หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ‘กิตติรัตน์’แนะIMFศึกษาข้อมูลศก.ไทย  (อ่าน 152 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 พ.ย. 13, 15:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

‘กิตติรัตน์’แนะIMFศึกษาข้อมูลศก.ไทย


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอก IMF ศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจไทยให้ชัดก่อนแนะนำ เหตุ อาจเกิดความเข้าใจผิด
494076-01
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เสนอให้ไทยปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อรองรับอัตราเงินเฟ้อ ที่จะเพิ่มขึ้นนั้น มองว่า IMF ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของประเทศไทยให้รอบด้าน ก่อนที่จะมีการนำเสนอหรือแนะนำ เพราะปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทย ยังอยู่ในระดับต่ำ

ดังนั้น หากมีการปรับดอกเบี้ยนโยบาย จะส่งผลให้เศรษฐกิจอาจชะลอตัว ส่วนการทบทวนนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยเปลี่ยนเป็นการชดเชยราคาสินค้าให้แก่เกษตรกรแทนนั้น ต้องศึกษาว่าเหมาะสมกว่าแนวทางเดิมหรือไม่ แต่แนวทางปฏิบัติ รัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณาเอง

innnews

เครดิต mthai news

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 13 พ.ย. 13, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

IMF เตือนไทย ยกเลิกจำนำข้าว ลดภาระคลัง (ไทยโพสต์)

ไอเอ็มเอฟ เตือนรัฐบาลไทยเลิกจำนำข้าว ลดภาระทางการคลัง แนะจ่ายเงินเพื่อช่วยชาวนาที่ยากจนโดยตรงแทน ยรรยง สวนทันที เดินหน้าต่อ อ้างเทียบการช่วยเหลือสินค้าเกษตรกับประเทศอื่นแล้ว ไทยมีสัดส่วนช่วยเหลือไม่ได้สูงมาก

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกรายงานเศรษฐกิจไทยเสนอให้รัฐบาล ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต จาก 7% เป็นระดับใกล้เคียงประเทศเพื่อนบ้านที่ 10% ให้ขึ้นภาษีทรัพย์สิน และตัดค่าลดหย่อนทางการภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อเพิ่มรายได้ภาษีให้มากขึ้น

โดยรัฐบาลกลางจะขาดดุลงบประมาณเพิ่มเป็น 3.4 % ต่อจีดีพีในปีนี้ เพิ่มจาก 1.7% ต่อจีดีพี ในปี 2554 และหนี้สาธารณะจะเกิน 53% ของจีดีพี ภายในปี 2561 ในขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะรักษาหนี้สาธารณะไว้ไม่ให้เกิน 50% ต่อจีดีพี และทำให้งบประมาณสมดุลภายในปี 2560 ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยปีนี้จะขยายตัวในระดับต่ำที่ 3.1% แต่เติบโตสูงขึ้นเป็น 5.2% ในปีหน้า

ทั้งนี้ ข้อมูลจีดีพีที่จะเผยแพร่ออกมาในสัปดาห์หน้า คาดหมายว่า ชาติเศรษฐกิจหมายเลข 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ จะหลุดพ้นจากภาวะถดถอย แต่การส่งออกซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 60 ของเศรษฐกิจโทยและการบริโภคของเอกชน ยังคงอ่อนแอ ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์คาดคะเนว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายเพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเข้มแข็ง แม้ว่ารัฐบาลไทยบอกว่าที่มั่นทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง แต่ไอเอ็มเอฟมองว่า การใช้จ่ายในโครงการประชานิยมต่าง ๆ นานา กำลังทำให้คำมั่นสัญญาสร้างสมดุลทางงบประมาณตกอยู่ในความเสี่ยง

ไอเอ็มเอฟ ยังระบุว่า เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายงบประมาณสมดุล รัฐบาลจึงต้องหารายได้เพิ่มด้วยการขึ้นภาษีและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง และให้รัฐบาลยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว เพื่อลดภาระทางการคลัง โดยเสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินโดยตรงเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ยากจนแทนการรับซื้อข้าวในราคาสูงกว่าตลาดดังเช่นที่รัฐบาลปฏิบัติอยู่ในขณะนี้ ไอเอ็มเอฟยังเสนอให้ยุติการอุดหนุนราคาพลังงาน

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับปกติ หากมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยดอกเบี้ยนโยบายของไทยขณะนี้อยู่ที่ 2.5% ซึ่งไอเอ็มเอฟและธนาคารแห่งประเทศเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติ

แต่นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนกรานว่า การดำเนินโครงการรับจำนำยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และเมื่อเทียบสัดส่วนการช่วยเหลือสินค้าเกษตรของไทยกับประเทศอื่น ๆ จะพบว่าไทยมีสัดส่วนการช่วยเหลือที่ไม่ได้สูงมาก และเมื่อเทียบกับเงินสำรองที่ไทยมีอยู่ ไทยยังมีฐานะทางการคลังที่ดี

อย่างไรก็ตาม การที่โครงการรับจำนำใช้เงินในการดำเนินโครงการแล้ว 6 แสนล้านบาทนั้น เป็นการดำเนินโครงการในช่วงเวลานาน 3 ปี ซึ่งยังเป็นไปตามกรอบการใช้เงินที่มติคณะรัฐมนตรีให้ไว้คือ ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ใน 2 ปี แบ่งเป็นเงินหมุนเวียนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 9 หมื่นล้านบาท และเงินกู้โดยรัฐบาลค้ำประกัน 4.1 แสนล้านบาท และกำหนดให้มีการขาดทุนจากการดำเนินโครงการไม่เกินปีละ 8 หมื่น-1 แสนล้านบาท

นายยรรยง กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อพิจารณาเรื่องการช่วยเหลือข้าวสารให้ประเทศฟิลิปปินส์ที่ได้ประสบภัยธรรมชาติ เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์อาจเสนอให้บริจาคข้าวที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ฟิลิปปินส์เป็นผู้ซื้อข้าวใหญ่อันดับสองของอาเซียนเฉลี่ยปีละหลายล้านตัน และประเทศอาเซียนด้วยกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมจะหารือการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเรื่องต่าง ๆ หลังเปิดโครงการมาแล้วมากกว่า 1 เดือน


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 13 พ.ย. 13, 15:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไอเอ็มเอฟ เรียกร้องรัฐบาลไทย ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประชานิยมบางอย่าง เพื่อความสมดุลทางงบประมาณและจำกัดตัวเลขหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น

IMF-Logo

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ เสนอในรายงานทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยประจำปี ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ปรับปรุงการทำงานในความรับผิดชอบด้านตรวจตราธนาคารรัฐและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธนาคาร ซึ่งกำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟ ได้แนะนำในรายงานที่เผยแพร่ด้วยว่า ขณะที่ไทยยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ จากการไหลเวียนของเงินลงทุนอันผันผวนและความไม่แน่นอนของสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลก รัฐบาลควรสร้างความอุ่นใจว่า มีเงินเพียงพอรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดไม่ถึงต่าง ๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลจีดีพี ที่จะเผยแพร่ออกมาในสัปดาห์หน้า คาดหมายว่า ชาติเศรษฐกิจหมายเลข 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ จะหลุดพ้นจากภาวะถดถอย แต่การส่งออกซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 60 ของเศรษฐกิจโทยและการบริโภคของเอกชน ยังคงอ่อนแอ ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์คาดคะเนว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายเพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเข้มแข็ง แม้ว่า รัฐบาลไทยบอกว่าที่มั่นทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง แต่ ไอเอ็มเอฟ มองว่าการใช้จ่ายในโครงการประชานิยมต่าง ๆ นานา กำลังทำให้คำมั่นสัญญาสร้างสมดุลทางงบประมาณตกอยู่ในความเสี่ยง

ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ตัวเลขขาดดุลของรัฐบาลกลาง จะเพิ่มเป็นร้อยละ 3.4 ของจีดีพีของปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกันยายน สืบเนื่องจาก อัตราภาษีนิติบุคคลระดับต่ำ และการลดหย่อนภาษี และโดยรวมแล้วมีความเป็นไปได้ที่หนี้สาธารณะของไทย จะเพิ่มเป็นร้อยละ 53 ของจีดีพี ภายในสิ้นปี 2018


เครดิต mthai news

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 13 พ.ย. 13, 19:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมว่านะ..ไอเอมเอฟนี่วอนซ๊ะแล้ว..สำนักงานในประเทศไทยมีไหมครับ..เดี๋ยวก็จะได้เห็นพวกใครน๊า..เป็นพวกนักจัดรายการวิทยุ..พาพวกไปล้อมปิดหน้าประตูเปิดเครื่องเสียงตะโกนด่าหรอก..อยู่ดีไม่ว่าดี....
...ดีนะ..ที่ไอเอ็มเอฟไม่ได้ขายน้ำดื่มเจือสีปรุงรส..ไม่งั๊น..ยอดขายตกฮวบเหมือนเสียปากหมาแน่ๆ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 13 พ.ย. 13, 22:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ข้อมูลนี้ ทำให้ผมคิดถึงคุณคิม คุณเรดเลิฟ คุณทองผา คุณไข่นุ้ย คุณนัทเทล ขึ้นมาทันที ว่า คิดเห็นอย่างไร

หรือว่า กองทุน IMF นั้น เล็กเกินไป

ที่จะอยู่ในฐานะ ที่จะวิจารณ์รัฐบาลคุณหนูปูแดงได้

คนเรา..ถ้ารู้จักการยอมรับความจริงเสียบ้าง ก็น่าจะดีครับ
q*020

cocococococo
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม