หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ยกระดับคุณภาพ'ลำไย'เชียงใหม่-ลำพูนสู่ตลาดส่งออก  (อ่าน 213 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 21:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

พาณิชย์เชียงใหม่ร่วมมือพาณิชย์ลำพูน พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการส่งออกลำไย วางแผนแก้ราคาตกต่ำ พร้อมดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำข้อตกลงหนุนผลิตลำไยนอกฤดูกาล
17ก.ย.2556 นายไพโรจน์ กุลละวณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน ร่วมจัดโครงการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการส่งออกลำไย รวมทั้งหามาตรการเร่งลำไยนอกฤดู เพื่อส่งเสริมการค้าลำไยในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เนื่องด้วยเชียงใหม่กับลำพูน มีการปลูกลำไยกันมาก มีสัดส่วนการค้าลำไยเท่ากับร้อยละ 72 จาก 8 จังหวัดภาคเหนือ แต่ที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาบ่อยคือ ราคาลำไยตกต่ำ และลำไยล้นตลาด จากการที่ลำไยมีระยะเวลาการออกผล เพียงช่วงสั้นๆ จึงเล็งเห็นการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้ลำไยสามารถออกผลผลิตได้ยืดยาวขึ้นจะเป็นแนวทางออก โดยต้องทำข้อตกลงร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก โดยจะพัฒนาให้ลำไยออกมานอกฤดู 50%
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร อนุมัติเงินช่วยเหลือการเกษตรลำไย โดยให้งบประมาณในการพัฒนา ลำไยใน จ.เชียงใหม่-ลำพูน จังหวัดละ 2 แสนบาท ให้พัฒนาคุณภาพ และมีการตรวจมาตรฐานลำไย ซึ่งทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน เล็งเห็นว่า หากรวมงบประมาณกันจะสามารถพัฒนาร่วมกันได้อย่างเป็นระบบมากกว่า อีกทั้งมีสถาบันการศึกษาจำนวนมาก น่าจะดึงบุคคลากรนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้และคอยควบคุมโครงการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้หากว่ามีการจัดเกรดอันดับลำไยในประเทศ เกรงว่าลำไยของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนอาจจะตกรั้งท้ายอันดับ เพราะจะสู้กับลำไยทางเมืองจันทบุรีไม่ได้ เนื่องจากการดูแลไม่ทั่วถึง เกิดจากการปลูกที่ตามมีตามเกิด ไม่ได้ดูแลอย่างจริงจัง ทั้งที่คุณภาพดินและภูมิอากาศ ของทางเชียงใหม่และลำพูน เหมาะสมกับการปลูกลำไยมากกว่า ซึ่งความจริงแล้วลำไยที่ปลูกลุ่มน้ำปิง เป็นลำไยที่รสชาติที่ดีที่สุด เพียงแต่ขาดการดูแลอย่างจริงจัง

ขณะที่ปัญหาของการส่งออกลำไยคือ ยังขาดมาตรฐานด้านคุณภาพการส่งออกที่เป็นลายลักษณ์อักษร จึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดแนวทางการป้องกันปัญหาด้านคุณภาพการส่งออกลำไย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล โดยต้องสร้างให้เกิดการเปิดลงทะเบียนเกษตรกรที่สนใจร่วมโครงการ เน้นลำไยคุณภาพดี มากกว่าปริมาณ การทำลำไยนอกฤดู พื้นที่ต้องเหมาะสม น้ำต้องทั่วถึงซึ่งจังหวัดลุ่มน้ำปิงอย่างเชียงใหม่กับลำพูนเหมาะสมที่สุด การเร่งผลผลิตลำไยให้ออกผลนอกฤดูนี้ จะเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น แต่เป็นทางรอดเฉพาะหน้า ทำระยะยาวทุกปีไม่ได้เพราะสารเร่งจะทำให้ต้นลำไยตายเร็วขึ้นเพราะฝืนธรรมชาติ

อย่างไรก็ดี จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกลำไย จำนวน 316,143 ไร่ แบ่งออกเป็น พื้นที่ให้ผล 300,716 ไร่ ผลผลิต 266,937 ตัน แยกเป็นพื้นที่ให้ผลในฤดูกาลผลิต จำนวน 230,486 ไร่ ผลผลิต 183,960 ตัน และพื้นที่ให้ผลนอกฤดูกาลผลิต จำนวน 70,230 ไร่ ผลผลิต 82,977 ตัน คาดว่า จะออกสู่ตลาดในเดือนมิถุนายน - กันยายน 2556 ผลผลิต 183,960 ตัน ด้านสถานการณ์การเก็บเกี่ยว ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานการเก็บเกี่ยวจากอำเภอต่างๆ ประมาณ 2,015.75 ตัน คิดเป็นร้อยละ 19.03 ของปริมาณผลผลิต

ด้านนายเมธี บัวพึ่ง พาณิชย์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูนถูกขนานนามว่า ดินแดนแห่งลำไย คนลำพูนต้องมีลำไยอยู่ในบ้าน ลำพูนคู่ลำไยเปรียบเหมือนสัญลักษณ์คู่กันมาช้านาน แต่งการดูแลเอาใจใส่ผลผลิตไม่เต็มที่นัก เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด คือถ้าแล้งไม่มีน้ำก็ไม่รดน้ำ ในขณะที่เกษตรกรลำพูน หรือเกษตรกรเชียงใหม่ ไปปลูกแบบเชิงพาณิชย์อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตรงนั้นดูแล อย่างดีเป็นธุรกิจ 3 วันต้องรดน้ำที มี 100 ลูกบนต้น ต้องตัดออกครึ่งหนึ่ง 50 ลูกตามหลักการเกษตรเพื่อให้สารอาหารหล่อเลี้ยงลูกที่เหลือเต็มที่เพื่อให้ผลลำไย ใหญ่และเกรดดีขึ้น เป็นระบบที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทำให้ผลผลิตทางจันทบุรี มีมาตรฐานมากกว่า

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน มีผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยในปี2556 รวมมูลค่าลำไยเฉพาะเชียงใหม่-ลำพูน ประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เปรียบเทียบปี 2554 การค้าลำไยสด ปริมาณ 382,013ตัน มูลค่า 6,209.3 ล้านบาท ลำไยอบแห้ง 164,441ตัน มูลค่า 8,231.8 ล้านบาท รวมมูลค่า 14,440 ล้านบาท และปี 2555 การค้าลำไยสด ปริมาณ 455,663ตัน มูลค่า 8,454 ล้านบาท ลำไยอบแห้ง 129,255ตัน มูลค่า 3,783.2 ล้านบาท รวมมูลค่า 12,237 ล้านบาท

ในขณะที่สถานการณ์การส่งออกลำไยของประเทศไทยก็เริ่มมีปัญหา เนื่องจากขาดการจัดการมาตรฐานด้านการส่งออกลำไย ทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพลำไยที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน หนึ่งในประเทศลูกค้าชั้นเยี่ยมในการนำเข้าลำไยจากประเทศไทย ได้เริ่มปลูกลำไยและมีเนื้อที่การเพาะปลูกลำไยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีความต้องการบริโภคลำไยสดของจีนปีละประมาณ 0.20-0.25 ล้านตัน สำหรับลำไยอบแห้งความต้องการบริโภคคาดว่าปีละประมาณ 0.05 ล้านตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจาก ประเทศไทย และเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าจากไทยนั้น จะอยู่ในส่วนของลำไยสดและลำไยอบแห้ง โดยปริมาณการนำเข้า ลำไยของจีนนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจของจีนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ประชากร จีนมีอำนาจการซื้อมากขึ้น อีกทั้งผลประโยชน์จากข้อสัญญาตกลง FTA ระหว่างไทย-จีน ส่งผลให้ไทยมีปริมาณการส่งออกลำไยไปยังประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ก.ย. 13, 21:28 น โดย dangerlife » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม