หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ... 31

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รายงานข่าวพายุ สึนามิ การเปลี่ยนแปลงของโลกและอวกาศโดยคุณจูและคุณดิส  (อ่าน 26540 ครั้ง)
Guest
5555555
เรทกระทู้
« ตอบ #360 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 11:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*0735555เห็นยอดมนุษย์กำลังรวมพละกำลังทางทหารกันยกใหญ่ สงสัยคงอยากจะได้แผ่นดินออสเตรเลียมั๊ง อ้าวนั่น! ต้องสู้กับหนุมานกันแล้วแหละที่จะบอกให้ เพราะที่นั่นก็เป็นที่หมายของหนุมานเหมือนกันน๊ะ หรือว่ามาจับมือกันไหมล่ะก็จะได้ครอบครองร่วมกันนั้นได้ 5555555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #361 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 11:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใน เช้ามือวันหนึ่งของวันที่ 27 กรกฎาคม 2526 ผมได้ฝันว่า ได้ยินเสียงมาบอกข้างหูว่า “ประชาธิปไตยของชาติทำไมจึงไม่มั่นคงเสียที ประชาธิปไตยขาดฐานหนุนที่มั่นคงจึงล้มลุกคลุกคลาน ขอให้คนรุ่นใหม่จงสร้างสถาบันประชาธิปไตยที่มั่นคงสืบไป”
ผมสะดุ้งตื่นและเหงื่อแตกพลั่ก และคิดว่าทำไมจึงได้ยินเสียงนั้น บุคคลที่พูดนั้นเป็นใครกัน ผมไม่เชื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น คิดเสียว่า เป็นความฝันไปและเช้ามืดวันต่อมา คือ เช้ามืด 28 กรกฎาคม 2526 ผมก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูอีกว่า “ข้าเสียใจที่สร้างสถาบันประชาธิปไตยที่ผิดพลาดมาแต่แรก ข้าฯ จะดูคนรุ่นใหม่สร้างสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติที่มั่นคงถาวรขึ้นมาค้ำ ประชาธิปไตยไว้ และจะคุ้มครองระบอบประชาธิปไตยไว้ตลอดไป รัฐบาล รัฐธรรมนูญ รัฐสภา ประชาชนจะต้องมีสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติค้ำอยู่ทั้งหมด”
ผมแปลกใจที่ได้ยินเสียงนั้น และก้องอยู่ในหูผมตลอดมา ผมได้ค้นหาคำตอบที่ได้ยินเสียงนั้นว่า มีจุดประสงค์อะไรและเป็นคำพูดของใครที่ผมได้ยิน ได้ค้นหาหนังสือเกี่ยวกับความเป็นมาในระบอบประชาธิปไตยของชาติไทย จึงได้ค้นพบว่า เสียงที่พูดและได้ยินนั้นเป็นความประสงค์ของพระองค์ท่าน คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นั่นเอง ดวงพระวิญญาณของพระองค์ยังคอยห่วงใยประชาชนและต้องการให้รัฐบาลผู้มีอำนาจ อยู่ในเวลานี้ ทุกคนช่วยกันสร้างความเจริญของชาติและฐานประชาธิปไตยที่มั่นคงถาวรในอนาคต ข้างหน้าให้จงได้ เพื่อให้อนุชนรุ่นใหม่ได้สืบทอดเจตนารมณ์และความเป็นไปได้ด้านการเมือง เพื่อที่จะได้พัฒนาให้เจริญอย่างต่อเนื่องก่อนที่ผู้ใหญ่และผู้มีอำนาจใน บ้านเมือง ทุกคนจะต้องแก่ชราและจากโลกนี้ไปเสียก่อน ผมได้เสนอเรื่อง “นิมิตที่ได้พบเห็นในชีวิต (สถาบันประชาธิปไตย) โดยใช้นามปากกาว่า “ธรรมนูญ” และได้ลงบทความในหนังสือเล่มที่ 1 ของกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. อภิปรายเรื่อง ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย นี้ก็หมดลงอย่างรวดเร็ว

เล่มที่ 1

รูปปกหนังสืออภิปรายเรื่อง ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แค่มโนผิดไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #362 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 11:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 หากดูในแผนที่โลกนั้น ทวีปออสเตรเลีย ควรจะเป็นของเมืองไทยคงจะถูกต้องมากกว่า เพราะว่าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับชาติใด ๆ หรือว่าคุณแม้วเขาจะคิดตรงกับใจเราไหม คือว่าเราถอยร่นลงมาถึงปลายสุดแผ่นดินแล้วก็ยังไม่วายมาวุ่นวายกับไทย

ก็คงจะต้องหาที่หมายใหม่ที่จะต้องขนย้ายคนไทยให้ถอนร่นลงไปอีก นั่นคือ ทวีปออสเตรเลียที่น่าจะเป็นที่อยู่ที่แท้จริงของคนไทย

หากเราสูญเสียดินแดนที่ผ่านมาแล้วเขาจะเอาประเทศไทยด้วยนั้นหนาก็ต้องมาแลกกันดีกว่ากับ ทวีปออสเตรเลีย ดีไหมท่านหนุมาน ทั้งหลาย อยากได้ก็ยกให้มันไป แต่เราจะเอาทวีปออสเตรเลียเป็นของแลกเปลี่ยนนี่จะดีกว่าไหม

เห็นอยู่อย่างเงียบ ๆ คนเดียวมานาน แต่พอประเทศไทยทำอะไรทำมาเป็นกร่างเข้าข้างอเมริกาเสียอย่างนั้น อย่ากระนั่นเลยไทยจะครอบครองได้บ้างไหม (เริ่มเขียนนิยายเล่มใหม่ 55555555)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
555555
เรทกระทู้
« ตอบ #363 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดิสฯ ชื่อเพราะน๊ะ สถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติไทย คงจะต้องต่อสู้กับ สถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติอเมริกา เพราะว่าเขาคงจะประกาศให้โลกใบนี้รับรู้ว่าข้าก่อขึ้นก่อนชนชาติใด และข้าก็มาหยืบยื่นให้กับพวกเองแล้วไง คือประชาธิปไตยแบบอเมริกา พวกเองส่งลูกหลานไปศึกษาเรียนรู้มาเหตุใดจึงมาเปลี่ยนแปลงประเทศของเองให้เหมือนกับประเทศของข้านั้นได้

พูดเยี่ยงนี้ ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา มองหน้ากันเหลือกหลั่ก จะมาไม้ไหนกันอีกล่ะ ขนาดบรรพบุรุษของไทยได้ดั้นด้นไปถึงประเทศฝรั่งเศสเพื่อที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตย แล้วนี่อเมริกานี่มาโผล่นี่เคยคิดถึงศักดิ์ศรีของฝรั่งเศส อังกฤษ เขาบ้างไหมว่าเขาคือประชาธิปไตยที่เกิดมาก่อนอเมริกา แล้วที่มากร่างง้างปากคนไทยว่า เองต้องกินแต่ประชาธิปไตยของข้าเพียงประเทศเดียวเท่านั้นถึงจะถูกต้องได้ เพราะพวกเองก็ไปศึกษาต้นแบบมาจากประเทศของข้าจริงไหม

แต่....ข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงนั้นได้ ประชาธิปไตยบ้าบออันใดไปรุกรานบ้านเมืองอื่นเพื่อหยิบยื่นอาวุธสงครามให้ เพื่อให้คนในชาติลุกขึ้นมาต่อตีกัน ประชาธิปไตยบ้าระห้ำอะไรว่ะเนี่ย นี่หรือที่ลูกหลานตูได้ไปศึกษาเล่าเรียนมาแล้วจะให้เหมือนดั่งประเทศของพวกมึนกันนั้นได้

อย่างนี้ข้าว่ามาเริ่มต้นประชาธิปไตยกันใหม่ดีกว่าในประเทศไทย ก็เดี๋ยวจะมีออกมาแล้วมิใช่หรือ ธรรมนูญชั่วคราวนั้น ก็ให้ดูแล้วกันว่าอ้ายกันมันจะว่าอย่างไร อ้ายนี่ต้องสั่งสอนชนิดที่ร้องเอ๋งๆๆๆๆกลับบ้านไม่ทันนั้นได้ โธ่เอ๋ย คิดว่าจะแน่สักแค่ไหน อ้ายซุปเปอร์ตีนไก่ หางวัว พวกนี้ใช้อาวุธสงครามนี่เป็นตัวนำประชาธิปไตบนโลกนี้นั้นได้ q*07355555555555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555555
เรทกระทู้
« ตอบ #364 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*064 คุณดิสฯ ชื่อเพราะน๊ะ สถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติไทย คงจะต้องต่อสู้กับ สถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติอเมริกา เพราะว่าเขาคงจะประกาศให้โลกใบนี้รับรู้ว่าข้าก่อขึ้นก่อนชนชาติใด และข้าก็มาหยืบยื่นให้กับพวกเองแล้วไง คือประชาธิปไตยแบบอเมริกา พวกเองส่งลูกหลานไปศึกษาเรียนรู้มาเหตุใดจึงมาเปลี่ยนแปลงประเทศของเองให้เหมือนกับประเทศของข้านั้นได้

พูดเยี่ยงนี้ ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา มองหน้ากันเหลือกหลั่ก จะมาไม้ไหนกันอีกล่ะ ขนาดบรรพบุรุษของไทยได้ดั้นด้นไปถึงประเทศฝรั่งเศสเพื่อที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตย แล้วนี่อเมริกานี่มาโผล่นี่เคยคิดถึงศักดิ์ศรีของฝรั่งเศส อังกฤษ เขาบ้างไหมว่าเขาคือประชาธิปไตยที่เกิดมาก่อนอเมริกา แล้วที่มากร่างง้างปากคนไทยว่า เองต้องกินแต่ประชาธิปไตยของข้าเพียงประเทศเดียวเท่านั้นถึงจะถูกต้องได้ เพราะพวกเองก็ไปศึกษาต้นแบบมาจากประเทศของข้าจริงไหม

แต่....ข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงนั้นได้ ประชาธิปไตยบ้าบออันใดไปรุกรานบ้านเมืองอื่นเพื่อหยิบยื่นอาวุธสงครามให้ เพื่อให้คนในชาติลุกขึ้นมาต่อตีกัน ประชาธิปไตยบ้าระห้ำอะไรว่ะเนี่ย นี่หรือที่ลูกหลานตูได้ไปศึกษาเล่าเรียนมาแล้วจะให้เหมือนดั่งประเทศของพวกมึนกันนั้นได้

อย่างนี้ข้าว่ามาเริ่มต้นประชาธิปไตยกันใหม่ดีกว่าในประเทศไทย ก็เดี๋ยวจะมีออกมาแล้วมิใช่หรือ ธรรมนูญชั่วคราวนั้น ก็ให้ดูแล้วกันว่าอ้ายกันมันจะว่าอย่างไร อ้ายนี่ต้องสั่งสอนชนิดที่ร้องเอ๋งๆๆๆๆกลับบ้านไม่ทันนั้นได้ โธ่เอ๋ย คิดว่าจะแน่สักแค่ไหน อ้ายซุปเปอร์ตีนไก่ หางวัว พวกนี้ใช้อาวุธสงครามนี่เป็นตัวนำประชาธิปไตบนโลกนี้นั้นได้ q*07355555555555
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #365 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจู ผมขับรถไปรับท่านที่บ้าน แล้วท่านก็อยู่ร่วมจนงานเลิกรอผมส่งท่านกลับบ้านด้วยความเป็นกันเองแบบไม่ถือตัว ท่านบอกว่าไม่ให้คนขับรถมารับ-ส่งท่านแต่จะให้ผมมารับส่งแทนท่านให้ความรัก ความเมตตาอย่างมาก....และบอกผมว่าหากมีเรื่องอะไรจะเชิญท่านอีกยินดีให้ความร่วมมือในทุกๆครั้ง..


เข้าพบท่านอดีตนายกที่บ้าน เพื่อเรียนเชิญท่านมาเป็นประธานที่ มสธ.

อาจารย์ เทวฤทธิ์ เล่าว่าในวันที่ท่านและเพื่อนนักศึกษาเข้าพบท่านอดีตนายกที่บ้าน เพื่อเรียนเชิญท่านมาเป็นประธานในการเปิดงานอภิปรายปัญหาพัฒนาการทางการ เมืองไทย ท่านมีความเป็นกันเองมาก เมื่ออ่านจดหมายเรียนเชิญท่าน ซึ่งในจดหมายนั้นเล่าถึงนิมิตที่พบเห็นถึงสองครั้ง และเมื่ออ.เทวฤทธิ์ค้นหาว่าเป็นคำพูดของใคร ก็พบว่าเป็นพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้ประเทศไทยนั้นมีประชาธิปไตยที่มั่นคง

ท่านหม่อมเสนีย์ ปราโมช อ่านจดหมายจบ ก็กล่าวว่า “คุณเทวฤทธิ์ ผมต้องไปงานนี้แล้วหละ ไม่ไปไม่ได้หรอก เพราะเป็นพระราชประสงของรัชกาลที่ 7 และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ก็มีตราสถาบันเป็นรูปพระแสงศรสามองค์ เป็นตราประจำในรัฐกาลที่ 7 อีกด้วย ” ท่านตอบรับด้วยความยินดี เพราะท่านเองย่อมคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เป็นการเสริมสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงให้กับชาติไทยให้กับคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นกำลังของชาติต่อไป

ในวันงานได้มีคณาจารย์มาร่วมอภิปราย หลายท่านเป็นอาจารย์และนักวิชาการผู้ให้ความรู้ทางด้านการเมืองการปกครองแก่ ลูกศิษย์ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันท่านได้เปลี่ยนบทบาทและสถานภาพใหม่หลายท่าน ดังต่อไปนี้

1. รศ.ดร.ธารทอง ทองสวัสดิ์ อดีตท่านเป็นประธานสาขารัฐศาสตร์ มสธ. ต่อมาได้เป็น ส.ส.,ส.ว.ในจังหวัดลำปาง แทนท่านบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ เป็นคุณพ่อ
2. รศ.ดร.โภคิน พลกุล อดีตท่านเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย อยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ มหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายกและเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. รศ.ปรีชา สุวรรณทัต อดีตท่านเป็นท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาได้เป็น ส.ส.ปชป.หลายสมัย
4. ศ.เสน่ห์ จามริก อดีตท่านเป็นท่านคณะบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ)
5. อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตท่านเป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาได้เป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ หลายสมัย
6. อาจารย์คณิน บุญสุวรรณ อดีตท่านเป็น ส.ส.หลายสมัย และเป็นสสร.ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 40
7. รศ. ดร. ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ (ขณะนั้นเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ มสธ.) ต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ
8. รศ. ดร. วิวัฒน์ เอี่ยมไพรวัน (ขณะนั้นเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ มสธ.) เป็นผู้อำนวยการสำนักการศึกษามสธ.และเป็นที่ปรึกษาท่านแรกที่อ.ได้รับความรู้มากมายและเป็นที่ปรึกษาอ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ตลอดไป ได้พบท่านครั้งแรกที่วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ และมีนักศึกษามาพบท่านร่วม 200 คนและจัดให้มีการเลือกตั้งประธานกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.เป็นครั้งแรก และอ.ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.นั่นคือจุดเริ่มต้นของกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.เป็นครั้งแรกก่อนจะมีสาขากลุ่มฯ89 สาขาในเวลาต่อมา

มี ผู้ไปร่วมฟังมากมาย ได้แก่ นักศึกษาที่เป็นหัวหน้า คณะรัฐศาสตร์ มสธ. ทั้ง 89 สาขา และเพื่อนนักศึกษาทั่วประเทศไทยนับพันคน เป็นเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ที่อยากให้ทราบ จะเห็นว่าปัจจุบันนี้ท่านคณาจารย์ต่างๆ ที่กล่าวถึงทั้งนี้ ปัจจุบันท่านมีบทบาทสำคัญต่อการเมืองการปกครองของไทย หลายท่านก็เป็นรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

รูปภาพคณาจารย์ที่เข้ามาร่วมอภิปราย และเพื่อนนักศึกษาบางส่วนที่มาจากทั่วประเทศ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #366 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจูครับผมเล่าเรื่องนิมิตที่ได้พบเห็นมาเล่าให้ฟัง และเล่าเรื่องในอดีตให้คุณเห็นภาพรวมว่าเป็นอย่างำรในสมัยอดีตจะได้ทราบความเป็นไปร่วมกันครับ จะได้รับความรู้ร่วมกันครับคุณจู...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555
เรทกระทู้
« ตอบ #367 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

5
555
55555
555555555
55555555555555
555555555555555555

q*064 อยากได้ทวีปออสเตรเลีย จำทำอย่างไร q*064

q*064 อยากได้ทวีปออสเตรเลีย จำทำอย่างไร q*064

q*064 อยากได้ทวีปออสเตรเลีย จำทำอย่างไร q*064

555555555555555555
55555555555555
555555555
55555
555
5

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไปถามที!
เรทกระทู้
« ตอบ #368 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



q*073 ให้อ้ายแม้วไปถามอ้ายบุซว่า ดินแดนของข้าที่สูญเสียไปแลกกับทวีปออสเตรเลีย มันจะเอาไหม q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #369 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี 4 สมัย

ประธานกล่าวเปิดงานการอภิปรายและมีประธานสาขากลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.89สาขามากันทั่วประเทศหลายพันคนมาร่วมงาน

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาเปิดงานในวันนี้ ความจริงงานก็เปิดอยู่แล้วก็จะพูดอะไรนิดหน่อย การสัมมนาวันนี้เกี่ยวกับสัมมนาการเมือง ผมไม่ทราบว่า การอภิปรายวันนี้จะกว้างแค่ไหน ผมรู้สึกว่า การเมืองก็อย่างนั้นแหละ แต่คนในการเมืองจะไม่มีใครคิดพัฒนาบ้างหรือ สิ่งนี้สำคัญเหลือเกิน เมื่อเริ่มต้นงานชิ้นหนึ่งก็มีทั้งระบบทั้งคนอย่างไม่ต้องสงสัย เริ่มปฏิวัติตั้งแต่ปี 2475 บอกว่า เป็นประชาธิปไตยแล้วแต่พอเอาเข้าจริง คนกลับทำเสียเสียแล้ว ในสภามีสมาชิก 2 ประเภท คือ ผู้ก่อการ กับเลือกตั้งมา พวกนี้ไปดัน ๆ มาแล้วก็ชนะทุกที แล้วก็ไม่เป็นประชาธิปไตย ได้แต่ขอเวลาว่าอีก 10 ปีจะให้ พอครบ 10 ปีแล้วก็ไม่ให้เลื่อนไปอีก นี่คือ คนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาทางการเมืองทำเสีย พอพ้นจากกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ยุคต่อมาเป็นกะลาธิปไตย บังคับเอาดื้อ ๆ ก็ไม่เป็นประชาธิปไตยอีก ผมอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์มาก็เลือดตกยางออกกันมาก็พ้นมาได้ยุคหนึ่ง นึกว่าจะไปรอด พอมาถึงยุคนี้ก็เสร็จอีก ผมเรียกว่า การพัฒนาธิปไตยเงินเป็นใหญ่ นี่ก็เป็นเพราะคนอีก ฉะนั้นผมก็หวังว่า อาจารย์จะเน้นหนักทางนี้ ซึ่งผมไม่ทราบว่า จะไปในรูปไหน แต่คำว่า “การเมือง” มีความหมายกว้าง “พัฒนา” จำเป็น เนื่องจากอยู่เฉยไม่ได้ ถ้าเฉยก็เหมือนเต่า ต้องคอยแหย่โน่นแหย่นี่ให้มันเดิน คนรุ่นผมนับวันก็มีแต่ล่วงลับ ภาระจะตกหนักที่พวกท่านนี่เอง

การพัฒนา คนลำบากหลายเรื่องด้วยกัน คนในการเมืองที่เราเรียกว่า คนการเมืองนั้น ก็หมายถึงผู้แทนเท่านั้น คนเป็นรัฐบาลไม่ใช่แต่คนที่จำเป็นต้องพัฒนายิ่งไปกว่านั้นคือ คนไทยของชาติ ซึ่งลำบากมาก ที่พูดกันว่า นักการเมืองปากเสีย แต่พวกหูเสีย คือ ประชาชนก็แยะ ฟังไม่ออก ไปฟังนักการเมืองบางคนที่พูดเก่งถึงขนาดที่เรียกว่า ลิงหลับ คนฟังกลับฟังไม่ออก ปัญหาพวกนี้อาจารย์รู้ดี ผมท่องเที่ยวมามากเห็นว่า คนไทยไม่ใช่คนโง่โดยเฉพาะชาวอีสานแต่เป็นคนที่ชาญฉลาด ประชาธิปไตยไม่ใช่ของใหม่สำหรับคนไทย ผมขอพูดเพียงสั้น ๆ และจะให้อาจารย์ทุกท่านได้แสดงทรรศนะอย่างกว้าง ๆ ต่อไป เพื่อจะได้ให้ท่านทั้งหลายได้ทราบถึงการพัฒนาการทางการเมืองในอดีตว่า มีความเป็นมาอย่างใด

ในโอกาสอันเป็นสิริมงคลนี้ ผมขอเปิดการอภิปรายทางการเมือง เรื่อง ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย ของกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. ณ บัดนี้

รูปภาพท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กล่าวเปิดงาน

(ภาพมีข้อความไม่เหมาะสม,ลายน้ำ,สัญลักษณ์ แสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แก้ไข-ถอดออกโดยผู้ดูแล)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4 ก.ค. 14, 12:57 น โดย d00bd00b » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555
เรทกระทู้
« ตอบ #370 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*064 คุณดิสฯ เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมันลบเลือนไปหมดแล้วนั่นอเมริกาลบมันนั่นแหละจะบอกให้ เพราะว่าเขารู้ไปหมดว่าประเทศไทยตื้นลึกหนาบางเป็นเยี่ยงใด

พวกนี้สมองขี้กุ้ง ไม่ลึกซึ้งดั่งกับพระราชาของไทย ลองมาดูกันในตอนต่อไปว่าพระอัจฉริยภาพที่มีอยู่นั้นจะช่วยเหลือบ้านเมืองไทยนี้นั้นประการใด

ที่ผ่านมาก็สงบเรียบร้อยขึ้นมามากแล้วใช่หรือไม่ ก็ขอให้คนไทยได้เชื่อในความรักชาติของพระราชาและเหล่าทหารหาญของไทยนั้นหนาว่ามีความแข็งแกร่งขนาดไหน ข้ากลัวแต่ว่าอ้ายอเมริกามันจะพูดกับคนของไทยด้วยอาวุธเสียมากกว่า เรื่องนี้ต้องโพนทะนาก่อนที่จะประกาศรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้เพื่อจะชี้ให้คนทั่วโลกเข้าใจ

ไปทำประชาสัมพันธ๋ให้ทั่วโลกทุกชาติพันธ์ที่ข้าเคยเดินทางไปนั้นได้ ให้ไปบอกเล่าว่าข้าจะปฏิรูปประเทศไทยของข้าให้อยู่ยั่งยืนต่อไป อ้ายอเมริกาหน้าด้านหน้าหนาให้ประกาศไปทั่วโลกนั้นได้ ข้าได้วางรากฐานประชาธิปไตยไว้ในประเทศของข้าเป็นอย่างดี อ้ายนี่มันด้านหนาเสียนี่กระไร หากว่าไม่เชื่อฟังให้รวมพลังขับไล่มันให้ออกไปจากประเทศไทย และทุกชาติพันธ์ก็จะเข้าข้างประเทศไทยให้พวกเองจำคำของข้าเอาไว้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รีบไปทำ!
เรทกระทู้
« ตอบ #371 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*064 คุณดิสฯ เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมันลบเลือนไปหมดแล้วนั่นอเมริกาลบมันนั่นแหละจะบอกให้ เพราะว่าเขารู้ไปหมดว่าประเทศไทยตื้นลึกหนาบางเป็นเยี่ยงใด

พวกนี้สมองขี้กุ้ง ไม่ลึกซึ้งดั่งกับพระราชาของไทย ลองมาดูกันในตอนต่อไปว่าพระอัจฉริยภาพที่มีอยู่นั้นจะช่วยเหลือบ้านเมืองไทยนี้นั้นประการใด

ที่ผ่านมาก็สงบเรียบร้อยขึ้นมามากแล้วใช่หรือไม่ ก็ขอให้คนไทยได้เชื่อในความรักชาติของพระราชาและเหล่าทหารหาญของไทยนั้นหนาว่ามีความแข็งแกร่งขนาดไหน ข้ากลัวแต่ว่าอ้ายอเมริกามันจะพูดกับคนของไทยด้วยอาวุธเสียมากกว่า เรื่องนี้ต้องโพนทะนาก่อนที่จะประกาศรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้เพื่อจะชี้ให้คนทั่วโลกเข้าใจ

ไปทำประชาสัมพันธ๋ให้ทั่วโลกทุกชาติพันธ์ที่ข้าเคยเดินทางไปนั้นได้ ให้ไปบอกเล่าว่าข้าจะปฏิรูปประเทศไทยของข้าให้อยู่ยั่งยืนต่อไป อ้ายอเมริกาหน้าด้านหน้าหนาให้ประกาศไปทั่วโลกนั้นได้ ข้าได้วางรากฐานประชาธิปไตยไว้ในประเทศของข้าเป็นอย่างดี อ้ายนี่มันด้านหนาเสียนี่กระไร หากว่าไม่เชื่อฟังให้รวมพลังขับไล่มันให้ออกไปจากประเทศไทย และทุกชาติพันธ์ก็จะเข้าข้างประเทศไทยให้พวกเองจำคำของข้าเอาไว้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #372 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจูอย่าไปกล่าวถึงคนนี้มากครับพูดเรื่องอื่นๆดีกว่าครับ...คุณจูทำไมถึงพูดถึงออสเตรเลียบ่อยครับ...ประเทศเขาเงียบมากเลยที่จะกล่าวถึงครับ พูดถึงลาจูดิสทำไมมีชื่อคุณและผมอยู่ในนั้นได้แปลกจริงๆด้วยครับ...ความรู้ในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก..คือเหมือนเดิม ล้มลุกคลุกคลาน ต้องเป็นสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติ จะเป็นไปได้หรือไม่...ต้องคอยดูกันต่อไปครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #373 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจูลงยันต์เสาร์ห้าเลยรึ...มหาอุตร....อิ..อิ...คงขลังน่าดู..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จำใส่ใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #374 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061พวกเองอย่ากลัวอเมริกาจนหูดับตับไหม้ ข้าไม่เคยกลัวอ้ายยุโรปพวกนี้คิดแต่เบียดเบียนUppee Junli ทำบ้านเมืองของข้าป้นปี้ทำกับอนุสาวรีย์ของข้าให้เสื่อมศรัทธานั้นได้ มันมีคนไทยใจไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมืองไปร่วมกับพวกมันนั้นได้ อ้ายพวกที่ไปร่วมงานทั้งหมดนั้นต้องเรียกมาถามสิว่ามันไปเพื่ออะไร อ้ายพวกนี้มันUppee เช่นเดียวกันนั้นได้ ให้ไปสืบหาว่าต้นตอแห่งอ้ายพวกที่ไปร่วมงานนั้นน่ะมันคือใคร ต้องเอาให้หมดเสี้ยนหนามแผ่นดินไทย หากไม่เช่นนั้นงานสร้างสรรค์ประเทศไทยก็จะไม่สำเร็จสมดั่งเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #375 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเป็นมาของพรรคการเมืองไทย และเมืองดุสิตธานี

พรรคการ เมืองไทยถือกำเนิดมาพร้อมกับวิธีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงวางแนวทางประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น แต่พวกเราก็เดินแนวทางอีกทางหนึ่งซึ่งผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นอยู่เช่นเดิมจนถึง ปัจจุบัน กล่าวไว้ว่า พรรคการเมืองพรรคแรกของไทยที่มีความหมายที่เป็นพรรคการเมืองอย่างแท้จริงใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยคือ

1.พรรคโบว์น้ำเงิน ซึ่งมีท่านราม ณ กรุงเทพ (รัชกาลที่ 6) เป็นหัวหน้าพรรค
2.พรรคโบว์แดง ซึ่งมีพลเอกเจ้าพระยารามราฆพเป็นหัวหน้าพรรค

ร.6 ท่านทรงมีพระราชดำริที่จะวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยได้ตั้ง “เมืองดุสิตธานี” ไว้ในบริเวณพระราชวังดุสิต จัดการปกครองเป็นแบบ เทศบาล อำเภอ ตำบลหมู่บ้าน ตามลักษณะการปกครองท้องถิ่น มีบ้านเรือนราษฎร วัด ที่ทำการรัฐบาล เช่น หอทะเบียน ไปรษณีย์ ตำรวจ ธนาคาร พร้อมเจ้าหน้าที่ เช่น เจ้าเมือง นายอำเภอ พนักงานออกโฉนด มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครอง เรียกว่าธรรมนูญลักษณะการปกครองคณะนครภิบาล ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกผู้ปกครองกลุ่มต่างๆ รวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ คือพรรคโบว์แดง และพรรคโบว์น้ำเงิน ฝ่ายที่มีเสียงข้างมากจะได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคเสียงข้างน้อยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา สมาชิกจะอภิปรายโต้แย้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานซึ่งกันและกัน การตั้งเมืองดุสิตธานีนี้ ก็เนื่องจาก ร.6 พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะให้หมู่ราชบริพารมีความเข้าใจ และเคยชินกับการปกครองตนเองเสียก่อน เพื่อให้บุคคลเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ และร่วมมือกันวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยในวงกว้างสืบต่อไป

พระองค์ ทรงมองการณ์ไกล และวางรากฐานไว้เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้กับปัจจุบัน เพราะเมื่อเรามีพรรคการเมืองใหญ่ๆอยู่เพียง 2 พรรคแล้ว ฐานประชาธิปไตยก็จะมั่นคงทันที ดังเช่นประชาธิปไตยในประเทศในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ถ้าหากพรรคการเมืองไทยซึ่งมีมากมายหลายพรรคในปัจจุบัน มีการรวมตัวกันเป็นพรรคใหญ่เพียง 2 พรรค ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงและปราศจากการซื้อเสียงแล้ว ก็จะเป็นนิมิตหมายอันดีและถูกต้อง เพื่อการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง

ขอ ให้นักการเมืองทั้งหลายจงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของชาติ อย่าเห็นแก่ตัวกันอีกเลย เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนรุ่นใหม่ จะได้สรรเสริญเกียรติประวัติของท่าน และวงศ์ตระกูลต่อไปตราบนานเท่านาน และเพื่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 สืบต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แปลกมาก!
เรทกระทู้
« ตอบ #376 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดิสฯ ลองไปอ่านหนังสือเรื่องนี้ได้ไหมว่ามันจบลงอย่างไร ก็แปลกว่าเหตุใดถึงมาเชื่อมโยงกับชื่อของเรานั้นได้

หรือว่าจะเป็นการจบปัญหาทั้งหมดของประเทศไทย

ขอให้ช่วยค้นคว้าหน่อยคะเพราะว่าคุณดิสฯ มีสติปัญญาดีกว่าคุณจูอย่างมากมาย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #377 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กลอนจริงใจและศรัทธา

ความย่อท้อต่อแต่นี้ไม่มีแล้ว แต่จะแผ้วจะถางจะสร้างสรรค์
อุปสรรคนานาจะฝ่าฟัน จะบากบั่นโบกก่อสู้ต่อไป
แม้หนทางสายนั้นจะมืดมิด เพื่อชีวิต ความหวังอันยิ่งใหญ่
เพื่อแนวทางในประชาธิปไตย ขอเป็นไฟส่องสว่างทางมวลชน
ถึงเป็นไฟดวงน้อยจะค่อยส่อง ถึงใครมองเพียงเศษแห่งเหตุผล
ถึงเส้นทางขระขระจะผจญ เคียงข้างคนทุกข์ร้อนทรมาน
วันนี้เราอาจล้มสุดข่มขืน แต่จะยืนหยัดสู้ ผู้อาจหาญ
ถึงแม้เป็นเวลาอันช้านาน เชื่อเถอะกาลเวลาต้องมาเยือน
อดทนและรอคอยค่อยค่อยก้าว แม้ความเจ็บปวดรวดร้าวเข้าเชือดเฉือน
อุดมการณ์แกร่งกล้าอย่าลางเลือน อย่าบิดเบือน อย่าลืมสิ้น ความศรัทธา
ความย่อท้อต่อแต่นี้ไม่มีแล้ว มีแต่ความเพริศแพร้วงามสง่า
มีแต่ความจริงใจและศรัทธา ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์จรรโลงไทย


แต่งโดย อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร



ร้อยรัดพลังใจ สรรค์ทางไท ให้เป็นจริง

โดย จีรนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรท์ ปี 2532

*************************************************
เราต่างมีสมองและสองมือ ต่างยึดถือต่างเดินทางอย่างหลากหลาย
ต่างสร้างฝันใต้ตะวันอันพรรณราย ทุ่มใจกายเช่นเฉกปัจเจกชน
บ้างเหนื่อยยากลำบากย่อต่อขวากหนาม บ้างทดท้อจนเหห่างอย่างหม่นหมอง
บ้างล้มลงกลางทางร้างผู้คน จะปลุกปรนพลังใจมอบไมตรี
วัยวันฝันมาหลายคราแล้ว เจ้าดอกแก้วเรืองรองยังหมองศรี
เจ้าล้มลุกคลุกคลานก็นานปี จะคอยใครมาชี้บอกหนทาง
ก้าวเข้ามาเถิดเพื่อนรัก ภารกิจเราประจักษ์ต้องสรรค์สร้าง
ในความมืดหม่นไหม้ยังไม่จาง เราจะสานเราจะสร้างกันอย่างไร
เพียงสมองและสองมือของเรานั้น จะสร้างฝันยิ่งใหญ่อันใดได้
หากสมองและสองมือจะเกรียงไกร ต่อเมื่อเราร้อยรัดไว้เป็นสายเดียว

*************************************************
มอบ แด่ คณะรัฐศาสตร์ มสธ.ทุกรุ่นมีประมานหลายแสนคน เพื่อลงวารสารในสมัยนั้น ซึ่ง อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ได้เก็บไว้นานมากแล้ว คิดว่าอยากนำมาให้อ่านอีกครั้ง เพื่อเป็นกำลังสำหรับคนไทย ให้สามัคคีกันไว้ เพราะสามัคคีคือพลัง ให้ชาติคงอยู่ต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #378 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กลอนจริงใจและศรัทธา

ความย่อท้อต่อแต่นี้ไม่มีแล้ว แต่จะแผ้วจะถางจะสร้างสรรค์
อุปสรรคนานาจะฝ่าฟัน จะบากบั่นโบกก่อสู้ต่อไป
แม้หนทางสายนั้นจะมืดมิด เพื่อชีวิต ความหวังอันยิ่งใหญ่
เพื่อแนวทางในประชาธิปไตย ขอเป็นไฟส่องสว่างทางมวลชน
ถึงเป็นไฟดวงน้อยจะค่อยส่อง ถึงใครมองเพียงเศษแห่งเหตุผล
ถึงเส้นทางขระขระจะผจญ เคียงข้างคนทุกข์ร้อนทรมาน
วันนี้เราอาจล้มสุดข่มขืน แต่จะยืนหยัดสู้ ผู้อาจหาญ
ถึงแม้เป็นเวลาอันช้านาน เชื่อเถอะกาลเวลาต้องมาเยือน
อดทนและรอคอยค่อยค่อยก้าว แม้ความเจ็บปวดรวดร้าวเข้าเชือดเฉือน
อุดมการณ์แกร่งกล้าอย่าลางเลือน อย่าบิดเบือน อย่าลืมสิ้น ความศรัทธา
ความย่อท้อต่อแต่นี้ไม่มีแล้ว มีแต่ความเพริศแพร้วงามสง่า
มีแต่ความจริงใจและศรัทธา ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์จรรโลงไทย


แต่งโดย อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร



ร้อยรัดพลังใจ สรรค์ทางไท ให้เป็นจริง

โดย จีรนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรท์ ปี 2532

*************************************************
เราต่างมีสมองและสองมือ ต่างยึดถือต่างเดินทางอย่างหลากหลาย
ต่างสร้างฝันใต้ตะวันอันพรรณราย ทุ่มใจกายเช่นเฉกปัจเจกชน
บ้างเหนื่อยยากลำบากย่อต่อขวากหนาม บ้างทดท้อจนเหห่างอย่างหม่นหมอง
บ้างล้มลงกลางทางร้างผู้คน จะปลุกปรนพลังใจมอบไมตรี
วัยวันฝันมาหลายคราแล้ว เจ้าดอกแก้วเรืองรองยังหมองศรี
เจ้าล้มลุกคลุกคลานก็นานปี จะคอยใครมาชี้บอกหนทาง
ก้าวเข้ามาเถิดเพื่อนรัก ภารกิจเราประจักษ์ต้องสรรค์สร้าง
ในความมืดหม่นไหม้ยังไม่จาง เราจะสานเราจะสร้างกันอย่างไร
เพียงสมองและสองมือของเรานั้น จะสร้างฝันยิ่งใหญ่อันใดได้
หากสมองและสองมือจะเกรียงไกร ต่อเมื่อเราร้อยรัดไว้เป็นสายเดียว

*************************************************
มอบ แด่ คณะรัฐศาสตร์ มสธ.ทุกรุ่นมีประมานหลายแสนคน เพื่อลงวารสารในสมัยนั้น ซึ่ง อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ได้เก็บไว้นานมากแล้ว คิดว่าอยากนำมาให้อ่านอีกครั้ง เพื่อเป็นกำลังสำหรับคนไทย ให้สามัคคีกันไว้ เพราะสามัคคีคือพลัง ให้ชาติคงอยู่ต่อไป

(ภาพมีข้อความไม่เหมาะสม,ลายน้ำ,สัญลักษณ์ แสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แก้ไข-ถอดออกโดยผู้ดูแล)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4 ก.ค. 14, 17:13 น โดย d00bd00b » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขอบคุณคะ
เรทกระทู้
« ตอบ #379 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดิสฯ ก็ไม่รู้เหมือนกันอาจจะเป็นร่างทรงมั๊งที่ทำให้เราพิมพ์ออกไป บางทีเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพิมพ์อะไรออกไปนั่นเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นได้ แต่พอมาอ่านภายหลัง โอ้โฮ! นี่มันอะไรกันพรั่งพรูอย่างมากมาย แต่เราเป็นสายรัชกาลที่ ๕ น๊ะ มีคนเคยบอกว่าอย่างนั้นและก็ปัจจุบันก็แขวนเสด็จพ่ออยู่อย่างนั้นก็แปลกอย่างมากมาย ท่านคงส่งให้มาช่วยชาติบ้านเมืองกระมัง เหตุใดถึงมองอะไรได้ไกลขนาดนั้นหากมาอ่านภายหลังนั้นได้ และที่ผ่านมาบ้านเมืองก็รุดหน้าแก้ไขปัญหาไปได้อย่างมากมาย

ขอให้คุณดิสและคุณจู จงทำหน้าที่ต่อไป เพื่อลดทอนความรุนแรงและความวุ่นวายที่จะเกิดในอนาคตนั้นได้ทั้งโลกนี้และประเทศไทย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #380 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เหตุใดประชาธิปไตยเมืองไทยจึงไปไม่รอดสักที

จากการอภิปราย "เรื่องปัญหาการพัฒนาการเมืองไทย" โดย อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร เป็นประธานกลุ่มฯ ว่าเหตุใดประชาธิปไตยของไทยจึงล้มลุกคลุกคลาน ไม่ปักหลักมั่นคงเสียที ทั้งๆที่เปลี่ยนแปลงมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการปฏิวัติ รัฐประหาร ปฏิรูป มีการยุบสภายกเลิกรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคการเมืองและเปลี่ยนแปลงพรรคการเมืองนอกวิถีทางประชาธิปไตยกันบ่อยๆ

สาเหตุ ก็เพราะประชาธิปไตยของไทยนั้นเป็นประชาธิปไตยระดับบน (ผู้ใหญ่เป็นผู้สั่งการลงมาที่ผู้น้อย) เรายังขาดประชาธิปไตยระดับล่างที่จะเป็นพื้นฐานรองรับ เรียกอีกอย่างว่า "ประชาธิปไตยระดับรากหญ้า"

การอภิปรายในวันนั้นได้เสนอแนวทางการ แก้ไขปัญหาว่าควรแก้ไขระบบราชการเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสังคม ปัจจุบันดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชการที่ 5) “อุปมารัฐบาลเป็นคนขับรถ เงินเป็นน้ำมันเบนซิน ส่วนข้าราชการเป็นรถยนต์ และระบบบริหารราชการเป็นถนนและการจราจร ถ้าหากคนขับรถเก่ง น้ำมันเบนซินเต็มถึง แต่รถยนต์ไม่ดี ทางไม่ดี ถนนไม่ดี จราจรติดขัด คนขับรถซึ่งเปรียบเป็นรัฐบาลก็จะนำรถไปไม่รอด” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านได้ทรงวิจารณ์ไว้ว่า “ ข้าราชการเมืองอังกฤษนั้น ข้าราชการชั้นผู้น้อย เป็นผู้ริเริ่มหางานมาให้ผู้ใหญ่ทำ เป็นผู้คอยจี้ คอยชี้ให้ผู้ใหญ่ทำนั่นทำนี่ไล่กันขึ้นมาตามลำดับ จนถึงอัครมหาเสนาบดี บ้านเมืองเขาจึงเจริญ เพราะทำงานกันทุกคน ตั้งแต่ชั้นผู้น้อยขึ้นมาจนถึงผู้ใหญ่ ส่วนข้าราชการเมืองไทยเรานั้น ผู้ใหญ่เป็นคนคอยสั่งให้ทำ ไม่ยอมถาม ไม่ยอมปรึกษาหารือ บ้านเมืองของเราจึงเจริญไม่ทันเขา” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านได้ทรงวิจารณ์ไว้เมื่อ พ.ศ. 2440 เป็นระยะเวลา 112 ปีล่วงมาแล้ว ข้าราชการไทยก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปมากมายเท่าใดนัก นี่คำคำตอบว่าเหตุใดประชาธิปไตยเมืองไทยจึงไปไม่รอดสักที



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #381 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประธานชมรมฯมสธ.กรุงเทพมหานคร
บันทึกโดยลูกศิษย์
กิจกรรมส่งเสริม ประชาธิปไตย ในขณะนั้นท่านอธิการบดี ศ.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ยุบรวม 3 ชมรมในกทม.เป็นแห่งเดียว และคณะกรรมการได้เลือก อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร เป็นประธานชมรม มสธ.กทม.คนแรกในการบริหารงานชมรมที่มีทั้งหมด10 คณะวิชา เช่นคณะนิติศาสตร์ มสธ.มีนักศึกษาที่ดูแลอยู่ประมาน สามแสนคน เละเป็นสาขาที่มีนักศึกษามากที่สุดรองลงมาก็สาขานิเทศสาสตร์มสธ. มีวิทยาการจัดการ มีเศรษฐศาสตร์ มีรัฐศาสตร์มสธ. มีคหกรรมศาสตร์ มีนักศึกษาจำนวนมากที่ชมรมฯมสธ.กทม.และชมรมฯมสธ.ในจังหวัดต่างๆที่มีอยู่ ทั่วประเทศช่วยกันดูแลนักศึกษาที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนวมากและมี5ศูยน์ อยู่ในกทม.ที่จะต้องดูแลต่อไปเช่นโรงเรียนสามเสนวิทยา โรงเรียนวัดสุธิฯ โรงเรียนวัดชิโนรส วิทยาลัยบ้านสมเด็จฯ โรงเรียนสาระวิทยา เป็นต้น

ใน ระยะเวลา 12 เดือน ผมและคณะกรรมการชมรมนักศึกษา มสธ.กทม รวมทั้งท่านที่ปรึกษาและคณาจารย์ได้จัดกิจกรรมทางวิชาการมาก มายและยกตัวอย่างมากล่าวเพียงคร่าว ๆ ดังนี้
- คณะนิเทศศาสตร์มสธ. จำนวน 600 คน ชมรม นักศึกษา มสธ.กทม. ได้พาไปดูงานยังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งได้รับการต้อนรับและจัดวิทยากรมาบรรยายขั้นตอนต่างๆ ในการผลิตหนังสือพิมพ์อย่างละเอียดคณะกรรมการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์มสธ.ให้ความร่วม มืออย่างเต็มที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยความภาคภูมิใจในคณะนิเทศศาสตร์ มสธ.ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งและมีนักศึกษาหลายรุ่นรวมกันประมาณร่วม สองแสนคนในคณะฯที่ชมรมฯต้องดูแลนักศึกษาร่วมกัน
- คณะรัฐศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมบรรยายวิชาการทางการเมือง เรื่อง “ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย” ได้เรียนเชิญ ฯพณฯ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ)เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี 4 สมัยมาเป็นประธานเปิดงานการอภิปรายทางการเมืองในครั้งนี้และได้ถ่ายภาพร่วม กันเป็นภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งได้จัดพิมพ์เป็นเล่มที่ 1 ซึ่งได้หมดไปแล้วและพิมพ์ทั้งหมด 5 ครั้ง มีนักศึกษาที่ชมรมต้องดูแลประมานร่วมสองแสนคนคนและต้องดูแล นักศึกษาซึ่งมีคณะกรรมการสาขาอยู่ 89 สาขาทั่วประเทศและคณะกรรมการช่วยกันบริหารงานร่วมกันทั้งหมดโดยมีกลุ่มรัฐ ศาสตร์มสธ.กรุงเทพเป็นศูนย์ของทั้งหมดและได้ร่วมกับชมรมนักศึกษา มสธ กทม.บริหารงานร่วมกันเพราะผมเป็นประธานทั้งสององค์กรณ์หากรวมนักศึกษาที่ ต้องดูแลนั้นรวมแล้วประมาณหนึ่งล้านคน ขณะนั้นมีที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มีท่านศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มีท่านศ.ดร.เอี่ยม ฉายางาม ท่านพลเอกวิชัย หงสกุล ท่านพลโทผังสพร บุญเลี้ยง ฯลฯเป็นที่ปรึกษาอยู่และให้ความร่วมมือในการบริหารงานชมรม ฯมสธ.กทม.และกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ89สาขาเป็นอย่างดียิ่ง
- คณะรัฐศาสตร์ ได้จัดประกวดเรียงความทางวิชาการครั้งที่ 1 เรื่อง “แนวทางสร้างสรรค์ประชาธิปไตยแบบไทยควรเป็นอย่างไร” และจัดครั้งที่ 2 ขึ้นโดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนได้ส่งเรียงความเข้าประกวด เป็นจำนวนมากได้มอบเกียรติบัตรของกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ.และเงินรางวัลที่ 1 2 3 และรางวัลชมเชยอีก200รางวัลแก่ประชาชนทั่วไปที่มีส่วนร่วมประกวดในทุกครั้ง ประชาชนนิสิตนักศึกษาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ได้ส่งจ.ม.ชื่นชมมามากมาย ที่กลุ่มรัฐศาสตร์มีบทบาทในการจัดกิจกรรมต่างๆนี้ขึ้นมามีประโยชน์ต่อส่วน รวมมากมาย และหัวเรื่องที่ใช้ประกวด คือ

1. เรื่อง สถาบันการศึกษากับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ประเภทนักเรียน
2. เรื่อง สถาบันอุดมศึกษากับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ประเภทอุดมศึกษา
3. เรื่อง พรรคการเมืองที่ดีในอุดมคติของท่านควรเป็นอย่างไร ประชาชนทั่วไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #382 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บทความการประกวดเรียงความทั้งหมดประมาน 200 บทความ ที่ประชาชนส่งเข้าประกวดได้แสดงทัศนะต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและ ประเทศชาติได้ส่งบทความทั้งหมดให้คณะรัฐบาลสมัยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ และคณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นประโยชน์ในการร่างรัฐธรรมนูญ และรับฟังบทความต่างๆเพื่อใช้ในการบริหารประเทศสืบไปและบทความทั้งหมดนั้นก็ อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล อ.อยากให้ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อ่านบทความเหล่านั้นซึ่งเป็นความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ของประชาชน นิสิต และนักศึกษาทุกๆคน ที่ได้มีความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันนี้ได้มากที่ สุดประเทศไทยจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้...
- ชมรมฯ จัดบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “แนวทางพัฒนาระดับอุดมศึกษาในปัจจุบัน และอนาคต บรรยายโดย ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
- ชมรมฯ จัดบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “วิวัฒนาการระบบการปกครองของไทย จากอดีตถึงปัจจุบัน บรรยายโดย ศ.พงเพ็ญ สกุนตาภัย อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์
- ชมรมฯจัดบรรยายทางวิชาการ เรื่อง "เป้าหมายการพัฒนามสธ.ให้เจริญก้าวหน้าอย่างไร บรรยายโดยศ.ดร.เอี่ยม ฉายางาม อธิการบดีคนใหม่ต่อจากศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ท่านได้ไปเป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น และได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในเวลาต่อมา
-ท่าน รศ.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตเป็นคณบดีรัฐศาสตร์มสธ. เป็นที่ปรึกษาประธานชมรมฯมสธ. อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร และท่านได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายก ในเวลาต่อมา
- การแข่งขันกีฬาภายในระหว่างคณาจารย์ทุกคนและนักศึกษามหาวิทยาลัย มสธ. และยังมีอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ได้มาบรรยายรวมทั้งเชิญคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆเช่น อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯลฯ มาให้ความรู้ทางด้านวิชาการแก่นักศึกษามสธ.ทั้ง 10คณะวิชา ให้ได้รับความรู้ร่วมกันทั้งหมด อ.ได้รับเชิญจากผู้อำนวบการสำนักเสริมศึกษา ท่านศ.จำเรียง ภาวิจิตร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์ประยุกต์ รุ่นที่ 15 และสังคมศาสตร์ คิวริตี้ คอน โทรน์ รุ่นที่ 1 ได้รับเกียรติบัตร 2 ใบจากท่าน ศ.นงเยาว์ ชัยเสรี อธิการบดี.เป็นผู้มอบที่หอประชุมใหญ่. อ.ได้รับเลือกเป็นรองประธานในรุ่นที่ 1 (คิวซี เซอร์เคิ้ล มธ. รุ่นที่ 1 )

ท่าน อธิการบดี ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้กล่าวชมว่า “ขอชมเชยและชื่นชมยินดีกับชมรมฯ มสธ. กทม. และกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. เป็นอย่างมาก ที่ได้มีกิจกรรมที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อนักศึกษาและสมาชิกด้วยดีตลอดมา ถือได้ว่าเป็นชมรมฯ ตัวอย่างของประเทศ เพราะผมเชื่อว่า ไม่มีชมรมฯ ไหนที่สามารถจะจัดกิจกรรมได้บ่อยครั้ง และแต่ละครั้งก็เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อสมาชิกมาก กิจกรรมที่จัดก็หลากหลายที่สามารถตอบสนองมวลสมาชิกได้หลายรูปแบบ การทำงานเช่นนี้ผมถือว่าเป็นการเสียสละและถ้าผู้จัดไม่มีความเสียสละอย่าง แท้จริงแล้ว คงจะทำได้ยากก็ขอแสดงความชมเชยและชื่นชมไว้ ณ ที่นี้ด้วย”

เป็นคำพูดที่ท่านได้กล่าวออกมาจากใจ และเมื่อผมได้บริหารมาครบ 1 ปี ผมก็ได้ลาออกและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งผมได้ทำตามเจตนารมณ์ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก สมาชิกได้โทรศัพท์มาร้องไห้หลายคน อยากจะให้เป็นต่อ แต่ผมก็ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกเริ่ม และได้บอกท่านอธิการบดีก่อนหน้านั้นเพื่อส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในการ เลือกตั้งในระดับมหาวิทยาลัยฯ
ได้มีเพื่อนนักศึกษาปริญญาโท จากสถาบันหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เทคโนพระจอมเกล้า ฯลฯ ต้องการขอทราบข้อมูลการบริหารงานต่าง ๆ ของชมรมฯ มสธ. กทม. และกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. เพื่อไปทำวิทยานิพนธ์ ขั้นปริญญาโทต่อไป

เล่มที่ 1

*********************************************************************
อ.ได้ ทำตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 7 ในการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยของไทย นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการให้ความรู้กับนักศึกษาทั่วประเทศ และกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของประชาธิปไตย ถ้าหากทุกคนเคารพในหลักการประชาธิปไตย คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ ชาติไทยของเราคงจะเจริญก้าวหน้าไปไกลมากกว่านี้




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สุดยอดคนไทย!
เรทกระทู้
« ตอบ #383 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 ก็นี่แหละคือประเทศไทย คนสองรุ่นจะต้องทำงานร่วมกันกับคนรุ่นใหม่นั้นที่เขาเก่งทางด้านไอที ที่จะค้นหาข้อมูลส่งให้คนรุ่นเก่านี้ที่มีวิจารญาณได้ดีกว่านั้นได้ ที่จะใช้ความสามารถที่มีอยู่นั้นตัดสินความทุกอย่างได้ในไทย เพราะพื้นฐานก็ต้องติดตามต่อเนื่องกันไป มาฆ่าตัดตอนอย่างอ้าย...นั้นไม่ได้ เพราะว่าประเทศไทยต้องสืบทอด มิใช่ตัดตอนเสมือนชีวิตของอ้ายคนบ้าตัณหานั้นตอนนี้ก็ตะลอน ๆ ทัวร์ไม่เป็นที่เป็นทางนั้นได้

เคยถามพระว่าหากว่าคนที่ตายไปแล้วแต่เขายังไม่สิ้นอายุไขเขาจะไปเกิดไหม พระตอบว่าหากว่าเขาตายไปก่อนอายุขัย วิญญาณของพวกเขาจะเป็นพวกสัมภเวสีที่จะล่องลอยไป

มาดูคนทำชั่วไม่ดีในเมืองไทย เขาเรียกว่า ตายก่อนตาย ไปแล้วนั้นได้ คือตายไปจากความเป็นไทย และก็ล่องลอยเฉกเช่นกัน เสมือนให้เราเห็นถึงผลกรรมอย่างที่คนตายไปแล้วนั้นชี้ให้เห็นกับ คนเป็น ทุกวันนี้นั้นได้ การตายไปจากความเป็นไทยนี้ก็คงเสมือนกันที่ต้องล่องลอยไป เพราะก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้มา มานึกถึงคนในชาติที่มีวิถีชีวิตเยี่ยงนี้แต่เขาทำความดีเอาไว้ไง เขาก็อยู่เป็นที่เป็นทางจนอายุขัยสิ้นไปแล้วนั่นที่ก็จะนำมาเปรียบเทียบนั้นได้ เพราะท่านเหล่านั้นมิได้ก่อกรรมต่อยอดกรรมกันแต่อย่างใด จึงมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและก็สิ้นใจไปอย่างสงบในวาระสุดท้าย ซึ่งก็เป็นบุญที่ได้ไปอยู่ต่างประเทศที่จะเปิดหูเปิดตาไปอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับคนที่ทำความดีที่จะคิดเสียสละความสุขของตัวเองนี้เพื่อประเทศไทยอย่างแท้จริงนั้นได้ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สุดท้ายแล้ว!
เรทกระทู้
« ตอบ #384 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 หากดีจริงเหตุใดมะกันจึงไม่ให้อยู่ในประเทศของตัวเองนั้นให้เป็นที่เป็นทางสำหรับคน ๆ นั้นที่จะให้หยุดอยู่กับที่นั้นได้ แต่นี่ไม่เห็นว่าจะอยู่ที่ไหนได้สักแห่งเดียวบนโลกใบนี้นั้น ภาพที่ส่งมานั้นก็นั่งบนเครื่องบินเห็นจะได้ แล้วนี่หากน้ำมันมันหมดตรงที่ไหน มิตกเครื่องตายไปหรืออย่างไร นี่แหละชีวิตของคนไม่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไทย เป็นบทเรียนให้คนในชาติได้เห็นถึงผลกรรมต่าง ๆ นานา ที่ได้ทำกับชาติบ้านเมืองเอาไว้นั้นหนาว่าจะได้รับอย่างไร สุขอันแท้จริงนั้น คือสุขที่ได้อยู่ร่วมวงศ์วานความเป็นไทย เป็นที่เกิดและที่ตายคือผืนแผ่นดินไทยนี้ประเสริฐที่สุดแล้วสำหรับคนไทยที่มีความโชคดี ขอให้ประกอบกรรมดีกันต่อไป เพราะแผ่นดินธรรมนี้ยากที่คนจะอยู่ตั้งแต่เกิดจนตายได้ เพราะว่าหากว่าคิดชั่วไม่ดีในไทยนี้ก็ไม่อาจจะมาตายที่ประเทศไทยในวาระสุดท้ายได้หรอกหนา กระดูกนั้นหนาก็หาได้กลับมาแปดเปื้อนประเทศไทยนั้นได้ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กร่างมานาน!
เรทกระทู้
« ตอบ #385 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดิสฯ แล้วนี่ก็ไปหลอกหลอนชาติยุโรปด้วยกันอีกเชื่อก็น่าขำแหละจะบอกให้เรื่องจะมีผู้ก่อการร้ายเข้าอังกฤษ โน่นนี่นั่น ส่วนชาติตัวเองนั้นยังมองไม่ออกหรือไรว่าจะเกิดอะไรขึ้นนั้นได้ ทั้งคน ทั้งธรรมชาติ ทั้งโรคประหลาดจะเกิดขึ้นอย่างมากมาย มัวแต่ไปสร้างเรื่องในประเทศอื่นนั่น ทุกอย่างจะไปลงที่ชาติตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นได้ นี่แหละคือ ชาติมหาอำนาจที่ลุแก่อำนาจมาฝังตัวอยู่ในไทย เมื่อหนุมานผงาดขึ้นมาก็ม้วยมรณาหมดเสี้ยนหนามแผ่นดินไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #386 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ความจริงประเทศไทยหากศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยทางโลกออนไลน์ คงจะเข้าใจได้อย่างง่ายดายว่าสืบสายสัมพันธ์กันอย่างยาวนานนั่นเรื่องราวเป็นมาอย่างไร พระราชาที่ปกครองแต่ละยุคสมัยก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พระอัจฉริยะก็แตกต่างกันนั้นได้ มาสมัยของพวกเรานี้นับว่าประเสริฐที่สุดที่เหนือการบรรยาย ใช้ธรรมะปกครองบ้านเมืองนี้ คนไทยจิตใจอ่อนโยนและสงบปัญญาจึงเกิดอย่างมากมาย เสมือนกับจะสอนให้เราค่อย ๆ เรียนรู้โลกใบนี้และให้ค่อย ๆ คิดลำดับเหตุการณ์ทุกวันที่ผ่าน ๆ ไป นี่เป็นการสอนอย่างชาญฉลาดและให้มีการปฏิบัติภายในชาติด้วยตัวเองกันนั้นได้

สิ่งประดิษฐของอเมริกา กลายมาเป็นเรื่องการกู้ชาติบ้านเมืองไทยนั้นหนาในการต่อเชื่อมปัญญาแก้ปัญหาบ้านเมืองกันนั้นได้ และคิดหรือว่าสตีฟจ๊อบส์จะเหนือไปกว่าคนไทยที่ สร้างโลกใบนี้ด้วยภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดระหว่างอเมริกาและไทยแต่ให้เป็นไปแบบวิถีไทย ที่จะให้เชื่อมโยงต่อกันนั้นได้ และหากว่าวิถีอเมริกาจะล้ำหน้ากว่าในไทยหาใช่ไม่

วิถีไทยต่างหากที่จะต้องผงาดบนผืนแผ่นดินไทย เพราะอเมริกาเป็นแค่ กาฝาก ที่มาเกาะกินฐานรากของประเทศไทย เป็นหน้าที่ของคนไทยที่ดีจะต้องหาทางทำลาย ตัวกาฝากตัวนี้ชนิดที่วา ถิ่นกาขาว ชาวศิวิไรซ์นี้ หากไม่มีอ้ายพวกกาฝากเหล่านี้พวกเรานี้ก็จะ ศิวิไรซ์ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จำใส่ใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #387 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*061 ความจริงประเทศไทยหากศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยทางโลกออนไลน์ คงจะเข้าใจได้อย่างง่ายดายว่าสืบสายสัมพันธ์กันอย่างยาวนานนั่นเรื่องราวเป็นมาอย่างไร พระราชาที่ปกครองแต่ละยุคสมัยก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พระอัจฉริยะก็แตกต่างกันนั้นได้ มาสมัยของพวกเรานี้นับว่าประเสริฐที่สุดที่เหนือการบรรยาย ใช้ธรรมะปกครองบ้านเมืองนี้ คนไทยจิตใจอ่อนโยนและสงบปัญญาจึงเกิดอย่างมากมาย เสมือนกับจะสอนให้เราค่อย ๆ เรียนรู้โลกใบนี้และให้ค่อย ๆ คิดลำดับเหตุการณ์ทุกวันที่ผ่าน ๆ ไป นี่เป็นการสอนอย่างชาญฉลาดและให้มีการปฏิบัติภายในชาติด้วยตัวเองกันนั้นได้

สิ่งประดิษฐของอเมริกา กลายมาเป็นเรื่องการกู้ชาติบ้านเมืองไทยนั้นหนาในการต่อเชื่อมปัญญาแก้ปัญหาบ้านเมืองกันนั้นได้ และคิดหรือว่าสตีฟจ๊อบส์จะเหนือไปกว่าคนไทยที่ สร้างโลกใบนี้ด้วยภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดระหว่างอเมริกาและไทยแต่ให้เป็นไปแบบวิถีไทย ที่จะให้เชื่อมโยงต่อกันนั้นได้ และหากว่าวิถีอเมริกาจะล้ำหน้ากว่าในไทยหาใช่ไม่

วิถีไทยต่างหากที่จะต้องผงาดบนผืนแผ่นดินไทย เพราะอเมริกาเป็นแค่ กาฝาก ที่มาเกาะกินฐานรากของประเทศไทย เป็นหน้าที่ของคนไทยที่ดีจะต้องหาทางทำลาย ตัวกาฝากตัวนี้ชนิดที่วา ถิ่นกาขาว ชาวศิวิไรซ์นี้ หากไม่มีอ้ายพวกกาฝากเหล่านี้พวกเรานี้ก็จะ ศิวิไรซ์ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #388 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์จากท่านพลเอกวิชัย หงสกุล และเป็นที่ปรึกษากลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.89สาขากลุ่มฯทั่วประเทศ

ผมได้รับเกียรติจากกองทัพบก โดยกรมรักษาดินแดนได้ให้เกียรติเชิญเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของชมรมสวน เจ้าเชตุและชมรมศูนย์วิทยุสมัครเล่น กรมรักษาดินแดน โดยได้รับเชิญจากท่านเสนาธิการทหาร โดยท่านพลเอกวิชัย หงสกุล ให้เข้าร่วมงานวันครบรอบก่อตั้งของกรมรักษาดินแดน โดยเชิญให้ผมขึ้นไปบรรยายทางวิชาการ และได้แนะนำให้ผมได้รู้จักกับท่านนายทหารที่มาร่วมงานหลายท่าน รวมทั้งท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นผู้บัญชาการทหารบก ยศในขณะนั้น ได้เชิญท่านมาเป็นประธานในพิธี ท่านได้ทักทายและเป็นกันเอง จิตวิทยาท่านสูงมาก ผู้ใต้บังคับบัญชานั้นรักและเคารพท่านทุกคน ท่านเหมาะสมกับตำแหน่งเป็นทหารอาชีพ และรักษาความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตยตลอดมา จนท่านมีฉายาว่า “ขงเบ้งแห่งกองทัพไทย” และ “กาวใจ” สำหรับทุกคน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติและประทับใจตลอดมาว่า ท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้เชิญผมและคณะกรรมการเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิ ราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างใกล้ชิด เมื่อคราวที่พระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ที่ มสธ. โดยมีท่านปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, ท่านอธิการบดี, ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและท่านผู้มีเกียรติอีกมากมายมาร่วมรับเสด็จ ในครั้งนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ให้ดูไป
เรทกระทู้
« ตอบ #389 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 พวกปั่นป่วนโลกพวกนี้พอมันอยากจะขายทองได้ราคา มันก็ปั่นสร้างปัญหาว่าจะเกิดสงครามโน่นนี่นั่น

นี่จะขายอาวุธสงคราม นี่พวกนี้มันจะปั่นแบบสร้างปัญหาเสียเองนั้นเพื่อจะขายอาวุธสงครามที่ผลิตในประเทศตัวเองนั้นจะเป็นไปได้ไหม

อย่ามาหลอกประเทศไทยเสียให้ยาก ข้าไม่อยากรบกับคนในชาติหรือใคร ๆ นอกเสียจากว่าอ้ายคนที่สร้างปัญหามันจะมาเปิดศึกเสียเองในไทย ให้ระมัดระวังภัยกันเอาไว้ พวกนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้

หากรักบ้านเมืองไทยให้นิ่งสงบจิตใจเอาไว้ และให้ติดตามดูอ้ายประเทศผลิตอาวุธสงครามนี้มันจะดิ้นตายไหมที่ประเทศไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #390 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อาจารย์เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านหลวงปู่โง่นในสมัยที่เป็นประธานคณะรัฐศาสตร์ มสธ.

หลวง ปู่โง่น โสรโย พระอริยะทางภาคเหนือ วัดพุทธบาทเขารวก จังหวัดพิจิตร ท่านเป็นผู้เปิดเผยประวัติ “สมเด็จพระสุพรรณกัลยา” ให้ประชาชนได้ทราบประวัติเป็นครั้งแรก ก่อนมรณภาพและคุณหมอนลินี ไพบูลย์จากกิฟฟารีน ได้ช่วยจุดประกายวาดภาพพระองค์ท่านจากนิมิตขึ้นมาให้ประชาชนรักและนับถือ พระองค์ท่านได้เป็นวงกว้างมากขึ้นทั่วประเทศและทั่วโลกด้วย

อาจารย์เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ก็เป็นศิษย์รักของท่านหลวงปู่โง่น โสรยา ด้วยเช่นกันได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านหลวงปู่โง่นในการจัดสร้างพระพุทธ วิโมกข์ มอบให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศและเป็นผู้ร่วมผลักดันเข้ากระทรวงศึกษาธิการและทำพิธีมอบจำนวน หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นองค์ ทำพิธีมอบให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ที่พุทธมณฑล โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านเป็นประธานพิธีในการรับมอบและมีท่านอดีตผู้ว่าจังหวัดพิจิตร คุณกาจรักษ์มณี อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายจัดส่งมายังพุทธมณฑล โดยร่วมกับทหารช่วยจัดส่งมาให้ด้วยความเรียบร้อยนับเป็นความสำเร็จของท่านใน การเผยแพร่พุทธศาสนาไปตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อกล่อมเกลาเด็กนักเรียนให้มีพระธรรม มีศีล สมาธิ ปัญญาในการเรียนและการดำรงชีวิตที่ดีสืบไป และเป็นกำลังที่สำคัญของชาติในอนาคตที่สำคัญทุกศาสนาก็สอนให้คนทำความดี ละเว้นความชั่ว เพื่อจะได้มีความสุขในการดำเนินชีวิตตลอดไป

หลวงปู่ โง่น โสรโย ท่านได้กล่าวกับอาจารย์ว่า ทุนรอนที่ได้สร้างพระพุทธวิโมกข์ขนาดหนักตัก 19 นิ้วและ 29 นิ้ว จำนวนหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นองค์นี้ได้รับความอนุเคราะห์จากลูกศิษย์ที่อาศัย อยู่ต่างประเทศเป็นผู้ส่งเงินมาให้หลวงปู่โง่น โสรยา สร้างพระขึ้นมาเป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านบาท เพื่อส่งเสริมศาสนาพุทธให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติ แต่ท่านไม่รับเงินบริจาคได้ส่งคืนให้กับลูกศิษย์ไปทั้งหมด เนื่องจากหลวงปู่ท่านมีเงินมรดกจากพ่อบุญธรรมชาวต่างชาตินับหมื่นล้าน บาทอยู่แล้ว

และท่านยังกล่าว อีกว่าคอย ดูสิต่อไปชาวต่างชาติจะมากลืนชาติของเราไปเป็นถิ่นกาขาวจะเข้ามา ให้คอยดูกันต่อไป อาตมาจะช่วยเหลืออะไรมากไม่ได้ ได้แต่ช่วยเผยแพร่ศาสนาพุทธให้กว้างขวางออกไปเท่านั้น ขณะนั้นที่ท่านพูดผมยังไม่ค่อยมีไม่เชื่อว่าต่างชาติจะมากลืนประเทศไทยได้ อย่างไรและเป็นไปไม่ได้เลย แต่ปัจจุบันต่างชาติได้เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทยมากมาย จึงได้นึกถึงคำพูดของท่านหลวงปู่โง่น โสรยา ที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นเวลาหลายปีแล้วว่าเป็นความจริงขึ้นมาตามที่ท่านหลวง ปู่โง่น ท่านได้กล่าวไว้ ผมจึงขอให้เราทั้งหลายมาร่วมกันสร้างบุญและ กุศลสานต่อจากหลวงปู่โง่น มาช่วยมาสร้างสรรค์สังคมนี้ให้ดีขึ้นต่อไป จึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกและท่านผู้อ่านทุกท่านมาร่วมทำบุญสร้างกุศลกันต่อไป จะได้อานิสงส์ผลบุญร่วม กันในภพนี้และภพหน้าร่วมกันสืบไปตามเจตนาของท่านหลวงปู่โง่น โสรยา ที่ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างพระพุทธรูป มอบให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศและเป็นผู้เปิดเผยพระประวัติพระพี่นางสุพรรณกัลยาให้ประชาชนได้ ทราบความเป็นมาของท่าน




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #391 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกศิษย์หลวงปู่โง่นโทรมาจากต่างประเทศ เล่าเรื่องน่าตื่นเต้น !!!

ลูกศิษย์หลวงปู่โง่นได้โทรศัพท์มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐเทกซัส

สุภาพ สตรีท่านนี้ประกอบธุรกิจแกะสลักแตงโมเป็นรูปดอกไม้ ส่งตามโรงแรมชั้นหนึ่งที่นั่น เล่าว่าเป็นลูกศิษย์หลวงปู่โง่น พอเห็นว่ากระทู้ใหม่มีเรื่องของหลวงปู่โง่น จึงอยากโทรมาคุยด้วยพูดคุยกับ อ.เทวฤทธิ์ บอกว่าอยากให้แก้ไขข้อมูลในนี้นิดหนึ่งที่ว่าลูกศิษย์หลวงปู่โง่น ได้ส่งเงินมาร่วมทำบุญมากมายเพื่อสร้างพระพุทธรูปให้กับทางโรงเรียนหลายแห่ง ทั่วประเทศ เพราะว่าความจริงแล้วหลวงปู่โง่นได้ส่งเงินคืนให้กับลูกศิษย์ทุกคน ท่านไม่ขอรับเงินจากลูกศิษย์คนไหนเลย ไม่ว่าจะเป็นเงินดอลลาร์ เงินปอนด์ หรือเงินไทย เล่าต่อว่า

หลวงปู่ท่านมีเงินมากอยู่แล้ว เพราะท่านเป็นบุตรบุญธรรมของเลขานุการข้าหลวงใหญ่ชาวฝรั่งเศส ซึ่ง เป็นเจ้าของเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในสมัยนั้น พอเสียชีวิตได้ก็มอบสมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดให้กับหลวงปู่โง่น เนื่องจากว่าตนเองไม่มีบุตร มีหลวงปู่โง่นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นบุตรบุญธรรม โดยขายกิจการเรือเดือนสมุทร มูลค่านับหมื่นล้าน คฤหาสน์ที่ฝรั่งเศส มูลนับพันล้าน ได้มอบเงินให้กับหลวงปู่โง่นทั้งหมด หลวงปู่ท่านจึงไม่อยากรับเงินจากลูกศิษย์ เพราะท่านมีมากอยู่แล้ว และในหนังสือย้อนรอยกรรม ท่านก็บอกเองด้วยว่าท่านไม่ขอรับเงินบริจาค

อ.เท วฤทธิ์ เล่าว่าช่วงที่หลวงปู่สร้างพระพุทธวิโมกข์ ได้ไปนอนพักที่กุฏิอยู่หลายคืน กับคณะที่เห็นยืนอยู่ด้วยกันในภาพถ่าย ประมาณ 3-4 คน นอนหลับสบายดี อากาศที่นั่นดีมาก ได้นอนห้องข้างๆ ติดกันห้องนอนของหลวงปู่โง่น ห้องนอนของท่านจะยื่นออกมาจากกุฏิไปที่เชิงเขา สุภาพสตรีจากอเมริกาก็ชม อ.ใหญ่เลย ว่าอ.ต้องเป็นคนดีมากๆ จึงจะนอนที่วัดหลวงปู่โง่น ที่บนดอยได้ เพราะ อ.ปกติแล้วท่านจะไม่ให้ใครมานอน และไม่มีใครกล้ามานอนด้วย เพราะที่วัดจะมีภูตผีปิศาจมาก และเล่าว่าหลวงปู่ยังมีกล้องถ่ายรูปติดวิญญาณ ซึ่งสามารถเห็นวิญญาณได้จริง เห็นวิญญาณในวัดเต็มไปหมดเลย เล่าต่ออีกว่า อภิญญาท่านเก่งมากๆ มีอะไรหลายอย่างที่ท่านทำได้ แต่คนอื่นทำไม่ได้ เช่น ท่านนั่งกรรมฐาน จนหิมะที่เทือกเขาหิมาลัยท่วมตัว ตัวท่านแข็งไปหมด คิดว่าไม่รอดแล้ว ปรากฏว่าท่านยังหายใจอยู่

เล่าต่อว่า หลวงปู่โง่น ท่านเป็นพระที่ได้รับความเคารพนับถือมาก และท่านสามารถขึ้นเครื่องบินฟรี ทุกสายการบิน ตลอดชีพ เพราะเกรงใจในความดีของท่าน แม้แต่ที่ธรรมเนียบขาวของอเมริกา ยังมอบรถผ่าตัดหัวใจ ให้กับหลวงปู่ถึง 2 คัน ไว้ใช้ส่วนตัว ภายหลังหลวงปู่ท่านได้มอบให้กับรัฐบาลหนึ่งคัน และที่จังหวัดพิจิตรอีกหนึ่งคัน

อ.เทวฤทธิ์ ก็เล่าให้ฟังว่าที่วัดหลวงปู่ท่านมีอีกาตัวหนึ่งเชื่องมาก เข้าใจภาษามนุษย์ ไม่เหมือนตัวอื่นๆ ชาติก่อนคงเกิดเป็นมนุษย์ หลวงปู่สั่งทำอะไร ก็ทำได้หมด สั่งให้กันสุนัขไม่ให้เข้ากุฏิ ก็บินไปไล่ สั่งให้ไปเก็บของก็ไปคาบมาเก็บ และอีกหลายๆ อย่าง

ขอขอบคุณลูกศิษย์หลวงปู่โง่นที่โทรมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ และน่าตื่นเต้น หลายๆ เรื่อง
ลูกศิษย์ อ.เทวฤทธิ์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #392 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โทรมาเล่าอีกครั้ง

วันต่อมา สุภาพสตรีจากอเมริกาคนเดิม ได้โทรมาหาอ. เล่าข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับหลวงปู่โง่น

บอกว่า หลวงปู่โง่นบอกกับลูกศิษย์ว่าในเมืองไทยมีทองคำอยู่ สองหมื่นห้าพันตัน ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน หลวงปู่โง่นไปเห็นมาแล้ว แต่ท่านบอกไม่ได้ เพราะต้องรอผู้ที่มีบุญบารมีเท่านั้น จึงจะได้พบ



ลูกศิษย์หลวงปู่โง่นซึ่งประเทศฮอลแลนด์

สัปดาห์ ก่อนสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่โง่น เปิดกิจการจิวเวอร์รี่อยู่ที่ประเทศฮอลแลนด์ได้โทรศัพท์มาหาอ.เทวฤทธิ์ เล่าให้ฟังว่า เคารพรักหลวงปู่โง่นมาก มาไหว้อัฐิของหลวงปู่โง่นที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี ไหว้แล้วกิจการก็เจริญรุ่งเรือง ขายดีทุกครั้งหลังจากกลับมาไหว้ท่าน เล่าต่อว่าลูกศิษย์หลวงปู่โง่นมีเยอะมาก ส่วนมากจะมีฐานะมีกิจการเป็นของตนเอง คนไทยที่นั่นก็นับถือหลวงปู่โง่นกันมาก เมื่อเปิดในอินเตอร์เน็ตแล้วเจอเรื่องราวที่ลูกศิษย์อ.ลงเรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงปู่โง่น จึงอยากโทรมาเล่าให้ฟัง และอยากจะดูดวงกับอ.ในภายหลังด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #393 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คราวนี้นำการเมืองมาสูธรรมะที่ยิ่งใหญและมีเรื่องแปลกๆมากเล่าสู่กันฟังครับคุณจู



หลวงปู่มั่น

อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ ได้ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่นอยู่เสมอทุกวัน เป็นเวลานานสามถึงสี่เดือน เพื่อเรียนรู้ธรรมะ หลวงปู่ท่านจะมารับอ.ในช่วงกลางคืนประมาณสี่ทุ่ม และมาส่งอ.ในเวลาหกโมงเช้า เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตรงเวลาเสมอ ในเวลานั้นอ.เทวฤทธิ์ได้แต่เรียกท่านว่าลุงๆ เพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่นในตอนนั้น และท่านไม่ได้นุ่งห่มจีวร ท่านใส่ชุดขาว แบบผู้ปฏิบัติธรรม พูดจานุ่มนวลเรียบร้อย ท่านใจดี พา อ.เทวฤทธิ์ ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งอ.ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในโลกมนุษย์ จนกระทั่งมาเห็นรูปหลวงปู่มั่นในรูปภาพที่ติดตามฝาผนัง จึงทราบว่าคุณลุงที่มารับ มาส่งทุกวัน ที่แท้ก็คือหลวงปู่มั่นนั่นเอง จึงอยากจะเล่าประสบการณ์ที่อ.ได้พบเห็นมา เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ที่สนใจทุกท่านทราบ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #394 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดิสฯ ก็ไม่รู้เหมือนกันอาจจะเป็นร่างทรงมั๊งที่ทำให้เราพิมพ์ออกไป บางทีเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพิมพ์อะไรออกไปนั่นเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นได้ แต่พอมาอ่านภายหลัง โอ้โฮ! นี่มันอะไรกันพรั่งพรูอย่างมากมาย แต่เราเป็นสายรัชกาลที่ ๕ น๊ะ มีคนเคยบอกว่าอย่างนั้นและก็ปัจจุบันก็แขวนเสด็จพ่ออยู่อย่างนั้นก็แปลกอย่างมากมาย ท่านคงส่งให้มาช่วยชาติบ้านเมืองกระมัง เหตุใดถึงมองอะไรได้ไกลขนาดนั้นหากมาอ่านภายหลังนั้นได้ และที่ผ่านมาบ้านเมืองก็รุดหน้าแก้ไขปัญหาไปได้อย่างมากมาย

ขอให้คุณดิสและคุณจู จงทำหน้าที่ต่อไป เพื่อลดทอนความรุนแรงและความวุ่นวายที่จะเกิดในอนาคตนั้นได้ทั้งโลกนี้และประเทศไทย q*064


พูดถึงการมีชื่อเราสองคนและยังมีชื่อคำว่า ลา อีกคนคุณจูหมายความว่าอะไรดีครับผมลองหาเข้าไปยังไม่เห็นชื่องนี้ครับ หากคุณมีรายละเอียดก็นำมาลงได้ครับเราอาจจะเหมือน นอตตราดามุส ก็ได้ครับ...เพราะพูดไปหลายอย่างแล้วเกิดขึ้นมาครับ...ใครที่เข้ามาอ่านและติดตามก็จะทราบดีครับคุณจู ผมก็แขวนองค์เสด็จพ่อร.5 เช่นกันครับและก็หลวงปู่ศุข วัดมะขามเท่าครับ ก็เป็นสายเดียวกัน คุณจูมีองค์มาประทับร่างด้วยรึไม่ บางครั้งภาษาที่ใช้ไม่เหมือนใคร แตกต่างกันมากครับ..คล้ายผู้ชายสมัยก่อนครับ..ผมเลยเข้าใจเช่นนั้นมานานเลยครับหากคุณจูไม่บอกมาครับ..


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #395 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 15:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มิตรภาพกองทัพไทย-พม่า! ผบ.สส. โผกอดกันแน่น



พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การต้อนรับและคณะในโอกาสที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพไทย ณ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยืนยันกับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ ว่า เป็นโอกาสายินดีที่ได้ร่วมมือกับพม่า ทั้งในระดับรัฐบาลและกองทัพ ในการให้ความสัมพันธ์มีความแน่นแฟ้นขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือในทุกด้าน ในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว

ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ยังยืนยันที่จะดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิการของแรงงานชาวพม่าเป็นอย่างดี ในการจัดระเบียบแรงงานเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามหลักสิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรม ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

นอกจากนี้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ จะเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และจะเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเดินทางเยือนไทยของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ในครั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์

สำหรับด้านการทหาร กองทัพไทยและกองทัพเมียนมาร์มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พร้อมที่จะให้ความร่วมมือระหว่างกันเป็นปกติเช่นเดิม ในด้านการแก้ไขปัญหาบริเวณชายแดน การแลกเปลี่ยนการศึกษาของกำลังพลทั้งสองประเทศ และการส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกร่วมและผสม Cobra Gold ในปีนี้ ตลอดจนการส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศ และการสร้างความร่วมมือในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศสมาชิกในภูมิภาคให้มีเสถียรภาพ

โดย พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกับกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากก่อนหน้า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ เคยมาขอเป็นลูกบุญธรรมกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพราะบิดามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #396 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลงแล้วยังไม่ขึ้น คงต้องรอนิดนึงครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไล่มันออกไป!
เรทกระทู้
« ตอบ #397 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดิสฯ เรายินดีมากเลยที่ได้รู้จักคนสายเดียวกัน เราร้องไห้เลยนั่นรู้บ้างไหม เหมือนปิติที่ได้เจอกันบนหนทางเดียวกันคือการฟาดฟันศัตรูร้ายที่เข้ามาทำร้าย ทำลายไทย เราเสมือนเป็นผู้ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวบอกเล่าให้ผู้มีอำนาจให้รับทราบความเป็นไป และให้มาช่วยแก้ไขอะไรปานนั้นและพูดทุกอย่างก็จะเป็นไปดั่งนั้นได้ เราขนลุกน๊ะขณะพิมพ์นี่ก็ขนลุกชันขึ้นมาจนถึงบั้นท้ายทอยเลยน๊ะนี่ไม่รู้เป็นอย่างไร

ก็ไม่รู้เหมือนกันน๊ะทำหน้าที่นี้มานานแสนนานแล้วนั้นได้ ไม่เคยหยุดที่จะใช้สมองกันเลย บางครั้งต้องเข้าโรงพยาบาลในช่วง 2553 นั้นเพราะปวดข้อมือไปหมดนั้นได้ ที่เขาบอกว่านักรบหน้าจอนั้นเราก็เป็นเช่นเดียวกันที่ตอนนี้เหลือคุณกับเราเพียงสองคนเท่านั้นที่มาพูดคุยกันถึงอนาคตของประเทศไทย

เราจะต้องช่วยกันส่งข่าวสื่อข่าวไปให้คนไทยได้ตระหนักรู้ถึงพิษภัย การที่เราไว้ใจชาติยุโรปนั้นก็เสมือนยุให้มันมาโลภโมโทสันต์ในไทย ไม่มีความจริงใจ ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าในชาติยุโรปที่มีความคิดดีกว่าคนรุ่นปัจจุบันนี้ได้

เราคงจะต้องสั่งสอนคนชาติยุโรปเสียแล้วกระมัง หากอยู่ในประเทศไทยต่อไปนี้นั้นจะต้องสั่งสอนทูตยุโรปทั้งหมดนั่นให้เลิกกระสันต์ในเรื่องศึกสงครามเพราะมิใช่วิถีไทย วิถีพุทธ หากจะมาผุดเอาเรื่องนั้นมาเกิดขึ้นที่ไทย ก็ต้องเชิญเขาออกไปจากเมืองไทย แล้วถามเขาว่าประเทศไทยผิดไหมหากจะปกป้องรักษาอธิปไตยต่อจากบรรบุรุษที่ได้ฝากฝังพวกเราเอาไว้ เราจะต้องถามเขาและประชาชนในชาติของพวกเขาว่าทูตหรือผู้นำของชาติเขานั้นมีความจริงใจกับไทยไหม สำหรับนักลงทุนที่เอาสารพิษ สารเคมีมาปลดปล่อยให้กับประเทศและประชาชนคนไทย จะต้องออกกฏหมายอเปหิให้ออกไปจากราชอาณาจักรไทย ให้พูดคุยด้วยปัญญาให้ใช้ปัญญาพูดกับอ้ายพวกขี้ข้าอเมริกาให้มันไปสื่อสารให้แก่กันนั้นได้ หากไม่ได้การจะต้องเอาทหารพม่า เวียดนาม มาผสานกันกับไทย แล้วขับไล่มันออกไปจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มิเช่นนั้นมันจะมาก่อการร้ายให้มนุษยชาติในภูมิภาคนี้อดอยากและอดตาย ด้วยความคิดที่มันผิดมนุษย์ธรรมดาคืออ้ายอเมริกาให้ดูจากการสร้างหนังของพวกมันได้ ว่าสมองของพวกมันนั้นมันร้ายยิ่งกว่าชนชาติใด ให้ขับไล่มันออกไปให้หมดจะดีกว่า อ้ายพวกนี้คือผีซอมบี้ที่ลอบเข้ามาทำร้ายประเทศไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขนลุกซู่!
เรทกระทู้
« ตอบ #398 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดิสฯ รู้ไหมว่าเราเคยพบกับปลัดกระทรวงกลาโหมคนเก่าและบอกเล่าถึงประเทศไทยว่าเราจะต้องประสานความคิดของท่านบุเรงนองให้สนองตอบนั้นได้ เพราะท่านอยากจะเชื่อมประสานให้ไทยกับพม่ารวมประเทศกันนั้นหนา และก็เห็นแล้วว่าท่านมองการณ์ไกล และบัดนี้ก็เห็นแล้วว่าไทยกับพม่านั้นมีความหมาย

เราเห็นรูปที่ทหารไทยกับพม่ากอดกันนั้น เราน้ำตาไหล และนั่นเราได้บอกไปกับคนที่คิดไม่ดีนั้นกับไทย ดันไปเชื่อมโยงไทยกับเขมรไปได้ เมื่อเราเห็นดังนั้นเราก็รู้แล้วว่าเขานั้นไม่มีความจริงใจกับไทย

และบัดนี้ความที่เขาไม่ทำตามที่เราพูดนั้นมันก็มีอันเป็นไป

ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทำความดีต่อผืนแผ่นดินไทย รับรองว่าเสด็จพ่อรัชกาลที่ ๕ ก็คงไม่เอาไว้สืบทอดชะตาชีวิตประเทศไทยอีกต่อไป

คงหมดสิ้นเสี้ยนหนามแผ่นดินเสียทีใช่หรือไม่ แล้วก็คงจะหมดหน้าที่ของพวกเราแล้วหรืออย่างไร ที่จะทำหน้าที่ดูแลประเทศไทย แต่....ก็ทิ้งทอดไปไม่ได้สักที พูดกี่ที ๆ พอคุณมาพูดก็อดไม่ได้สักทีนั่นคืออะไรที่ผ่านมาคุณคิดว่าคืออะไร q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #399 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นิมิตที่ได้พบเห็นในชีวิต อีกครั้งหนึ่ง...



เรื่องราวอ.เทวฤทธิ์ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่น (พ.ศ. 2539)

อ.เทวฤทธิ์ถอดจิตออกไป ก็พบท่านมารออยู่ เหมือนรอพบมานานแล้ว ช่วงแรกที่พบหลวงปู่มั่น ท่านได้พาไปนั่งปฏิธรรมกรรมฐานที่กุฎิของท่าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นดี อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย และมีบ่อน้ำอยู่ข้างกุฎิ ถอดจิตมาครั้งใด ก็จะมาพบท่านที่สถานที่แห่งนี้

พบพระทองคำองค์ใหญ่ นับร้อยองค์ในน้ำ

หลัง จากนั้นสองสามหลังจากได้ปฏิบัติธรรมเสร็จแล้ว หลวงปู่มั่นได้พาอ.เทวฤทธิ์ไปดูพระพุทธรูปทองคำ(แท้)อยู่ใต้น้ำ มีเป็นร้อยองค์ เรียงรายเป็นแถวยาวเป็นสองแถว แสงพระอาทิตส่องเป็นเงาระยิบระยับอยู่ใต้น้ำ มีขนาดสูงเท่ากับหลวงพ่อที่วัดไตรมิตร หรือสูงประมาณเท่ากับพระประธานวัดซำปอกง อยู่ในบ่อลึก ท่านบอกว่าบ่อนี้เป็นบ่อธรรมชาติ ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ ซึ่งไม่มีใครได้เคยพบเห็นมาก่อน มีเธอเป็นคนแรกที่ลุงพามาที่นี่ เดี๋ยวลุงจะพาเธอดูสิ่งแปลกๆในนี้ ในโลกมนุษย์ไม่มี .... เห็นปลาแหวกว่าย เป็นปลาสมัยโบราณ ตัวใหญ่ๆ มีหลายสี (สีขาว, เทา,น้ำตาล,แดง, ฟ้า,ม่วง,เขียว,น้ำเงิน,เหลือง) ซึ่งสูญพันธุ์ไปนานแล้ว นอกจากนั้นยังมีปลาลักษณะคล้ายปลาบึก หลวงปู่บอกว่าปลาพวกนี้ดูแลพระทองคำ ถ้าคนดีมา ปลาก็จะเป็นมิตรไม่ทำร้าย แต่ถ้าคนไหนคิดไม่ดีเข้ามาในนี้ ปลาก็จะทำร้าย ดินแดนแห่งนี้เป็นแดนสนทยา เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นหลวงปู่มั่นได้บอกให้อ.เทวฤทธิ์ลองเอามือไปแตะที่องค์พระ อ.ได้แตะที่ฉัตร และที่บ่าขององค์พระ สัมผัสแล้วเย็นมาผมรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัวเหมือนกับแตะน้ำแข็ง ท่านบอกว่าพระทองคำมาอยู่ที่นี่นานแล้วหลายร้อยปี เป็นพระศิลปะแบบสุโขทัย ท่านไม่ได้บอกที่มาที่ไป ว่าใครเป็นคนสร้าง แต่บอกว่าไม่มีใครพบเห็นมาก่อน สักวันหนึ่ง จะมีผู้ที่มีบุญบารมีมาพบ พระเหล่านี้ก็จะปรากฏให้เห็นอีกครั้ง อ.เทวฤทธิ์รู้สึกปลื้มปิติที่ได้มาพบเห็นสิ่งมหัศจรรย์ ณ ที่แห่งนี้ ดูเสร็จแล้ว มาก็มานั่งฝึกปฏิบัติธรรม เป็นเช่นนี้ทุกวัน หลวงปู่มาส่งอ.เข้าร่างตอนหกโมงเป็นประจำทุกวัน เพื่อ อ.จะได้ส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า เป็นเวลาหลายเดือน อ.ยังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย แม้แต่คนในครอบครัว มาเปิดเผยเรื่องพระทองคำที่นี่เป็นครั้งแรก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #400 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดไม่มีระฆัง

วัน ต่อมาหลวงปู่มั่นได้พาอ.เทวฤทธิ์ไปดูวัดที่ไม่มีระฆัง แต่มีไม้ห้อยเป็นแผง แขวนลงมาจากบนหลังคา เวลาลมพัด เสียงดัง ป๊อกแป๊ก วัดนี้แปลกมาก อ.ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน หลวงปู่ให้มองไปที่หน้าต่าง ก็มีไม้เป็นแผงแขวนที่หน้าต่าง แปลกดี เวลาลมพัด เสียงดังไปทั้งวัดเลย สิ่งที่แปลกอีกอย่างอีกอย่างก็คือ เรื่องของเวลา ที่นั่นจะไม่เหมือนกับที่โลกมนุษย์ ที่โลกจะมีมืดมีสว่าง แต่ที่นั่น อ.ไปเมื่อไหร่ ก็สว่างทุกที เวลาแต่ละวันยาวนานกว่าบนโลก เป็นอีกมิติหนึ่ง

หมายเหตุ เป็นไม้เนื้อแข็งสองแผ่นประกบกันยาวประมาณหนึ่งคืบ เรียงเป็นแผง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #401 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบมนุษย์จิ๋ว ในป่าหิมพานต์ q*060

วัน ต่อมาหลวงปู่มั่นบอกอ.เทวฤทธิ์ว่าจะพาไปที่แห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์ ท่านพูดว่าธอจะได้พบกับสิ่งน่ามหัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก แล้วถามว่า รู้จักมนุษย์จิ๋วไหม? อะไรเหรอครับ? คนแคระเหรอครับ ... อ.ถาม ท่านตอบว่าเล็กกว่านั้นอีก แล้วก็พาเดินไปที่ลำธารตื้นๆ แห่งหนึ่งใน แล้วอ. ก็ได้ยินเสียงเรียกว่า คุณครับ....คุณครับ อยู่หลายครั้ง... ก็หันไปมองว่าใครเรียก แต่ก็ไม่เห็นมีใคร ท่านบอกว่า ก็อยู่ข้างเธอนั่นไง....ระวังเหยียบโดนนะ ให้ยืนอยู่เฉยๆ แล้วหลวงปู่ก็หยิบแว่นขยาย ออกมาจากย่าม เอามาให้ส่องดูมนุษย์จิ๋ว อ.เทวฤทธิ์ ก็เลยมองห็นครอบครัวมนุษย์จิ่ว มี 4 คน มี พ่อ แม่ ลูก 2 คน เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง อ.เลยหยิบมนุษย์จิ๋วมาวางไว้ที่ฝ่ามือทีละคน ผู้ที่เป็นพ่อได้แนะนำลูกๆ และภรรยาให้รู้จัก บอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก บอกว่าไม่เคยมีใครมาที่แห่งนี้มาก่อน นอกจากคุณลุงกับท่าน หลังจากนั้น อ.และหลวงปู่ก็พาเดินไปส่งที่กระท่อม บ้านของพวกเค้าอยู่เหนือลำธารแห่งนี้ หลังจากถึงบ้านแล้วหยิบมนุษย์จิ่วขึ้นมาอย่างระมัดระวังทีละคนวางลงที่พื้น บ้าน เป็นกระท่อมเล็กมาก กว้าง ยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ อ.และหลวงปู่จึงยืนอยู่นอกบ้าน มนุษย์จิ๋วได้ชักชวนให้ดื่มน้ำชาก่อน หลวงปู่มั่นบอกว่าเดี๋ยวจะเกินเวลา และ อ.ก็บอกว่าไม่ต้องหรอก เพราะต้องรีบกลับไปให้ทันเวลาที่โลกมนุษย์ เพื่อส่งลูกไปโรงเรียน หลังจากนันก็บอกลากัน มนุษย์จิ๋วบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้พบอ. พูดว่าถ้าท่านอยากมาเยี่ยมอีกก็ส่งจิตบอกให้คุณลุงพามาอีกนะ

หมายเหตุ มนุษย์จิ๋วหน้าตาเหมือนมนุษย์เรานี่แหละ ผิวขาว หน้าตาผ่องใส สูงประมาณ 1-2 ซม. มีอยู่หลายครอบครัวในป่าหิมพานต์ แต่ครอบครัวที่พบอาศัยอยู่ที่ต้นลำธาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อะไรกันนี่!
เรทกระทู้
« ตอบ #402 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061คุณดิสฯ เรารู้แล้ว ลาจูดิสฯ คือชื่อของคณะลูกขุนที่สอบสวนคดี
ลองอ่านดูน๊ะ

บันทึกการสอบพยานต่อหน้าคณะลูกขุนใหญ่ หนึ่งปีให้หลัง

ลาจูดิส : เมื่อพบมีดแล้วคุณทำอะไรต่อไป ผมคิดว่า คุณคงแจ้งตำรวจทันที

พยาน : เปล่า

ลาจูดิส : เปล่าหรือ คุณพบอาวุธที่ใช้ทำการฆาตกรรมในคดีที่กำลังสืบสวนอยู่ แล้วคุณไม่ได้บอกใครเลยเพราะเหตุไร เมื่อเช้านี้คุณยังให้การสวยหรูอยู่เลยว่า คุณเชื่อในกระบวนการยุติธรรม

พยาน : ผมไม่ได้แจ้งตำรวจเพราะผมไม่เชื่อว่านั่นคืออาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ผมไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วใช่มีดเล่มนั้นหรือเปล่า

ลาจูดิส : คุณไม่รู้ว่าใช่มีดเล่มนั้นหรือเปล่า คุณจะไปรู้ได้ยังไงก็คุณเอามันซ่อน คุณไม่ได้ส่งมีดไปพิสูจน์หลักฐาน ไม่มีการตรวจหาคราบ
เลือดรอยนิ้วมือไม่ได้เอาไปเทียบกับบาดแผลหรือพิสูจน์ด้วยกระบวนการอย่างอื่น นั่นเป็นขั้นตอนปกติ ถูกไหม

พยาน : คงใช่ถ้าคุณสงสัยว่านั่นน่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ฆาตกรรม

ลาจูดิส : แล้วคุณไม่นึกสงสัยบ้างเลยหรือ

พยาน : ไม่

ลาจูดิส : ไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเกิดขึ้นในใจบ้างเลยหรือ

พยาน : คนที่คุณพูดถึงเป็นลูกชายผม คนที่เป็นพ่อน่ะไม่สามารถจะนึกภาพลูกชายตัวเองในทางนั้นได้

ลาจูดิส : จริงหรือ คุณนึกภาพไม่ออกเลย

พยาน : ถูกต้อง

ลาจูดิส : เด็กคนนั้นไม่เคยมีประวัติก่อเหตุรุนแรง ไม่มีประวัติอาชญากรรมของผู้เยาว์เลยหรือ

พยาน : ไม่ ไม่มี

ลาจูดิส : ไม่แม้แต่จะตบแมลงวัน พูดแบบนั้นได้ไหม

พยาน : อะไรทำนองนั้น

ลาจูดิส : แต่เมื่อพบมีดคุณกลับปกปิดเรื่องไว้ คุณทำเหมือนคุณคิดว่าเขามีความผิด

พยาน : ที่คุณพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ลาจูดิส : แต่คุณไม่ได้แจ้งตำรวจ

พยาน : กว่าผมจะคิดได้ก็กินเวลานาน เมื่อมองย้อนไปผมยอมรับ...

ลาจูดิส : คุณบาร์เบอร์ทำไมคุณถึงต้องใช้เวลาคิดนานในเมื่อคุณรอเวลานี้มาสิบสามปีแล้ว นับจากวันที่ลูกชายคุณเกิดมา

พยานไม่ตอบคำถาม

ลาจูดิส : คุณรอเวลานี้ ทั้งกลัว ทั้งหวาดผวา แต่ก็คาดว่ามันจะมาถึง

พยาน : ไม่จริงเลย

ลาจูดิส : อย่างนั้นหรือ คุณบาร์เบอร์ คงไม่เกินเลยไปมั้งถ้าผมจะพูดว่าความรุนแรงมันอยู่ในสายเลือดของตระกูลคุณ

ตระกูลใคร???????????????????????????????????????????????



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #403 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินบนสะพานแขวน ชมวัด ชมหมู่บ้าน

อีก วันต่อมาอ.เทวฤทธิ์ก็ไปพบหลวงปู่มั่น ตอนนั้นยังเรียกท่านว่าคุณลุงเพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่น... คุณลุงบอกว่าจะพาไปที่วัดในป่าแห่งใหม่ มีสะพานแขวนอยู่ข้างบนเดินได้รอบเลย สะพานนี้ยังเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านได้อีก อ.บอกว่าแปลกดีนะครับ คุณลุงบอกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่โลกมนุษย์ไม่มี แล้วก็พาเดินดูวัด เป็นวัดสมัยโบราณ ชมเสร็จก็เดินต่อออกไปยังหมู่บ้าน ได้เห็นชาวบ้าน แบบชนบท คุณลุงเล่าว่าชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างสะพานนี้ขึ้นมา เพราะเคารพรักท่าน และเห็นว่าท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว จะได้เดินสบาย ซึ่งก็เดินได้สบายจริงๆ ไม่โยกเยก เพราะได้ขึงไว้แน่น เดินเห็นชาวบ้านปีนขึ้นเก็บมะพร้าว บ้างก็มาทักทาย ว่าท่านพาใครมา คุณลุงตอบว่าพาญาติสนิทมาเที่ยว ชาวบ้านก็พูดเชื้อเชิญว่า เชิญชมเลยครับ เป็นผลงานของพวกเราเอง

ภาพตัวอย่างหมู่บ้านที่มีสะพานแขวนแห่งหนึ่ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #404 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060

มา คราวนี้หลวงปู่มั่นพาวัวเทพมาด้วย อ.เทวฤทธิ์ และหลวงปู่ได้ขึ้นวัวเทพ เหาะขึ้นไปข้างบนบริเวณสะพานพระราม 9 เห็นตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทางอยู่ข้างล่าง แล้วเหาะไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปทางจังหวัดอยุธยา ในช่วงนั้นเอง มองลงมาก็เห็นคนที่อยู่ข้างล่าง ชี้ขึ้นมา พูดว่าเห็นวัตถุลึกลับหรืออะไรสักอย่างอยู่ข้างบน... จนกระทั่งถึงจ.อยุธยาชมวัดเก่าๆ อยู่ข้างล่างหลายแห่ง แล้วหลวงปู่ก็ถามว่า จะไปดูอบายภูมิไหม? อ.บอก ก็ไปครับ แล้วเหาะทะลุพุ่งลงไปข้างล่าง

ปรากฏ ว่าเห็นคนตายเยอะแยะเลย ส่วนใหญ่เป็นแผลพุพอง เป็นโรคเอดส์ตายกัน พอรู้ว่าจะได้ไปเกิดใหม่ ก็เดินเข้ามาล้อมรอบตัวหลวงปู่ และอ.กันมากมาย หลวงปู่ท่านบอกให้อ.ยกฝ่ามือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนท่าน เพื่อปล่อยแสงบุญ แสงบารมี ให้กับคนตาย เพื่อคนตายเหล่านี้จะได้ไปเกิดใหม่ ปรากฏว่าเดินแห่เข้ามาเยอะมาก ที่เดินมานี้ ไม่มีใครใส่เสื้อผ้า มีทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เป็นเด็กไม่ค่อยมีนัก อ.จึงพูดว่าคนทำบาปกันเยอะมากนะครับลุง แล้วแผ่แสงออกไป ก็หายวับไปเกิดทีละคน ทีละคน จำนวนเป็นหมื่น เป็นแสน แผ่ไปเยอะมาก จนเหนื่อย อ.จึงบอกว่าพอดีกว่า หลังจากนั้นจึงขี่วัวเทพกลับมาเข้าร่าง หลวงปู่มั่นได้มาส่งที่หน้าต่างบ้าน

ใครที่ทำบาปกรรมไว้ ตายไปก็จะอยู่ในนรก เพื่อชดใช้กรรม ขอให้ทำความดีกันมากๆ ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ... 31

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม