หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำความรู้จักกับโรคหนองใน แนวทางป้องกัน และการสังเกตอาการ  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 พ.ค. 19, 17:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

โรค หนองใน (Gonorrhea)



หนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ถือว่าอันตราย ถ้าเกิดผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี ถึงแม้ผู้ติดโรคจะออกอาการเพียงแค่เล็กๆน้อยๆหรือไม่แสดงอาการเลยก็ตาม

ดังนี้จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยากล่าวว่า ในปีพ.ศ. 2555 มีจำนวนผู้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น32,972 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อโรคหนองในทั้งสิ้น 7,312 คน (ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในบรรดาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด)



ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มลดน้อยลง แต่ก็จัดว่ายังมีไม่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆโดยข้อมูลที่พวกเราจะเสนอนี้ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหนองในได้มากขึ้น



โรคหนองในเป็นอย่างไร
โรค หนองใน (Gonorrhea) หรือเรียกอีกชื่อว่าโรคหนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ประเภทหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ผ่านการร่วมเพศไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปากโดยที่มิได้สวมใส่ถุงยางอนามัย โดยผู้ติดเชื้อโรคอาจไม่มีการแสดงอาการอะไรเลยก็ได้


ยิ่งกว่านั้น เชื้อโรคหนองในยังสามารถแพร่จากมารดาสู่ทารกระหว่างการคลอด แต่ว่าเชื้อไม่สามารถแพร่ได้ผ่านการใช้สิ่งของด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัวลูกบิดประตู หรือฝานั่งชักโครก


อาการของโรคโรคหนองในจะปรากฏขึ้นเมื่อใด
อาการโรคมักปรากฏให้เห็นราว 2-7 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่ว่าส่วนใหญ่บางทีอาจไม่แสดงอาการใด โดยผู้หญิงอาจแสดงอาการช้ากว่าเพศชาย



สัญญาณรวมทั้งอาการหนองใน ในผู้หญิง
ผู้หญิงที่ติดโรคโรคหนองในส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆของโรค หรือแม้มีอาการก็จะเป็นไม่มากเท่าไรนักจนถึงอาจไม่สามารถพิจารณาได้ จนกว่าโรคจะอยู่ในระดับรุนแรงแล้ว ในบางรายอาจมีลักษณะของการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีตกขาว สีเหลืองหรือสีเขียวไม่ปกติ เจ็บอุ้งเชิงกราน หรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดในตอนที่ไม่มีประจำเดือน หรือมีรอบเดือนผิดปกติ

หากเชื้อมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆอย่างมดลูกหรือท่อนำไข่ เชื้อจะก่อให้มีอาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะก่อให้ผู้ติดเชื้อมีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ แล้วก็เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์


สัญญาณและอาการโรคหนองใน ในผู้ชาย
สำหรับเพศชายที่ติดเชื้อโรคจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนมากกว่าหญิง แต่ว่าบางทีอาการก็แสดงเพียงนิดหน่อย จนถึงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังติดเชื้อโรค โดยอาการซึ่งสามารถพิจารณาได้คือ ปวดแสบขณะปัสสาวะและก็มีเมือกสีขาวขุ่นไหลออกมาทางอวัยวะเพศ บริเวณรอบๆรูองคชาติเป็นสีแดงๆ


ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นข้างหลังการรับเชื้อหนองใน
-สำหรับผู้หญิง เชื้อสามารถแพร่ไปไปยังมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ เป็นเหตุให้เกิดอาการอักเสบที่อุ้งเชิงกรานแล้วก็อาจส่งผลให้เกิดแผลในส่วนต่างๆที่เชื้อเข้าถึง
-ทั้งยังอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากด้วย หรือบางทีอาจตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
-นอกจากนี้การติดเชื้อระหว่างมีครรภ์ อาจทำให้เกิดปัญหากับเด็กในท้อง โดยอาจจะส่งผลให้เด็กในท้องเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคติดเชื้อที่ดวงตากระทั่งอาจก่อให้เด็กตาบอดได้ถ้าไม่ได้รับการรักษา
-สำหรับเพศชาย เชื้อโรคหนองในสามารถแพร่ไปไปยังหลอดเก็บอสุจิ นำมาซึ่งอาการปวดและก็บวมบริเวณอัณฑะ การติดเชื้อนี้จะมีผลให้เยื่อส่วนที่ติดโรคเป็นแผล ซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวการณ์มีลูกยาก
นอกเหนือจากนี้โรคหนองในอาจส่งผลต่ออวัยวะแล้วก็ส่วนต่างๆของร่างกายทั้งยังผู้ชายและเพศหญิงได้ไม่ว่าจะเป็นหลอดลม ดวงตา หัวใจ สมอง ผิวหนัง และก็ข้อต่อต่างๆแต่ว่าจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


หนองในแท้ VS โรคหนองในเทียม
หลายคนอาจได้ยินชื่อโรคหนองในแท้และหนองในเทียมกันมาบ้าง ซึ่งแม้จะมีชื่อคล้ายกันแต่ว่ามีต้นเหตุการติดเชื้อ อาการ แล้วก็การรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้


โรคหนองในแท้
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียNeisseria gonorrhea
มีระยะการฟักตัวของโรคราว 1 – 10 วัน
-ลักษณะของเพศชาย มีอาการปัสสาวะแสบขัด และมีหนองสีขาวขุ่นข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ซึ่งในช่วงแรกๆหนองอาจจะไม่ขุ่นเยอะแค่ไหน แต่หากมิได้รับการรักษาตะทำให้หนองขุ่นขึ้น
-ลักษณะของหญิง มีอาการปัสสาวะแสบขัด มีตกขาวจำนวนมากและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดการอักเสบที่ปากมดลูกแล้วก็ท่อปัสสาวะหากไม่ได้รับการรักษาจะก่อให้โรคแผ่ขยายจนกระทั่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวการณ์ตันในท่อรังไข่นำมาซึ่งการทำให้เป็นหมันหรือมีการมีท้องนอกมดลูก
-การรักษาหนองในเทียม ใช้เซฟาโลสปอรินเป็นยาฉีดแล้วก็ให้ยาปฏิชีวนะ ดังเช่นเซฟิซีม (Cefixime) 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว


หนองในเทียม
-มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียChlamydia trachomatis
-มีระยะการฟักตัวของโรคมากกว่า 10 วันขึ้นไป
-อาการของเพศชาย ระยะแรกอาจจะแค่เพียงรู้สึกคันที่ท่อปัสสาวะ หรือมีน้ำใสๆต่อมาจะเริ่มข้นขึ้นแล้วไหลออกมาทางท่อปัสสาวะ โดยหนองของโรคนี้จะไม่ข้นเท่าหนองในแท้
-ลักษณะของหญิง อาจจะไม่มีอาการแสดงออกมาให้มองเห็นอย่างชัดเจน แต่ว่ามีแค่เพียงอาการคันแล้วก็มีตกขาว อาจมีลักษณะของการปวดแสบร้อนขณะปัสสาวะร่วมด้วยซึ่งตรวจวิเคราะห์รวมทั้งรักษาได้ยาก
การรักษา ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม doxycyclin azithromycin และยากลุ่มควิโนโลนซึ่งอาจจะใช้เวลาสำหรับการรักษาออกจะนาน


การป้องกันการรับเชื้อโรคหนองใน
-การป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุด คือการงดมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด (ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก)
-ไม่ควรเปลี่ยนคู่รักบ่อย เพราะว่ายิ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อโรคมากขึ้น ที่สำคัญคุณควรจะใช้ถุงยางอนามัยทุกหน เนื่องจากถุงยางเป็นวิธีการเดียวที่จะสามารถป้องกันคุณจากโรคหนองในและก็การตั้งท้องได้
ขอบคุณสาระดีๆเกี่ยวกับโรคหนองในจาก https://www.honestdocs.co/gonorrhea-disease

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  หนองใน 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม