หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "โรงเรียนของหนู" ตอนที่ 5  (อ่าน 1001 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 09:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"โรงเรียนของหนู" ตอนที่ 5

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"โรงเรียนของหนู" ต้องมีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำปัญญามาช่วยเหลือสังคม



โรงเรียนของหนู เป็นโรงเรียนสีขาวปราศจากอบายยมุขทั้งหลายมีแต่ความรักความเข้าใจเห็นใจกันและกึน และต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของน้องๆทุกๆคนจ้า ขณะนี้คงจะมีนักเรียนครบ 30,000 คนแล้วและจะมีนักเรียนเข้ามาเพิ่มอีกเรื่อยๆ โรงเรียนนี้เรียนฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นจ้า..ขอให้นักเรียนเข้ามาเรียนอย่างเข้าใจและมีความสุขกันทุกคนครับ นี่คือโรงเรียนของหนูๆทุกๆคนครับ...ตามคำขวัญของเรา " ต้องมีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำปัญญามาช่วยเหลือสังคม"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 10:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณครูได้เสนอมาหลายตอนแล้วมีนักเรียนและน้องๆเข้ามาดูมาศึกษาเรียนรู้กันเป็นจำนวนมาก เป็นการสื่อสารกันอย่างเป็นกันเองกับน้องๆหนูๆทั้งหมดร่วม 3 หมื่นกว่าคนแล้ว จะช่วยให้สังคมของเราดีขึ้น ช่วยเสริมให้กำลังใจน้องๆที่อยู่ทั่วประเทศได้มาพบกันณ.ที่แห่งนี้ จะได้สื่อสารกันได้เป็นที่พบปะพูดคุยกันและหากมีข่าวสารเรื่องการศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมภูมิอากาศ พายุ ฟ้าฝน น้ำท่วม แผ่นดินไหว ก็จะมีข่าวนำเสนอให้กับทุกๆคนได้รับทราบร่วมกัน มีเหตุการณ์แปลกๆ รูปแปลกๆ หรือเรื่องอวกาศ จานบินและมนุษย์ต่างดาวก็จะมานำเสนอให้น้องๆและเพื่อนๆทุกคนได้ทราบความเคลื่อนไหวร่วมกันทั้งหมดทุกๆคนได้ทราบกันพร้อมหน้า รวมทั้งธรรมะต่างๆไมาสอนโดยท่านผู้ใหญ่อาจารย์จากสถาบันต่างๆและอริยสงฆ์ทุกองค์เพื่อขัดเกลาจิตใจของพวกเราทุกคน ให้ทำความดีช่วยเหลือสังคมเราให้ดีขึ้นตลอดไปครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 10:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รูปภาพของน้องๆหนูๆจากอินเตอรเนทและที่ส่งเข้าร่วมจะได้รับเกียรติมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมเป็นจิตอาสาร่วมกันครับ ขอบคุณน้องๆหนูๆที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่ดีของเราทุกๆคนและเป็นส่วนหนึ่งของ"โรงเรียนของหนู"ที่มีส่วนร่วมอยู่ทั่วประเทศที่ทุกโรงเรียนสามารถที่จะลิงค์เข้าสู่โรงเรียนของน้องๆทุกๆโรงเรียนที่มีอยู่ทั่วประเทศได้ครับจะได้รับความรู้ในครั้งนี้ร่วมกันทุกๆคนครับรวมทั้งคุณครูอาจารย์ที่อยู่ทั่วประเทศสามารถเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เข้ามาได้ ยินดีต้อนรับคุณครูและอาจารย์ทุกๆคนคนด้วยความยินดีครับและต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกๆท่านที่ให้กำลังใจมาในโอกาสอันดีนี้ด้วยครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 10:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณครูขอแสดงความยินดีกับประธานนักเรียนหรือนายกนักเรียนที่อยู่ตามโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศและได้ตั้งคณะนักเรียนขึ้นมาช่วยกันบริหารโรงเรียนทุกๆโรงเรียนที่มีอยู่ทั่วประเทศ โรงเรียน 1 มีประธานนักเรียนหรือนายกนักเรียน 1 คนพร้อมคณะนักเรียนหรือครม.นักเรียนที่มีอยู่ทุกโรงเรียนทั่วประเทศนายกนักเรียนที่มีอยู่ทั่วประเทศจะได้เรียนรู้การทำงานตั้งแต่เด็กๆเพื่อจะได้เข้าใจการทำงานของผูใหญ่ในอนาคตข้างหน้าได้ครับ..เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้าได้ครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 11:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมต้องขอขอบคุณเว็บต่างที่ได้ให้ความช่วยเหลือและให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดียิ่งที่นำข้อมูลความรู้ต่างๆแก่เด็กและเยาวชนของเราให้มีความรู้อย่างกว้างขวางให้มีความรู้ความฉลาดเฉลียวเป็นแบบอย่างที่ดีในการนำเสนอและช่วยสื่อสารให้เด็กรับรู้กันทั่วประเทศและสามารถลิงค์เข้าถึงโรงเรียนต่างๆและสื่อสารกับนักเรียนทุกๆคนได้ทั้งหมดให้ได้รับความรู้ร่วมกันทุกๆๆๆกคนจะได้เป็นเด็กที่มีความรู้กันทั้งหมดครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 21 ก.ค. 14, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
งานนี้เป็นงานเสียสละทุกคน มีแต่ความมุ่งหวังให้เยาวชนไทยนั้นมีความรักความสามัคคีกันมีความรักใคร่ในหมู่คณะเหมือนลูกเสือไทยที่มีระเบียบวินัยมีคุณธรรมมีความรักใคร่กลมเกลียวกันมีจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือสังคมไทยให้เข้มแข็งและมีคุณภาพมากขึ้นครับ...


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ศธ.ผุดไอเดีย พาสปอร์ตความดี ใช้เข้ามหาวิทยาลัย



ปลัดศธ. ชูไอเดีย พาสปอร์ตความดี ให้เด็กจดความดี ชง ทปอ.ใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกหานักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัย

นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของศธ .ว่าที่ประชุมขอให้ทุกองค์กรหลักศธ.ได้นำนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการไปปฎิบัติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ให้บูรณาการในกิจกรรมการเรียนการสอน หลักสูตร การวัดและประเมินผล โดยได้เห็นชอบให้การจัดทำสมุดพกความดี หรือพาสปอร์ตความดี ของนักเรียนทุกระดับชั้นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พาสปอร์ตความดี

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ได้มีการจดบันทึกความดีสิ่งที่ตนเองได้ทำในทุกวัน ซึ่งเด็กทุกคนจะเขียนความดีที่ตัวเองได้ปฎิบัติในแต่ละวันว่ามีอะไรบ้างลงในพาสปอร์ตความดีโดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูผู้สอบเซ็นรับรองให้

พร้อม สกอ.จะนำเรื่องพาสปอร์ตความดีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน ต่อสู่ระดับอุดมศึกษาด้วย โดยนพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)รับที่จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต่อไป

“ทางลูกเสือ เนตรนารี ก็มีสมุดที่ให้มีการบันทึกความดีอยู่แล้วและที่ผ่านมาสพฐ.เคยทำโครงการดัง กล่าวมาแล้วโดยได้นำร่องทำ ‘นครปฐม’ โมเดล ที่ให้นักเรียนทำคุณงามความดีได้สิทธิในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยใน พื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น แต่ครั้งนี้ ศธ.จะนำมาดำเนินการอย่างจริงจังและขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสอดรับกับนโยบายของ คสช.ที่ต้องการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของคนในชาติ”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลัด ศธ. กล่าวว่าส่วนจะนำเรืองพาสปอร์ตความดีมาเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครเข้าเรียนใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยหรือไม่นั้นถือเป็นแนวคิดที่ดี แต่ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสพฐ.ไปพิจารณาในรายละเอียดกันต่อไป นอกจากเรื่องของสมุดพกความดีแล้วในเร็วๆนี้ ศธ. จะทำความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มหาเถรสมาคม (มส.) จัดการเรียนการสอนธรรมะในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น

เพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนวิชาพระพุทธศาสนา ตามหลักสูตรของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เมื่อเด็กจบหลักสูตรนี้จะได้ประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรีควบคู่กับการจบหลัก สูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถาน ศึกษาต่อไป

MThai News

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พาสปอร์ตความดี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณครูVsนักเรียนสุดเกรียน ต่อรองขอกลับบ้านก่อน (คลิปจากFB)



ชวนอมยิ้ม คลิปคุณครูVsนักเรียนเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน หลายคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน

คลิปจากโซเชียล : ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชวนอมยิ้ม คลิปคุณครูVsนักเรียนเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน หลายคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน

คลิปจากโซเชียล : ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่นักเรียนชายก็ยังพยายามต่อรองกับคุณครูว่า ผมขอกลับบ้านก่อนไม่ไหวจริงๆ แล้วจะให้พ่อแม่โทรมาลาก็ได้ แต่คุณครูก็ยังยืนยันคำเดิมคือให้ไปนอนพัก เพราะไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่านักเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ขอนะ

ซึ่งคลิปนี้ถ้าดูก็เป็นคลิปเด็กนักเรียนเกรียนๆธรรมดาๆ แต่บางคนที่ได้ดูกลับบอกว่าทำให้คิดถึงวัยเรียนที่ได้สนิทกับครูแบบนี้ บางคนก็เคยกวนคุณครูแบบในคลิปเหมือนกัน ก็เป็นคลิปที่ได้ดูแล้วหวนนึกถึงความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง หากใครได้ดูแล้วลองมาแชร์กันบ้างว่าวีรกรรมวัยเรียนสุดเกรียนของคุณมีอะไรบ้าง ?

MThai News

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงในอวกาศ
นักบินอวกาศ



ภาพนักบินอวกาศล่องลอย นอนหรือออกกำลังกายอยู่ในอวกาศนั้น ก่อให้เกิดความเชื่อที่ว่าในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วง คำว่า”ไร้แรงโน้มถ่วง”(zero gravity) นั้นใช้กันในทางการศึกษา แม้กระทั่งในหมู่นักฟิสิกส์และนักบินอวกาศนาซาก็เรียกศูนย์ฝึกนักบินอวกาศจอห์น เกล็นของตนว่า “ศูนย์วิจัยไร้แรงโน้มถ่วง”(zero gravity Research Facility)

แต่ในความจริงนั้น แรงโน้มถ่วงเป็นแรงดึงดูดวัตถุเข้าหากันนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ดวงอาทิตย์ส่งแรงดึงดูดดาวเคราะห์ทุกดวง ดวงจันทร์ดึงดูดโลก แม้กระทั่งแอปเปิ้ลก็มีแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดสิ่งแวดล้อมอยู่เบาๆ ถ้านักบินอวกศเดินห่างออกจากมวลขนาดใหญ่อย่างเช่นโลก แรงโน้มถ่วงจะลดลงแต่มันไม่เคยหายไป แต่ที่นักบินอวกาศลอยได้นั้น เพราะเขาอยู่ในสภาวะตกอย่างอิสระอย่างต่อเนื่องเข้าสู่โลก ซึ่งทำให้เขาไร้น้ำหนัก

นักบินอวกาศไร้น้ำหนัก

ยานอวกาศเองก็อยู่ภายใต้คำอธิบายนี้ ยาวอวกาศนั้นยังคงได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงแต่ด้วยยานอวกาศอยู่ห่างไกลมากพอและบินด้วยความเร็วที่มากพอ จนไม่ถูกดึงลงมายังพื้นผิวโลกและลอยอยู่ได้ สภาวะเช่นนี้คือสถาวะที่เรียกว่า“การตกอย่างอิสระ” สถานะอวกาศนานาชาติ(iss) นั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 27,700 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอจะโคจรรอบโลกโดยไม่ตกลงมา พูดง่ายๆก็คือสถานะอวกาศนานาชาติ นั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากพอจนเคลื่อนที่ขนานไปกับความโค้งของโลกนั่นเอง ส่วนการที่ลูกเรือในสถานีอวกาศนานาชาติรู้สึกเหมือนไร้น้ำหนัก ก็เพราะนักบินอวกาศและสถานีอวกาศ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากัน จึงทำให้ดูเหมือนเป็นอิสระจากแรงโน้มถ่วง

เมื่ออยู่บนโลก ร่างกายของเราถูกดึงเข้าสู่ ผิวโลกด้วยแรง 9.8 นิวตันต่อมวล 1 กิโลกรัม เรียกว่าแรง 1 จี ในสภาวะการตกอย่างอิสระคุณไม่ได้ถูกผลักเข้าสู่พื้นผิว ในยานอวกาศไม่มีแรงต้านของอวกาศด้วย ดังนั้นนักบินอวกาศจึงไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของตัวเอง

ทุกคนรู้สึกถึงสภาวะไร้น้ำหนักได้เสี้ยววินาทีโดยการกระโดดบนเก้าอี้ แต่แรงโน้มถ่วงก็ยังทำงานของมันอยู่

สรุป

กฎแรงโน้มถ่วงยังใช้ได้กับนักบินอวกาศและยาวอวกาศ สภาวะไร้น้ำหนักเกิดขึ้นเพราะสิ่งเหล่านี้กำลังอยู่ในการตกอย่างอิสระ(free fall) อย่างต่อเนื่องนั่นเอง


ที่มา: http://www.flagfrog.com/ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ/


โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 13:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

PAL-V รถยนต์บินได้รุ่นใหม่ในปี 2014


รถยนต์บินได้เป็นความฝันของหลาย ๆ คนมาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ และในปัจจุบัน ก็เริ่มมีผู้พัฒนายานพาหนะรูปแบบดังกล่าวมากขึ้น อย่างเช่น เทอร์ราฟูกีอา (Terrafugia) ที่พัฒนารถยต์ให้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องบินพร้อมเทคออฟภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ซึ่งวันนี้ กระปุกคาร์ก็อยากแนะนำรถอีกรุ่นหนึ่งที่สามารถขึ้นบินไปแตะขอบฟ้าได้เช่นกันครับ

พาหนะดังกล่าวมีชื่อว่า พาล-วี (PAL-V) เป็นพาหนะที่สามารถใช้งานได้ดีทั้งวิ่งบนท้องถนนและบนฟ้า ตัวรถออกแบบให้มีรูปทรงลู่ลม มี 3 ล้อ โดยมีล้อหน้า 1 ล้อ ส่วนล้อหลังสามารถปรับเอนเพื่อเข้าโค้งได้เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ มิติตัวเครื่องยาว 4 เมตร กว้างและสูงเท่ากันที่ 1.6 เมตร ภายในห้องโดยสารรองรับเพียง 2 คนเท่านั้น ตัวเครื่องสามารถดัดแปลงสลับไปมาระหว่างรถยนต์กับเครื่องบินได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อื่นใดเพิ่มเติม


PAL-V

ด้านการขับขี่ใช้เครื่องยนต์กำลัง 230 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดบนพื้นที่ 180 กม./ชม. ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12 กม./ลิตร วิ่งได้ไกลถึง 1,200 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ถัง ส่วนการบินนั้นใช้เทคโนโลยีใบพัดแบบเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยจึงสามารถทำความเร็วได้ดี และมีระยะขึ้นลงที่สั้นกว่าเครื่องบินทั่วไป โดยทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม. ใช้ระยะเทคออฟ 165 เมตร ระยะทางลงจอด 30 เมตร และบินได้เป็นระยะทางสูงสุด 500 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ผู้ผลิตยังไม่ได้ประกาศราคาและช่วงเวลาจำหน่ายของพาหนะสุดล้ำดังกล่าว ใครที่สนใจก็ต้องอดใจรอกันสักหน่อยนะครับ





โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 13:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รถบินได้รุ่นใหม่..จ้าน้องๆทุกๆคน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 13:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความลึกลับของหลุมดำ
หลุมดำ



หลุมดำเป็นที่ซึ่งมองไม่เห็นในอวกาศและเป็นที่ที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมหาศาล เกิดจากการยุบตัวลงของดาวขนาดใหญ่

ในศตวรรษที่ 20 นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบความลึกลับของพื้นที่มืดในอากาศว่า มีแรงดึงดูดที่สามารถดูดทุกสิ่งทุกอย่างไม่ให้กลับออกมาได้เว้นแม้แต่แสง ดังนั้นจึงไม่มีที่แสงส่องออกมาจากบริเวณนี้ จึงเรียกว่า “หลุมดำ” (Black Hole)

นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ คาร์ล ชวาร์ลชายด์ ได้ยืนยันในปี ค.ศ. 1907 ว่า หลุมดำมีอยู่จริง เขาได้ให้ความเห็นว่า หลุมดำเป็นผลมาจากซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่มี มวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึงอายุขัยแล้ว สสารที่เคยประกอบกันเป็นดาวนั้นได้ถูกอัดด้วยแรงดึงดูดของตนเองจนเหลือเพียงมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่านิวเคลียสของอะตอมเดียวเรียกว่า “เอกภาวะ” เนื่องจากสสานี้ถูกอัดแน่นมาก แรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจึงมีพลังงานมหาศาลพื้นที่โดยรอบเอกภาวะจะมีแรงดึงดูดที่ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ พื้นที่ดังกล่าวซึ่งมีเส้นผ่านศุนย์กลางไม่กี่กิโลเมตรนั้นก็คือ “หลุมดำ” นั่นเองครับ



หลุมดำ



นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ว่าทฤษฎีดังกล่าวข้างต้นเป็นจริงตามหลักการของทฤษฎีสัมพันธภาพ ลองนึกดู ดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ขนาดก็จะคงที่เพราะมีแรงกระทำ 2 แรง คือ แรงขยายที่เกิดจากอุณหภูมิที่สูงมากซึ่งจะขยายของวัตถุของดวงดาวออกไปและแรงดึงดูดมหาศาลที่มักจะทำให้สสารของดวงดาวหดตัว หลังจากผ่านไปหลายพันล้านปีเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะลดลงทำให้อุณหภูมิแกนแลางลดลง ดังนั้นแรงดึงดูดจะมากกว่าแรงขยาย จาากนนั้นดวงดาวจะค่อยๆดับลงในกระบวนการนี้ อะตอมในดวงดาวจะแตกออกเป็นอิเล็กตรอน โปรตรอนและนิวตรอน ดวงดาวจะมีขนาดเล็กลงจากเดิม 100 เท่า ดังนั้นแรงดึงดูดจากช่วงนี้ก็จะสูงจากแรงดึงดูดเดิม 10,000 เท่า หากแรงดึงดูดมีมากกว่าแรงผลักระหว่างอิเล็กตรอน ดาวจะเริ่มหดตัวต่อไป อิเล็กตรอนและโปรตรอนจะรวมกันเป็นนิวตรอน ในขั้นนี้เรียกว่า “ดาวนิวตรอน” ซึ่งขนาดจะเล็กลง 500 เท่า และมีแรงดึงดูดจากเดิม 1 พันล้านเท่า แสงที่ปล่อยออกมาก็จะมีพลังงานลดลงตามไปด้วย

เมื่อมีสิ่งใดเข้าไปใกล้หลุมดำมากเกินไป สิ่งนั้นก็จะถูกดูดหายเข้าไปภายใน แล้วถูกบดอัดจนกลายเป็นเอกภาวะเช่นกัน ไม่มีพลังใดที่จะขัดขวางสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ แม้กระทั่งแสงก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจากหลุมดำไปได้ ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ได้พบหลุมดำในเอกภพแล้วอย่างน้อย 6 แห่ง


ที่มา: http://www.flagfrog.com/ความลึกลับของหลุมดำ/

โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 22 ก.ค. 14, 13:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลุมดำที่อยู่ตรงกลาง..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 06:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(22 ก.ค.) กลุ่มผู้ปกครองเด็ก จำนวนกว่า 60 คน เข้ารับฟังคำชี้แจงของนายพุทธิวัฒน์ ใจสูง นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยวม และนางแพรนภา ธรรมเนียมต้น ผอ.โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่ยวม ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

จากกรณีที่ครูในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่ยวม ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครูประจำชั้นห้องอนุบาล 2 ลงโทษ เด็กชายโต้ง (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โดยการใช้ไม้บรรทัดเหล็กเลื่อยใบหูซ้ายจนเลือดอาบ เย็บ 5 เข็ม และถูกนำเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กอย่างกว้างขวาง โดยที่ทางพ่อ แม่ ไม่ติดใจเอาความ แต่ผู้ปกครองส่วนหนึ่งกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกร้องให้มีการสอบสวนเอาความผิดทั้งทางวินัยและอาญา และไม่ให้เข้ามาสอนในโรงเรียนอีก

นางแพรวนภา ธรรมเนียมต้น ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ครูคนดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการทดลองงาน สอบบรรจุเข้ามาได้ประมาณ 2 ปี แต่ยังไม่ผ่านการประเมิน และที่ผ่านมาถูกผู้ปกครองนักเรียนร้องเรียนมาแล้วหลายครั้งว่ามีพฤติกรรมที่ลงโทษเด็กนักเรียนค่อนข้างจะรุนแรง ทางโรงเรียนเองก็ได้กล่าวตักเตือนมาแล้ว 2 ครั้ง พร้อมกำหนดโทษไว้แล้ว เจ้าตัวรับว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ครูรายนี้ลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรงเกินกว่าเหตุและปฎิเสธการกระทำดังกล่าว ดังนั้นเพื่อหาข้อเท็จจริงและความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทางโรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาจะดำเนินการสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนต่อไป

ด้าน นายพุทธิวัฒน์ ใจสูง นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยวม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ออกคำสั่งให้ครูรายนี้ ไปช่วยงานด้านพัสดุ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยวมแล้ว พร้อมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ร่วมกับทางศูนย์ประชาบดี สอบหาข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ในเบื้องต้นนี้ ครูรายนี้ ให้การปฏิเสธ อ้างว่าในช่วงเกิดเหตุตนไปเข้าห้องน้ำ พอกลับออกมาพบว่า เด็กชายโต้ง มีบาดแผลที่ใบหูและเลือดอาบ ขณะที่เด็กนักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกันพูดตรงกันว่าครูประจำชั้นเป็นคนทำร้าย เด็กชายโต้ง จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ขอบคุณที่มาจาก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 08:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เช้านี้มาเรียนเรื่องพุทธศาสนากันนะน้องๆทุกๆคน..


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 08:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีหลักฐานว่า พุทธศาสนา น่าจะเกิดในไทยหรือประเทศใกล้เคียงมากกว่าในอินเดีย



ปล. เอามาจากเว็บอีกทีนะครับ น่าสนใจ อ่านเอานะ ใครมีหลักฐานอื่น ก็ ขอด้วยนะคราฟ



วันนี้ผมได้เอกสารชุดนึงมา ซึ่งมีข้อมูลที่อ่านแล้วดูน่าสอดคล้องกับความเป็นจริงได้มากกว่า ว่าเมืองไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดพุทธศาสนามากกว่าในอินเดีย

โดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ก็เคยสงสัยเหมือนกัน ว่า ถ้าเกิดในอินเดียจริง ทำไมคนอินเดียไม่ได้นับถือพุทธเป็นหลัก กลับเป็นคนไทย ลาว พม่า จีน หรือประเทศใกล้ไทย
แล้วภาษาหรือวัฒนธรรมต่างๆ ของเราก็สอดคล้องกับพุทธประวัติมากกว่า ประการสุดท้ายคือ ผมไม่เห็นลักษณะของคนอินเดียที่จะตรงกันกับในพุทธประวัติได้เลย ไม่ว่าจะความนอบน้อม บุคคลิกลักษณะ ผิวพรรณ (ส่วนใหญ่มีแต่ดำ ซึ่งในพุทธประวัติ กล่าวถึงคนผิวสีทองหรือขาวมากกว่า) นิสัย (ไม่ซื่อสัตย์ หลอกลวง เอาเปรียบ ตระหนี่) ภาษา ความเชื่อ ศาสนา อาหารการกิน



เคยอ่านเจอมาว่า หลักฐานต่างๆ ในอินเดีย ถูกจัดทำขึ้นใหม่โดยกลุ่ม(ประเทศและศาสนา) ที่ต้องการบิดเบือนหลักฐานทางพุทธศาสนาในบ้านเรา เนื่องจากแต่ครั้งโบราณกาลมาเมื่อมีการเผยแพร่ศาสนา(อื่น)เข้ามาในแถบนี้ ปรากฏว่าพุทธศาสนิกชนในแถบบ้านเราโดยเฉพาะในประเทศไทยยึดมั่นในพระพุทธศาสนามาก ยากต่อการชักชวนให้เข้ารีต และยากต่อการเข้าครอบงำและปกครอง ซึ่งต้องใช้แผนทำลายที่ศาสนาก่อนที่จะเข้ายึดครอง จึงเป็นที่มาของการสร้างหลักฐานใหม่ๆ ที่อินเดียขึ้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 08:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงๆ แล้วสถานที่ต่างๆ ที่มีระบุไว้ในพระไตรปิฎกนั้น ตรงตามลักษณะภูมิประเทศและตรงตามชื่อเรียกในท้องถิ่นของไทยมากมาย ลองหาอ่านดูได้จาก http://www.life-alonguniversity.com/buddhabirthplace/

เรื่องนี้ ชาวอินเดียบางคนที่เขาศึกษาเรื่องวัฒนธรรมของเขาจริงๆ เหมือนจะรู้อยู่แก่ใจดี หลายปีก่อน ดิฉันถูกเพื่อนชาวอินเดียถามถึงเรื่อง buddha birthplace ที่เมืองไทย ว่ารู้เรื่องนี้ไหม ถ้ามีหนังสือหรือบทความใดที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยส่งไปให้เขาหน่อย ตอนนั้นเรายังเบาปัญญาในเรื่องนี้มาก จึงไม่ค่อยรู้เรื่อง จนหลายปีต่อมาได้มาอ่านเจอจากในลิ้งค์ที่ให้มาด้านบน จึงพอกระจ่างใจในเรื่องที่เพื่อนถาม

อีกเรื่องที่ทำให้ดิฉันค่อนข้างเชื่อว่าพุทธศาสนาเกิดในเมืองไทยก็คือ คำพูดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่มีการถ่ายทอดกันต่อๆ มาก ว่า

"มีคนสงสัยว่า หลวงปู่มั่นเคยไปอินเดียเพื่อสักการะสังเวชนียสถานทั้งสิ่ หรือไม่ ก็มีการยืนยันว่า ท่านไม่ไปเพราะไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้า ประสูติใน อินเดีย แต่ท่านเคยไปพม่า ตามที่อาจารย์มุตโตทัยบันทึกไว้ (หน้า ๖๔) ท่าน บอกว่า ที่พม่าไม่ค่อยมีผู้ปฏิบัติที่จะได้ถึงอริยมรรค "...คงมี็แต่ตาผ้าขาว ที่ท่านอยู่จำ พรรษาด้วยเท่านั้นไ้ด้มรรคที่ ๓ ซึ่งไม่เหมือนเมืองไทย (ผู้ได้อริย มรรค)มีมาไม่ขาดขาย เกิดจากการปฏิบัติบ้าง จุติจากสวรรค์มาบ้าง เพราะไทย คือ ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ต่างประเทศที่ ไม่อยู่ในแวดวง พระพุทธศาสนา (ก็)ยิ่ง ห่างไกลออกไปเพราะอยู่นอกวงจรนอกแวดวง (คงเหมือนกับต้นไม้ เมืองหนาว นำไปปลูกในเมืองร้อน ไม่ได้-บก.)

...หลวงปู่พูดทีเล่นทีจริงว่า พวกที่ไปสอนพระพุทธศาสนาให้ฝรั่งนั้น สอนให้เขาเป็นอะไร จะสอนจนได้ สำเร็จมรรคผลนั้นเป็นไปไม่ได้ดอก เพราะเป็นพาหิราประเทศ (พาหิรา หมายถึงภายนอกหรือนอกวง-บก.) คนไทยเราก็พอสอนได้ โอกาสได้ มรรคผลมี เพราะอยู่ใน วงศ์พระพุทธ ศาสนา มีบารมีอันเคยอบรม สั่งสมมาแล้ว ท่านหลวงปู่ว่า..." หลวงพ่อมุตโตทัยกล่าว.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ทิ้งกัน!! หนูน้อยวัย 7 ขวบ ขายน้ำมะนาวช่วยเพื่อนที่ป่วย


หนูน้อยวัย 7 ขวบ ขายน้ำมะนาว รวบรวมเงินจำนวน 24,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 770,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายค่าผ่าตัดให้เพื่อนตัวน้อย


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนูน้อยวัย 7 ขวบรายหนึ่ง ยอมลงทุนออกมาขายน้ำมะนาวทำเอง เพื่อหาเงินกว่า 24,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 770,000 บาท ไปจ่ายค่าผ่าตัดที่แสนแพงให้กับเพื่อนรักวัย 7 ขวบของเขา โดยหนูน้อยได้พ่อและแม่มาคอยช่วยทำการโปรโมทและโฆษณาน้ำส้มให้ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งหลังจากที่คนได้เห็นการขายน้ำมะนาวของหนูน้อยรายนี้ ก็ต่างแห่แหนร่วมเข้ามาซื้อและบริจาคเงินจำนวนมาก

หนูน้อยวัย 7 ขวบ กล่าวว่า หลังจากที่ผมรู้ว่าเพื่อนของผมจะต้องไปผ่าตัดที่อเมริกา และยังจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมากถึง 20,000 ดอลลาร์ (640,000 บาท) ผมก็รู้สึกอยากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเขา

"เมื่อผมกลับถึงบ้าน ผมก็บอกแม่กับพ่อว่า ผมอยากทำน้ำมะนาวขายเพื่อที่จะรวบรวมเงินไปช่วยเหลือเพื่อน โดยเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมต้องทำแบบนี้นั่นก็เพราะ เขาเป็นเพื่อนของผม" หนูน้อย 7 ขวบ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อนของหนูน้อยนั้น ป่วยเป็นโรคสมองอัมพาต และเขาต้องทนกับความเจ็บปวดอยู่เสมอ เวลาที่เขาต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อให้กลับมาเดินได้ แต่ในตอนนี้ พ่อของเขาบอกว่า เขาสามารถหายได้ โดยเขาสามารถไปผ่าตัดได้ที่นิวเจอร์ซีย์ และถ้าเขาผ่าตัดสำเร็จ เขาจะสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยปราศจากที่รัด หรือไม้ค้ำได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อนของหนูน้อยวัย 7 ขวบนี้ มีกำหนดการการผ่าตัดในเดิอน ส.ค. ที่จะถึงนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 11:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ทิ้งกัน!! หนูน้อยวัย 7 ขวบ ขายน้ำมะนาวช่วยเพื่อนที่ป่วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 13:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาวน้อยอวกาศ คนแรกของไทย




หนึ่งเดียวของไทย พิรดา เตชะวิจิตร์ ฝันให้ไกลไปให้ถึงอวกาศ

อวกาศไม่มีอากาศ...แต่มีโอกาส THERE IS NO AIR IN SPACE BUT OPPORTUNITY

นางสาวพิรดา เตชะวิจิตร์ ชื่อเล่น มิ้ง เกิดเมื่อวันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2527 ปัจจุบันอายุ 29 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดลำปาง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และได้รับทุนการศึกษาภายใต้ THEOS Operation Training Program (TOTP) ของโครงการพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทย หรือดาวเทียมไทยโชต เดินทางไปศึกษาต่อด้านดาวเทียม ณ ประเทศฝรั่งเศส จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิศวกรรมอวกาศ จากสถาบัน ISAE จากนั้นได้เข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งวิศวกร ฝ่ายควบคุมดาวเทียม ศูนย์ปฏิบัติการดาวเทียมธีออส (ในขณะนั้น) ปัจจุบันปฏิบัติงานในตำแหน่ง นักพัฒนานวัตกรรม สำนักพัฒนาอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)


นางสาวพิรดา เตชะวิจิตร์ ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ AXE Apollo Space Academy ผ่านช่องทางการแข่งขันรายการ “แฟนพันธุ์แท้ Apollo” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งออกอากาศเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2556 โดยในรายการต้องตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติการบินของยานอวกาศ Apollo และนักบินอวกาศของยานดังกล่าว ซึ่งนางสาวพิรดา เตชะวิจิตร์ สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ชนะการแข่งขันเป็นแชมป์แฟนพันธุ์แท้ Apollo และได้รับสิทธิ์ให้เป็น 1 ใน 3 คนไทยที่ได้เข้าร่วมโครงการ AXE Global Space Camp ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนธันวาคม 2556 และได้ประกาศผู้ชนะที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ จำนวนทั้งสิ้น 23 คน โดยนางสาวพิรดา เตชะวิจิตร์ เป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้


นางสาวพิรดา เตชะวิจิตร์ มีกำหนดขึ้นบินในช่วงต้นปี พ.ศ. 2558 โดยออกเดินทางจาก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยยานอวกาศลิงซ์ มาร์ค ทู (LYNX MARK II) ความเร็ว 3,552 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะใช้เวลาในการทะยานจากพื้นดินขึ้นสู่อวกาศประมาณ 3 นาที 30 วินาที บนความสูง 103 กิโลเมตรจากพื้นผิวโลก ใช้เวลาในการบินเที่ยวละประมาณ 1 ชั่วโมง และอยู่ในห้วงอวกาศประมาณ 6 นาที


ที่มา: http://youtu.be/bi8jtnPY4cc?list=PLDBMGt7Gw6JAJCxlq6Ka77PHVSRa63Ptj
https://www.facebook.com/YouthSpaceCamp


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลื้ม! เด็กอนุบาลพิษณุโลกทำดี- น้องไนซ์เก็บเงิน 3 หมื่นคืนเจ้าของ
22 ก.ค. นายมนัส ช่วยเพ็ญ ข้าราชการครูบำนาญ ร.ร.สวรรคอนันต์วิทยา ได้เดินทางไปที่โรงเรียนโรจนวิทย์มาลาเบี่ยง ถ.สนามบิน อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อแสดงความชื่นชม ด.ญ.ชิตาภา เนียมสุภาพ เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3.4 วัย 5 ขวบ และขอบคุณนางพัชรมัย เนียมสุภาพ มารดาอย่างเป็นทางการ หลัง ด.ญ.ชิตาภา เก็บเงินได้จำนวน 30,000 บาท ภายในลานจอดรถโรงเรียนแล้วนำส่งให้ครูเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งครูประกาศตามหาเจ้าของจนพบ

นายมนัสเปิดเผยว่า บ่ายวานนี้ (21 ก.ค.) ตนมารับหลานที่โรงเรียนฯ และนำเงินจำนวน 30,000 บาทที่เตรียมไว้ใช้หนี้ใส่ถุงพลาสติกแล้วใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้นไว้ พอถึงโรงเรียนก็จอดรถยนต์ในลานจอดรถ บังเอิญใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกงจนเงินหาย พอรู้ตัวว่าเงินหายก็เป็นกังวล หาไม่เจอ

กระทั่งเวลาผ่านไปได้ยินเสียงครูประกาศเสียงตามสายว่าเด็กนักเรียนคนใดทำสตางค์ตกไว้ให้มาติดต่อรับคืนได้ที่ห้องธุรการ ตอนนั้นส่วนหนึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นเงินของตนที่ทำตกไว้ จึงไปติดต่อที่ห้องธุรการ เพื่อขอรับเงิน 3 หมื่นบาท

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 13:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายมนัสเผยอีกว่า ตนพยายามติดต่อผู้เก็บเงินได้ คือน้องไนซ์ และคุณแม่ บังเอิญวานนี้กลับบ้านไปก่อน จึงเดินทางมาที่โรงเรียนโรจนวิทย์มาลาเบี่ยงอีกครั้งในวันนี้ เพื่อชื่นชมน้องไนซ์ เพราะแสดงให้เห็นว่ามีคุณธรรม ได้รับการปลูกฝังการทำดีจากบิดา มารดา และคณะครูโรงเรียนโรจนวิทย์มาลาเบี่ยง สมควรประกาศยกย่องให้ทราบทั่วกัน

ด้านน้องไนซ์บอกว่า เห็นเงินตกอยู่ในลานจอดรถจึงไปเก็บมา และนำไปให้แม่ คุณแม่ก็นำไปให้ที่ห้องธุรการ คุณครูเคยสอนว่าไม่ให้เอาของคนอื่นไปเป็นของตนเอง

นางพัชรมัย เนียมสุภาพ มารดาของน้องไนซ์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นแม่บ้านที่วิทยุการบินพิษณุโลก มีลูก 3 คน น้องไนซ์เป็นลูกคนเล็ก วานนี้น้องไนซ์บอกตนตลอดทางว่ามีเงินตกอยู่เยอะมาก ตนก็ไม่เอะใจ กระทั่งพาน้องไนซ์ซ้อนรถจักรยานยนต์ น้องไนซ์ยังย้ำอีกว่าเงินเป็นปึกเลยนะแม่ ตนจึงให้ลูกคนโตพาน้องไนซ์ไปยังจุดที่พบเงิน และเก็บเงินมาให้ตน ก็พบเป็นแบงก์พันบาทจำนวนมากใส่ไว้ในถุงพลาสติก จากนั้นตน และน้องไนซ์ จึงนำเงินที่เก็บได้ไปมอบให้คุณครูห้องธุรการประกาศตามหาเจ้าของ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 23 ก.ค. 14, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาเคารพธงชาติเช้าวันเดียวกัน ทางโรงเรียนและคุณครูประจำชั้นประกาศชื่นชมคุณงามความดีของน้องไนซ์ พร้อมกับเล่าถึงความมีคุณธรรมของน้องไนซ์ที่เก็บเงินได้ท่ามกลางเสียงปรบมือจากนักเรียนทั้งโรงเรียนด้วย


ที่มา: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000082889


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม