หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "โรงเรียนของหนู" ตอนที่ 2  (อ่าน 3386 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 10:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

มีสิ่งสำคัญในการคุยครับ คือ การเล่าประสบการณ์


การคุยในเรื่องประสบพการณ์ที่ปฏิบัติ มันเป็นอุปสรรคในการถ่ายทอดครับ การจะให้ท่านเข้าใจและจดจำ จะเกิดขึ้น ...จะเข้าครอบงำทันทีทันใด
มารจะก่อเกิดขึ้น ผมยังไม่แกร่งพอที่จะฝ่าด่าน...อันมากมายที่จะตามมาครับ


ผมอยากจะบอกว่า คนปฏิบัติธรรมจริงๆ เขาจะหลีกการคุยในที่นี้ด้วยความระมัดระวังและเป็นสาธารณะครับ มันจะทำให้เกิดการสะดุดในการบำเพ็ญเพียรได้..


ผมเก็บงำความรู้ และประสบการ์ใว้เป็นสิบๆปีครับ..ผมไม่พูดให้ใครฟังได้ง่ายๆ..
หากเกิดเป็นกุศลธรรม จะเกิดความดีงามขึ้นกับตัวผม และผู้รับทุกท่านครับ..

คุณจะนำประสบการณ์ที่ผมพบออกมาเผยแผ่ ผมก็คิดว่าดีครับ มีโอกาสก็จะมาเล่าสู่กันฟังครับ จะได้ช่วยเหลือคนที่อยากนั่งสมาธิและอยากปฏิบัติได้ทราบในด้านพื้นฐานให้แน่นขึ้นครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 10:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คือนิมิตของท่านสมาชิกที่มาบอกเล่าให้เราทราบว่าเป็นอย่างไรครับน้องๆทุกคนครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 11:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

“นิมิตที่ได้พบเห็นในชีวิต (สถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติ)"



ใน เช้ามือวันหนึ่งของวันที่ 27 กรกฎาคม 2526 ผมได้ฝันว่า ได้ยินเสียงมาบอกข้างหูว่า “ประชาธิปไตยของชาติทำไมจึงไม่มั่นคงเสียที ประชาธิปไตยขาดฐานหนุนที่มั่นคงจึงล้มลุกคลุกคลาน ขอให้คนรุ่นใหม่จงสร้างสถาบันประชาธิปไตยที่มั่นคงสืบไป”
ผมสะดุ้งตื่นและเหงื่อแตกพลั่ก และคิดว่าทำไมจึงได้ยินเสียงนั้น บุคคลที่พูดนั้นเป็นใครกัน ผมไม่เชื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น คิดเสียว่า เป็นความฝันไปและเช้ามืดวันต่อมา คือ เช้ามืด 28 กรกฎาคม 2526 ผมก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูอีกว่า “ข้าเสียใจที่สร้างสถาบันประชาธิปไตยที่ผิดพลาดมาแต่แรก ข้าฯ จะดูคนรุ่นใหม่สร้างสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติที่มั่นคงถาวรขึ้นมาค้ำ ประชาธิปไตยไว้ และจะคุ้มครองระบอบประชาธิปไตยไว้ตลอดไป รัฐบาล รัฐธรรมนูญ รัฐสภา ประชาชนจะต้องมีสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติค้ำอยู่ทั้งหมด”
ผมแปลกใจที่ได้ยินเสียงนั้น และก้องอยู่ในหูผมตลอดมา ผมได้ค้นหาคำตอบที่ได้ยินเสียงนั้นว่า มีจุดประสงค์อะไรและเป็นคำพูดของใครที่ผมได้ยิน ได้ค้นหาหนังสือเกี่ยวกับความเป็นมาในระบอบประชาธิปไตยของชาติไทย จึงได้ค้นพบว่า เสียงที่พูดและได้ยินนั้นเป็นความประสงค์ของพระองค์ท่าน คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นั่นเอง ดวงพระวิญญาณของพระองค์ยังคอยห่วงใยประชาชนและต้องการให้รัฐบาลผู้มีอำนาจ อยู่ในเวลานี้ ทุกคนช่วยกันสร้างความเจริญของชาติและฐานประชาธิปไตยที่มั่นคงถาวรในอนาคต ข้างหน้าให้จงได้ เพื่อให้อนุชนรุ่นใหม่ได้สืบทอดเจตนารมณ์และความเป็นไปได้ด้านการเมือง เพื่อที่จะได้พัฒนาให้เจริญอย่างต่อเนื่องก่อนที่ผู้ใหญ่และผู้มีอำนาจใน บ้านเมือง ทุกคนจะต้องแก่ชราและจากโลกนี้ไปเสียก่อน ผมได้เสนอเรื่อง “นิมิตที่ได้พบเห็นในชีวิต (สถาบันประชาธิปไตย) โดยใช้นามปากกาว่า “ธรรมนูญ” และได้ลงบทความในหนังสือเล่มที่ 1 ของกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. อภิปรายเรื่อง ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย นี้ก็หมดลงอย่างรวดเร็ว

เล่มที่ 1

รูปปกหนังสืออภิปรายเรื่อง ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้องๆที่น่ารักทุกคน คุณครูได้ขับรถไปรับท่านหม่อนเสนีย์ ปราโมช ที่บ้าน แล้วท่านก็อยู่ร่วมจนงานเลิกรอผมส่งท่านกลับบ้านด้วยความเป็นกันเองแบบไม่ถือตัว ท่านบอกว่าไม่ให้คนขับรถมารับ-ส่งท่านแต่จะให้ผมมารับส่งแทนท่านให้ความรัก ความเมตตาอย่างมาก....และบอกผมว่าหากมีเรื่องอะไรจะเชิญท่านอีกยินดีให้ความร่วมมือในทุกๆครั้ง..


เข้าพบท่านอดีตนายกที่บ้าน เพื่อเรียนเชิญท่านมาเป็นประธานที่ มสธ.

อาจารย์ เทวฤทธิ์ เล่าว่าในวันที่ท่านและเพื่อนนักศึกษาเข้าพบท่านอดีตนายกที่บ้าน เพื่อเรียนเชิญท่านมาเป็นประธานในการเปิดงานอภิปรายปัญหาพัฒนาการทางการ เมืองไทย ท่านมีความเป็นกันเองมาก เมื่ออ่านจดหมายเรียนเชิญท่าน ซึ่งในจดหมายนั้นเล่าถึงนิมิตที่พบเห็นถึงสองครั้ง และเมื่ออ.เทวฤทธิ์ค้นหาว่าเป็นคำพูดของใคร ก็พบว่าเป็นพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้ประเทศไทยนั้นมีประชาธิปไตยที่มั่นคง

ท่านหม่อมเสนีย์ ปราโมช อ่านจดหมายจบ ก็กล่าวว่า “คุณเทวฤทธิ์ ผมต้องไปงานนี้แล้วหละ ไม่ไปไม่ได้หรอก เพราะเป็นพระราชประสงของรัชกาลที่ 7 และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ก็มีตราสถาบันเป็นรูปพระแสงศรสามองค์ เป็นตราประจำในรัฐกาลที่ 7 อีกด้วย ” ท่านตอบรับด้วยความยินดี เพราะท่านเองย่อมคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เป็นการเสริมสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงให้กับชาติไทยให้กับคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นกำลังของชาติต่อไป

ในวันงานได้มีคณาจารย์มาร่วมอภิปราย หลายท่านเป็นอาจารย์และนักวิชาการผู้ให้ความรู้ทางด้านการเมืองการปกครองแก่ ลูกศิษย์ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันท่านได้เปลี่ยนบทบาทและสถานภาพใหม่หลายท่าน ดังต่อไปนี้

1. รศ.ดร.ธารทอง ทองสวัสดิ์ อดีตท่านเป็นประธานสาขารัฐศาสตร์ มสธ. ต่อมาได้เป็น ส.ส.,ส.ว.ในจังหวัดลำปาง แทนท่านบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ เป็นคุณพ่อ
2. รศ.ดร.โภคิน พลกุล อดีตท่านเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย อยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ มหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายกและเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. รศ.ปรีชา สุวรรณทัต อดีตท่านเป็นท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาได้เป็น ส.ส.ปชป.หลายสมัย
4. ศ.เสน่ห์ จามริก อดีตท่านเป็นท่านคณะบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ)
5. อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตท่านเป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาได้เป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ หลายสมัย
6. อาจารย์คณิน บุญสุวรรณ อดีตท่านเป็น ส.ส.หลายสมัย และเป็นสสร.ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 40
7. รศ. ดร. ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ (ขณะนั้นเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ มสธ.) ต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ
8. รศ. ดร. วิวัฒน์ เอี่ยมไพรวัน (ขณะนั้นเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ มสธ.) เป็นผู้อำนวยการสำนักการศึกษามสธ.และเป็นที่ปรึกษาท่านแรกที่อ.ได้รับความรู้มากมายและเป็นที่ปรึกษาอ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ตลอดไป ได้พบท่านครั้งแรกที่วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ และมีนักศึกษามาพบท่านร่วม 200 คนและจัดให้มีการเลือกตั้งประธานกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.เป็นครั้งแรก และอ.ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.นั่นคือจุดเริ่มต้นของกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.เป็นครั้งแรกก่อนจะมีสาขากลุ่มฯ89 สาขาในเวลาต่อมา

มี ผู้ไปร่วมฟังมากมาย ได้แก่ นักศึกษาที่เป็นหัวหน้า คณะรัฐศาสตร์ มสธ. ทั้ง 89 สาขา และเพื่อนนักศึกษาทั่วประเทศไทยหลายพันคนมาร่วมงาน เป็นเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ที่อยากให้ทราบ จะเห็นว่าปัจจุบันนี้ท่านคณาจารย์ต่างๆ ที่กล่าวถึงทั้งนี้ ปัจจุบันท่านมีบทบาทสำคัญต่อการเมืองการปกครองของไทย หลายท่านก็เป็นรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

รูปภาพคณาจารย์ที่เข้ามาร่วมอภิปราย และเพื่อนนักศึกษาบางส่วนที่มาจากทั่วประเทศ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 12:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้องๆมาเรียนวิชารัฐศาสตร์การปกครองของไทย...ความรู้จะได้แน่นมากๆครับ..

ความเป็นมาของพรรคการเมืองไทย และเมืองดุสิตธานี

พรรคการ เมืองไทยถือกำเนิดมาพร้อมกับวิธีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงวางแนวทางประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น แต่พวกเราก็เดินแนวทางอีกทางหนึ่งซึ่งผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นอยู่เช่นเดิมจนถึง ปัจจุบัน กล่าวไว้ว่า พรรคการเมืองพรรคแรกของไทยที่มีความหมายที่เป็นพรรคการเมืองอย่างแท้จริงใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยคือ

1.พรรคโบว์น้ำเงิน ซึ่งมีท่านราม ณ กรุงเทพ (รัชกาลที่ 6) เป็นหัวหน้าพรรค
2.พรรคโบว์แดง ซึ่งมีพลเอกเจ้าพระยารามราฆพเป็นหัวหน้าพรรค

ร.6 ท่านทรงมีพระราชดำริที่จะวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยได้ตั้ง “เมืองดุสิตธานี” ไว้ในบริเวณพระราชวังดุสิต จัดการปกครองเป็นแบบ เทศบาล อำเภอ ตำบลหมู่บ้าน ตามลักษณะการปกครองท้องถิ่น มีบ้านเรือนราษฎร วัด ที่ทำการรัฐบาล เช่น หอทะเบียน ไปรษณีย์ ตำรวจ ธนาคาร พร้อมเจ้าหน้าที่ เช่น เจ้าเมือง นายอำเภอ พนักงานออกโฉนด มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครอง เรียกว่าธรรมนูญลักษณะการปกครองคณะนครภิบาล ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกผู้ปกครองกลุ่มต่างๆ รวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ คือพรรคโบว์แดง และพรรคโบว์น้ำเงิน ฝ่ายที่มีเสียงข้างมากจะได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคเสียงข้างน้อยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา สมาชิกจะอภิปรายโต้แย้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานซึ่งกันและกัน การตั้งเมืองดุสิตธานีนี้ ก็เนื่องจาก ร.6 พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะให้หมู่ราชบริพารมีความเข้าใจ และเคยชินกับการปกครองตนเองเสียก่อน เพื่อให้บุคคลเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ และร่วมมือกันวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยในวงกว้างสืบต่อไป

พระองค์ ทรงมองการณ์ไกล และวางรากฐานไว้เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้กับปัจจุบัน เพราะเมื่อเรามีพรรคการเมืองใหญ่ๆอยู่เพียง 2 พรรคแล้ว ฐานประชาธิปไตยก็จะมั่นคงทันที ดังเช่นประชาธิปไตยในประเทศในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ถ้าหากพรรคการเมืองไทยซึ่งมีมากมายหลายพรรคในปัจจุบัน มีการรวมตัวกันเป็นพรรคใหญ่เพียง 2 พรรค ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงและปราศจากการซื้อเสียงแล้ว ก็จะเป็นนิมิตหมายอันดีและถูกต้อง เพื่อการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง

ขอ ให้นักการเมืองทั้งหลายจงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของชาติ อย่าเห็นแก่ตัวกันอีกเลย เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนรุ่นใหม่ จะได้สรรเสริญเกียรติประวัติของท่าน และวงศ์ตระกูลต่อไปตราบนานเท่านาน และเพื่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 สืบต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เหตุใดประชาธิปไตยเมืองไทยจึงไปไม่รอดสักที

จากการอภิปราย "เรื่องปัญหาการพัฒนาการเมืองไทย" โดย อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร เป็นประธานกลุ่มฯ ว่าเหตุใดประชาธิปไตยของไทยจึงล้มลุกคลุกคลาน ไม่ปักหลักมั่นคงเสียที ทั้งๆที่เปลี่ยนแปลงมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการปฏิวัติ รัฐประหาร ปฏิรูป มีการยุบสภายกเลิกรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคการเมืองและเปลี่ยนแปลงพรรคการเมืองนอกวิถีทางประชาธิปไตยกันบ่อยๆ

สาเหตุ ก็เพราะประชาธิปไตยของไทยนั้นเป็นประชาธิปไตยระดับบน (ผู้ใหญ่เป็นผู้สั่งการลงมาที่ผู้น้อย) เรายังขาดประชาธิปไตยระดับล่างที่จะเป็นพื้นฐานรองรับ เรียกอีกอย่างว่า "ประชาธิปไตยระดับรากหญ้า"

การอภิปรายในวันนั้นได้เสนอแนวทางการ แก้ไขปัญหาว่าควรแก้ไขระบบราชการเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสังคม ปัจจุบันดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชการที่ 5) “อุปมารัฐบาลเป็นคนขับรถ เงินเป็นน้ำมันเบนซิน ส่วนข้าราชการเป็นรถยนต์ และระบบบริหารราชการเป็นถนนและการจราจร ถ้าหากคนขับรถเก่ง น้ำมันเบนซินเต็มถึง แต่รถยนต์ไม่ดี ทางไม่ดี ถนนไม่ดี จราจรติดขัด คนขับรถซึ่งเปรียบเป็นรัฐบาลก็จะนำรถไปไม่รอด” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านได้ทรงวิจารณ์ไว้ว่า “ ข้าราชการเมืองอังกฤษนั้น ข้าราชการชั้นผู้น้อย เป็นผู้ริเริ่มหางานมาให้ผู้ใหญ่ทำ เป็นผู้คอยจี้ คอยชี้ให้ผู้ใหญ่ทำนั่นทำนี่ไล่กันขึ้นมาตามลำดับ จนถึงอัครมหาเสนาบดี บ้านเมืองเขาจึงเจริญ เพราะทำงานกันทุกคน ตั้งแต่ชั้นผู้น้อยขึ้นมาจนถึงผู้ใหญ่ ส่วนข้าราชการเมืองไทยเรานั้น ผู้ใหญ่เป็นคนคอยสั่งให้ทำ ไม่ยอมถาม ไม่ยอมปรึกษาหารือ บ้านเมืองของเราจึงเจริญไม่ทันเขา” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านได้ทรงวิจารณ์ไว้เมื่อ พ.ศ. 2440 เป็นระยะเวลา 112 ปีล่วงมาแล้ว ข้าราชการไทยก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปมากมายเท่าใดนัก นี่คำคำตอบว่าเหตุใดประชาธิปไตยเมืองไทยจึงไปไม่รอดสักที

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประธานชมรมฯมสธ.กรุงเทพมหานคร
บันทึกโดยลูกศิษย์
กิจกรรมส่งเสริม ประชาธิปไตย ในขณะนั้นท่านอธิการบดี ศ.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ยุบรวม 3 ชมรมในกทม.เป็นแห่งเดียว และคณะกรรมการได้เลือก อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร เป็นประธานชมรม มสธ.กทม.คนแรกในการบริหารงานชมรมที่มีทั้งหมด10 คณะวิชา เช่นคณะนิติศาสตร์ มสธ.มีนักศึกษาที่ดูแลอยู่ประมาน สามแสนคน เละเป็นสาขาที่มีนักศึกษามากที่สุดรองลงมาก็สาขานิเทศสาสตร์มสธ. มีวิทยาการจัดการ มีเศรษฐศาสตร์ มีรัฐศาสตร์มสธ. มีคหกรรมศาสตร์ มีนักศึกษาจำนวนมากที่ชมรมฯมสธ.กทม.และชมรมฯมสธ.ในจังหวัดต่างๆที่มีอยู่ ทั่วประเทศช่วยกันดูแลนักศึกษาที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนวมากและมี5ศูยน์ อยู่ในกทม.ที่จะต้องดูแลต่อไปเช่นโรงเรียนสามเสนวิทยา โรงเรียนวัดสุธิฯ โรงเรียนวัดชิโนรส วิทยาลัยบ้านสมเด็จฯ โรงเรียนสาระวิทยา เป็นต้น

ใน ระยะเวลา 12 เดือน ผมและคณะกรรมการชมรมนักศึกษา มสธ.กทม รวมทั้งท่านที่ปรึกษาและคณาจารย์ได้จัดกิจกรรมทางวิชาการมาก มายและยกตัวอย่างมากล่าวเพียงคร่าว ๆ ดังนี้
- คณะนิเทศศาสตร์มสธ. จำนวน 600 คน ชมรม นักศึกษา มสธ.กทม. ได้พาไปดูงานยังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งได้รับการต้อนรับและจัดวิทยากรมาบรรยายขั้นตอนต่างๆ ในการผลิตหนังสือพิมพ์อย่างละเอียดคณะกรรมการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์มสธ.ให้ความร่วม มืออย่างเต็มที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยความภาคภูมิใจในคณะนิเทศศาสตร์ มสธ.ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งและมีนักศึกษาหลายรุ่นรวมกันประมาณร่วม สองแสนคนในคณะฯที่ชมรมฯต้องดูแลนักศึกษาร่วมกัน
- คณะรัฐศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมบรรยายวิชาการทางการเมือง เรื่อง “ปัญหาพัฒนาการทางการเมืองไทย” ได้เรียนเชิญ ฯพณฯ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ)เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี 4 สมัยมาเป็นประธานเปิดงานการอภิปรายทางการเมืองในครั้งนี้และได้ถ่ายภาพร่วม กันเป็นภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งได้จัดพิมพ์เป็นเล่มที่ 1 ซึ่งได้หมดไปแล้วและพิมพ์ทั้งหมด 5 ครั้ง มีนักศึกษาที่ชมรมต้องดูแลประมานร่วมสองแสนคนคนและต้องดูแล นักศึกษาซึ่งมีคณะกรรมการสาขาอยู่ 89 สาขาทั่วประเทศและคณะกรรมการช่วยกันบริหารงานร่วมกันทั้งหมดโดยมีกลุ่มรัฐ ศาสตร์มสธ.กรุงเทพเป็นศูนย์ของทั้งหมดและได้ร่วมกับชมรมนักศึกษา มสธ กทม.บริหารงานร่วมกันเพราะผมเป็นประธานทั้งสององค์กรณ์หากรวมนักศึกษาที่ ต้องดูแลนั้นรวมแล้วประมาณหนึ่งล้านคน ขณะนั้นมีที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มีท่านศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มีท่านศ.ดร.เอี่ยม ฉายางาม ท่านพลเอกวิชัย หงสกุล ท่านพลโทผังสพร บุญเลี้ยง ฯลฯเป็นที่ปรึกษาอยู่และให้ความร่วมมือในการบริหารงานชมรม ฯมสธ.กทม.และกลุ่มรัฐศาสตร์มสธ89สาขาเป็นอย่างดียิ่ง
- คณะรัฐศาสตร์ ได้จัดประกวดเรียงความทางวิชาการครั้งที่ 1 เรื่อง “แนวทางสร้างสรรค์ประชาธิปไตยแบบไทยควรเป็นอย่างไร” และจัดครั้งที่ 2 ขึ้นโดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนได้ส่งเรียงความเข้าประกวด เป็นจำนวนมากได้มอบเกียรติบัตรของกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ.และเงินรางวัลที่ 1 2 3 และรางวัลชมเชยอีก200รางวัลแก่ประชาชนทั่วไปที่มีส่วนร่วมประกวดในทุกครั้ง ประชาชนนิสิตนักศึกษาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ได้ส่งจ.ม.ชื่นชมมามากมาย ที่กลุ่มรัฐศาสตร์มีบทบาทในการจัดกิจกรรมต่างๆนี้ขึ้นมามีประโยชน์ต่อส่วน รวมมากมาย และหัวเรื่องที่ใช้ประกวด คือ

1. เรื่อง สถาบันการศึกษากับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ประเภทนักเรียน
2. เรื่อง สถาบันอุดมศึกษากับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ประเภทอุดมศึกษา
3. เรื่อง พรรคการเมืองที่ดีในอุดมคติของท่านควรเป็นอย่างไร ประชาชนทั่วไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บทความการประกวดเรียงความทั้งหมดประมาน 200 บทความ ที่ประชาชนส่งเข้าประกวดได้แสดงทัศนะต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและ ประเทศชาติได้ส่งบทความทั้งหมดให้คณะรัฐบาลสมัยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ และคณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นประโยชน์ในการร่างรัฐธรรมนูญ และรับฟังบทความต่างๆเพื่อใช้ในการบริหารประเทศสืบไปและบทความทั้งหมดนั้นก็ อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล อ.อยากให้ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อ่านบทความเหล่านั้นซึ่งเป็นความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ของประชาชน นิสิต และนักศึกษาทุกๆคน ที่ได้มีความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันนี้ได้มากที่ สุดประเทศไทยจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้...
- ชมรมฯ จัดบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “แนวทางพัฒนาระดับอุดมศึกษาในปัจจุบัน และอนาคต บรรยายโดย ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
- ชมรมฯ จัดบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “วิวัฒนาการระบบการปกครองของไทย จากอดีตถึงปัจจุบัน บรรยายโดย ศ.พงเพ็ญ สกุนตาภัย อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์
- ชมรมฯจัดบรรยายทางวิชาการ เรื่อง "เป้าหมายการพัฒนามสธ.ให้เจริญก้าวหน้าอย่างไร บรรยายโดยศ.ดร.เอี่ยม ฉายางาม อธิการบดีคนใหม่ต่อจากศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ท่านได้ไปเป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น และได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในเวลาต่อมา
-ท่าน รศ.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตเป็นคณบดีรัฐศาสตร์มสธ. เป็นที่ปรึกษาประธานชมรมฯมสธ. อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร และท่านได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายก ในเวลาต่อมา
- การแข่งขันกีฬาภายในระหว่างคณาจารย์ทุกคนและนักศึกษามหาวิทยาลัย มสธ. และยังมีอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ได้มาบรรยายรวมทั้งเชิญคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆเช่น อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯลฯ มาให้ความรู้ทางด้านวิชาการแก่นักศึกษามสธ.ทั้ง 10คณะวิชา ให้ได้รับความรู้ร่วมกันทั้งหมด อ.ได้รับเชิญจากผู้อำนวบการสำนักเสริมศึกษา ท่านศ.จำเรียง ภาวิจิตร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์ประยุกต์ รุ่นที่ 15 และสังคมศาสตร์ คิวริตี้ คอน โทรน์ รุ่นที่ 1 ได้รับเกียรติบัตร 2 ใบจากท่าน ศ.นงเยาว์ ชัยเสรี อธิการบดี.เป็นผู้มอบที่หอประชุมใหญ่. อ.ได้รับเลือกเป็นรองประธานในรุ่นที่ 1 (คิวซี เซอร์เคิ้ล มธ. รุ่นที่ 1 )

ท่าน อธิการบดี ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้กล่าวชมว่า “ขอชมเชยและชื่นชมยินดีกับชมรมฯ มสธ. กทม. และกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. เป็นอย่างมาก ที่ได้มีกิจกรรมที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อนักศึกษาและสมาชิกด้วยดีตลอดมา ถือได้ว่าเป็นชมรมฯ ตัวอย่างของประเทศ เพราะผมเชื่อว่า ไม่มีชมรมฯ ไหนที่สามารถจะจัดกิจกรรมได้บ่อยครั้ง และแต่ละครั้งก็เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อสมาชิกมาก กิจกรรมที่จัดก็หลากหลายที่สามารถตอบสนองมวลสมาชิกได้หลายรูปแบบ การทำงานเช่นนี้ผมถือว่าเป็นการเสียสละและถ้าผู้จัดไม่มีความเสียสละอย่าง แท้จริงแล้ว คงจะทำได้ยากก็ขอแสดงความชมเชยและชื่นชมไว้ ณ ที่นี้ด้วย”

เป็นคำพูดที่ท่านได้กล่าวออกมาจากใจ และเมื่อผมได้บริหารมาครบ 1 ปี ผมก็ได้ลาออกและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งผมได้ทำตามเจตนารมณ์ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก สมาชิกได้โทรศัพท์มาร้องไห้หลายคน อยากจะให้เป็นต่อ แต่ผมก็ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกเริ่ม และได้บอกท่านอธิการบดีก่อนหน้านั้นเพื่อส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในการ เลือกตั้งในระดับมหาวิทยาลัยฯ
ได้มีเพื่อนนักศึกษาปริญญาโท จากสถาบันหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เทคโนพระจอมเกล้า ฯลฯ ต้องการขอทราบข้อมูลการบริหารงานต่าง ๆ ของชมรมฯ มสธ. กทม. และกลุ่มรัฐศาสตร์ มสธ. เพื่อไปทำวิทยานิพนธ์ ขั้นปริญญาโทต่อไป

เล่มที่ 1

*********************************************************************
อ.ได้ ทำตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 7 ในการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยของไทย นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการให้ความรู้กับนักศึกษาทั่วประเทศ และกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของประชาธิปไตย ถ้าหากทุกคนเคารพในหลักการประชาธิปไตย คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ ชาติไทยของเราคงจะเจริญก้าวหน้าไปไกลมากกว่านี้




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์จากท่านพลเอกวิชัย หงสกุล และเป็นที่ปรึกษากลุ่มรัฐศาสตร์มสธ.89สาขากลุ่มฯทั่วประเทศ

ผมได้รับเกียรติจากกองทัพบก โดยกรมรักษาดินแดนได้ให้เกียรติเชิญเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของชมรมสวน เจ้าเชตุและชมรมศูนย์วิทยุสมัครเล่น กรมรักษาดินแดน โดยได้รับเชิญจากท่านเสนาธิการทหาร โดยท่านพลเอกวิชัย หงสกุล ให้เข้าร่วมงานวันครบรอบก่อตั้งของกรมรักษาดินแดน โดยเชิญให้ผมขึ้นไปบรรยายทางวิชาการ และได้แนะนำให้ผมได้รู้จักกับท่านนายทหารที่มาร่วมงานหลายท่าน รวมทั้งท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นผู้บัญชาการทหารบก ยศในขณะนั้น ได้เชิญท่านมาเป็นประธานในพิธี ท่านได้ทักทายและเป็นกันเอง จิตวิทยาท่านสูงมาก ผู้ใต้บังคับบัญชานั้นรักและเคารพท่านทุกคน ท่านเหมาะสมกับตำแหน่งเป็นทหารอาชีพ และรักษาความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตยตลอดมา จนท่านมีฉายาว่า “ขงเบ้งแห่งกองทัพไทย” และ “กาวใจ” สำหรับทุกคน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติและประทับใจตลอดมาว่า ท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้เชิญผมและคณะกรรมการเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิ ราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างใกล้ชิด เมื่อคราวที่พระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ที่ มสธ. โดยมีท่านปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, ท่านอธิการบดี, ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและท่านผู้มีเกียรติอีกมากมายมาร่วมรับเสด็จ ในครั้งนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อาจารย์เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านหลวงปู่โง่นในสมัยที่เป็นประธานคณะรัฐศาสตร์ มสธ.

หลวง ปู่โง่น โสรโย พระอริยะทางภาคเหนือ วัดพุทธบาทเขารวก จังหวัดพิจิตร ท่านเป็นผู้เปิดเผยประวัติ “สมเด็จพระสุพรรณกัลยา” ให้ประชาชนได้ทราบประวัติเป็นครั้งแรก ก่อนมรณภาพและคุณหมอนลินี ไพบูลย์จากกิฟฟารีน ได้ช่วยจุดประกายวาดภาพพระองค์ท่านจากนิมิตขึ้นมาให้ประชาชนรักและนับถือ พระองค์ท่านได้เป็นวงกว้างมากขึ้นทั่วประเทศและทั่วโลกด้วย

อาจารย์เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ก็เป็นศิษย์รักของท่านหลวงปู่โง่น โสรยา ด้วยเช่นกันได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านหลวงปู่โง่นในการจัดสร้างพระพุทธ วิโมกข์ มอบให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศและเป็นผู้ร่วมผลักดันเข้ากระทรวงศึกษาธิการและทำพิธีมอบจำนวน หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นองค์ ทำพิธีมอบให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ที่พุทธมณฑล โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านเป็นประธานพิธีในการรับมอบและมีท่านอดีตผู้ว่าจังหวัดพิจิตร คุณกาจรักษ์มณี อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายจัดส่งมายังพุทธมณฑล โดยร่วมกับทหารช่วยจัดส่งมาให้ด้วยความเรียบร้อยนับเป็นความสำเร็จของท่านใน การเผยแพร่พุทธศาสนาไปตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อกล่อมเกลาเด็กนักเรียนให้มีพระธรรม มีศีล สมาธิ ปัญญาในการเรียนและการดำรงชีวิตที่ดีสืบไป และเป็นกำลังที่สำคัญของชาติในอนาคตที่สำคัญทุกศาสนาก็สอนให้คนทำความดี ละเว้นความชั่ว เพื่อจะได้มีความสุขในการดำเนินชีวิตตลอดไป

หลวงปู่ โง่น โสรโย ท่านได้กล่าวกับอาจารย์ว่า ทุนรอนที่ได้สร้างพระพุทธวิโมกข์ขนาดหนักตัก 19 นิ้วและ 29 นิ้ว จำนวนหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นองค์นี้ได้รับความอนุเคราะห์จากลูกศิษย์ที่อาศัย อยู่ต่างประเทศเป็นผู้ส่งเงินมาให้หลวงปู่โง่น โสรยา สร้างพระขึ้นมาเป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านบาท เพื่อส่งเสริมศาสนาพุทธให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติ แต่ท่านไม่รับเงินบริจาคได้ส่งคืนให้กับลูกศิษย์ไปทั้งหมด เนื่องจากหลวงปู่ท่านมีเงินมรดกจากพ่อบุญธรรมชาวต่างชาตินับหมื่นล้าน บาทอยู่แล้ว

และท่านยังกล่าว อีกว่าคอย ดูสิต่อไปชาวต่างชาติจะมากลืนชาติของเราไปเป็นถิ่นกาขาวจะเข้ามา ให้คอยดูกันต่อไป อาตมาจะช่วยเหลืออะไรมากไม่ได้ ได้แต่ช่วยเผยแพร่ศาสนาพุทธให้กว้างขวางออกไปเท่านั้น ขณะนั้นที่ท่านพูดผมยังไม่ค่อยมีไม่เชื่อว่าต่างชาติจะมากลืนประเทศไทยได้ อย่างไรและเป็นไปไม่ได้เลย แต่ปัจจุบันต่างชาติได้เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทยมากมาย จึงได้นึกถึงคำพูดของท่านหลวงปู่โง่น โสรยา ที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นเวลาหลายปีแล้วว่าเป็นความจริงขึ้นมาตามที่ท่านหลวง ปู่โง่น ท่านได้กล่าวไว้ ผมจึงขอให้เราทั้งหลายมาร่วมกันสร้างบุญและ กุศลสานต่อจากหลวงปู่โง่น มาช่วยมาสร้างสรรค์สังคมนี้ให้ดีขึ้นต่อไป จึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกและท่านผู้อ่านทุกท่านมาร่วมทำบุญสร้างกุศลกันต่อไป จะได้อานิสงส์ผลบุญร่วม กันในภพนี้และภพหน้าร่วมกันสืบไปตามเจตนาของท่านหลวงปู่โง่น โสรยา ที่ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างพระพุทธรูป มอบให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศและเป็นผู้เปิดเผยพระประวัติพระพี่นางสุพรรณกัลยาให้ประชาชนได้ ทราบความเป็นมาของท่าน




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 14:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกศิษย์หลวงปู่โง่นโทรมาจากต่างประเทศ เล่าเรื่องน่าตื่นเต้น !!!

ลูกศิษย์หลวงปู่โง่นได้โทรศัพท์มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐเทกซัส

สุภาพ สตรีท่านนี้ประกอบธุรกิจแกะสลักแตงโมเป็นรูปดอกไม้ ส่งตามโรงแรมชั้นหนึ่งที่นั่น เล่าว่าเป็นลูกศิษย์หลวงปู่โง่น พอเห็นว่ากระทู้ใหม่มีเรื่องของหลวงปู่โง่น จึงอยากโทรมาคุยด้วยพูดคุยกับ อ.เทวฤทธิ์ บอกว่าอยากให้แก้ไขข้อมูลในนี้นิดหนึ่งที่ว่าลูกศิษย์หลวงปู่โง่น ได้ส่งเงินมาร่วมทำบุญมากมายเพื่อสร้างพระพุทธรูปให้กับทางโรงเรียนหลายแห่ง ทั่วประเทศ เพราะว่าความจริงแล้วหลวงปู่โง่นได้ส่งเงินคืนให้กับลูกศิษย์ทุกคน ท่านไม่ขอรับเงินจากลูกศิษย์คนไหนเลย ไม่ว่าจะเป็นเงินดอลลาร์ เงินปอนด์ หรือเงินไทย เล่าต่อว่า

หลวงปู่ท่านมีเงินมากอยู่แล้ว เพราะท่านเป็นบุตรบุญธรรมของเลขานุการข้าหลวงใหญ่ชาวฝรั่งเศส ซึ่ง เป็นเจ้าของเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในสมัยนั้น พอเสียชีวิตได้ก็มอบสมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดให้กับหลวงปู่โง่น เนื่องจากว่าตนเองไม่มีบุตร มีหลวงปู่โง่นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นบุตรบุญธรรม โดยขายกิจการเรือเดือนสมุทร มูลค่านับหมื่นล้าน คฤหาสน์ที่ฝรั่งเศส มูลนับพันล้าน ได้มอบเงินให้กับหลวงปู่โง่นทั้งหมด หลวงปู่ท่านจึงไม่อยากรับเงินจากลูกศิษย์ เพราะท่านมีมากอยู่แล้ว และในหนังสือย้อนรอยกรรม ท่านก็บอกเองด้วยว่าท่านไม่ขอรับเงินบริจาค

อ.เท วฤทธิ์ เล่าว่าช่วงที่หลวงปู่สร้างพระพุทธวิโมกข์ ได้ไปนอนพักที่กุฏิอยู่หลายคืน กับคณะที่เห็นยืนอยู่ด้วยกันในภาพถ่าย ประมาณ 3-4 คน นอนหลับสบายดี อากาศที่นั่นดีมาก ได้นอนห้องข้างๆ ติดกันห้องนอนของหลวงปู่โง่น ห้องนอนของท่านจะยื่นออกมาจากกุฏิไปที่เชิงเขา สุภาพสตรีจากอเมริกาก็ชม อ.ใหญ่เลย ว่าอ.ต้องเป็นคนดีมากๆ จึงจะนอนที่วัดหลวงปู่โง่น ที่บนดอยได้ เพราะ อ.ปกติแล้วท่านจะไม่ให้ใครมานอน และไม่มีใครกล้ามานอนด้วย เพราะที่วัดจะมีภูตผีปิศาจมาก และเล่าว่าหลวงปู่ยังมีกล้องถ่ายรูปติดวิญญาณ ซึ่งสามารถเห็นวิญญาณได้จริง เห็นวิญญาณในวัดเต็มไปหมดเลย เล่าต่ออีกว่า อภิญญาท่านเก่งมากๆ มีอะไรหลายอย่างที่ท่านทำได้ แต่คนอื่นทำไม่ได้ เช่น ท่านนั่งกรรมฐาน จนหิมะที่เทือกเขาหิมาลัยท่วมตัว ตัวท่านแข็งไปหมด คิดว่าไม่รอดแล้ว ปรากฏว่าท่านยังหายใจอยู่

เล่าต่อว่า หลวงปู่โง่น ท่านเป็นพระที่ได้รับความเคารพนับถือมาก และท่านสามารถขึ้นเครื่องบินฟรี ทุกสายการบิน ตลอดชีพ เพราะเกรงใจในความดีของท่าน แม้แต่ที่ธรรมเนียบขาวของอเมริกา ยังมอบรถผ่าตัดหัวใจ ให้กับหลวงปู่ถึง 2 คัน ไว้ใช้ส่วนตัว ภายหลังหลวงปู่ท่านได้มอบให้กับรัฐบาลหนึ่งคัน และที่จังหวัดพิจิตรอีกหนึ่งคัน

อ.เทวฤทธิ์ ก็เล่าให้ฟังว่าที่วัดหลวงปู่ท่านมีอีกาตัวหนึ่งเชื่องมาก เข้าใจภาษามนุษย์ ไม่เหมือนตัวอื่นๆ ชาติก่อนคงเกิดเป็นมนุษย์ หลวงปู่สั่งทำอะไร ก็ทำได้หมด สั่งให้กันสุนัขไม่ให้เข้ากุฏิ ก็บินไปไล่ สั่งให้ไปเก็บของก็ไปคาบมาเก็บ และอีกหลายๆ อย่าง

ขอขอบคุณลูกศิษย์หลวงปู่โง่นที่โทรมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ และน่าตื่นเต้น หลายๆ เรื่อง
ลูกศิษย์ อ.เทวฤทธิ์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โทรมาเล่าอีกครั้ง

วันต่อมา สุภาพสตรีจากอเมริกาคนเดิม ได้โทรมาหาอ. เล่าข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับหลวงปู่โง่น

บอกว่า หลวงปู่โง่นบอกกับลูกศิษย์ว่าในเมืองไทยมีทองคำอยู่ สองหมื่นห้าพันตัน ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน หลวงปู่โง่นไปเห็นมาแล้ว แต่ท่านบอกไม่ได้ เพราะต้องรอผู้ที่มีบุญบารมีเท่านั้น จึงจะได้พบ



ลูกศิษย์หลวงปู่โง่นซึ่งประเทศฮอลแลนด์

สัปดาห์ ก่อนสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่โง่น เปิดกิจการจิวเวอร์รี่อยู่ที่ประเทศฮอลแลนด์ได้โทรศัพท์มาหาอ.เทวฤทธิ์ เล่าให้ฟังว่า เคารพรักหลวงปู่โง่นมาก มาไหว้อัฐิของหลวงปู่โง่นที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี ไหว้แล้วกิจการก็เจริญรุ่งเรือง ขายดีทุกครั้งหลังจากกลับมาไหว้ท่าน เล่าต่อว่าลูกศิษย์หลวงปู่โง่นมีเยอะมาก ส่วนมากจะมีฐานะมีกิจการเป็นของตนเอง คนไทยที่นั่นก็นับถือหลวงปู่โง่นกันมาก เมื่อเปิดในอินเตอร์เน็ตแล้วเจอเรื่องราวที่ลูกศิษย์อ.ลงเรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงปู่โง่น จึงอยากโทรมาเล่าให้ฟัง และอยากจะดูดวงกับอ.ในภายหลังด้วย



หลวงปู่มั่น

อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ ได้ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่นอยู่เสมอทุกวัน เป็นเวลานานสามถึงสี่เดือน เพื่อเรียนรู้ธรรมะ หลวงปู่ท่านจะมารับอ.ในช่วงกลางคืนประมาณสี่ทุ่ม และมาส่งอ.ในเวลาหกโมงเช้า เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตรงเวลาเสมอ ในเวลานั้นอ.เทวฤทธิ์ได้แต่เรียกท่านว่าลุงๆ เพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่นในตอนนั้น และท่านไม่ได้นุ่งห่มจีวร ท่านใส่ชุดขาว แบบผู้ปฏิบัติธรรม พูดจานุ่มนวลเรียบร้อย ท่านใจดี พา อ.เทวฤทธิ์ ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งอ.ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในโลกมนุษย์ จนกระทั่งมาเห็นรูปหลวงปู่มั่นในรูปภาพที่ติดตามฝาผนัง จึงทราบว่าคุณลุงที่มารับ มาส่งทุกวัน ที่แท้ก็คือหลวงปู่มั่นนั่นเอง จึงอยากจะเล่าประสบการณ์ที่อ.ได้พบเห็นมา เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ที่สนใจทุกท่านทราบ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นิมิตที่ได้พบเห็นในชีวิต อีกครั้งหนึ่ง...



เรื่องราวอ.เทวฤทธิ์ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่น (พ.ศ. 2539)

อ.เทวฤทธิ์ถอดจิตออกไป ก็พบท่านมารออยู่ เหมือนรอพบมานานแล้ว ช่วงแรกที่พบหลวงปู่มั่น ท่านได้พาไปนั่งปฏิธรรมกรรมฐานที่กุฎิของท่าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นดี อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย และมีบ่อน้ำอยู่ข้างกุฎิ ถอดจิตมาครั้งใด ก็จะมาพบท่านที่สถานที่แห่งนี้

พบพระทองคำองค์ใหญ่ นับร้อยองค์ในน้ำ

หลัง จากนั้นสองสามหลังจากได้ปฏิบัติธรรมเสร็จแล้ว หลวงปู่มั่นได้พาอ.เทวฤทธิ์ไปดูพระพุทธรูปทองคำ(แท้)อยู่ใต้น้ำ มีเป็นร้อยองค์ เรียงรายเป็นแถวยาวเป็นสองแถว แสงพระอาทิตส่องเป็นเงาระยิบระยับอยู่ใต้น้ำ มีขนาดสูงเท่ากับหลวงพ่อที่วัดไตรมิตร หรือสูงประมาณเท่ากับพระประธานวัดซำปอกง อยู่ในบ่อลึก ท่านบอกว่าบ่อนี้เป็นบ่อธรรมชาติ ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ ซึ่งไม่มีใครได้เคยพบเห็นมาก่อน มีเธอเป็นคนแรกที่ลุงพามาที่นี่ เดี๋ยวลุงจะพาเธอดูสิ่งแปลกๆในนี้ ในโลกมนุษย์ไม่มี .... เห็นปลาแหวกว่าย เป็นปลาสมัยโบราณ ตัวใหญ่ๆ มีหลายสี (สีขาว, เทา,น้ำตาล,แดง, ฟ้า,ม่วง,เขียว,น้ำเงิน,เหลือง) ซึ่งสูญพันธุ์ไปนานแล้ว นอกจากนั้นยังมีปลาลักษณะคล้ายปลาบึก หลวงปู่บอกว่าปลาพวกนี้ดูแลพระทองคำ ถ้าคนดีมา ปลาก็จะเป็นมิตรไม่ทำร้าย แต่ถ้าคนไหนคิดไม่ดีเข้ามาในนี้ ปลาก็จะทำร้าย ดินแดนแห่งนี้เป็นแดนสนทยา เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นหลวงปู่มั่นได้บอกให้อ.เทวฤทธิ์ลองเอามือไปแตะที่องค์พระ อ.ได้แตะที่ฉัตร และที่บ่าขององค์พระ สัมผัสแล้วเย็นมาผมรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัวเหมือนกับแตะน้ำแข็ง ท่านบอกว่าพระทองคำมาอยู่ที่นี่นานแล้วหลายร้อยปี เป็นพระศิลปะแบบสุโขทัย ท่านไม่ได้บอกที่มาที่ไป ว่าใครเป็นคนสร้าง แต่บอกว่าไม่มีใครพบเห็นมาก่อน สักวันหนึ่ง จะมีผู้ที่มีบุญบารมีมาพบ พระเหล่านี้ก็จะปรากฏให้เห็นอีกครั้ง อ.เทวฤทธิ์รู้สึกปลื้มปิติที่ได้มาพบเห็นสิ่งมหัศจรรย์ ณ ที่แห่งนี้ ดูเสร็จแล้ว มาก็มานั่งฝึกปฏิบัติธรรม เป็นเช่นนี้ทุกวัน หลวงปู่มาส่งอ.เข้าร่างตอนหกโมงเป็นประจำทุกวัน เพื่อ อ.จะได้ส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า เป็นเวลาหลายเดือน อ.ยังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย แม้แต่คนในครอบครัว มาเปิดเผยเรื่องพระทองคำที่นี่เป็นครั้งแรก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดไม่มีระฆัง

วัน ต่อมาหลวงปู่มั่นได้พาอ.เทวฤทธิ์ไปดูวัดที่ไม่มีระฆัง แต่มีไม้ห้อยเป็นแผง แขวนลงมาจากบนหลังคา เวลาลมพัด เสียงดัง ป๊อกแป๊ก วัดนี้แปลกมาก อ.ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน หลวงปู่ให้มองไปที่หน้าต่าง ก็มีไม้เป็นแผงแขวนที่หน้าต่าง แปลกดี เวลาลมพัด เสียงดังไปทั้งวัดเลย สิ่งที่แปลกอีกอย่างอีกอย่างก็คือ เรื่องของเวลา ที่นั่นจะไม่เหมือนกับที่โลกมนุษย์ ที่โลกจะมีมืดมีสว่าง แต่ที่นั่น อ.ไปเมื่อไหร่ ก็สว่างทุกที เวลาแต่ละวันยาวนานกว่าบนโลก เป็นอีกมิติหนึ่ง

หมายเหตุ เป็นไม้เนื้อแข็งสองแผ่นประกบกันยาวประมาณหนึ่งคืบ เรียงเป็นแผง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบมนุษย์จิ๋ว ในป่าหิมพานต์ q*060

วัน ต่อมาหลวงปู่มั่นบอกอ.เทวฤทธิ์ว่าจะพาไปที่แห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์ ท่านพูดว่าธอจะได้พบกับสิ่งน่ามหัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก แล้วถามว่า รู้จักมนุษย์จิ๋วไหม? อะไรเหรอครับ? คนแคระเหรอครับ ... อ.ถาม ท่านตอบว่าเล็กกว่านั้นอีก แล้วก็พาเดินไปที่ลำธารตื้นๆ แห่งหนึ่งใน แล้วอ. ก็ได้ยินเสียงเรียกว่า คุณครับ....คุณครับ อยู่หลายครั้ง... ก็หันไปมองว่าใครเรียก แต่ก็ไม่เห็นมีใคร ท่านบอกว่า ก็อยู่ข้างเธอนั่นไง....ระวังเหยียบโดนนะ ให้ยืนอยู่เฉยๆ แล้วหลวงปู่ก็หยิบแว่นขยาย ออกมาจากย่าม เอามาให้ส่องดูมนุษย์จิ๋ว อ.เทวฤทธิ์ ก็เลยมองห็นครอบครัวมนุษย์จิ่ว มี 4 คน มี พ่อ แม่ ลูก 2 คน เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง อ.เลยหยิบมนุษย์จิ๋วมาวางไว้ที่ฝ่ามือทีละคน ผู้ที่เป็นพ่อได้แนะนำลูกๆ และภรรยาให้รู้จัก บอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก บอกว่าไม่เคยมีใครมาที่แห่งนี้มาก่อน นอกจากคุณลุงกับท่าน หลังจากนั้น อ.และหลวงปู่ก็พาเดินไปส่งที่กระท่อม บ้านของพวกเค้าอยู่เหนือลำธารแห่งนี้ หลังจากถึงบ้านแล้วหยิบมนุษย์จิ่วขึ้นมาอย่างระมัดระวังทีละคนวางลงที่พื้น บ้าน เป็นกระท่อมเล็กมาก กว้าง ยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ อ.และหลวงปู่จึงยืนอยู่นอกบ้าน มนุษย์จิ๋วได้ชักชวนให้ดื่มน้ำชาก่อน หลวงปู่มั่นบอกว่าเดี๋ยวจะเกินเวลา และ อ.ก็บอกว่าไม่ต้องหรอก เพราะต้องรีบกลับไปให้ทันเวลาที่โลกมนุษย์ เพื่อส่งลูกไปโรงเรียน หลังจากนันก็บอกลากัน มนุษย์จิ๋วบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้พบอ. พูดว่าถ้าท่านอยากมาเยี่ยมอีกก็ส่งจิตบอกให้คุณลุงพามาอีกนะ

หมายเหตุ มนุษย์จิ๋วหน้าตาเหมือนมนุษย์เรานี่แหละ ผิวขาว หน้าตาผ่องใส สูงประมาณ 1-2 ซม. มีอยู่หลายครอบครัวในป่าหิมพานต์ แต่ครอบครัวที่พบอาศัยอยู่ที่ต้นลำธาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินบนสะพานแขวน ชมวัด ชมหมู่บ้าน

อีก วันต่อมาอ.เทวฤทธิ์ก็ไปพบหลวงปู่มั่น ตอนนั้นยังเรียกท่านว่าคุณลุงเพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่น... คุณลุงบอกว่าจะพาไปที่วัดในป่าแห่งใหม่ มีสะพานแขวนอยู่ข้างบนเดินได้รอบเลย สะพานนี้ยังเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านได้อีก อ.บอกว่าแปลกดีนะครับ คุณลุงบอกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่โลกมนุษย์ไม่มี แล้วก็พาเดินดูวัด เป็นวัดสมัยโบราณ ชมเสร็จก็เดินต่อออกไปยังหมู่บ้าน ได้เห็นชาวบ้าน แบบชนบท คุณลุงเล่าว่าชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างสะพานนี้ขึ้นมา เพราะเคารพรักท่าน และเห็นว่าท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว จะได้เดินสบาย ซึ่งก็เดินได้สบายจริงๆ ไม่โยกเยก เพราะได้ขึงไว้แน่น เดินเห็นชาวบ้านปีนขึ้นเก็บมะพร้าว บ้างก็มาทักทาย ว่าท่านพาใครมา คุณลุงตอบว่าพาญาติสนิทมาเที่ยว ชาวบ้านก็พูดเชื้อเชิญว่า เชิญชมเลยครับ เป็นผลงานของพวกเราเอง

ภาพตัวอย่างหมู่บ้านที่มีสะพานแขวนแห่งหนึ่ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบมนุษย์ยักษ์ หน้าตาเหมือนยักษ์วัดแจ้ง เขี้ยวใหญ่ๆ ตาโตๆ

สอง สามวันต่อหลวงปู่มั่นได้พา อ.เทวฤทธิ์เข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง ในนั้นมีดินแดนของผู้ปฏิบัติธรรมที่สำเร็จเป็นอรหันต์ มาประทับอยู่ที่แห่งนี้ คุณลุงท่านบอกมา และได้พาเดินดูกุฏิของพระอรหันต์ บางรูปก็มีพื้นที่มาก บางรูปก็มีพื้นที่น้อย ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของแต่ละรูปที่สั่งสมกันไว้ บริเวณรอบๆ จะมีดอกไม้นานาพรรณ พืชผักสวนครัว และมีการปลูกข้าว ไม่ได้เหมือนกับเมืองมนุษย์เสียทีเดียว ดอกไม้ดูสวยกว่า มีผีเสื้อบินไปบินมา ดูสวยกว่าในโลกมนุษย์ เติมสีสันให้กับที่นี่ อากาศเย็นสบาย สดชื่นอยู่ตลอดเวลา ขณะที่กำลังเดินชมอยู่นั้น ก็มียักษ์ตนหนึ่งปรากฏขึ้นมา ทำเขี้ยวโง้ว ทำหน้ายักษ์ ไม่พอใจใส่คนแปลกหน้า เพราะมีหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนี้ ได้ก้มลงมามอง แล้วถามว่า...ท่านมาทำอะไรที่นี่ หลวงปู่มั่นตอบว่า คนนี้เป็นญาติกัน พามาชมที่นี่ เพื่อที่จะได้นำเรื่องราวในนี้ไปเปิดเผยสู่สาธารณะชนให้ทราบกัน ว่าเป็นอย่างไร

หลังจากนั้นยักษ์ก็ยิ้ม ซึ่งดูน่ารักมาก สำหรับการที่ยักษ์ยิ้มได้ ยักษ์ได้พูดว่า เชิญครับ เชิญท่านดูให้ทั่วเลย อ.ได้เดินชมจนทั่วอาณาบริเวณทั้งวัน เดินเข้าไปในกุฏิทุกหลัง แต่ละหลังจะก็มีพระนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมอยู่ นุ่งเสื้อสีขาว กางเกงแพร ทุกองค์ เป็นชุดปฏิบัติธรรม เหมือนกับหลวงปู่มั่นด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นหลวงปู่มั่นก็พาอ.กลับเข้าร่างในเวลาหกโมงเช้าดังเช่นทุกวัน




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 16:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060

มา คราวนี้หลวงปู่มั่นพาวัวเทพมาด้วย อ.เทวฤทธิ์ และหลวงปู่ได้ขึ้นวัวเทพ เหาะขึ้นไปข้างบนบริเวณสะพานพระราม 9 เห็นตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทางอยู่ข้างล่าง แล้วเหาะไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปทางจังหวัดอยุธยา ในช่วงนั้นเอง มองลงมาก็เห็นคนที่อยู่ข้างล่าง ชี้ขึ้นมา พูดว่าเห็นวัตถุลึกลับหรืออะไรสักอย่างอยู่ข้างบน... จนกระทั่งถึงจ.อยุธยาชมวัดเก่าๆ อยู่ข้างล่างหลายแห่ง แล้วหลวงปู่ก็ถามว่า จะไปดูอบายภูมิไหม? อ.บอก ก็ไปครับ แล้วเหาะทะลุพุ่งลงไปข้างล่าง

ปรากฏ ว่าเห็นคนตายเยอะแยะเลย ส่วนใหญ่เป็นแผลพุพอง เป็นโรคเอดส์ตายกัน พอรู้ว่าจะได้ไปเกิดใหม่ ก็เดินเข้ามาล้อมรอบตัวหลวงปู่ และอ.กันมากมาย หลวงปู่ท่านบอกให้อ.ยกฝ่ามือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนท่าน เพื่อปล่อยแสงบุญ แสงบารมี ให้กับคนตาย เพื่อคนตายเหล่านี้จะได้ไปเกิดใหม่ ปรากฏว่าเดินแห่เข้ามาเยอะมาก ที่เดินมานี้ ไม่มีใครใส่เสื้อผ้า มีทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เป็นเด็กไม่ค่อยมีนัก อ.จึงพูดว่าคนทำบาปกันเยอะมากนะครับลุง แล้วแผ่แสงออกไป ก็หายวับไปเกิดทีละคน ทีละคน จำนวนเป็นหมื่น เป็นแสน แผ่ไปเยอะมาก จนเหนื่อย อ.จึงบอกว่าพอดีกว่า หลังจากนั้นจึงขี่วัวเทพกลับมาเข้าร่าง หลวงปู่มั่นได้มาส่งที่หน้าต่างบ้าน

ใครที่ทำบาปกรรมไว้ ตายไปก็จะอยู่ในนรก เพื่อชดใช้กรรม ขอให้ทำความดีกันมากๆ ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 4 ก.ค. 14, 17:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปดูอุโมงค์ มิติแห่งกาลเวลา

มี อยู่คืนหนึ่งที่อ.เทวฤทธิ์ได้ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่น ท่านไปพาอ.ไปดูอุโมงค์ลึกลับ ซึ่งมีแสงสว่างส่องออกมาจากอุโมงค์ มองเข้าไปข้างใน จะเป็นลายขดก้นหอย แบบเลขหนึ่งไทย หลวงปู่มั่นท่านบอกว่าเป็นอุโมงค์ข้ามมิติแห่งกาลเวลา ผู้ที่จะไปเกิดใหม่ทุกคน จะต้องเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ ส่วนจะแยกไปทางไหน ไปสวรรค์ นรก หรือโลกมนุษย์ จะเกิดเป็นคน หรือเป็นสัตว์ หรืออะไร ก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่สร้างไว้

อ.ไปพบเห็นมา จึงอยากนำมาเล่าให้ท่านฟัง ก็ขอฝากให้ทุกท่านทำความดีกันมากๆ เพราะไม่รู้ว่าชาติหน้าจะมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ เกิดเป็นมนุษย์ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว ที่มีโอกาสสั่งสมบุญบารมี จึงไม่อยากให้ท่านประมาทในการดำเนินชีวิต

เป็นลักษณะคล้ายในรูปภาพ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 00:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดินไหว5.8ริกเตอร์เหนือเกาะสุมาตราอินโดฯ



สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว เผย เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 5.8 ริกเตอร์ ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ปท.อินโดนีเซีย ห่างจาก จ.ภูเก็ต 678 กม. ไม่มีผลกระทบต่อไทย

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว เปิดเผยว่า เมื่อเวลา16.39 น.ที่ผ่านมา ของวันนี้ (5 ก.ค. 57) ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.8 ตามมาตราริกเตอร์ ที่ความลึก 30 กม. บริเวณทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจาก ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จ.ภูเก็ต ประมาณ 678 กม. จากการรายงานเบื้องต้นไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 09:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คำคมขงเบ้ง...แง่คิดสอนใจสำหรับคนคิดการใหญ่




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิคำคม

คำคมขงเบ้ง...แง่คิดสอนใจสำหรับคนคิดการใหญ่ ที่ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยก็สามารถประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างดี

หากจะเอ่ยถึงวรรณกรรมชื่อก้องโลกล่ะก็...หนึ่งในจำนวนนี้คงจะมีชื่อวรรณกรรมเรื่องดังอย่าง "สามก๊ก" แน่นอน เพราะนอกจากผู้อ่านจะได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีคำคม ปรัชญา และแง่คิดในการดำเนินชีวิตของขงเบ้ง หรือ จูกัดเหลียง ยอดกุนซือผู้ปราดเปรื่องของเล่าปี่ ที่สามารถประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าเป็นศิลปะการใช้คน กลยุทธ์การเป็นผู้นำ จนถึงขั้นมีคำกล่าวว่า "ผู้ใดอ่านสามก๊กจบสามหน คบไม่ได้"

และวันนี้กระปุกดอทคอมก็มีตัวอย่างคำคมขงเบ้งที่แฝงไปด้วยแง่คิดสอนใจดี ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ให้นำไปคิดพิจารณา ปรับใช้กับการดำเนินชีวิตกันค่ะ


เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต

ถ้าคุณหัวเสีย คุณจะเสียหัว

อย่าไล่สุนัขให้จนตรอก อย่าต้อนคนให้จนมุม

อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย

ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น

เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน"

นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ

ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น

จริงคือลวง ลวงคือจริง ถ้าคุณคิดว่าข้าศึกมีทางเลือกเพียง 2 ทาง จงแน่ใจได้ว่าเขาจะเลือกทางที่ 3

ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี

มังกรถ้าไร้หัว หางก็ตีกันเอง ถ้าคานบนเอน คานล่างก็เบี้ยว ถ้าเสาเอกเฉียง เสาโทก็เฉ

คนมองไม่เห็นการณ์ไกล ภัยก็จะมาถึงตัว คนไม่รู้จักตัดไฟ ภัยก็จะน่ากลัว

ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี

ไม้คดใช้ทำขอเหล็กงอใช้ทำเคียว แต่ คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย

เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร

เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลึกใส่ปลีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ

ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น

เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต

ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี

เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้

การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น

ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่

อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น

เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ใช่ หรือ อาจจะ" เขามีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อนักการฑูตพูดว่า "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "ไม่" เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ไม่" เขาไม่ใช่นักการฑูต เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร

เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ไม่" หล่อนมีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "อาจจะ" หล่อนมีความหมายว่า "ใช่ หรือ ได้" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ใช่ หรือ ได้" หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี

คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย

ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต

อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย

ดวงอาทิตย์ทำให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด แต่เรายังต้องทำความเข้าใจในส่วนที่มืด ซึ่งยังคงดำรงอยู่

ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจคอต้อง***มหาญ

ข้าพเจ้ายอมทรยศต่อคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนในโลกทรยศต่อข้าพเจ้า


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นแม่ทัพแล้วไม่กล้าตัดหัวคน เป็นแม่ทัพที่ดีไม่ได้

คนฉลาดปราดเปรื่อง เขานั่งนิ่งสงวนคม

ไม่มีใครเลี้ยงอาหารใครเปล่า ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน

ศัตรูที่ร้ายเหลือ ไม่เท่าเกลือเป็นหนอน

ความรู้ คือ อำนาจ

นั่งภูดูเสือ กัดกัน

เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจึงอย่าประมาท

ถ้าเป็นกษัตริย์ แล้วไม่โลภ ก็เป็นกษัตริย์ที่ดีไม่ได้ ถ้าเป็นนักบวชแล้วโลภ ก็เป็นนักบวชที่ดีไม่ได้

ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นคิ้วของตน

น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำฉันใด เราก็กลายเป็นคนฉลาดในช่วงเวลาลำบากฉันนั้น

อันธรรมดาเกิดมาเป็นชาย เมื่อปรารถนาจะเป็นใหญ่ แม้ได้ดีที่ไหน ก็จะทำการที่นั้น อันจะคิดรั้งรออยู่ มัวแต่กลัวโน่น กลัวนี่ นานไปภายหน้าหากเป็นของผู้อื่นแล้ว จะคิดทำการต่อภายหน้า จะยากลำบากกว่า

ภูมิของคนมิได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่อยู่ที่คุณธรรมและความรู้ ถ้าจะแข่งภูมิกัน ควรจะเอาสองสิ่งนี้มาแข่งกัน ถึงจะชื่อว่าเป็นความยุติธรรม

จะฆ่าไก่ไม่ควรเอามีดฆ่าโคมาฆ่า ทำการสิ่งใดควรให้เหมาะแก่การนั้น

ชายชาติทหาร ยอมตายไม่เสียดายชีวิต ขอเพียงให้ขึ้นชื่อลือชาไว้เป็นพอ

การจะให้อภัยคน กี่ครั้งกี่หนก็ให้อภัยได้ บางคนให้อภัยสิบครั้งไม่กลับตัว แต่เมื่อจะให้อภัยกัน ไยต้องนับจำนวน

การลัดนิ้วมือเดียว ไม่ควรที่จะถกเถียงกันอื้ออึง สิ่งที่จะต้องจัดการภายในเวลาอันรวดเร็ว ต้องจัดการอย่างรวดเร็วที่สุด หากปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน หรือแพร่งพรายให้เขารู้ทั่วกันไปหมด การนั้นก็จะสำเร็จไปไม่ได้

ยอมให้มีการละเมิดกฎหมาย เพียงสักคนคนหนึ่งและครั้งเดียว คนอื่นๆก็จะอ้างสิทธิ์ทำบ้างและหลายครั้ง แม้ว่าการละเมิดกฎจะไม่ดีก็ตาม

นักสู้ไม่คอยโชคชะตา ไม่ปล่อยให้ฟ้าดินเทพยดาเป็นผู้ลิขิต แต่ลิขิตเขียนชีวิตด้วยตนเอง

การแก้แค้นก่อให้เกิดการแก้แค้น การให้อภัยก่อให้เกิดความรักความเมตตา

ชีวิตควรรักษาไว้ทำประโยชน์ เมื่อยังไม่สมควรตาย ก็อย่าเร่งตายไป ต่อให้ถึงที่ตาย หรือถึงคราวตายเสียก่อน แล้วค่อยตายจึงเหมาะสม

เป็นธรรมดาของแผ่นดิน ที่มีแต่ความสงบสุขมานาน จนระเริงหลงสุขกลับทำสิ่งชั่วร้ายของผู้คน ความทุกข์เดือนร้อนก็จะคืบคลานมาเป็นเบื้องต้น แล้วกลายมาเป็นประวัติศาสตร์อันชั่วร้ายของมนุษยชาติ

บ่าวที่ดี ย่อมรับใช้นายถวายชีวิต จงรักภักดีต่อนายมั่นคง ยามนายสุขก็พลอยสบายใจด้วย ยามนายทุกข์ก็ร้อนรนกายใจ ส่วนนายที่ดีย่อมดูแลบ่าวให้สุขสบาย รักษาบ่าวให้ปลอดภัย รักบ่าวเหมือนบุตรของตน

ความดีและความชั่ว สัตว์ไม่ทำร้ายสัตว์ทุกตัว ถ้าคนทำร้ายคนได้ไม่เลือกหน้า คนนั้นเลวกว่าสัตว์

เกิดเป็นคนต้องรู้จักอ่อนน้อม บางครั้งก็ต้องรู้จักยอม เพื่อรักษาชีวิตไว้ สำหรับทำดีที่ดียิ่งกว่า ระวัง! อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า

เกิดเป็นชายชาติทหาร มีหรือจะคิดกลัวการสงคราม คิดเป็นนักการเมือง ก็ไม่ควรกลัวการสาดโคลน

ชีวิตใคร ๆ ก็รักและหวงแหน แต่สิ่งที่เหนือชีวิตนั้นคือธรรม ถ้าจะรักชีวิตก็จงรักความเป็นธรรมด้วย

เกิดเป็นคนในแผ่นดิน ถ้าเอาแต่พิเคราะห์เห็นผู้ใดมีบุญวาสนามาก ก็เข้าไปนอบน้อมเป็นข้าด้วยหวังสุขสบาย โดยไม่พิจารณาถึงผิดถูกชั่วดี จะมีค่าแห่งความเป็นคนที่ตรงไหน

เป็นคนดีมีศีลธรรม คบค้าสมาคมกับโจรผู้ร้าย ใครเขาจะเชื่อถือว่าดี หลักทั่วไปมีว่า คนดีไปสู่คนดี คนชั่วไปหาคนชั่ว

อะไรที่มันมืด ให้รีบหาแสงสว่าง อย่าอยู่ในมุมมืดนาน ๆ มิฉะนั้นจะถึงความอับจน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
www.คําคม108.com, วิกิคำคม


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชาวเกียวโตแตกตื่น ! โทรแจ้งสัตว์ประหลาดโผล่ ที่แท้ซาลาแมนเดอร์ยักษ์




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก community.giffgaff.com

ชาวเกียวโตแตกตื่น โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าพบสัตว์ประหลาดยักษ์ โผล่ริมแม่น้ำคาโมงาวะ ที่แท้ซาลาแมนเดอร์ยักษ์

กลายมาเป็นที่แตกตื่นกันยกใหญ่ หลังมีผู้พบสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ขนาดยาวกว่า 1 เมตร ปรากฎกายขึ้นบริเวณริมแม่น้ำคาโมงาวะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเช้าวันที่ 5 กรกฎาคม 2557 โดย เฟซบุ๊ก Spoon & Tamago เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโตได้รับโทรศํพท์แจ้งจากชาวเมือง ว่ามีผู้พบสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ปีนขึ้นมาจากแม่น้ำคาโมงาวะ ก่อนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าที่แท้สัตว์ประหลาดตัวดังกล่าวนั้นก็คือตัวซาลาแมนเดอร์ยักษ์นั่นเอง ขณะที่ภาพถ่ายและคลิปของซาลาแมนเดอร์ยักษ์ที่หาได้ยากตัวนี้ ได้ถูกส่งต่อและกลายมาเป็นที่ฮือฮาในสื่อออนไลน์ของญี่ปุ่นขณะนี้


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 19:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลานนักสมุทรศาสตร์ชื่อดังทำสติถิอยู่ใต้น้ำ 31 วัน


ภาพของ ฟาเบียง กูส์โต ระหว่างปฏิบัติการภายในเรือดำน้ำอะควอริส (รอยเตอร์)

หลาน “ฌาคส์ กูส์โต” นักสมุทรศาสตร์ชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดัง อยู่ใต้น้ำนาน31 วัน ทำลายสถิติที่ปู่เคยทำไว้ โดยอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรภายในเรือดำน้ำ พร้อมทีมนักวิทยาศาสตร์และนักถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี ตั้งเป้าหมายกระตุ้นคนรุ่นใหม่ใส่ใจและดูแลมหาสมุทรเหมือนที่ปู่เขาเคยทำ

ฟาเบียง กูส์โต (Fabien Cousteau) วัย 46 ปี หลานของ ฌาคส์ กูส์โต (Jacques Cousteau) นักสมุทรศาสตร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส เพิ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ใต้น้ำ บริเวณแนวประการังคีย์ลาร์โก (Key Largo) ฝั่งฟลอริดา สหรัฐฯ นาน 31 วันร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์และนักถ่ายทำสารคดี

รอยเตอร์รายงานว่า กูส์โตผู้หลาน อยู่ใต้น้ำลึก 18 เมตร โดยอาศัยอยู่ภายในเรือดำน้ำ “อะควอริส” (Aquarius) ที่มีความยาว 18 เมตร ร่วมกับ “อะควอเนาต์” (aquanaut) อีก 2 คน และเพิ่งโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2014 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่ใช้เวลาหลายปีในการเตรียมการสำหรับปฏิบัติการดังกล่าวอยู่หลายปี และยังเริ่มปฏิบัติการล่าช้ากว่าที่กำหนด

ถึงแม้ปฏิบัติการดังกล่าวจะประสบความเร็จแต่ระหว่างทางก็เผชิญกับความระทึกด้วยเช่นกัน โดย ดร.แอนดรูว์ แชนต์ซ (Andrew Shantz) นักวิทยาศาสตร์ด้านนิเวศวิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัยฟลอริดาอินเตอร์เนชันนัล (Florida International University) ซึ่งร่วมใช้ชีวิตในเรือดำน้ำดังกล่าวนาน 17 วัน เล่าประสบการณ์ระทึกว่า คืนหนึ่งเครื่องปรับอากาศเกิดหยุดทำงาน และอุณหภูมิก็เพิ่มสูงถึง 35 องศาเซลเซียส และความชื้น 95%

แชนต์ซกล่าวว่าเขายังเห็นปลากรุ๊ปเปอร์ยักษ์ (Goliath grouper) โจมตีปลาบาร์ราคูดา (arracuda) ที่มีฟันแหลมคมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น และเขายังรวบรวมข้อมูลที่ปกติต้องเก็บรวบรวมนานถึง 6 เดือนได้ภายในเวลา 17 วัน จากการเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้

สำหรับการอยู่ใต้น้ำที่นานที่สุดก่อนหน้านี้เป็นสถิติของกูส์โตผู้ปู่ ที่ใช้เวลาอยู่ในใต้น้ำในปี 1963 นาน 30 วัน ภายในเครื่องอำนวยความสะดวกคล้ายๆ กัน โดยดำลึกลงไป 9 เมตรใต้ทะเลแดง


ที่มา: http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9570000075076


โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 23:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุดเจ๋ง! วงดนตรีเด็กประถม เล่นเพลงBalada



วงดนตรีเด็กประถม จากโรงเรียนวัดปุรณาวาส เล่นเพลง Balada ชาวเน็ตแห่ชื่นชมเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทย

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ออย อัปสราวลัย ได้เผยแพร่คลิปวิดิโอการเล่นดนตรีของเด็กเรียนกลุ่มหนึ่ง โดยระบุว่าเป็นนักเรียนจาก โรงเรียนวัดปุรณาวาส ซึ่งทั้งวงดนตรีดูเหมือนจะเป็นเด็กประถมทั้งวง ท่าทางของเด็กๆที่เล่นเต็มไปด้วยความมั่นใจและสนุกสนานไม่มีอาการเคอะเขินแต่อย่างใด แม้ว่านักร้องนำขาจะได้รับบาดเจ็บเข้าเฝือกอยู่ก็ตามนั่นไม่ใช่อุปสรรคในการแสดงความสามารถ เพราะเขาได้แสดงอารมณ์ในการร้องอย่างสนุกสนาน

วงดนตรีเด็กประถม เล่นเพลงBalada
วงดนตรีเด็กประถม เล่นเพลงBalada

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวสังคมออนไลน์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการแสดงที่น่ารักดูแล้วเพลิดเพลิน ไม่น่าเชื่อว่าเด็กวัยนี้จะมีความสามารถเทียบเท่าผู้ใหญ่ การนำคลิปมาเผยแพร่เช่นนี้นอกจากจะเกิดความบันเทิงแก่ผู้ที่รับชมแล้ว อาจทำให้เด็กคนอื่นที่ได้เข้าชมคลิป นำไปเป็นตัวอย่าง และอยากจะเป็นนักดนตรีเหมือนเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเด็กๆก็จะรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำให้เยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติดอีกด้วย



Mthai News

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊คคุณออย อัปสราวลัย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 7 ก.ค. 14, 06:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้องๆห้ามทำแบบนี้....



น.ศ. เครียดติดเอฟ 2 ตัว คว้าปืนจ่อขมับยิงตัวตาย




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

น.ศ. ม.ดังเชียงใหม่ เครียดจัด ติดเอฟ 2 ตัว ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ คว้าปืนจ่อขมับยิงตัวตาย

วานนี้ (5 กรกฎาคม 2557) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุจากโรงพยาบาลแมคคอร์มิคเชียงใหม่ ว่า มีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่ศีรษะเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงรุดไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาล พบศพของ นายเอก (นามสมมติ) อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง จ.เชียงใหม่ พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้น ขนาด .38 มม. เข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า นายเอก ซึ่งกำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายมีอาการเครียด หลังจากผลการสอบออกมาติด F 2 ตัว ทำให้ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ โดยนายเอกได้ขโมยปืนของพ่อจ่อยิงขมับตัวเองเสียชีวิตในห้องนอนที่บ้านพักเมื่อช่วงตี 1 ที่ผ่านมา ด้านญาติได้ยืนเสียงปืนเลยวิ่งขึ้นมาดู จึงรีบนำตัวนายเอกส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 7 ก.ค. 14, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กหญิงวัย 13 หายตัวลึกลับตู้นอนรถไฟ คุมสอบ 3 พนง.



(7 ก.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.นพวงศ์ ได้รับแจ้งจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เกิดกรณีผู้โดยสารที่เป็นเด็กหญิงสูญหายไปอย่างลึกลับบนขบวนรถไฟ ระหว่างเดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี

จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า น้องแก้ม อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดัง ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมญาติที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟขบวนที่ 174 สุราษฎร์ธานี - กรุงเทพฯ ขึ้นโดยสารรถไฟตู้นอนชั้น 1 พร้อมกับพี่สาวและน้องสาว ออกเดินทางตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จนกระทั่งเมื่อรถไฟอยู่ระหว่าง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ จ.เพชรบุรี โบกี้รถไฟที่ น้องแก้ม โดยสารอยู่เกิดไฟฟ้าดับอยู่เพียงโบกี้เดียว เมื่อพี่สาวและน้องสาวของน้องแก้มตื่นขึ้นมาระหว่างเข้าเขต จ.ราชบุรี ก็ไม่พบเห็นน้องแก้มอีก แต่พบร่องรอยการต่อสู้และปลอกหมอนถูกดึง ผ้าห่มหายไป เมื่อขบวนรถไฟเดินทางถึงสถานีรถไฟหัวลำโพงก็ยังไม่พบตัวน้องแก้มเช่นกัน

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังค้นหาตัว น้องแก้ม ทุกโบกี้บนขบวนรถไฟ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด พร้อมกับควบคุมตัวพนักงานรถไฟ 3 คนไปสอบสวน เนื่องจากพบพิรุธมีบาดแผลคล้ายถูกขีดข่วน เบื้องต้นอ้างว่าเกิดการการขนสินค้าขึ้นขบวนรถไฟ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้สั่งอายัดตัวเอาไว้ก่อน

ล่าสุด ทางตำรวจรถไฟได้ประสานกับ ตำรวจท้องที่ ภาค 7, 8 และตำรวจสวัสดิภาพเด็กและสตรีลงพื้นที่ในจุดที่คาดว่าเด็กหายไป เพื่อติดตามหาตัว น้องแก้ม แล้ว พร้อมกับประกาศแจ้งให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส หากพบเห็น น้องแก้ม อายุ 13 ปี ที่สูญหายไปครั้งนี้ด้วย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 7 ก.ค. 14, 15:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่นมีเป็นแสนเป็นล้านๆคน เป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าสัวมีโรงงานมีกิจการเป็นร้อยล้านพันล้านไปอยู่ไหนหมดไม่เห็นมาช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นเลย ทุกคนต้องออกมาช่วยเหลือกันครับทำให้สังคมนี้ดีขึ้นมาช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อหลวงของพวกเราเป็นจิตอาสาคอยช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นครับทุกๆฝ่ายควรเข้ามาช่วยเหลือกันเพื่อให้ลูกหลานเราไม่ลำบากเหมือนกับรุ่นของเราครับ เด็กในวันนี้จะเป็นพลังสำคัญในอนาคตครับขอให้ทุกคนเป็นโพธิสัตว์กันทุกๆคนครับหรือมีจิตเป็นรัฐบุรุษกันทุกๆคนครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 7 ก.ค. 14, 15:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกศิษย์ท่านไปอยู่ไหนหมด ปัจจุบันคงจะหายากมากทีเดียวครับ ได้เป็นคนดีที่อยู่ทั่วไทยและอยู่ทั่วโลกเป็นเศรษฐีใหญ่กันหมดครับ มองหาลูกศิษย์ของอาจารย์มั่นได้ยากมากและบางท่านก็อายุเลย 55 ปีหรือ 60 ปีขึ้นไปแล้วครับ...หากยังอยู่ก็เข้ามาพูดคุยกันได้ครับท่านลูกศิษย์อาจารย์มั่นทุกๆท่านครับ...ขอบุญกุศลจงดลให้ท่านผู้มีบุญแห่งแสงธรรมของท่านนั้นจงปรากฏตัวมาช่วยเหลือสังคมนี้ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไปครับ...เมื่อก่อนผมไม่ทราบว่าท่านอาจารย์พาดวงจิตผมไปทุกที่ทุกแห่งเพราะอะไรแต่ตอนนี้ผมทราบแล้วครับ..ว่าท่านท่านมีจุดประสงค์อะไรที่ท่านพาไปดูและให้ผมช่วยลงเรียกคนดีมีบุญทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจมาเป็นจิตอาสามาช่วยเหลือสังคมนี้สืบไปครับก่อนที่ทุกๆคนจะต้องจากโลกที่เราอยู่นี้ไปครับ..จงดลให้ผมมาเปิดเผยให้ลูกศิษย์ของท่านทราบจุดประสงค์นี้กันทุกๆคนครับ....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 08:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ญี่ปุ่นประกาศเคอร์ฟิวห้าม นร.ใช้โทรศัพท์ 4ทุ่ม-6โมงเช้า



จนท.การศึกษา แนะ น.ร.คาสุกะ ควรหยุดใช้สมาร์ทโฟน ตั้งแต่ 22.00 - 06.00 น. หวั่นใช้อินเทอร์เน็ตมากเกิน

สื่อต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่การศึกษาในเมืองคาสุกะ ของญี่ปุ่น ตั้งกฎให้นักเรียนยุติการใช้สมาร์ทโฟน และส่งให้ผู้ปกครองตั้งแต่เวลา 22.00 - 06.00 น. เพื่อป้องกันตามที่รัฐบาลญี่ปุ่น ได้มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตมากเกิน ในกลุ่มนักเรียนวัย 13 - 15 ปี ทั้งนี้ ยังเป็นการเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนตัวที่อาจรั่วไหลจากการใช้เว็บไซต์ต่างๆ ด้วย ข้อห้ามดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่การศึกษาประชุมหารือร่วมกับผู้ปกครอง พื้นที่คาสุกะ เรียบร้อยแล้ว

ซึ่ง โปสเตอร์และแผ่นพับต่างๆ เกี่ยวกับมาตราการดังกล่าว ได้ถูกส่งไปโรงเรียนมัธยม ถึง 6 เมืองคาสุกะ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #75 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 10:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้องแก้มที่หายตัวไปบนรถไฟ ขณะนี้ได้พบและน้องได้เสียชีวิตไปแล้ว เพราะถูกทำร้ายและถูกโยนจากรถไฟลงข้างทาง...จิตใจทำด้วยอะไรนะ...ขอให้น้องแก้มจงไปอยู่ในสุขคติบนสวรรค์ด้วยเทอญ.....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #76 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 12:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบสิ่งมีชีวิตประหลาด.....



(น้องๆช่วยดูว่าเป็นอะไร..)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #77 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 13:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้ชมช็อก จระเข้น้ำเค็มงับมือพี่เลี้ยง-ลากลงน้ำระหว่างให้อาหาร




จระเข้น้ำเค็มงับมือเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ต่อหน้าผู้ชม โชคดีรอดมาได้

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 เว็บไซต์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ รายงานว่า เกิดเหตุจระเข้น้ำเค็มงับมือเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ระหว่างแสดงโชว์ให้อาหารจระเข้ ที่สวนสัตว์โชเฮเวน ออสเตรเลีย โชคดีมือไม่ขาดจากเหตุการณ์นี้

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายเทรนต์ เบอร์ตัน เจ้าหน้าที่ให้อาหารสัตว์ที่สวนสัตว์โชเฮเวน ในนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย กำลังโชว์การให้อาหารเจ้าจอห์น จระเข้น้ำเค็มความยาว 3.7 เมตร อยู่ภายในกรงจัดแสดง ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวที่จับจ้องมา แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าจระเข้ได้งับมือของเบอร์ตัน ก่อนจะลากเขาลงไปในน้ำ โชคดีที่มันไม่เขมือบเบอร์ตันในตอนนั้น ประกอบกับเขาตะเกียกตะกายเอาตัวรอดด้วย เขาจึงรอดชีวิตมาได้ แถมยังสามารถเดินขึ้นรถพยาบาลได้เองด้วย

อย่างไรก็ดี เบอร์ตันไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นี้ แต่ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้ผู้ชมที่ชมเขาอยู่ในขณะนั้นต่างเสียขวัญไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว



ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/104788
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Shoalhaven Zoo


โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #78 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 13:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่ากัวเตมาลา-เม็กซิโก ดับ 3





ขอขอบคุณภาพประกอบจาก JOHAN ORDONEZ / AFP


แผ่นดินไหว 6.9 เขย่ากัวเตมาลา-เม็กซิโก ดับ 3
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก JOHAN ORDONEZ / AFP

...

แผ่นดินไหว 6.9 แมกนิจูด เขย่าชายแดนกัวเตมาลา-เม็กซิโก ดับแล้ว 3 ราย

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว 6.9 แมกนิจูด บริเวณเขตชายแดนกัวเตมาลาและเม็กซิโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายหลังคาเรือน รวมทั้งมีดินถล่ม

รายงานระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวัดซาน มาร์กอส พื้นที่ชายแดนกัวเตมาลาด้านติดกับเม็กซิโกที่เคยเผชิญกับแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง มีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองทาปาชูลา รัฐเชียปัสของเม็กซิโกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 22 กิโลเมตร มีความลึกประมาณ 60 กิโลเมตร ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายหนักหลายหลัง เกิดดินถล่มในบางพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บาดเจ็บอีก 33 ราย

ด้านประธานาธิบดีออตโต เปเรซ แห่งกัวเตมาลา ได้เปิดเผยว่า เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งเป็นทารกแรกเกิด เสียชีวิตเพราะเพดานโรงพยาบาลถล่มลงมาทับร่างอันบอบบาง ขณะที่ความเสียหายจากแผ่นดินไหวถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ใช่แค่เสียหายเล็กน้อย มีบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายหนัก 41 หลัง

ส่วนทางฝั่งเม็กซิโก ทางการเผยว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุซากปรักหักพังถล่มทับ ในรัฐเชียปัส

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่แถบนี้ เคยเกิแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และครั้งที่รุนแรงล่าสุด คือเหตุการณ์แผ่นดินไหว 7.4 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 ตอนนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 48 ราย


แผ่นดินไหว 6.9 เขย่ากัวเตมาลา-เม็กซิโก ดับ 3
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก JOHAN ORDONEZ / AFP


แผ่นดินไหว 6.9 เขย่ากัวเตมาลา-เม็กซิโก ดับ 3
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก JOHAN ORDONEZ / AFP


ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/104778

โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #79 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 16:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้องๆห้ามเลียนแบบนะ...



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ชาวเน็ตด่ายับ คลิปเสื่อม น.ศ. มหาวิทยาลัยดังฉาว เต้นยั่วโชว์ของลับภายในห้องน้ำสถานศึกษา ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการ

วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้มีการแชร์และส่งต่อคลิปวิดีโอของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง กำลังเต้นประกอบเพลงด้วยลีลายั่วยวนและมีการเผยให้เห็นของลับ จนทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

สำหรับคลิปดังกล่าวถูกอัพโหลดลงหน้าเพจ ม่ายมีรายมาก อยากโชว์~ +18 ซึ่งเผยให้เห็นภาพกลุ่มนักศึกษาเต้นประกอบเพลง ขอใจแลกเบอร์โทร เพลงฮิตของ หญิงลี ศรีจุมพล พร้อมกับตั้งกล้องมุมเงยภายในห้องน้ำสถานศึกษา เพื่อเจาะจงถ่ายให้เห็นของลับอย่างโจ่งครึ่ม

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ปรากฏว่าชาวเน็ตแจ้งให้ลบคลิปเนื่องจากไม่เหมาะสม พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งทำลายภาพลักษณ์และทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างยิ่ง


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #80 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 16:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า ส่อแววยืด เสร็จปี 2559 พร้อมปรึกษาสมาคมวิศวกรรมฯ และสำนักงานอัยการสูงสุด หากสร้างไม่ตรงแบบ

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงประเด็นการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ บริเวณแยกเกียกกายว่า โครงการยังดำเนินการก่อสร้างตามสัญญาอยู่ แต่อาจจะล่าช้าเนื่องจากแผนการก่อสร้างกับแบบการก่อสร้างไม่สอดคล้องกัน ซึ่งทางเราจึงจะต้องขอความอนุเคราะห์จากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและสำนักงานอัยการสูงสุด คอยให้คำปรึกษาว่า หากการก่อสร้างไม่ตรงแบบที่วางไว้ จะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

นอกจากนี้ นายจเร กล่าวอีกว่า ส่วนการก่อสร้างโรงเรียนโยธินบูรณะแห่งใหม่ที่ทำได้ล่าช้านั้น จะไม่ส่งผลต่อการก่อสร้างในภาพรวม เพราะการก่อสร้างสามารถดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ต่อได้ เช่นตัวอาคารรัฐสภาหลักกับตัวอาคารรัฐสภาประกอบ อย่างไรก็ตาม หากสร้างโรงเรียนโยธินบูรณะเสร็จ ก็จะสร้างรัฐสภาส่วนที่เหลือทันที คาดว่าจะเสร็จในทุกขั้นตอนปี 2559 จากเดิมคือต้องสร้างให้เสร็จภายในปลายปี 2558


กระปุกดอทคอม


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #81 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 16:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐสภาเก่าก็ให้นายกนักเรียนเขาใช้ประชุมกันทั่วประเทศก็ดีนะ ทุกโรงเรียนทั่ประเทศ...




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #82 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 16:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

งวดหน้าเลือกตั้งในสภาใช้วิธีรูดบัตรใบเดียวครั้งเดียว ห้ามใชบัตรหลายใบนะจ๊ะหนูๆ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #83 เมื่อ: 10 ก.ค. 14, 11:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไต้ฝุ่นนอกุริถล่มเกาะใต้ของญี่ปุ่น ยอดตายเพิ่มเป็น 3 ศพ




รียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก ALEXANDER GERST / ESA/NASA / AFP ,HANDOUT / NOAA / AFP

ไต้ฝุ่นนอกุริอ่อนกำลังลงแต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ ทำดินถล่มหลายแห่ง ขณะเคลื่อนตัวถล่มเกาะใต้ของญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ไต้ฝุ่นนอกุริเคลื่อนตัวเข้าถล่มเกาะหลักทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในเช้าวันนี้ (10 ก.ค.) หลังจากเพิ่งพ้นผ่านเกาะโอกินาวามาหมาด ๆ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากฤทธิ์ไต้ฝุ่นนอกุริถล่มอยู่ที่ 3 ราย

รายงานระบุว่า ตอนนี้ไต้ฝุ่นนอกุริได้เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ทำให้รถไฟและเครื่องบินถูกระงับการให้บริการ และส่งผลให้มีฝนตกหนัก ลมแรง ไปถึงเกาะฮอนชู เกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น อันเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญอย่างโตเกียวและโอซากาด้วย อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเผยว่า ไต้ฝุ่นนอกุริมีความเร็วลมน้อยลงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา คือมีความเร็วลมสูงสุด 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนความเสียหายล่าสุดจากไต้ฝุ่นนอกุรินั้น มีรายงานว่า บนเกาะคิวชู ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ราว 13 ล้านคน เกิดเหตุดินถล่มในช่วงเช้าวันนี้ (10 ก.ค.) ใกล้กับเมืองอาคุเนะ ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายแน่ชัด

ส่วนบนเกาะฮอนชู ก็มีรายงานว่าน้ำในแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ เพิ่มระดับสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง และมีเหตุการดินถล่มทับบ้านหลังหนึ่งในเมืองนากิโสะ ส่งผลให้เด็กชายวัย 12 ปีที่อยู่ในบ้านเสียชีวิต และนี่นับว่าเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 3 นับจากไต้ฝุ่นนอกุริเคลื่อนตัวถล่มญี่ปุ่น หลังจากที่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย จากจังหวัดโคชิ และจังหวัดคุอัมโมโตะ

อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดการประชุมหารือในเช้าวันนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่นนอกุริแล้ว หลังจากที่มีแนวโน้มว่าหลังจากไต้ฝุ่นลูกนี้ถล่มเกาะคิวชูแล้ว จะเคลื่อนตัวเข้าสู่เกาะต่าง ๆ ของญี่ปุ่นเป็นที่ต่อไป

กระปุกดอทคอม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #84 เมื่อ: 10 ก.ค. 14, 11:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ญี่ปุ่นสร้างกังหันลม Wind Lens ผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม