หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สาวๆ ระวังใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิว  (อ่าน 210 ครั้ง)
Guest
โจโจ้
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 ก.พ. 16, 16:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิว ไม่ได้หมายความว่าแพทย์ทุกคนจะเลือกใช้ยาคุมกำเนิดเป็นอันดับแรก แต่จะต้องพิจารณาและวินิจฉัยในหลายๆ ด้าน แนะดูแลผิวพรรณให้ถูกวิธี และควรปรึกษาแพทย์
สาวๆ สมัยนี้ต่างก็อยากมีผิวขาวใส ไร้สิว ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน แต่เคยได้ยินเรื่องของการกินยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันสิวไหม วิธีนี้จะช่วยได้จริงหรือไม่ แล้วปัญหาเรื่องผลข้างเคียงมีไหม ประเด็นนี้เป็นกระแสฮอตฮิตที่มาแรงในหมู่ผู้หญิงแท้ ผู้หญิงเทียม ต่างก็ยกขบวนแห่ซื้อยาคุมกำเนิดมากินกันอุตลุด หวังผลพลอยได้ที่จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไร้สิว หน้าใส ใบหน้าดูดีเกลี้ยงเกลา แถมหน้าอกหน้าใจ ยังตู้มสะโพกผายทอร์นาโดอีกด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ยาคุมกำเนิดกับการดูแลผิวพรรณ ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ออกโรงมาให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าว
ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ กล่าวว่า ยาคุมกำเนิดมีหลายประเภท ซึ่งมี เอสโตรเจน (estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (progesterone) เป็นส่วนประกอบแตกต่างกันไปตามประเภทของยาคุมกำเนิด แม้ว่าร่างกายได้รับฮอร์โมน เอสโตรเจนจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แต่ถ้าได้รับมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดฝ้า และมะเร็งเต้านมได้ การใช้เอสโตรเจนเดี่ยวๆ ก็มีผลทำให้ผนังมดลูกหนาตัวมากไป ทำให้โอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งทางระบบสืบพันธุ์ รวมทั้งเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม สูงขึ้น ส่วนโปรเจสเตอโรน เป็นตัวที่เป็นแอนตี้ แอนโตรเจน ตัวนี้ทานเข้าไปจะเกิดการคั่งของน้ำ บวมน้ำ สังเกตว่าเวลามีประจำเดือน จะรู้สึกว่าตัวเรา เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล หน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผาย เพราะว่าน้ำคั่งขึ้นมานั่นเอง ฉะนั้นจะพูดว่า ทานยาคุมแล้วผิวเปล่งปลั่งก็ไม่ได้ หรือจะบอกว่าทานยาคุมแล้วรักษาสิวก็ไม่ได้ ทานยาคุมแล้วจะเกิดฝ้าก็ไม่ใช่ หรือทานยาคุมแล้วอ้วนก็ไม่ถูก อันนี้แล้วแต่ชนิดของยาคุมด้วย ซึ่งยาคุมกำเนิดบางชนิดตอบสนองได้ดีกับสิวที่เกิดจากฮอร์โมน
"เราต้องสังเกตด้วยว่าคนไข้มีสิวเกิดจากอะไร เกิดจากฮอร์โมนหรือไม่ เพราะการเกิดสิว มีสาเหตุ หลายอย่าง เช่น เกิดจากต่อมไขมันทำงานเยอะ เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจนมา กระตุ้น และมีการอุดตันที่ผิวหนัง แบคทีเรีย P.acne เพิ่มจำนวน เข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเราจะสังเกตว่าคนไข้มีสิวจากฮอร์โมนหรือไม่นั้น ข้อสังเกต คือสิวมักจะเห่อทุกรอบเดือนช่วงประจำเดือนมา จะมีสิวมาก พอประจำเดือนหมดสิวก็ยุบ สิวพวกนี้จะตอบสนองจากฮอร์โมนค่อนข้างดี หรือผู้ที่มีลักษณะของฮอร์โมนเพศชายเยอะ มีหนวด ขนยาว จะไม่ค่อย ตอบสนองกับการรักษาทั่วไป ประจำเดือนไม่ปกติ อาจจะ เป็นถุงน้ำในรังไข่ Polycytic ovarian syndrome (PCOS) กลุ่มนี้ก็ตอบสนองต่อยาคุมดี"
ผศ.พญ.สุวิรากร กล่าวต่อว่า เรื่องที่จะทำให้มีผิวขาวใส ไม่มีสิว อยู่ที่การดูแลเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้ครีมกันแดด สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิว สวมหมวก หรือกางร่มช่วยกันแดด รับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงๆ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่มีผู้สูบบุหรี่
เยอะ ดูแลระบบขับถ่าย ให้ปกติ ก็จะมีผิวสวยใสได้ โดยไม่ต้องใช้ยาคุม
"ยาคุมกำเนิด มีข้อบ่งชี้ที่ทำมาเพื่อคุมกำเนิด แต่ผลข้างเคียงที่มีประโยชน์คือ ช่วยรักษาสิวลดอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนทานได้ กลุ่มคนที่ไม่ควรยุ่งกับยาคุมกำเนิดเลย คือคนที่มีโรคประจำตัวประเภทโรคเลือดที่มีการแข็งตัวผิดปกติ คนที่เป็นไมเกรนแบบมากๆ โรคตับ โรคไต มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก คนที่ตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นไม่ควรเสี่ยงซื้อยาคุมกำเนิดกินเองควรปรึกษาแพทย์ก่อน" สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าว
ส่วนการใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิวนั้น ไม่ได้ความว่าแพทย์ทุกคนจะเลือกใช้ยาคุมกำเนิดเป็นอันดับแรก แต่จะต้องพิจารณาและวินิจฉัยในหลายๆด้าน เช่น คนไข้อยากจะคุมกำเนิดอยู่แล้ว และมีลักษณะเพศชายเยอะ มีสิวขึ้นทุกรอบเดือน ใช้ยาทา และกินยาปฏิชีวนะก็ไม่ดีขึ้น จึงจะให้กินยาคุมกำเนิด แต่การกินยาคุมนั้นจะไม่เห็นผลว่าสิวยุบในเดือนแรก ต้องใช้ยาคุมกำเนิดไปสัก 2-3 เดือน จะเห็นว่าสิวเริ่มลดลง ผิวดีขึ้น เพราะต่อมไขมันจะค่อยๆ ทำงานน้อยลง ดังนั้น หน้าจะมันน้อยลงด้วย แต่มีข้อเสียที่น่ากลัว คือถ้าทานแล้วหากเกิดการตั้งครรภ์โอกาสที่เด็กจะพิการมีค่อนข้างสูง หากทานอยู่และอยากจะตั้งครรภ์ต้องหยุดกินอย่างน้อย 1 เดือน และยังมีผลข้างเคียงต่อระบบต่างๆ ในร่างกายด้วย จึงจัดอยู่ในพวกยาอันตราย ต้องจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น
แม้ยาทุกชนิดจะถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลข้างเคียงหรือผลเสีย หากใช้ยานั้นไม่ถูกต้อง การใช้ยาคุมกำเนิดก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะแบบไมเกรน ยาคุมกำเนิดบางชนิดทำให้สิวเห่อขึ้นได้ บางชนิดเป็นฝ้า บางคนทานแล้วประจำเดือนมา กะปริดกะปรอย โดยเฉพาะที่ผู้ที่ทานยาไม่ครบ บางคน ทานยาคุมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวลมากขึ้น เป็นผลมาจาก โปรเจสโตเจนสูง อาการข้างเคียงที่รุนแรงแต่พบไม่บ่อย คือเส้นเลือดอุดตัน Deep vein thrombosis และมีโอกาส เป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานยาคุมกำเนิด
ผศ.พญ.สุวิรากร กล่าวทิ้งทายเพื่อเตือนสติ คนรักสวยรักงามว่า ผู้บริโภคที่มีปัญหา สิว ผิวพรรณ คิดจะซื้อยาคุมกำเนิดมาทาน เพื่อหวังผลให้สิวหาย ผิวพรรณสดใส จึงเป็นความคิดที่ผิด และเป็นอันตรายอย่างมาก การดูแลผิวพรรณให้ถูกวิธี หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรงจะเป็นหนทางที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด หรือแม้แต่การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็เช่นกัน ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยามากินเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์

ขอขอบคุณข้อมูลจากthaihealth.or.th

Report by www.livcapsule.com

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม