หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ระวังวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ วิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ผิด  (อ่าน 281 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ต.ค. 16, 17:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ดร.โสภณ มองต่างมุมกับ รมช.คลัง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2559 ยังไม่ฟื้นหากหลงทุ่มลงทุนไปอาจประสบปัญหาได้
ตามที่มีข่าวว่า นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น หลังมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล (https://goo.gl/CyJ358) กรณีนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส สวนความเห็นว่านี่อาจจะเป็นการวิเคราะห์ผิดพลาดอย่างร้ายแรงของทางราชการ ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน นักลงทุน และผู้ซื้อบ้านพึงสังวร ด้วยเหตุผลต่อไปนี้:
1. ที่ว่ามีการโอนซื้อขายที่อยู่อาศัยมากเป็นพิเศษในปี 2559 นั้นไม่ได้แปลว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังดี หรือดีกว่าปี 2558 แต่อย่างใด เพียงแต่โครงการต่างๆที่เปิดขายในช่วงก่อนหน้านี้ทยอยเสร็จและทำการโอนเท่านั้น การสร้างเสร็จการได้ทะเบียนบ้านและการโอนที่คึกคักในปีนี้เป็นผลจากการขายที่คึกคักในช่วงหนึ่งถึงสามปีก่อน เพียงแต่รัฐบาลพยายามช่วยกระตุ้นให้โอนโดยไม่รั้งรอเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินเป็นสำคัญ
2. ในทางตรงกันข้ามการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2559 ก็ลดน้อยลงกว่าปี 2558 เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงแรก ของปี 2559 แต่ละบริษัทพยายามส่งเสริมให้เกิดการโอนมากกว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ การเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งแรกของปี 2559 จึงมีน้อยมาก ส่วนในครึ่งหลังที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวมากกว่าครึ่งแรกนั้น ก็เพียงเพื่อทดแทนการเปิดตัวที่ลดน้อยลงในช่วงแรกเป็นสำคัญ ดังนั้นในปี 2559 โดยรวมจำนวนโครงการและมูลค่าที่มีการเปิดตัวจึงยังน้อยกว่าปี 2558 อย่างมีนัยสำคัญ
แผนภูมิ: คาดการณ์การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ.2559
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลของศูนย์ฯ พบว่า ในปี 2559 ทั้งปี น่าจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 410 โครงการ ลดลงจากปีที่แล้ว 4.9% จำนวนหน่วยขายจะเปิดทั้งหมด 97,191 หน่วยหรือลงลงกว่าปีที่แล้ว 10% ส่วนมูลค่าการพัฒนาทั้งหมดก็ลดลงเหลือ 340,169 ล้านบาทหรือลงลง 21.8% จากปีที่แล้ว ส่วนราคาเฉลี่ยก็ลดลงเหลือ 3.5 ล้านหรือลดลง 13.1% จำนวนหน่วยต่อโครงการก็ลดลง 5.4%
การที่ปีนี้ลดลงก็เพราะโครงการราคาแพงเกิดขึ้นน้อยกว่าปีที่แล้ว ในปีที่แล้วผู้มีรายได้สูงยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจไม่มากนัก แต่ในปี 2559 สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นคืนนัก การลงทุนซื้อสินค้าของผู้มีรายได้สูง ซึ่งส่วนหนึ่งเพื่อการเก็งกำไรอาจจะลดน้อยลงไป ทำให้ราคาเฉลี่ยลดลงไปด้วย ส่วนขนาดของโครงการอาจเล็กลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ลดลงเป็นนัยสำคัญแต่อย่างใด
โดยที่เศรษฐกิจยังคงอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและอาจเกิดความไม่แน่นอนที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ บางประเทศถึงกลับพยายามลดหรือควบคุมการเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อไม่ให้เกิดภาวะอุปทานล้นเกินในอนาคตจากการเปิดตัวอย่างมืดบอดในปัจจุบัน อย่างประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซียออกมาตรการควบคุมการเปิดตัวโครงการใหม่ด้วยระบบภาษี กล่าวคือ หากซื้อทรัพย์สินในราคาสูงก็ต้องเสียภาษีค่าธรรมเนียมโอนมากเป็นพิเศษเช่น 10% ถึง 15% การนี้ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่ลดน้อยลงไปอีกแต่ก็เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ลดน้อยลงเช่นกัน
========================================
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1630.htm

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม