หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แบบสำรวจสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360 องศาของซิกน่า ประจำปี 2017  (อ่าน 64 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ค. 17, 11:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

- ผู้ที่มีโอกาสเดินทางไปทำงานต่างประเทศมองว่าตนเสียเปรียบผู้ที่ได้ทำงานในบ้านเกิด

- การอยู่ห่างไกลจากครอบครัวและความรู้สึกโดดเดี่ยวคือความกังวลหลัก

- หลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น หากต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ต่างประเทศในกรณีที่มีการเจ็บป่วยรุนแรง โดยร้อยละ 40 ของคนกลุ่มนี้ไม่ได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลจากบริษัทแม้แต่น้อย

ซิกน่า คอร์ปอเรชั่น (NYSE:CI) ได้เผยผลการสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360 ของซิกน่า ประจำปี 2017 ของกลุ่มคนที่ได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยพบว่า ผู้ที่มีโอกาสเดินทางไปทำงานในต่างประเทศจะรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบผู้ที่ได้ทำงานในบ้านเกิด ทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย ด้านสังคม ด้านครอบครัว รวมถึงด้านการเงิน

คะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวมของผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 61.5คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวมของผู้ที่ทำงานในบ้านเกิดของตนเองถึง 1.8 คะแนน โดยความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ คะแนนสุขภาพและควานเป็นอยู่ด้านครอบครัว ซึ่งต่ำกว่าถึง 9.4 คะแนน

นายเจสัน แซดเลอร์ ประธานกลุ่มธุรกิจ ซิกน่า อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า "ผลสำรวจที่ได้นี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงความเป็นอยู่ของตนเองและคนในครอบครัว มากกว่าผู้ที่ทำงานในบ้านเกิดของตนเอง โดยคนในกลุ่มนี้ล้วนมีความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อตนเองหรือสมาชิกในครอบครัวเกิดเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ต่างประเทศ ซึ่งความกังวลดังกล่าวเกิดจากช่องว่างระหว่างสวัสดิการที่ได้รับจากนายจ้างกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง โดยในฐานะบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพระดับโลก ที่มีพันธกิจในการช่วยพัฒนาสุขภาพ ชีวิต และความเป็นอยู่ของลูกค้าให้ดีขึ้น ซิกน่าได้ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพแก่ผู้ที่ทำงานในต่างประเทศมาเป็นระยะเวลานาน เราจึงได้จัดทำการวิจัยนี้ขึ้น เพื่อช่วยยกระดับการดูแลและความคุ้มครองด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนกลุ่มนี้ทั่วโลก"

การสำรวจนี้เป็นการดำเนินการต่อ เนื่องจากการสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360 ของซิกน่า ประจำปี 2017 ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้พิจารณาถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ รวมถึงความรู้สึกมั่นคงในชีวิตของผู้คนทั่วโลกใน 5 มิติหลัก ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านการเงิน ด้านสังคม ด้านครอบครัว และด้านการทำงาน โดยได้ทำการสำรวจความคิดและทัศนคติของผู้ที่ทำงานในประเทศต่างๆที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาของตนเอง ในตลาดที่ซิกน่าดำเนินธุรกิจอยู่จำนวน 20 ตลาด

ข้อดีของการทำงานในต่างประเทศ

การได้มีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการไปทำงานในต่างประเทศ นอกจากนั้นการได้ไปทำงานในต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า มีโอกาสก้าวหน้าด้านอาชีพการงานมากกว่า มีชั่วโมงการทำงานที่ดีกว่า รวมถึงมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่ดีกว่าอีกด้วย

แต่ก็มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย

แม้ว่าผู้ที่ทำงานในต่างประเทศจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่มีเพียงหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่พึงพอใจกับสภาวะทางการเงินของตนเองในปัจจุบัน การไม่มีเวลาให้กับครอบครัวและไม่มีเวลาเพียงพอเพื่อดูแลการศึกษาของบุตรก็เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลของพวกเขา โดยจะมีความกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องอยู่ห่างไกลจากครอบครัว และไม่มีสมาชิกในครอบครัวคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

บ่อยครั้งที่ผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศจะเกิดความกังวลใจ และหนึ่งในนั้นคือความกังวลเกี่ยวกับการเจ็บป่วย โดยส่วนใหญ่จะมีความกังวลเกี่ยวกับโรคมะเร็งและการเกิดอุบัติเหตุ ตามมาด้วยการเจ็บป่วยทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า โดย 25% ของคนที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีอัตราสูงเมื่อเทียบกับคนทำงานทั่วๆไป

มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและรู้สึกเหงาที่ต้องอยู่ไกลบ้าน

ผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศมีความรู้สึกว่าโลกนี้มีความปลอดภัยน้อยลง เนื่องจากความไม่มั่นคงทางการเมือง ประกอบกับปัจจัยทางเศรษฐกิจระดับมหภาค โดย 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าตนเองมีความปลอดภัยลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลา 24 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งความรู้สึกไม่ปลอดภัยนี้มีอัตราสูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือในแอฟริกา โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจที่กล่าวว่าตนเองรู้สึกปลอดภัยน้อยลงสูงถึง 42% และ 31% ตามลำดับ

ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากยังกล่าวว่าตนมีปัญหากับการเข้าสังคมนอกเวลาการทำงาน โดย 1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าตนเองมีความโดดเดี่ยว และความรู้สึกโดดเดี่ยวเพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 1 ใน 4 สำหรับผู้ที่มีสถานภาพโสดหรือต้องอาศัยอยู่ตามลำพัง

สวัสดิการด้านสุขภาพที่ไม่เพียงพอ

การได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลจากนายจ้างที่ไม่ครอบคลุมอย่างเพียงพอเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดความกังวลที่เพิ่มขึ้น

นายเจสัน กล่าวอีกว่า "จากแบบสำรวจแสดงให้เห็นว่าสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจไปทำงานในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นซึ่งเป็นที่น่าประหลาดใจอีกประเด็นหนึ่ง คือเราพบว่าผู้ตอบแบบสำรวจถึง 40% ไม่ได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลจากบริษัทของตนเอง และ 15 % ไม่มีประกันสุขภาพเลย"

"จากผลสำรวจนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นายจ้างจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและเอาใส่ใจอย่างจริงจังเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งการดูแลดังกล่าวควรจะครอบคลุมไปถึงช่วงนอกเวลางาน เช่น เมื่อพนักงานใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและชุมชนในพื้นที่เหล่านั้นด้วย"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม