หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: 5 เหตุผลที่ Connected Car จะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ของคุณในอนาคต  (อ่าน 81 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 มิ.ย. 16, 08:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


1คุณจะปลอดภัยขึ้น ระบบขับขี่อัตโนมัติของรถยนต์จะลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างมากรวมไปถึงการลดจำนวนสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยก
2คุณจะมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น รถของคุณจะสามารถขับขี่และจอดได้โดยอัตโนมัติ คุณสามารถพักผ่อน อ่านหนังสือหรือแชทกับเพื่อนได้ระหว่างการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายก็เพียงแค่เดินออกจากรถและตรงไปในร้านอาหารเพื่อทานอาหารกับเพื่อนของคุณ ขณะที่รถไปจอดด้วยตัวเอง
3คุณจะมีเงินเพิ่มขึ้น บริษัทประกันจะหยุดตั้งคำถามถึงประวัติการขับขี่ของคุณเพื่อเพิ่มเบี้ยประกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำรถเพื่อหารายได้จากเพิ่มจากช่องทางอื่นๆ อีกด้วย
4คุณจะไปโรงพยาบาลน้อยลง รถของคุณจะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยที่สุดที่คุณใช้และสามารถเป็น คลีนิกเคลื่อนที่ได้ด้วยแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย ลองจินตนาการถึงการตรวจสุขภาพได้ระหว่างการเดินทางไปทำงานของคุณ
5คุณจะอยากเดินทางบ่อยขึ้น รถยนต์อัจฉริยะของคุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการให้บริการเดินทางที่ต้องการมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและไร้ความกังวลใดๆในการเดินทางแต่ละครั้งแก่คุณ
รายงานฉบับใหม่ของบริษัทที่ปรึกษาระดับนานาชาติ อิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้ง เผยการเชื่อมต่อรถยนต์กับเทคโนโลยีการสื่อสาร (Connected Car) กำลังถูกมองว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ในอนาคตอย่างสิ้นเชิงที่ผ่านมา การขับขี่รถยนต์นอกจากจะเป็นการใช้เวลาบนท้องถนนที่ยาวนานแล้วยังรวมไปถึงต้นทุนการดูแลรักษาที่สูงและความเครียดสะสมที่เป็นผลตามมา แต่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังก้าวสู่ช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยมี Connected car ที่จะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีความทันสมัยสูงสุดเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ "บริษัทรถยนต์ต่างๆไม่ควรที่จะมองข้ามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้" มร.เพอร์ เฮนดริค คาร์สสัน หัวหน้าคณะที่ปรึกษาประจำเกาหลีใต้ของ อิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้งกล่าว "โดยปรกติแล้วบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ถูกมองว่าเป็นบริษัทอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ แต่ในอนาคตอันใกล้ บริษัทเหล่านี้กำลังมองถึงการเปลี่ยนผ่านไปยังการเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น (Data Analytics) โดยรถยนต์จะกลายเป็นเครื่องมือสารชิ้นหนึ่งเหมือนกับแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนแต่มีคุณสมบัติที่หลากหลายและซับซ้อนกว่า ความท้าทายครั้งสำคัญครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบถึงผู้เล่นรายใหญ่บางรายที่ปรับตัวไม่ทันโดยอาจจะต้องเสียส่วนแบ่งการตลาดหรือถึงกับหายไปจากตลาดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้" มร.คาร์สสันกล่าว
ในขณะที่ ลินน์ มอร์แกน หัวหน้าคณะที่ปรึกษาประจำภาคพื้นยุโรปของอิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้ง ให้ความเห็นเพิ่มเติม "การเข้ามามีบทบาทของ Connected Car, Connected Healthcare (การเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์และสุขภาพกับเทคโนโลยีการสื่อสาร) รวมไปถึงอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันต่างๆ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งหลังจากยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เราได้เห็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้มีการร่วมมือเชิงพันธมิตรกับบริษัทไอทีที่มีความสามารถในจัดการเชิงข้อมูลขนาดใหญ่, พันธมิตรในตลาดค้าปลีก รวมไปถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ ผู้ผลิตบางรายได้มีการซื้อกิจการของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อเตรียมยุทธศาสตรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคที่กำลังจะได้เห็นการพัฒนาในเชิงเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ที่ครั้งนึงเคยเป็นแค่เรื่องแต่งในนิยายวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว"
สำหรับมุมมองของเรื่องดังกล่าวในประเทศไทย คุณชูเกียรติ วงศ์ทวีรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของ อิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้ง กล่าวว่า "สำหรับประเทศไทยแล้ว ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับเทคโนโลยี Connected Car คงเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพของถนนและระบบการเดินทางให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยี รวมไปถึงวินัยการขับขี่รถยนต์ของคนไทยเอง การเข้ามามีบทบาทของ Connected Car โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ (autonomous vehicle) จะเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมากมายในอนาคตจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่ในด้านของผู้ใช้รถใช้ถนนในเมืองไทยเองก็ต้องมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงนิสัยการขับขี่ให้มีความเป็นระเบียบวินัยมากขึ้น เพื่อให้ท้องถนนมีความปลอดภัยเมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับถูกนำมาปรับใช้จริงบนถนน" คุณชูเกียรติยังกล่าวเสริมอีกว่าการส่งเสริมจากภาครัฐก็มีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ "ภาครัฐบาลเองอาจจะต้องมีการปรับตัวที่เร็วขึ้นในการออกนโยบายและกฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนาเชิงเทคโนโลยีครั้งนี้ รวมไปถึงการตอกย้ำสถานะการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ของภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว"
สำหรับรายงานฉบับเต็มของ The Connected Car จากอิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ipsosconsulting.com/Connected-Car
สามารถดูวีดิโอ The Connected Car จากอิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้งได้จากลิงค์ด้านล่าง
https://www.youtube.com/watch?v=l-cHewkanWI
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม