนี้แล้ว การเลี้ยงลูกยังมีภาระทางจิตใจต่อพ่อกับแม่ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถเ้ข้ามาช่วยแบกรับได้เลย การคิดเชิงคณิตศาสตร์โดยไม่คิดถึงมิติความเป็นมนุษย์ของพ่อแม่ประกอบไปด้วย ผมยังเชื่อว่า "มีลูกเมื่อพร้อม" คือนโยบายที่ดีที่สุด นี่คือเหตุผลข้อที่ 4 ที่ทำให้ผมไม่เห็นด้วยกันแนวคิด"

เหตุผลข้อ 5

ขนาดรถคันแรกยังผ่อนกันไม่ค่อยไหว ลูกคนแรกดูแลยากกว่า

เหตุผลข้่อ 6

ความโสดไม่ใช่ความผิด แค่โสดก็เหงาจะแย่แล้ว ไม่ควรซ้ำเติมกันอีก...




ที่มาภาพ:https://www.facebook.com/chatpol.charimobhas?hc_location=stream

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
นั่นสิ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 05:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยที่สุดเลย มีลูกถ้าเลี้ยงเค้าได้ไม่ดี ทิ้งๆขว้างๆ สุดท้ายภาระก้อตกไปเป็นของสังคมอีก q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ram
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 08:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อาจารย์คนนี้มันเป็นนักวิชาการจริงเหรอหน้าตายังกับเจ็กขายหมูเอาเวลาไปสอนหนังสือให้ดีเถอะเพระาเรื่องการสอนยังด้อยอยู่เลยรู้ตัวไสาหร่าย่ามาเสนอหน้าเลยเอาตัวเองให้ดีให้รอดก่อนเรื่องสอนยังไม่ดีแล้วอย่ามาเสนอหน้าอีกจำไว้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จ๊อด
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 09:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเราคงฉลาดพอที่จะไม่สร้างสงครามอีกนะ สงครามทำให้คนฆ่ากันจนไม่เหลืออะไร สามัคคีกันไว้ดีกว่าจะได้ไม่หนักคนรุ่นหลัง q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
naga9999
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 10:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แทนที่จะมานั่งเก็บภาษีโน่นนี่นั่นกับประชาชน ภาษีที่ปัญญาอ่อนมากๆ ระรานสิทธิ ...
ทำไมไม่ไปลดเงินเดือน นายก สส. สว. สจ. หรือลดเปอร์เซ็นต์การเซ็นงาน และเบี้ยเลี้ยง พวกทำงานระดับสูง และ ลดโครงการฟุ่มเฟือยทุกชนิดที่ไม่เห็นผลดีเท่าที่ควร
อย่างพวกแท็บเล็ทหรือไอแพดปัญญาอ่อน และก็พวกอาหารเบี้ยเลี้ยงที่อู้ฟู้ และลดงบประมาณการจัดซื้อของเข้ารัฐและให้ซื้อแต่ของในประเทศ พวกเก้าอี้หลุยคงไม่จำเป้นหรอก ...

เพราะถึงยังงัยพวก ตำแหน่งสูงทั้งหลายมันก็โกงกันและรับใต้โต๊ะกันทุกคนอยู่แล้ว ...

พอทุกอย่างดีขึ้นเศรษฐกิจดีขึ้น รายได้ประชากรเพิ่มขึ้น เด๋วก็จับคู่กันมีลูกเองแหละ ที่มันยังไม่มีปัจจุบัน เพราะ ความไม่พร้อมทางการเงินต่างหาก เอาสมองไปไว้ที่ไหนหมดพวกนักวิชาการ ที่ได้แต่เรียนจากการอ่าน แต่ไม่ได้คิดถึงความเหมาะสม ...

ยังงัยก็ลองคิดดูเผื่อได้ ตั้งม๊อบเพื่อจะได้ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ข้อเสนอ
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ควรจัดทำโครงการ เมียคนแรก ก่อนที่จะทำโครงการ ลูกคนแรก (ถ้าคิดจะเก็บภาษีชายโสดอีกครั้ง)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จมอยู่กับอดีตทำไม
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยังไงก็ขัดรัฐธรรมนูญ ปี 50

อย่างงี้ต้องขุด พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2505 ขึ้ันมาใช้อีกดีป่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เต่าล้านปี
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 11:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สิงคโปร์ ประชากรน้อยกว่าไทย ทำไมเค้าพัฒนากว่าไทยอ่ะ ประชากรก็มีสวัสดิการดีกว่า เพราะนักวิชาเกินในประเทศมีมากเกินไปป่ะ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สิงคโปร์ ประชากรน้อยกว่าไทย ทำไมเค้าพัฒนากว่าไทยอ่ะ ประชากรก็มีสวัสดิการดีกว่า เพราะนักวิชาเกินในประเทศมีมากเกินไปป่ะ?
ก็เพราะประชากรน้อยไง ประชากรประเทศเขา
ถึงมีประสิทธิภาพมากกว่า เขาควบคุมได้
การทำงานของเขาก็มีประสิทธิภาพ เวลาสำคัญที่สุด สำหรับประเทศเขา
แข่งขัน มุ่นมั่นกันทำงาน
ประเทศไทย และมืง ทำไรกัน
คงเอากันทุกวัน ประชากร ถึงเพิ่มแบบนี้ไง
เกิดมาไม่มีปัญญาเลี้ยงก็ทิ้ง
รึบางทีเกิดมาก็โง่แบบมืงเลยก็มี
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้ชายนะยะ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยอมจ่ายภาษีดีกว่าจ่ายค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าเทอม ค่ายา ค่าหมอ ค่าเสื้อผ้า ค่าสันทนาการ ค่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จากการมีลูกเพิ่ม 1 คน

ยอมซื้อประกันหรือเก็บตังค์ไว้เยอะๆดีกว่าแก่ไปจะได้ไม่ลำบากให้ลูกหลานมาแย่งกันทีหลัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เป็นโสด
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หาเลี้ยงตัวเอง ครอบครัวก็ลำบากอยู่แล้ว ต้องมาเสียเพราะเป็นโสด คิดไปได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
sasa
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 18:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วทุกวันนี้คนเสียภาษียังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองเสียภาษีแบบคนโสดอยู่นะคือภาษีเงินได้เขาเก็บตามปกติทั่วไปแต่ถ้าใครมีครอบครัวมีลูกเขามีค่าลดหย่อนให้ส่วนคนโสดก็จ่ายเต็มเขาเรียกเสียภาษีแบบคนโสดยังจ่ายอยู่เลยเพื่อนไล่ให้ไปแต่งงานจะได้มีส่วนลดกับเขาบ้าง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คัดค้าน
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 ก.ย. 13, 21:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความคิดทีจะให้เก็บภาษีคนโสดมันปัญญาอ่อนมาก มีเวลาไปปั๊มลูกให้คนอื่นต้องรับภาระ ไม่มีปัญญาเลี้ยงก็ไม่ต้องเลี้ยง ทุกวันนี้พวกมีลูกเยอะก็น่ารำคาญมากแล้ว เอะอะโวยวายกัน พอรำคาญลูกตัวเองเอาแล้วไล่ให้ไปเล่นอกบ้าน ให้เงินไปร้านเกมส์ มีเงินซื้อนู่นนั่นนี่ แล้วบอกไม่มีตังจ่ายค่าเทอมเงินไม่พอใช้ ไปเลยไปตายทั้งครอบครัวเลยถ้าจะให้เสียภาษีให้ นโยบายนี้โง่บรมโง่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Ho2
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 9 ก.ย. 13, 06:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้างั้นผมต้องสนองนโยบายแล้วล่ะ ด้วยการมีเมียคนแรก ลูกคนแรก q*022
ว่าแต่จะเอาเงินจากไหนไปวางดาวน์เมียดีล่ะ ผ่อนก็ไม่ได้ ได้มาแล้วก็ขายไม่ได้อีก ยิ่งใช้ยิ่งโทรม ......... q*034

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เบื่อสุดๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 10 ก.ย. 13, 18:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069 มันคือการโยนหินถามทางหรือป่าวครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม