หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ตัดท่อน้ำเลี้ยง...หรือตบทรัพย์?‏  (อ่าน 51 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 ก.พ. 14, 17:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

...หลังศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อ 19 ก.พ. ไม่เพิกถอน พรก.ฉุกเฉินตามคำร้องของแกนนำเครือข่าย กปปส.และผู้ชุมนุมประท้วง โดยศาลยังคง พรก.ดังกล่าวเอาไว้ต่อไปแต่ได้มีคำสั่งเพิ่มเติมให้ศูนย์รักษาควาสมสงบ (ศรส.) ระงับการใช้ข้อกำหนด9ข้อมน พรก.ฉุกเฉินกับปู้ชุมนุมประท้วงที่ชุมนุมอย่างสงบ สันติ ตามที่ศาลรธน.ได้มีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานก่อนหน้า...

ดูเหมือนรัฐและ ศรส.จะมีความกังวลกับการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.นี้จนถึงขั้นที่กล่าวได้ว่า “สติแตก”กันไป ด้วยเห็นว่าคำพิพากษาของศาลนั้นกำลัง “มัดตราสังส์” ไม่ยอมให้รัฐมีเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องมือใด ๆ จัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ที่วันนี้ดูจะฮึกเหิมอาละวาดฟากงวงฟาดหางไปทั่ว...

ที่จริงศาลท่านก็ไม่ได้มีคำสั่งอะไรที่เกินเลยไป ก็แค่มีคำสั่งปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ชุมนุมที่ชุมนุมอย่างสงบ เปิดเผยเท่านั้น หากจะเคลื่อนพลเคลื่อนขบวนไปที่ใดก็ไม่น่าจะมีเหตุที่รัฐหรือศรส.จะไปขัดขวางได้ ข้อกำหนดทั้ง 9 ข้อ เป็นต้นว่าห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม ห้ามขัดขวางเส้นทางการชุมนุม รื้ออุปกรณ์ที่พัก เต้นท์ ตรวจยึดเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมมันก็ไม่มีอะไรเกินเลย

เออ!หากมีหลักฐานชัดเจนกลุ่มผู้ชุมนุมพกพาอาวุธ มีกองกำลังติดอาวุธ ซ่องสุมกำลังแห่แหนกันไปหรือเข้าไปบุกรุกสถานที่ราชการ ทำลายข้าวของทรัพย์สินราชการ อาคารใดๆ ก็เป็นเรื่องที่ ศรส.สามารถจะใช้กฏหมายอื่น ๆ จัดการได้ ผิดกฏหมายใดก็ว่าไปตามนั้นครับ กับความเคลื่อนไหวของกปปส.และเครือข่ายต่าง ๆ ที่วันนี้ดูเหมือนเป้าหมายการชุมนุมจะไม่หยุดยั้งอยู่แค่การโค่นล้มรัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อกรุยทางไปสู่การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง แต่มุ่งจะเอาชนะคะคานกันชนิดให้แหลกลานกันไปข้าง

ล่าสุดเราได้เห็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการ กปปส.ที่ประกาศให้มวลมหาประชาชนดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงรัฐตอบโต้ ศรส.และดีเอสไอที่ประกาศไล่เบี้ยบรรดาท่อน้ำเลี้ยงการชุมนุมก่อนหน้า โดย”กำนันสุเทพ”และเครือข่ายได้รุกคืบนำม็อบสารพัดกลุ่มของตนเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมอาคารที่ทำการและสถานที่ตั้งกลุ่มธุรกิจที่ได้ชื่อว่าเป็นเครือข่ายของ “ระบอบทักษิณ” เป็นต้นว่า บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น บริษัทมือถือเอไอเอส บริษัทเอสซีแอสเซท ดาวเทียมไทยคม ฯลฯ เป็นต้น

รุกหนักจนถึงขั้นที่ว่าจะต้องทำทุกวิถีทางให้มือถือเอไอเอส “เจ๊งสนิท” ต้องให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รายย่อยทั้งหลายเทขายหุ้นเหล่านี้ทิ้ง พันธมิตรธุรกิจทั้งคบค้าสมาคม ติดต่อธุรกิจในเครือบริษัทเหล่านี้จะต้องเลิกทั้งหมดหากเป็นผู้มีความรักชาติรักแผ่นดินจริง ไม่งั้นกปปส.จะไปถามไถ่เยี่ยมเยียน เล่นเอามวลมหาประชาชนส่วนหนึ่งที่เคยเป็นพันธมิตรสะอึกไปพอสมควร เพราะไม่แน่ใจว่าเลขาธิการกปปส.มีเป้าหมายจะทำอะไรกันแน่กับการประกาศเล่นงานกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ จะว่าเป็นเครือข่ายธุรกิจของ “นายใหญ่”พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยังคงมีอิทธิพลครอบงำชี้นำบริษัทเหล่านี้อยู่

ท่านเลขา กปปส.คงลืมไปแล้วกระมัง ทั้งบริษัทชินคอร์ป มือถือเอไอเอส หรือดาวงเทียมไทยคม นั้น “นายใหญ่” และครอบครัวตระกูลนี้เขาได้เทขายหุ้นในมือออกไปให้กองทุนเทมาเสกของสิงคโปร์ตั้งแต่ปีมะโว้เมื่อ 7-8 ปีก่อน (2549) ได้เงินก้อนโตไปกว่า 76,000 ล้านบาท จนนำมาซึ่งการไล่เบี้ยยึดทรัพย์เข้ารัฐกว่า 46,000 ล้านบาท ด้วยข้ออ้างที่ว่า มีการลบเลี่ยงภาษีที่ได้จากการ “ล้างมือในอ่างทองคำ”ครั้งนั้น!

บรรดาธุรกิจสื่อสารและบริษัทต่างๆ ที่กำลังถูกแกนนำกปปส.และเครือข่ายไล่เบี้ยอยู่นั้นล้วนถูกแปรสภาพเป็น “บริษัทมหาชน” ที่มีผู้ถือหุ้นทั้งที่เป็นสถาบันการเงิน กองทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ย่อยนับแสน นับล้านคนไปหมดแล้วครับท่านเลขา กปปส.! จะว่าฯพณฯเลขา กปปส.หรือเครือข่าย โดยเฉพาะบรรดาอดีตนักการเมืองในพรรค ปชป.ไม่ว่าจะเป็น “พ่อมาร์ค”เอง แกนนำอย่าง ถาวร เสนเนียม, จุติ ไกรฤกษ์, พุฒิพงษ์ หรือใครต่อใครบนเวทีกปปส.ที่วันนี้ถอดคราบลงไปเล่นเกมสกปรกนอกสภาหมดสิ้นแล้ว ไม่รู้ข้อเท็จจริงนี้ก็ไม่น่าจะใช่?

เพราะทุกคนที่กล่าวถึงต่างก็รู้อยู่เต็มอกว่า วันนี้สถานะของบริษัทสื่อสารเครือชินคอร์ปเหล่านี้ ทั้งเอไอเอส ไทยคม หรือแม้กระทั่งบริษัทเอสซี แอสเสท ที่ “นายกฯปู-ยิ่งลักษณ์เคยกุมยังเหียนอยู่นั้น บริษัทเหล่านี้ต่างก็แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนไปหมดสิ้นแล้ว นักการเมืองหรือ ส.ส.ทุกคนที่เอ่ยนามมานี้ต่างเป็นนักการเมืองที่เคยกุมยังเหียนอยู่ในฟากฝั่งรัฐบาล บางคนเคยนั่งคุมกระทรวงไอซีทีที่กำกับดูแลธุรกิจสื่อสารเหล่านี้ รวมทั้งตัวนายสุเทพเอง!

ยิ่งหากทุกฝ่ายจะมองย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้า ในช่วงที่ กสทช.เปิดประมูลเพื่อออกใบอนุญาต(ไลเซ่น) มือถือ3 จีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า ในช่วงนั้นมีความพยายามจะปลุกเลือดรักชาติ สกัดกั้นทุนต่างชาติไม่ให้เข้ามาประมูลหรือครอบงำธุรกิจสื่อสารไทย แปลให้ง่ายไม่ต้องการให้ทั้ง “ดีแทค-เอไอเอสหรือชินคอร์ป” เข้าร่วมประมูลนั่นแหล่ะ

แต่เมื่อกสทช.ลงมาเคลียร์หน้าเสื่อ ดูลึกไปถึง “ใส้ใน”ผู้ถือหุ้นธุรกิจสื่อสารเหล่านี้จนถึงบางอ้อว่า ล้วนเป็นบริษัทสื่อสารที่จะอย่างไรเสียก็ยังคงมีคนไทยถือหุ้นใหญ่ผ่านสถาบันการเงิน กองทุนน้อย-ใหญ่รวมทั้งนักลงทุนในตลาดอยู่ดี เรื่องเกณฑ์การถูกครอบงำจากต่างชาติจึงหมดไป

ด้วยเหตุนี้ ความพยายามของแกนนำ กปปส.ต่อการปลุกเร้ามวลมหาประชาชนที่กำลังอาศัย“ม็อบเส้นใหญ่” ที่ได้อานิสงส์จากคำสั่งคำพิพากษาของศาลคุ้มกะลาหัวอยู่นี้ และอาศัยช่วงที่รัฐและศรส.กำลัง “เมาหมัด”งงงวยกับกระบองที่อยู่ในมือว่ายังมีฤทธิเดชอยู่หรือไม่ จึงคิดไปเป็นอื่นไม่ได้นอกจากความพยายาม เพื่อมุ่งจะ “เขย่า” ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมเหล่านี้เพื่อ“ตบทรัพย์” เข้ากระเป๋าเข้าพกเข้าห่อเท่านั้น!

ในเมื่อคนเหล่านี้ รู้อยู่เต็มอก บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมเหล่านี้ หุ้นใหญ่ก็คือกองทุนเทมาเสกของสิงคโปร์ และบรรดาสถาบัน กองทุนชั้นนำต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งสถาบันการเงิน และรายใหญ่รายย่อยที่เป็น Public ในตลาดหุ้น นักลงทุนเหล่านี้ล้วนไม่ประสีประสาอะไรเอากับการเมืองนัก จึงเท่ากับเปิดโอกาสให้กลุ่มคนบางกลุ่มอาศัยช่วงจังหวะนี้ปล่อยข่าวทุบหุ้นรายวัน เพื่อทำให้ราคาหุ้นในตลาดตกอกตกใจจนดิ่งเหว

ซึ่งก็แน่นอนว่ามันคือโอกาสในการ “ช้อนหุ้น” ของเครือข่ายเองเพื่อทำกำไรจากการซื้อ-ขายหุ้นที่จะมีตามมา ทุบ 3 วันติดก่อนส่งคนไปช้อนซื้อเก็บไว้ วันที่ 4 หรือ 5 พอหุ้นพวกนี้ดีดขึ้นมาซึ่งมันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วในเมื่อล้วนเป็นหุ้น “บลูชีพ”ที่มีปัจจัยพื้นฐานทั้งสิ้น ทุบวันนี้ขายวันพรุ่งก็ฟันกำไรไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าแล้ว คงเป็นเรื่องที่ กลต.และตลาดหลักทรัพย์ต้องเฝ้าจับตาอย่าพระพริบ จะกล้าหรือไม่กับการใช้กฏหมายสกัดกั้นการ “ไล่ทุบหุ้นเพื่อตบทรัพย์” ครั้งนี้!!!

บทความโดย : เนตรทิพย์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ก.พ. 14, 20:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ศาสตร์ของนักการเมืองคือการฉวยโอกาสเมื่อฝ่ายตนเองได้เปรียบ..!@@!! เป็นกันเยอะนะ..!!@@!! q*069q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ก.พ. 14, 06:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มุมมองเด็กอนุบาล แมนจัมโบ้จงฟัง....555

สีใดๆ ชุมนุมแบบปิดถนน มันก็ผิดแล้วนะ ผิดคือผิด
เมื่อผิดควรถูกลงโทษ
ผิดแล้วไม่ถูกลงโทษ
วันหน้า หากมีคนอื่นทำ
ก็อย่าไปเอาผิดเขา
ปล่อยให้เขาชุมนุมปิดถนนได้ตามสบาย
ไม่ถูกลงโทษใดๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม