หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รีวิวศัลยกรรมขากรรไกร แก้คางยื่น ปรับโครงหน้า3จุด เสริมจมูกที่รพ.เกาหลี  (อ่าน 21 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ก.ค. 20, 14:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สวัสดีค่ะ

ในที่สุดเราก็ได้มีโอกาสมาเขียนรีวิวผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต !!!

ตอนนี้จองผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันผ่าตัดค่ะ

เราได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อเตรียมตัวผ่าตัดในครั้งนี้

และกลายเป็นคนตกงานอยู่ค่ะตอนนี้ 55555

กำลังอยู่ในช่วงตระเวนหาของอร่อยๆกิน

เพราะถ้าผ่าตัดแล้วคงจะกินอะไรไม่ได้พักใหญ่ ช่วงนี้เลยกินไม่หยุดเลยค่ะ

น้ำหนักขึ้นมาเล็กน้อยแต่เดี๋ยวพอผ่าตัดก็ลงค่ะ!!


เราจะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมขากรรไกรและ

ศัลยกรรมปรับรูปหน้า(โหนกแก้ม+กราม+คาง)เพื่อแก้ไขคางยื่นค่ะ!

ส่วนทำจมูกเราต้องทำหลังจากทำขากรรไกรไปแล้ว 6 เดือนค่ะ ~



ก่อนผ่าตัด

ความจริงเมื่อเทียบดูแล้ว ถ้ามองหน้าตรงเราจะดูคางยื่นไม่มากเท่ากับด้านข้างค่ะ

เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายรูปเราเลยจะถ่ายแต่หน้าตรง ไม่ก็หันหลังตลอด

วันที่เดินทางออกจากบ้านไปรพ.เพื่อเข้ารับการผ่าตัด

เราไม่รู้สึกตื่นกลัวใดๆเลยค่ะ อาจเพราะเป็นสิ่งที่อยากจะทำมานานแล้วมั้งคะ

ทันทีที่ถึงรพ. เราได้ไปเปลี่ยนชุดและเข้าพบกับคุณหมออีกครั้งค่ะ

หลังจากฟังคำอธิบายต่างๆจบก็ไปห้องผ่าตัดทันที

ไม่เหลือเวลาให้มานั่งกลัวเลยค่ะ 555555

ฝากเนื้อฝากตัวกับคุณหมอเสร็จ สูดก๊าซยาสลบประมาณ 2 ครั้ง

ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ผ่าตัดเสร็จแล้วและนอนอยู่ที่ห้องพักฟื้นเรียบร้อยค่ะ

แต่นี่เพิ่งเริ่มต้นค่ะ จากนี้ต่อไปคือของจริง... welcome to hell TT



ข้างๆเรามีพี่พยาบาลคอยดูอยู่ตลอด

คอยจับมือเราและบอกให้สูดลมหายใจลึกๆช่วงที่เราเพิ่งได้สติ ใจดีมากๆเลย

หลังจากนั้นพี่พยาบาลก็บอกว่าจะย้ายเราขึ้นไปห้องพักผู้ป่วยค่ะ

และช่วยประคองเราที่ตอนนี้มึนหัวมากขึ้นไปห้องพักด้านบน

ตอนเข้าไปในลิฟต์เราหลับตาตลอด ไม่ทันได้มองกระจกเลยค่ะ

หลังจากถึงห้องพักผู้ป่วยเราก็ได้เห็นหน้าตัวเองครั้งแรกหลังผ่าตัด


หลังผ่าตัด D-Day

ท๊าดา! เป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเลยค่ะ….

ส่องกระจกแล้วลองเอามือคลำๆคางกับปากดู

ตั้งแต่ช่วงใต้จมูกลงไป ไม่มีความรู้สึกเลยค่ะ เหมือนไม่ใช่หน้าตัวเอง

ก่อนหน้าจะส่องกระจกเราลองเอามือไปจับตรงปาก

แล้วรู้สึกนุ่มๆแต่ไม่รู้ว่าคือส่วนไหนของหน้า (เพราะชาㅠㅠ)

พอส่องกระจกดูถึงรู้ว่า อ่อ ริมฝีปากเราเอง 5555555555

ตอนเข้าห้องผ่าตัดเป็นเวลาประมาณ 10 โมงเช้า

หลังจากเข้าไปนอนพักที่ห้องพักผู้ป่วย

เลยชำเลืองมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลา 1 ทุ่มแล้วค่ะ

ไม่รู้เลยว่าเพราะการผ่าตัดใช้เวลานาน หรือเราฟื้นจากยาสลบช้า

แต่เรารู้สึกเหมือนวันนี้ผ่านไปในชั่วพริบตาเดียว

จนถึงตอนนี้ยังไม่บวมมากเท่าที่เราคิดไว้เลยสบายใจไปนิดนึงค่ะ

ยังไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หายใจลำบากและคอแห้งมาก

เลยคิดแต่ว่าอยากกินน้ำๆอยู่ตลอด


หลังผ่าตัด Day 2

ได้ยินมาว่าช่วงวันที่ 2~3 จะเป็นวันที่บวมมากที่สุด

ในกรณีของเราคือวันที่ 2 บวมหนักมากสุดเลยเช่นกันค่ะ

ในรูปที่ถ่ายประคบน้ำแข็งอยู่เลยไม่เห็นตรงแก้ม

แต่ความจริงคือหน้ากลมเป็นลูกบอล จนแทบไม่เห็นสันจมูกเลยค่ะ

ยังแอบคิดว่านี่ปากเราบวมได้ขนาดนี้เลยหรอ TT

ปากบวมจนงับไม่ได้เลยทำให้มีน้ำลายไหลออกมาเรื่อยๆค่ะ

เราเลยต้องเอาทิชชูมารองซับเอาไว้

หลังจากผ่านไปประมาณ 3 วันค่อยพอดูได้ขึ้นมาหน่อยค่ะ

ช่วงวันสองวันแรกลำบากมากจนคิดว่าเรามาทำทำไมเนี่ยย

น่าจะอยู่แบบตามมีตามเกิดไปก็ดีอยู่แล้ว...



หลังผ่าตัด Day 3


ถึงอาการบวมจะลดลงกว่าวันที่ 2 แต่สภาพก็ยัง...555555555

ถ้าเกร็งปากช่วยหน่อยก็จะหุบปากได้ค่ะแบบรูปซ้าย!!

ตั้งแต่ช่วงบ่ายไปอาการบวมลดลง และตอนนี้เอาอุปกรณ์ที่เสียบอยู่ตรงจมูก

เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกออกได้แล้วค่ะ

แค่เอาอันนั้นออกรู้สึกโล่งขึ้นเยอะเลยค่ะ

วันแรกกับวันที่สองคอบวมมาก วันแรกเลยกินน้ำไม่ค่อยได้เท่าไหร่

ในวันที่สองทั้งวันก็กินแค่นมถั่วเหลืองไปครึ่งกล่อง ไม่รู้ว่าเพราะให้น้ำเกลืออยู่รึเปล่า

เลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ พอเข้าวันที่สามค่อยเริ่มดื่มน้ำได้เยอะขึ้นค่ะ


หลังผ่าตัด Day 4

วันที่ 3 กับวันที่ 4 ไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไหร่เลยเอารูปด้านข้างมาให้ดูค่ะ

หน้ายังบวมเป็นลูกบอลจนหากรอบหน้าไม่เจอเหมือนเดิมค่ะ 555555

แต่รู้สึกไหมคะว่าหน้าเราสั้นลง

หลังทำขากรรไกรสิ่งที่ลำบากที่สุดอย่างแรกเลยคือการหายใจค่ะ

อย่างที่สองคือการที่เราต้องนอนในท่านั่งค่ะ ปวดกระดูกก้นกบมากๆ TT


หลังผ่าตัด Day 5

ผ่านไปแต่ละวันอาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

หลังจากตื่นนอนรู้สึกสบายหน้ามากขึ้นกว่าเมื่อวาน

ตรงบริเวณแก้มที่ประคบเย็นอยู่ก็เริ่มมีความรู้สึก !!!


อาหารที่เราทานที่บ้านจะเป็นพวกนมถั่วเหลือง น้ำผลไม้

โยเกิร์ตผสมบลูเบอร์รี่ปั่นละเอียดและพวกซุปกระดูกวัวค่ะ


หลังผ่าตัด Day 7

ในที่สุดก็ครบ 1 สัปดาห์แล้วค่ะ!!!

วันนี้เราเตรียมตัวแต่เช้าเพื่อไปนวดลดบวมที่รพ.

และแวะไปกินชานมกับเพื่อนที่สถานีกังนัมมาค่ะ

ทางรพ.มีการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและมาส์กหน้าลดความระคายเคืองให้

รู้สึกผิวสะอาดขึ้นมากๆเลยค่ะ

อาจเป็นเพราะว่าร่างกายยังอ่อนแออยู่ พอเจอแสงแดดเราเลยรู้สึกเวียนหัวตลอดเวลา

จนคิดว่าไม่น่าเดินไหวเลยกลับมาบ้าน

พอมาส่องกระจกดู เราตกใจมาก!!!


ระหว่างที่เราอยู่นอกบ้านอาการบวมยุบลงไปเยอะมากเลย >_
ลองถ่ายรูปเปรียบเทียบขนาดใบหน้ากับฝ่ามือเหมือนที่ถ่าย

ตอนวันที่ 3 ดูค่ะ จะเห็นว่าเล็กลงมากๆ 5555

ปกติเราเป็นคนหัวเล็ก ทำให้เห็นช่วงขากรรไกรล่างที่ค่อนข้างใหญ่ได้ชัดเจน

แต่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแล้วค่ะ!

วันนี้เราเผาผลาญแคลอรีไปเยอะ ตอนเย็นเลยว่าจะกินอะไรที่มันอยู่ท้องหน่อยค่ะ

แล้วก็ลองรัดหน้าด้วยผ้ารัดหน้าที่ได้รับจากรพ.ดูด้วย!!

มันแน่นมากเลยรู้สึกอัดอัดไปบ้างแต่ต่อไปคงต้องขยันรัดบ่อยๆค่ะ 5555

ที่รพ.กับคลินิกฟันชมว่าเราลดบวมได้ดีมาก เลยอารมณ์ดีทั้งวันเลยค่ะ

แล้วก็ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา เราน้ำหนักลงไป 4 กิโลค่ะทุกคน..........

และคิดว่าคงจะลงอีกเรื่อยๆ....

แล้วก็ปกติเราเป็นคนบวมง่ายมาก

แต่รอบนี้ดูไม่บวมอย่างที่คิดเลยแปลกใจอยู่เหมือนกันค่ะ

แต่เพื่อนๆก็บอกค่ะว่าถ้าหมอเก่งจะไม่ค่อยบวม 5555

คุณหมอจากบาโนบากิ สุดยอดไปเลยค่ะ!

เขียนยาวมากเลย 5555 ไว้มาติดตามกันต่อพาร์ทหน้านะคะ >


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 31 ก.ค. 20, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ!!

รู้สึกเหมือนเพิ่งเขียนรีวิวพาร์ทแรกไปได้ไม่นาน

สัปดาห์แรกเรากินอะไรไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีแรง

แต่สัปดาห์นี้รู้สึกเวลาผ่านไปไวยังไงไม่รู้ค่ะ

การที่ตื่นมาทุกเช้าส่องกระจกและถ่ายเซลฟี่กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว


ผ่าตัด Day 8

ในอาทิตย์นี้เน้นประคบร้อนเป็นหลักค่ะ

เวลาประคบร้อนต้องระวังนะคะ! เพราะว่าความรู้สึกเรายังกลับมาไม่หมด

อาจจะทำให้ร้อนจนผิวพองโดยไม่รู้ตัวได้

ตอนออกจากรพ. พี่พยาบาลก็ให้ผ้าก๊อซมาเยอะค่ะ

เราเลยเอาไว้พันที่ประคบชั้นนึงก่อนทำการประคบ 55555


ผ่าตัด Day 9

ตอนนี้ในปากยังบวมอยู่ ถ้าลองอ้าปากออกดู

จะเห็นเลยเป็นรอยฟันเลยค่ะ 55555

และเราเผลอกัดปากตัวเองด้วยแต่ในปากยังชาอยู่เลยไม่รู้ตัว TT

เราจะมีรอยช้ำช่วงใต้ตา ใต้เหนียง แล้วก็ช่วงคอค่ะ

แต่ตอนนี้หายเกือบหมดแล้ว ปากยังขยับไม่ค่อยได้

แต่เราลองฝึกบังคับปากให้ขยับบ่อยๆ

เลยขยับได้มากกว่าก่อนหน้านี้แล้วค่ะ



ผ่าตัด Day 10

ในที่สุดก็ผ่าตัดได้ครบ 10 วันแล้วค่ะ!!

อาจจะเป็นเพราะเราขยันประคบร้อนหรือเปล่าไม่แน่ใจ

ช่วงกรอบหน้าตอนนี้เริ่มยุบบวมลงแล้วค่ะ >_
วันนี้รู้สึกเบื่อๆเลยไปเจอเพื่อนมาค่ะ

แล้วได้แต่งหน้าเป็นครั้งแรกหลังจากผ่าตัดด้วย!

ปิดหน้าไว้ประมาณนี้ ดูไม่ออกเลยใช่ไหมคะว่าเพิ่งผ่าตัดมา?



ผ่าตัด Day 11

วันนี้ก็หมั่นรัดหน้าบ่อยๆ เหมือนเดิมค่ะ!!!

หลังผ่าตัดเรามีอาการหูแว่วและหูดับตลอด รู้สึกเหมือนมีน้ำอยู่ในหูตลอดเวลา

เวลาโยกคอไปมา หูจะดับซ้ายที ขวาที เป็นๆ หายๆ สลับกัน

อาการหูแว่วด้วยเดี๋ยวก็จะหายไปเองตามธรรมชาติ

ไม่ต้องกังวลไปนะคะ!!



ผ่าตัด Day 13

วันนี้เราไปตัดไหมในปากกับนวดลดบวมที่รพ.มาค่ะ~

เริ่มจากนวดหน้าก่อนแล้วค่อยไปตัดไหมค่ะ

คุณพยาบาลบอกว่าอาจจะรู้สึกเจ็บได้

เลยให้ตุ๊กตามากอดค่ะ 5555 กลัวกว่าเดิมอีก….TT

ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าขนาดผ่าตัดยังผ่านมาได้เลย

นี่แค่ตัดไหมเองและนอนลง ทำใจให้สงบ

แต่ก็…ไม่ช่วยอะไรค่ะ น้ำตาหยด แหมะ TT

หลังจากตัดไหม ในปากก็เริ่มบวมขึ้นอีกครั้ง 55

หลังจากนั้นก็ไปตรวจที่คลินิกฟันต่อและไปเจอเพื่อนที่คาเฟ่ค่ะ

เพื่อนตกใจและถามว่าทำไมไม่บวมเลย

เคยเห็นเคสผ่าขากรรไกรที่โรงพยาบาลมาก็เยอะ

แต่เราเป็นเคสที่บวมน้อยมาผม้สึกดีใจยังไงไม่รู้ค่ะ



ผ่าตัด Day14

หลังผ่าตัดพยายามอย่าดึงผิวที่แตกรอบๆ ปากนะคะ

จากในภาพเห็นบริเวณที่เป็นสีคล้ำๆไหมคะ

อันนี้เป็นรูปเปรียบเทียบก่อนหลังผ่าตัดค่ะ !!

มุมอาจจะแตกต่างก็นิดนึงแต่ดูยังไงความยาวคางก็ดูเปลี่ยนไปมากเลยใช่ไหมคะ?

ช่วงกราม คาง อาจจะยังบวมอยู่ แต่เท่านี้ก็พอใจมากแล้วค่า ~

นี่เพิ่งผ่านไป 2 สัปดาห์เอง แต่เรารู้สึกชินกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปของเราแล้ว

อาการบวมอาจจะไม่ลดลงแบบทันตาเห็น

แต่ถ้าลองเอารูปที่ถ่ายแต่ละวันๆมาเปรียบเทียบกัน

จะเห็นความแตกต่างชัดเจนเลยค่ะ!

พาร์ทหน้าหวังว่าจะยุบบวมลงเยอะๆเนอะ

ส่วนรีวิววันนี้ขอจบลงตรงนี้ค่ะ

ไว้เจอกันใหม่คราวหน้านะคะ ~




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 7 ส.ค. 20, 13:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ!! รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่าตัดไปไม่นานเลยค่ะ

ไม่ทันไรก็มานั่งเขียนรีวิวเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว 55555 เวลาผ่านไปไวมากๆเลย

วันนี้เราจะมาดูกันค่ะ ว่าอาการบวมยุบลงไปเยอะแค่ไหน!


ผ่าตัด Day15

อาการบวมอาจจะไม่ยุบลงไปแบบเห็นได้ชัดนะคะ

แต่พอลองเปรียบเทียบดูจากในรูป เหมือนจะเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยคะ

เข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วรู้สึก ประคองช่วงคอได้ดีขึ้น ช่วงที่ยังบวมมากๆเวลานอนแล้วจะลุกขึ้น

ต้องเอามือช่วยช้อนศรีษะขึ้นมาตลอด พอยุบบวมลงเหมือนใบหน้าจะรู้สึกเบาขึ้นด้วยค่ะ 5555

ผ่าตัด Day16

วันนี้เป็นวันที่มีปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนค่ะ

ก่อนผ่าตัด ไม่คิดฝันเลยค่ะว่าช่วง 3 สัปดาห์แรกจะออกจากบ้านได้ เพราะคิดว่าคงจะบวมมากๆ

จนถึงกับบอกเพื่อนไว้ล่วงหน้า ว่าคงจะไปปาร์ตี้วันเกิดไม่ได้ เพราะเพิ่งผ่าตัดมา แต่พอใส่หน้ากากปิดไว้แบบนี้ ก็ดูแทบไม่ออกเลยค่ะ เราเลยตัดสินใจไปร่วมงานวันเกิดเพื่อนมา!

ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอร์นานแล้ว แอบอยากจิบเหมือนกัน TT

แต่มันอาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบได้ เลยอดทนไว้ก่อนและกินแค่ซุปกับน้ำแกงค่ะ 5555


เพื่อนๆ แปลกใจกับหน้าที่เปลี่ยนไปของเรามากมาจ้องกันใหญ่ แล้วก็ตกใจที่เราไม่บวมเลย

แม้แต่เราเองก็ยังแปลกใจ เพิ่งผ่าน 2 สัปดาห์มาได้ไม่เท่าไหร่เอง

แต่ยุบบวมลงเยอะขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย!!! ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกความดีความชอบ

ให้คุณหมอบาโนบากิเลยค่ะ 555555


ผ่าตัด Day17

ผ่านไปแค่ 17 วัน ตอนนี้ไม่มีเสมหะปนเลือดออกมาแล้วค่ะ!!!

เราไม่ได้มีเสมหะเยอะมากนะคะ แค่เวลารู้สึกคันคอ แล้วขากออกมา จะมีเสมหะปนกับเลือดออกมาบ่อยๆ

แต่วันนี้ช่วงเย็นเป็นต้นไปไม่มีเสมหะออกมาแล้วค่ะ!!

ขนาดเราไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่ยังตั้ง 17 วันกว่าจะหาย ถ้าเป็นคนสูบบุหรีอาจจะนานหน่อยค่ะ….!!


ผ่าตัด Day18

เราไม่ได้ตัดผมมานานมาก จนยาวถึงเอว วันนี้เลยแวะไปร้านเสริมสวยมากค่ะ

เพราะยางที่ดึงอยู่ในปากทำให้ออกเสียงไม่ชัด จนพี่ช่างทำผมฟังไม่เข้าใจ เลยรู้สึกอายๆนิดหน่อยค่ะ TT

เรายังไมได้เริ่มฝึกอ้าปาก แต่ตอนนี้อ้าได้กว้างแค่ ประมาณนิ้วมือ 1 นิ้วสามารถสอดเข้าไปได้ค่ะ

เวลาจะกินอะไร ต้องคอยส่องกระจก พยายามใส่อาหารเข้าไปในปากให้ได้เพื่อกิน

ทั้งขำแล้วก็สงสารตัวเองไปด้วย อยากให้เวลาผ่านไปไวๆจะได้เคี้ยวเนื้อสัตว์ได้สักทีค่ะ TT

ผ่าตัด Day19

เราพยายามประคบร้อนเยอะเกินไปจนเกือบลวกหน้าเลยค่ะ ปกติแล้วต้องวางไว้ให้หายร้อนนิดนึงก่อน

แต่นี่ด้วยความขี้เกียจหยิบออกมาแล้วประคบหน้าเลย…

มีความรู้สึกว่าร้อน เป็นการยืนยันได้อย่างหนึ่งค่ะ ว่าประสาทสัมผัสกำลังกลับมาแล้ว 55555

เวลามองหน้าตรงดูเหมือนไม่บวมเลยค่ะ แต่ปัญหาอยู่ตรงบริเวณเหนียง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผิวเราหย่อน หรือเพราะบวม.. หรือทั้งสอง TT

ถ้าตรงบริเวณนี้ดีขึ้น เราจะได้ไม่ต้องใส่หน้ากากเวลาไปไหนมาไหน..


ผ่าตัด Day20

วันนี้เป็นวันที่ต้องไปคลินิกฟันค่ะ!!

เอาสกรูในปากออกไป 4 ตัว ยังเหลือสกรูตรงฟันด้านหน้าเอาไว้ค่ะ

แต่สกรูตัวบนเหมือนจะหลวมเลยอาจต้องใส่ใหม่ค่ะ

ตอนแรกเรานึกว่าจะแค่ไขสกรูให้แน่น แต่ความจริงคือ ถอนออกไปเลยแล้วทำการเจาะรูใหม่ค่ะ…

ตอนถอนสกรูออกไปไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ!!

แต่เนื่องจากตำแหน่งมันอยู่ด้านในปากเลยต้องอ้าปากจนสุด เหมือนปากจะฉีกเลยค่ะ TT

ก่อนกลับบ้านก็ไปเจอเพื่อนและถ่ายเซลฟีมาด้วย 555

พี่ๆ ที่คลินิกทำฟันบอกว่า ไม่ต้องใส่หน้ากากแล้วก็ได้ เพราะตอนนี้ยุบบวมลงไปเยอะแล้ว

หลังจากรักษาฟันเสร็จเราเลยไม่ได้ใส่หน้ากากปิดหน้าแล้วค่ะ!

พอเริ่มจัดฟัน จะมีการจัดระเบียบฟันหน้าให้เรียบร้อย
ทำให้ใบหน้าเข้าที่ด้วย

เราต้องทนใส่เวเฟอร์อีกแค่ 1 อาทิตย์

หลังจากนั้นจะทำการถอดและเริ่มจัดฟันแล้วค่ะ เวเฟอร์มันอึดอัดมาก เลยอยากรีบจัดฟันเร็วๆแล้วค่ะ


ผ่าตัด Day21

วันนี้เราจะเริ่มฝึกอ้าปากแล้วค่ะ!

หลังจากประคบร้อนบริเวณกรามทั้งสองข้าง ก็เริ่มทำการสอดนิ้วเข้าไปในปากเพื่อเริ่มฝึกอ้าปากทีละนิดค่ะ

ก่อนหน้านี้สอดเข้าไปได้หนึ่งนิ้ว ตอนนี้เข้าไปด้านประมาณหนึ่งนิ้วครึ่งแล้วค่ะ

หลังจากฝึกอ้าปากเสร็จก็กินเต้าหู้ค่ะ

อาจจะต่างไปเล็กน้อย แต่ดูเหมือนกินอะไรง่ายขึ้นนะคะ คิดไปเองไหมไม่รู้ 555


รูปเซลฟีเปรียบเทียบก่อนหลังผ่าตัดค่ะ พอผ่าตัดแล้วถ่ายเซลฟีออกมาดูดีกว่าเดิมมากเลยค่ะ 55

ตรงปากอาจยังดูไม่เป็นธรรมชาติ ตอนพูดก็ด้วยค่ะ เหมือนยังขยับได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่

เพราะอาการบวมตอนนี้รูปหน้าเลยยังเป็น U ไลน์อยู่ อยากให้เป็น V ไลน์เร็วๆจังค่ะ

ขนาดว่าเราบวมไม่เยอะ แต่ก็ด้วยความโลภของคนเราอ่ะเนอะ 5555

จะพยายามยุบบวมเร็วๆแล้วกลับมาพบกันใหม่ในรีวิวพาร์ทหน้านะคะ

ไว้เจอกันค่า ~~!!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 ส.ค. 20, 11:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ!!

ความรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่าตัดไปเมื่อวานเองแต่นี่ผ่านไป 1 เดือนแล้วค่ะ!!

หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนเราใช้ชีวิตอยู่หน้ากระจกทั้งวันยังไงไม่รู้ค่ะ 55

สัปดาห์ที่ผ่านมาร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก เลยออกไปไหนมาไหนเยอะเลยค่ะ

หลังผ่าตัด Day 22

แก้มทั้งสองข้างยังบวมอยู่เราเลยใส่หน้ากากปิดแค่ช่วงคางเวลาไปไหนมาไหนค่ะ!!

ตอนกลับมาบ้าน คุณแม่ทำโจ้กไว้ให้ด้วยค่ะ

คุณแม่ต้มโจ้กโดยใช้น้ำซุปจากปลาพ็อลแลคค่ะ อร่อยมากกกก

เลยจัดไปทีเดียว 4 ชามรวดเลยค่ะ 55555


หลังผ่าตัด Day 23

วันนี้เป็นวันที่มีงานวันเกิดครบหนึ่งขวบของลูกเพื่อนเราค่ะ!!!

หลังจากวันผ่าตัดจนวันนี้ เพิ่งผ่านไปได้สามสัปดาห์กับอีก 2 วันเอง

แต่บวมน้อยมากเราเลยสามารถไปร่วมงานได้ค่ะ


หลังผ่าตัด Day 24

เราพยายามจะฝึกอ้าปากบ่อยๆแต่มันยากกว่าที่คิดค่ะ TT

ตอนนี้สามารถใส่นิ้วเข้าไปในปากได้สองนิ้วแล้ว

หลังจากลองฝึกทั้งวันจนใส่เข้าไปได้สองนิ้ว

แต่พอตื่นมาและลองทำอีกครั้งเกือบใส่สองนิ้วได้ไม่หมดค่ะ…

ไม่รู้ว่าเราฝึกฝนน้อยไปรึเปล่า TT

และช่วงนี้เราตั้งใจจะทานอาหารให้ได้มากขึ้น

เลยลองทานนู่นทานนี่ไปเรื่อยๆดูค่ะ!

ที่ผ่านมาเราลองกินโดนพยายามใช้ลิ้นช่วยเคี้ยว

รอบนี้ลองกินมะม่วงแช่แข็งกับบลูเบอรีโดยเอามาละลายน้ำแข็งก่อนนิดนึง

ก็สามารถเคี้ยวได้โดยไม่มีปัญหาอะไรค่ะ 5555

แต่ด้วยยังมีฟันที่ไม่สบกันอยู่หลายซี่เลยค่อนข้างลำบากอยู่พอสมควรค่ะ

วันนี้ไปเจอเพื่อนมาด้วยค่ะ ลองถ่ายรูปเซลฟีระหว่างรอเพื่อนที่ร้านทำผมดู

ดูเหมือนช่วงแก้มยังบวมอยู่ใช่ไหมล่ะคะ?


หลังผ่าตัด Day 25

ไม่รู้เพราะวันนี้นอนไม่ค่อยหลับแล้วตื่นมาหรือเปล่า

เพราะช่วงเช้าอาการบวมเยอะกว่าปกติค่ะ

ในแต่ละวัน ยังบวมๆยุบๆสลับกันไป

ถ้าเราขยับปากบ่อยในปากก็จะบวมแล้วค่อยยุบลงเหมือนกันค่ะ 5555

แล้วก็อาการหูแว่วที่กวนใจเรามาตลอด ตอนนี้หายสนิทแล้วค่ะ !!!

หลังจากอาการหูอื้อค่อยๆหายไปทีละนิด

จนตอนนี้ผ่านไป 25 วัน หลังผ่าตัด อาการได้หายเป็นปลิดทิ้งแล้วค่ะ

ที่ผ่านมามันกวนใจเราพอสมควรเลยค่ะ TT

อาการบวมบริเวณหน้าแก้มยุบลงกว่าก่อนหน้านี้

สัมผัสได้จากเวลาล้างหน้าค่ะ และรู้สึกว่าบริเวณ กรามคางมีความบวมค่ะ

และด้วยประสาทที่ยังไม่กลับมา ถึงแม้จะคันบริเวณเหนียง

แล้วใช้มือเกาแต่ก็ไม่หายคันค่ะ 555555555555

ยกเว้นบริเวณกราม คาง ส่วนอื่นๆดูเหมือนประสาทสัมผัสจะกลับมาแล้วค่ะ


หลังผ่าตัด Day 26

หลังจากผ่าตัดดูเหมือนเราจะถ่ายเซลฟีบ่อยขึ้นมาก

ถ้าอยู่เฉยๆไม่พูด ไม่ยิ้ม ก็ไม่มีใครรู้เลยค่ะว่าผ่าตัดมา 555555

แต่เพื่อนบอกว่าเวลาเราพูดกับยิ้มยังดูออกอยู่

เมื่อไหร่ปากจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นนะ TT


หลังผ่าตัด Day 27

อันนี้เป็นรูปที่ถ่ายตอนตื่นนอนกับตอนที่กลับมาจากข้างนอกค่ะ

เห็นอาการบวมที่แตกต่างกันอยู่นิดนึงไหมคะ? 555

ตอนนี้ถึงจะไม่ใช้โฟโต้ชอปแต่งแต่รูปหน้าก็ไม่ดูแปลกแล้วค่ะ


หลังผ่าตัด Day 28

ลองก้มหน้าเล็กน้อยแล้วถ่ายรูปดูค่ะ

จะได้เห็นอาการบวมกันชัดๆ 5555

ถ้าลองดูในภาพจะเห็นว่าแก้มฝั่งขวาบวมกว่าฝั่งซ้ายค่ะ

ด้วยเหตุนี้เราเลยพยายามประคบร้อนฝั่งที่บวมมากกว่าให้เยอะๆค่ะ

หากดูในรูปก่อนผ่าตัด

บริเวณข้างจมูกดูยุบเข้าไป แต่ปากดูยื่นออกมา TT

ปกติถ้าเป็นรูปหน้าตรงจะเห็นคางยื่นไม่ค่อยชัด แต่ในรูปนี้ก็ยังสังเกตเห็นใช่ไหมคะ?

ตอนแรกเราคิดว่ารูปนี้ถ่ายออกมาได้หน้าเรียว ออกมาสวยแล้วนะคะ

แต่พอหลังผ่าตัดผ่านไป 1 เดือน กลับมาดูอีกที ถึงรู้ว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจทำ 555555

เราพึงพอใจมากๆ เพราะหนึ่งไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์เราเปลี่ยนไปมาก

และแก้คางที่ยื่นให้กลับเข้าไปแบบเป็นธรรมชาติ โครงหน้าก็สวยขึ้นด้วยค่ะ

รีวิวสัปดาห์ที่ 4 หลังผ่าตัดของเรา ขอจบลงตรงนี้นะคะ

ไว้พบกันใหม่พาร์ทหน้าค่า ~






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 ส.ค. 20, 12:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัด Day32

ในที่สุดก็ถอดเวเฟอร์และเริ่มจัดฟันแล้วค่ะ !!

ตอนใส่เวเฟอร์รู้สึกอัดอัดมากๆเลย แต่พอมาจัดฟัน

เหมือนเวเฟอร์จะดีกว่าเยอะเลยค่ะ…

และยังไม่ค่อยชินกับที่จัดฟันตอนนี้เลยรู้สึกเจ็บช่วงริมฝีปากค่ะ TT

เวลาขยับปากเหมือนเครื่องมือจัดฟันไปเกี่ยว

เลยลองใช้ขี้ผึ้งที่เอาไว้แปะที่จัดฟันแปะเอาไว้ค่ะ

เพื่อความสวยถึงเจ็บก็ต้องทนค่ะ!!!


หลังผ่าตัด Day 34

ถึงจะผ่าตัดมาแล้ว 1 เดือน แต่ด้วยความอยากหายบวมเร็วๆ เลยหมั่นประคบร้อนอยู่ค่ะ

แล้วก็เมื่อก่อนถ้าถ่ายรูปจะเห็นว่าปากล่างยื่นออกมามากกว่าปากบนเสมอ

ตอนนี้ปากบนยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้นแล้วค่ะ

เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแต่ก็ทำให้แปลกใจดีค่ะ 55555

หลังจากผ่าตัดมามักจะได้ยินบ่อยๆค่ะว่าริมฝีปากบางลง!

เป็นเพราะคางไม่ยื่นแล้วรึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ

นอกเหนือจากนั้นยังฝึกอ้าปากอยู่เรื่อยๆค่ะ

จนตอนนี้สามารถใส่นิ้วเข้าไปในปากได้ 3 นิ้วแล้ว


หลังผ่าตัด Day 35

อยู่แต่บ้านรู้สึกเบื่อเลยไปเจอเพื่อนมาค่ะ!

มุมในรูปอาจจะแตกต่างกันนิดนึง แต่รูปขวาคือรูปที่ถ่ายตอนยุบบวมมากสุดค่ะ

หลังจากผ่าตัดมาเราไม่ได้แต่งรูปเลย แต่รู้สึกว่ารูปหน้าเราละมุนขึ้น

เห็นแล้วรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ


หลังผ่าตัด Day 36

เราได้เริ่มจัดฟันบนตอนสัปดาห์ที่ 4 หลังผ่าตัด

และตอนนี้สัปดาห์ที่ 5 เราได้เริ่มจัดฟันล่างแล้วค่ะ!

รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายช่วงเช้าระหว่างเดินทางไปทำฟัน

กับช่วงบ่ายตอนกำลังกลับบ้านค่ะ


กลับมาบ้านก็ถ่ายเซลฟี่อีกค่ะ 5555

ช่วงสัปดาห์ที่ 4 ได้มีการถอนสรูที่เหงือกออกไปหมดแล้วค่ะ

ตอนนี้ใช้ยางเกี่ยวกับเครื่องมือจัดฟันอยู่ค่ะ

และต้องคล้องยางไว้ตลอดเวลาค่ะยกเว้นเวลาแปรงฟันที่ต้องถอดออก!!

ถ้าอยากจัดฟันเสร็จเร็วๆก็ต้องเชื่อฟังคณหมอนะคะ~~!!


หลังผ่าตัด Day 38

เคยคิดไว้ว่าหลังผ่าตัดขากรรไกรจะลองเปลี่ยนทรงผมดูค่ะ

เราไว้ผมยาวมาก็นานอยู่ คราวหน้าเลยว่าจะตัดผมสั้นค่ะ!!

ตอนอยู่บ้านเลยลองทำผมให้เหมือนผมสั้นแล้วถ่ายรูปดูค่ะ 555555

ดูเข้ากับเราไหมคะ?


หลังผ่าตัด Day 40

ช่วงหลังผ่าแรกๆอาการบวมยุบลงเร็วมาก

แต่ตอนนี้น่าจะเริ่มคงที่แล้วค่ะ

ไม่ว่าจะมองยังไงตอนนี้ดูไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่แล้ว TT

แต่ก็เห็นกรอบหน้าชัดกว่าเมื่อก่อนมากๆ เลยมีแรงให้อดทนต่อไปค่ะ


ช่วงจัดฟันแรกๆ ด้วยความที่ฟันยังไม่สบกันดีเลยทำให้เคี้ยวอาหารลำบากค่ะ

แต่โชคดีที่เราเป็นคนที่ฟันค่อนข้างเคลื่อนย้ายตำแหน่งเร็ว

ทำให้ส่วนฟันกรามสบกันดีกว่าแต่ก่อนมากๆเลยค่ะ

เราเพิ่งเริ่มจัดฟันได้ไม่นาน แต่ฟันกระต่ายตอนนี้

ยุบกลับเข้าไปด้านในแล้วแบบเห็นได้ชัดเลย

ตอนนี้อาจจะยังเคี้ยวพวกของแข็งๆอย่าง แตงกวา หมูสามชั้น ยังไม่ค่อยได้

แต่อาหารประเภทเส้น, ข้าว, อาหารจำพวกแป้ง สามารถทานได้แล้วค่ะ!!!


หลังผ่าตัด Day 42

ช่วงนี้เราใช้ข้ออ้างว่าเพิ่งถอนฟันคุดมาทำให้แก้มบวม

และเพิ่งจัดฟันได้ไม่นาน รูปทรงปากเลยยังแปลกและออกเสียงไม่ชัดอยู่

ถ้าบอกไปแบบนี้ทุกคนก็เชื่อหมดค่ะ 555555


กลับไปดูรูปก่อนผ่าตัดกี่ที ก็รู้สึกประหลาดใจทุกครั้งเลยค่ะ

ตอนนั้นเราเป็นคนไม่มีแก้มเลย แต่ตอนนี้เพราะบวมด้วยแก้มเลยดูป่องๆ

ทำให้ดูหน้าเด็กกว่าตอนผ่าตัดไปเลย ว่าไหมคะ?

เมื่อก่อนเวลาทำหน้านิ่ง จะดูเหมือนโกรธตลอดเวลา

แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วค่ะ 555555

ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะยุบบวมลงไปมากแค่ไหน ได้แต่ตั้งตารอค่ะ

มาอัพรอบนี้หน้าไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่

หวังว่าในรีวิวพาร์ทหน้า ครบ 6 สัปดาห์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นนะคะ TT

จะตั้งใจลดบวมให้เต็มที่

แล้วกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังใหม่นะคะ!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 ส.ค. 20, 13:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัด Day32

ในที่สุดก็ถอดเวเฟอร์และเริ่มจัดฟันแล้วค่ะ !!

ตอนใส่เวเฟอร์รู้สึกอัดอัดมากๆเลย แต่พอมาจัดฟัน

เหมือนเวเฟอร์จะดีกว่าเยอะเลยค่ะ…

และยังไม่ค่อยชินกับที่จัดฟันตอนนี้เลยรู้สึกเจ็บช่วงริมฝีปากค่ะ TT

เวลาขยับปากเหมือนเครื่องมือจัดฟันไปเกี่ยว

เลยลองใช้ขี้ผึ้งที่เอาไว้แปะที่จัดฟันแปะเอาไว้ค่ะ

เพื่อความสวยถึงเจ็บก็ต้องทนค่ะ!!!




หลังผ่าตัด Day 34

ถึงจะผ่าตัดมาแล้ว 1 เดือน แต่ด้วยความอยากหายบวมเร็วๆ เลยหมั่นประคบร้อนอยู่ค่ะ

แล้วก็เมื่อก่อนถ้าถ่ายรูปจะเห็นว่าปากล่างยื่นออกมามากกว่าปากบนเสมอ

ตอนนี้ปากบนยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้นแล้วค่ะ

เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแต่ก็ทำให้แปลกใจดีค่ะ 55555

หลังจากผ่าตัดมามักจะได้ยินบ่อยๆค่ะว่าริมฝีปากบางลง!

เป็นเพราะคางไม่ยื่นแล้วรึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ

นอกเหนือจากนั้นยังฝึกอ้าปากอยู่เรื่อยๆค่ะ

จนตอนนี้สามารถใส่นิ้วเข้าไปในปากได้ 3 นิ้วแล้ว


หลังผ่าตัด Day 35

อยู่แต่บ้านรู้สึกเบื่อเลยไปเจอเพื่อนมาค่ะ!

มุมในรูปอาจจะแตกต่างกันนิดนึง แต่รูปขวาคือรูปที่ถ่ายตอนยุบบวมมากสุดค่ะ

หลังจากผ่าตัดมาเราไม่ได้แต่งรูปเลย แต่รู้สึกว่ารูปหน้าเราละมุนขึ้น

เห็นแล้วรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ


หลังผ่าตัด Day 36

เราได้เริ่มจัดฟันบนตอนสัปดาห์ที่ 4 หลังผ่าตัด

และตอนนี้สัปดาห์ที่ 5 เราได้เริ่มจัดฟันล่างแล้วค่ะ!

รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายช่วงเช้าระหว่างเดินทางไปทำฟัน

กับช่วงบ่ายตอนกำลังกลับบ้านค่ะ


กลับมาบ้านก็ถ่ายเซลฟี่อีกค่ะ 5555

ช่วงสัปดาห์ที่ 4 ได้มีการถอนสรูที่เหงือกออกไปหมดแล้วค่ะ

ตอนนี้ใช้ยางเกี่ยวกับเครื่องมือจัดฟันอยู่ค่ะ

และต้องคล้องยางไว้ตลอดเวลาค่ะยกเว้นเวลาแปรงฟันที่ต้องถอดออก!!

ถ้าอยากจัดฟันเสร็จเร็วๆก็ต้องเชื่อฟังคณหมอนะคะ~~!!


หลังผ่าตัด Day 38

เคยคิดไว้ว่าหลังผ่าตัดขากรรไกรจะลองเปลี่ยนทรงผมดูค่ะ

เราไว้ผมยาวมาก็นานอยู่ คราวหน้าเลยว่าจะตัดผมสั้นค่ะ!!

ตอนอยู่บ้านเลยลองทำผมให้เหมือนผมสั้นแล้วถ่ายรูปดูค่ะ 555555

ดูเข้ากับเราไหมคะ?


หลังผ่าตัด Day 40

ช่วงหลังผ่าแรกๆอาการบวมยุบลงเร็วมาก

แต่ตอนนี้น่าจะเริ่มคงที่แล้วค่ะ

ไม่ว่าจะมองยังไงตอนนี้ดูไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่แล้ว TT

แต่ก็เห็นกรอบหน้าชัดกว่าเมื่อก่อนมากๆ เลยมีแรงให้อดทนต่อไปค่ะ


ช่วงจัดฟันแรกๆ ด้วยความที่ฟันยังไม่สบกันดีเลยทำให้เคี้ยวอาหารลำบากค่ะ

แต่โชคดีที่เราเป็นคนที่ฟันค่อนข้างเคลื่อนย้ายตำแหน่งเร็ว

ทำให้ส่วนฟันกรามสบกันดีกว่าแต่ก่อนมากๆเลยค่ะ

เราเพิ่งเริ่มจัดฟันได้ไม่นาน แต่ฟันกระต่ายตอนนี้

ยุบกลับเข้าไปด้านในแล้วแบบเห็นได้ชัดเลย

ตอนนี้อาจจะยังเคี้ยวพวกของแข็งๆอย่าง แตงกวา หมูสามชั้น ยังไม่ค่อยได้

แต่อาหารประเภทเส้น, ข้าว, อาหารจำพวกแป้ง สามารถทานได้แล้วค่ะ!!!


หลังผ่าตัด Day 42


ช่วงนี้เราใช้ข้ออ้างว่าเพิ่งถอนฟันคุดมาทำให้แก้มบวม

และเพิ่งจัดฟันได้ไม่นาน รูปทรงปากเลยยังแปลกและออกเสียงไม่ชัดอยู่

ถ้าบอกไปแบบนี้ทุกคนก็เชื่อหมดค่ะ 555555

กลับไปดูรูปก่อนผ่าตัดกี่ที ก็รู้สึกประหลาดใจทุกครั้งเลยค่ะ

ตอนนั้นเราเป็นคนไม่มีแก้มเลย แต่ตอนนี้เพราะบวมด้วยแก้มเลยดูป่องๆ

ทำให้ดูหน้าเด็กกว่าตอนผ่าตัดไปเลย ว่าไหมคะ?

เมื่อก่อนเวลาทำหน้านิ่ง จะดูเหมือนโกรธตลอดเวลา

แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วค่ะ 555555

ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะยุบบวมลงไปมากแค่ไหน ได้แต่ตั้งตารอค่ะ

มาอัพรอบนี้หน้าไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่

หวังว่าในรีวิวพาร์ทหน้า ครบ 6 สัปดาห์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นนะคะ TT

จะตั้งใจลดบวมให้เต็มที่

แล้วกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังใหม่นะคะ!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 ส.ค. 20, 12:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า!!
เรากลับมาอีกครั้งหลังจากผ่าตัดขากรรไกร+ปรับรูปหน้า 3 จุด ที่บาโนบากิมาได้สองเดือนแล้วค่ะ!


เรากินอะไรง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้ตอนนี้น้ำหนักเริ่มขึ้นแล้วค่ะ TT
อาจจะเพราะฟันเราเคลื่อนตัวเร็วด้วย ทำให้ฟันกรามฝั่งขวาตอนนี้สบกันได้พอดีไม่มีเหลื่อมล้ำเลยค่ะ
ฝั่งซ้ายยังไม่สบกันอยู่อีกนิดหน่อย เลยอาจทำให้เคี้ยวอาหารลำบากไปบ้างค่ะ
ระหว่างการจัดฟันนอกเหนือจากการที่ชอบมีเศษอาหารติดฟัน อย่างอื่นก็ไม่ได้ลำบากอะไรค่ะ!


เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนช่วงนี้ทั้งร่างกายและใบหน้า ดูเหมือนจะฟื้นตัวได้เยอะมากๆ แล้วค่ะ
ในเรื่องของการอ้าปาก ช่วงนี้เราไม่ได้ฝึกบ่อยๆ
แต่ก็สามารถสอดนิ้วสามนิ้วเข้าไปในปากได้อย่างสบายๆ เลยค่ะ
ก่อนหน้านี้จำไม่ได้แล้วว่าสามารถสอดนิ้วเข้าไปได้กี่นิ้ว
จะตั้งใจฝึกและในรีวิวครั้งหน้าหวังว่าจะสอดนิ้วสี่นิ้วเข้าไปในปากให้ได้ค่ะ TT


ด้วยรูปทรงปากที่ยังดูแปลกๆกับการออกเสียงที่ยังทำได้ไม่เต็มที่
ทำให้เราชอบพูดเสียงเบาๆค่ะ แต่พอจะพูดเสียงดังก็รู้สึกเหมือนในปากบวม
บางทีเครื่องมือจัดฟันก็ชอบไปเกี่ยวกับรอยกรีดในปาก

ทำตัวให้ชินกับการจัดฟันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ…


ความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการบวมอย่างที่เห็นในภาพค่ะ
ว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก
แต่เรารู้สึกว่าหน้ากลมขึ้นทำให้ดูเด็กลงแบบเห็นได้ชัดเลยค่ะ ใครจะเชื่อว่าอายุ 20กลางๆแล้ว 55555555555


เวลาเอามือจับ บริเวณที่แข็งๆเค้าบอกว่าเป็นอาการบวมค่ะ
แต่แก้มเรานุ่มขึ้นเยอะมาก ส่วนใต้เหนียงยังแข็งเหมือนเดิม…
บริเวณนี้จะเป็นส่วนที่ยุบบวมหลังสุดเลยค่ะ


ช่วงเย็นอยู่ดีๆเพื่อนก็เรียกออกมาเจอกัน
เลยมานั่งกินเบียร์กระป๋องที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้านนิดนึงค่ะ!

เพื่อนนึกว่าหลังผ่าตัดขากรรไกรจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนจำเราไม่ได้ แต่ตรงกันข้าม เพราะหน้าเราไม่ได้เปลี่ยนไปมาก
แต่กลับสวยขึ้นแบบดูเป็นธรรมชาติด้วยค่ะ ทำเอาเพื่อนงงไปพักนึงเลย 555555555


รอบนี้เราไปเที่ยวเกาะเชจูมาค่ะ!!!!! เป็นการไปเที่ยวครั้งแรกหลังจากผ่าตัดเลย

สนุกมากกกกแล้วก็ถ่ายรูปมาเยอะมากเลยค่ะ! ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะไม่ค่อยให้คนอื่นถ่ายรูปให้เลยค่ะ
แต่คราวนี้มีแต่ขอให้ช่วยถ่ายให้หน่อย จัดเต็มไปเลยจ้า 555555


ถึงจะจัดฟันอยู่แต่ก็ยิ้มได้อย่างเต็มที่ค่ะ ถ้าเราไม่ได้เป็นคนบอกว่าผ่าตัดขากรรไกรมา ก็ไม่มีใครรู้ค่ะ
เพราะตอนนี้ยิ้มเป็นธรรมชาติขึ้นมาก ปลื้มสุดๆไปเลยจ้า ถ้าดูรูปที่สามจะเห็นว่าช่วงกราม คางยังบวมอยู่ใช่ไหมคะ?
ดูจากรีวิวคราวก่อนก็ไม่ได้บวมมากจนดูไม่เท่ากันขนาดนั้น แต่รอบนี้ดูดีขึ้นมากเลยค่ะ!!

หลังผ่าตัดมามักจะได้ยินบ่อยๆ ค่ะว่าเราดูมีความมั่นใจ ดูดีขึ้นเราเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ 555555


ถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่เราทำหน้าเฉยๆ ก็ดูเหมือนไม่พอใจอะไรตลอดเวลา
ตอนนี้ถึงแม้จะทำหน้าแบบเดิมก็ไม่ได้ดูเป็นอย่างนั้นแล้วค่ะ 5555555
จากภาพก่อนหลังผ่าตัด จะเห็นได้ชัดเลยค่ะว่าการแสดงสีหน้าเปลี่ยนไปมากๆ
เผลอแป๊ปเดียวผ่านไปสองเดือนแล้ว….

ช่วงนี้เราใช้ชีวิตสบายมากแทบไม่มีผลกระทบอะไรเลย
นึกถึงตอนผ่าตัดแรกๆที่ลำบากมาก เหมือนฝันไปเลยค่ะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 3 ก.ย. 20, 12:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ กลับมาอัพเดพหน้าช่วงนี้กันค่ะ
ตอนนี้เราผ่าตัดขากรรไกร+ปรับรูปหน้ามา ได้ 2เดือนกับประมาณ 1อาทิตย์แล้ว
ช่วงนี้ถ้าไปเจอเพื่อน เพื่อนจะชอบทักว่าตาดูโตขึ้นตลอดเลยค่ะ….
ไม่รู้ว่าเพราะขนาดหน้าที่เล็กลงเลยทำให้ตาดูโตรึเปล่า 5555555



วันนี้เป็นวันที่เราไปคลินิกทำฟันมาค่ะ เมื่อ 3 วันก่อน อยู่ดีๆก็มีอาการบวมเกิดขึ้น จนปากบวมเลยค่ะ

ด้วยความกังวล ไหนๆก็จะไปคลินิกฟันแล้ว เลยจองเช็คอัพที่รพ.เพื่อไปพบคุณหมอด้วยค่ะ

คุณหมอแจ้งว่าเรายังอยู่ในช่วงที่ยังบวมๆยุบๆอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ
แล้วก็ให้หมั่นประคบเย็นเป็นประจำก็พอค่ะ!!



หลังจากผ่าตัดขากรรไกรมา รู้สึกว่าจมูกกว้างขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ทรงจมูกเปลี่ยนไปเลยจากก่อนหน้านี้ ปลายจมูกดูสูงขึ้นนิดนึงก็จริง แต่ว่าจมูกกลับดูกลมมากขึ้น…TT
และลองเทียบกับรูปตอนไปเช็คอัพ เหมือนอาการบวมจะยุบลงนิดนึงแล้วค่ะ


ช่วงนี้เวลาไปทำงานหรือเลิกงานจะติดถ่ายเซลฟีตลอดเลยค่ะ

ที่เคยไปผ่าตัดมาตอนนี้เหมือนฝันไปเลย 555555

ประสาทสัมผัสยังกลับมาไม่เต็มร้อย แต่ริมฝีปากล่างก็มีความรู้สึกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนค่ะ




เราไม่รู้มาก่อนเลยค่ะว่าพอจัดฟันแล้วฟันจะเคลื่อนที่เร็วขนาดนี้
ตอนนี้ผ่านไป 1 เดือนแต่ฟันกรามที่อยู่ห่างก็เริ่มติดกันแล้ว
ฟันหน้าก็ชิดกันเป็นระเบียบมากขึ้น 55555
เริ่มมีความมั่นใจที่จะเคี้ยว เลยลองเคี้ยวกิมจิหัวไชเท้าดู ปรากฏว่าทำได้แล้วค่ะ

อาจจะยังเคี้ยวจนหนำใจไม่ได้แต่ถ้าค่อยๆเคี้ยวช้าๆก็ทำได้ดีเลยล่ะค่ะ

ลองถ่ายตอนนอนดู เพราะแรงโน้มถ่วงช่วย เลยดูหน้าเรียวกว่าเดิมอีกค่ะ 55555555
ถ้าดูแบบนี้เหมือนยุบบวมหมดแล้วเลย TT แต่ยังอีกนานค่ะ 55555



ในบรรดาเซลฟีที่ถ่ายมาตลอดสองอาทิตย์ รูปนี้เป็นเดอะเบสเลยค่ะ!!
คางยื่นหายไปแล้วแถมหน้าเล็กเท่าฝ่ามือเอง
พลังจากการผ่าตัดขากรรไกรและปรับโครงหน้าล้วนๆค่ะ 55555555



รูปก่อนผ่าตัดค่ะ ตอนนั้นคางยื่นหนักมากจริงๆ
ก่อนผ่าตัด เวลายิ้มจะดูแปลกๆ มักจะได้ยินบ่อยๆ ว่ายิ้มแล้วดูเหมือนฝืนยิ้ม

แต่ตอนนี้ยิ้มอวดฟันไม่หยุดเลยค่ะ 5555555
ก่อนผ่าตัดจำได้ว่าคุณหมอเคยถามว่าเวลายิ้มอยากให้เห็นฟันประมาณไหนด้วย

แต่เราไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน เลยบอกให้คุณหมอทำตามที่คุณหมอประเมินแล้วว่าสวยเลยค่ะ

และคุณหมอก็ตั้งใจปั้นหน้านี้มาให้อย่างเต็มที่ขนาดนี้ รู้สึกขอบคุณมากๆเลยค่ะ TT





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 18 ก.ย. 20, 13:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ~!! สบายดีกันไหมคะ?

ตอนนี้เราผ่าตัดขากรรไกร+ปรับรูปหน้ามาได้เกิน 3 เดือนแล้วค่ะ

1 เดือนที่ผ่านมาจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้างน้า ~~


หลังผ่าตัด 2.5 เดือน


ถ้าเทียบกับรีวิวครั้งที่แล้วในเรื่องของอาการบวมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ!! 55555

บางวันก็ตื่นมาแล้วรู้สึกเบาหน้า บางวันก็ตื่นมาแล้วบวมค่ะ

แต่ที่บวมคือบวมในปาก ไม่ได้บวมจนคนรอบข้างสังเกตเห็นได้ค่ะ


วันนี้เราไปทานข้าวกับแม่และพี่สาวข้างนอกมาค่ะ

ตอนนี้เกือบจะสามเดือนแล้ว เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

รู้สึกว่าช่วงปากล่างความรู้สึกกำลังกลับมาค่ะ

ความรู้สึกเจ็บๆแปลบๆเหมือนไฟช้อตก็ลดลงแล้วด้วย


เวลาไปเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน บางคนก็รู้ค่ะ

ว่าเราไปผ่าตัดขากรรไกรมา แต่คนที่ดูไม่ออกมีเยอะกว่า

เราเลยจะบอกไปว่าคงเป็นเพราะจัดฟันมั้ง รูปหน้าเลยเปลี่ยนไป

คิดเอานะคะว่าต้องเนียนขนาดไหน เป็นธรรมชาติมากๆ 555555


สัปดาห์นี้เหล็กจัดฟันเกี่ยวในแก้มเราค่ะ

แล้วก็ชอบไปเกี่ยวบริเวณรอยเย็บในปากเลยทำให้ลำบากนิดหน่อย

เราเลยเอาขี้ผึ้งแปะทับไว้ แต่พอทานข้าวก็เผลอกลืนลงไปด้วยค่ะ….


หลังผ่าตัดรู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนเป็นแนวน่ารักมากขึ้นค่ะ 55555

เมื่อก่อนเราจะติดนิสัยเผยอปากออกนิดนึงตลอดเวลาแบบในรูป

แล้วสังเกตเห็นไหมคะว่าฟันมันดูไม่สบกันด้วย

แต่ตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าเลยค่ะ


หลังผ่าตัด 3.5 เดือน


ตอนนี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ 14 หลังผ่าตัดค่ะ

เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ประสาทสัมผัสกลับมามากกว่าเดิม

และอาการบวมในปากก็ลดลงกว่าแต่ก่อนด้วยค่ะ

เราไปเช็คอัพครบ 3 เดือนที่รพ.มาและไปเปลี่ยนเหล็กจัดฟันมาด้วยค่ะ

ตอนอยู่เฉยๆก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอกินข้าวเท่านั้นแหละ…

รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของการจัดฟันเลยค่ะ

แต่ผ่านไปวันสองวันเดี๋ยวก็หายค่ะ 55555555

จะรู้สึกคันช่วงใต้เหนียงเป็นบางทีด้วยค่ะ

อาจเป็นสัญญาณของประสาทสัมผัสที่กำลังกลับมามั้งคะ


ก่อนผ่าตัดเราแทบไม่ทาลิปสติกสีอ่อนเลยค่ะ

เพราะถ้าสีปากอ่อนจะทำให้ยิ่งดูคางยื่นมากกว่าเดิม

แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นสีโปรดไปแล้วค่ะ 5555555


ตอนนี้เราไม่มีปัญหาจากการใส่เหล็กจัดฟันแล้วค่ะ

อาการบวมในปากลดลง เนื้อข้างในที่เคยถูกเกี่ยว ตอนนี้ก็ไม่เกี่ยวแล้ว

ในส่วนของรอยกรีดฝั่งซ้ายจะเรียบ แต่ฝั่งขวารู้สึกไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่ค่ะ

ได้บอกคุณหมอตอนไปเช็คอัพแล้ว คุณหมอบอกว่ามันจะหายไปเองตามกาลเวลาค่ะ


อย่างรูปก่อนผ่าตัดแรกถ้าลองหามุมดีๆก็จะดูคางไม่ยื่นเท่าไหร่ค่ะ

แต่ถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นทันทีเลยว่าคางยื่น

ก่อนผ่าตัดเราก็ไม่ได้ชอบหน้าตรงของตัวเองนะคะ

แค่อยากให้หายคางยื่นเท่านั้นเอง

และผลก็ออกมาเป็นแบบที่เราต้องการเลย

เลยพึงพอใจกับการผ่าตัดครั้งนี้มากๆค่ะ

รูป Before After แทบไม่อยากเอามาเทียบกันเลย 555555

พาร์ทนี้ขอจบเอาไว้ตรงนี้นะคะ

แล้วพบกันต่อพาร์ทหน้าจ้า!






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 24 ก.ย. 20, 17:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทุกคนสบายดีกันไหมคะ??

เผลอแป๊ปเดียวเราผ่าตัดขากรรไกรมาได้ 4 เดือนแล้วค่ะ ไวมากเลย
ส่วนเสริมจมูกกับดูดไขมันหน้าทำมาได้ 1 เดือน
และจัดฟันได้ 3 เดือนแล้วค่ะ!!!

เวลาผ่านไปเร็วจนน่าตกใจเลยใช่ไหมคะ??


อาการบวมจากการทำจมูกดูเหมือนจะยุบลงเร็วมาก
หลังเอาเฝือกจมูกออก เหมือนช่วงปลายจมูกยังดูทู่ๆไปบ้าง แต่บริเวณสันจมูกแทบไม่บวมเลยค่ะ

หลังทำจมูกมา สันจมูกเราก็ยังไม่ได้สูงมากนะคะ
แต่ดูเป็นธรรมชาติและทรงสวยด้วยค่ะ จนเพื่อนๆถามกันใหญ่เลยว่าไปทำที่ไหนมา



ถึงแม้จะทำจมูกไป 1 เดือนแล้ว แต่เวลายิ้มยังดูฝืนอยู่บ้าง

ตอนยิ้มอ่อนๆไม่เท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้ายิ้มแบบเต็มที่จะรู้สึกแข็งๆบริเวณที่ดูดไขมันหน้ามา
และบริเวณระหว่างปลายจมูกกับปากยังตึงอยู่ค่ะ
แต่เมื่อเทียบกับพาร์ทที่แล้วรู้สึกว่าบริเวณแก้มและคางนุ่มขึ้นค่ะ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราใบหน้าฝั่งซ้ายมีไขมันมากกว่า ดูดออกไปเยอะกว่ารึเปล่า
เลยทำให้อาการบวมสองข้างมันไม่เท่ากันค่ะ

เวลายิ้มมุมปากสองข้างก็สูงไม่เท่ากันด้วยค่ะ
ด้วยความกังวลเลยลองไปเสิร์ชหาในเน็ตดูค่ะ แต่เหมือนจะเป็นอาการปกติที่ใครๆก็เป็นกัน
เมื่อเวลาผ่านไปจะเป็นธรรมชาติขึ้นเอง เลยหายกังวลไปได้เปราะหนึ่งค่ะ


ในส่วนของจมูกยังแข็งอยู่ค่ะ และไม่สามารถแคะจมูกได้ เลยต้องทำความสะอาดรูจมูกโดยการใช้คัตเติ้ลบัตเช็ดเอา
และเหมือนแผลกรีดในจมูกกำลังจะหายเลยทำให้รู้สึกคันบ่อยๆค่ะ
ตอนทำขากรรไกรเองก็เหมือนกัน ยิ่งรู้สึกคัน หมายความว่าใกล้จะหายแล้ว
รอบนี้เองก็เหมือนกัน คิดว่าเป็นสัญญาณที่ดีค่ะ


วันนี้ออกไปทานข้าวข้างนอกกับครอบครัวมาค่ะ!

แล้วก็เดือนนี้ตอนไปตรวจฟัน บังเอิญเจอคุณหมอที่ผ่าตัดขากรรไกรให้โดยบังเอิญด้วยค่ะ

เลยได้ถามท่านเกี่ยวกับอากรปวดแปลบๆที่ฟันล่าง

คุณหมอก็ทำการตรวจให้อย่างใจดีมากเลยค่ะ ทั้งให้ถ่าย CT และอธิบายเหตุผลให้ฟังด้วย

เหมือนเรากังวลมากไปเองเลย คุณหมอบอกว่าเพียงแค่เรารักษาสภาพร่างกายให้ดี และหมั่นทานวิตามินก็เพียงพอแล้วค่ะ
ใบหน้าดูเหมือนจะเริ่มเข้าที่แล้วใช่ไหมคะ >

ขาดไม่ได้เช่นเดิมค่ะ กับรูปเทียบก่อนหลังผ่าตัด !!
ก่อนหน้านี้เราเป็นคนจมูกสั้น ทำให้เห็นรูจมูกชัดเจน ลองเอามาเปรียบก่อนหลังทำ
จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของปลายจมูกได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ


พาร์ทนี้ขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะคะ ไว้มาพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ ~!!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 1 ต.ค. 20, 11:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทำจมูกมาได้เดือนกว่าแล้วค่า แต่ยังดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง…55555
ถึงจะยุบบวมลงแล้ว แต่เพราะจมูกยังแข็งๆอยู่
ทำให้เวลายิ้มแล้วจมูกไม่ยกขึ้นตามค่ะ TT
เลยลองถามเพื่อนๆที่เคยทำจมูกมาดู เพื่อนบอกว่าต้องรอ 2-3 เดือนเลยค่ะ
ถึงจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น 555555


เมื่อเทียบกับพาร์ทที่แล้ว บริเวณที่แข็งๆจากการดูดไขมันหน้ามาเริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ
ถ้าใช้มือจับภายนอกจะรู้สึกนิ่ม
แต่อาการบวมภายในปากเป็นมาตั้งแต่ตอนผ่าขากรรไกร
เลยไม่รู้ว่ายังบวมจากที่ทำขากรรไกรอยู่หรือเพราะดูดไขมันค่ะ 55555


ใบหน้าส่วนใหญ่เข้าที่แล้วและไม่มีปัญหาใดๆในการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ
และตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวสมัครงานอยู่ค่ะ!
ช่วงนี้อากาศดีด้วยและยังอยู่ในช่วงหางาน
เลยไปเที่ยวเล่นมาหลายที่เลยค่ะ เพราะเสียดายเวลาที่ผ่านไปเฉยๆ 55555


หลังจากไม่ได้เช็คมาช่วงหนึ่งว่าสามารถสอดนิ้วเข้าไปในปากได้กี่นิ้วแล้ว
วันนี้เลยลองเช็คดู ปรากฏว่าสอดนิ้วเข้าไปในปากได้ 4 นิ้วแล้วค่ะ!!!
น่าจะอ้าปากได้กว้างสุดเท่าที่จะอ้าได้แล้วค่ะ
หลังผ่าตัดขากรรไกร ช่วงฟันล่างซ้ายเคยรู้สึกเจ็บแปลบๆเวลาแปรงฟันโดนค่ะ

ช่วงแรกเรานึกว่าปวดจากเครื่องมือจัดฟัน
แต่น่าจะเป็นจากเส้นประสาทที่ได้รับผลกระทบตอนผ่าตัดค่ะ
ตอนนี้ก็ผ่าตัดมาได้ 5 เดือนแล้ว อาการปวดดังกล่าวก็ลดลง
ตอนนี้ถึงแปรงฟันโดนหรือลองเอาโยกฟันดูก็แทบไม่รู้สึกปวดแล้ว

ในส่วนของฟันเข้าที่เกือบหมดแล้ว เหลือแค่เขี้ยวที่โดดออกมาอยู่จุดนึงค่ะ ก็มีการใช้ยางดึงเฉพาะจุดนั้นอยู่ค่ะ!!
ตั้งใจทำตามที่คุณหมอสั่งจะได้รีบถอดเหล็กจัดฟันออกเร็วๆค่ะ
อีกอย่างเวลาหัวเราะเยอะๆก็ไม่ได้รู้สึกตึงในจมูกมากเท่าไหร่แล้วค่ะ


หลังดูดไขมันใบหน้ามารู้สึกมุมปากยกขึ้นไม่เท่ากันเวลายิ้มค่ะ
น่าจะเป็นเพราะปริมาณไขมันที่ดูดออกไปสองข้างไม่เท่ากัน
แต่อาการบวมจะยุบต้องรอ 3 เดือน เหมือนที่คุณหมอบอกก่อนผ่าตัด
ตอนนี้เลยไม่ได้กังวลอะไรมากค่ะ 55555

ก่อนผ่าตัดเราจะติดนิสัยชอบกดคาง ก้มหน้าลงเลยทำให้คอดูสั้น
แต่หลังจากผ่าตัดตอนนี้เรากล้าที่จะเงยหน้าเดินอย่างมั่นใจแล้วค่ะ
คอก็ดูยาวขึ้นด้วย 555555555555
หวังว่าพาร์ทหน้าจะเป็นธรรมชาติขึ้นกว่าตอนนี้นะคะ TT

แล้วไว้เจอกันใหม่ค่ะ !!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 ต.ค. 20, 14:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอนนี้อาการบวมจากการดูดไขมันหน้ากับทำจมูกยุบลงจนหมดแล้วค่ะ
ตอนนี้เวลายิ้มกว้างๆก็ไม่ได้รู้สึกตึงในจมูกแล้ว
ไม่รู้ว่าอาการบวมในปากยังเหลืออยู่หรือเป็นเพราะเหล็กเจ็ดฟัน
เพราะเวลามองจากด้านข้างปากดูยื่นออกมาเหมือนเป็ดเลยค่ะ
อยากรีบถอดเหล็กจัดฟันเร็วๆจัง TT


ทำไมเป็นคนตกงานที่ยุ่งขนาดนี้
ยุ่งเพราะเอาแต่เที่ยวค่ะ 555555


รูปเมื่อ 3 ปีก่อนที่ถ่ายตอนไปเที่ยวอเมริกาค่ะ
มีการติดกิ๊บดอกไม้ด้วย 5555555
มาไล่ๆดูรูปไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่าทำไมชอบโพสท่าทำปากจู๋จัง…

วันนี้เป็นวันที่มีนัดไปทำฟันด้วยค่ะ
คุณหมอฟันบอกว่าฟันเราค่อนข้างสบกันได้ดี
อาจจะได้ถอดเครื่องมือจัดฟันเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ค่ะ
นัดทำฟันเดือนหน้าก็เริ่มเตรียมที่จะถอดได้แล้ว ดีใจมากเลย ถ่ายรูปอวดฟันมาฝากด้วยค่ะ
ตอนนี้หน้าเป็นวีไลน์โดยไม่ต้องแต่งรูปเลยค่ะ

รอยกรีดใต้จมูกยังเหลือรอยให้เห็นอยู่บ้างถ้ามองมุมเสยนะคะ
ถึงแต่งหน้าก็ยังปิดรอยแดงไม่ค่อยอยู่ค่ะ
แต่ต้องจ้องมุมเสยเท่านั้นค่ะถึงจะเห็นเลยไม่ได้กังวลเท่าไหร่ค่ะ!


ตอนกลางคืนอยู่ดีๆก็รู้สึกคันช่วงคางมากจนนอนไม่ได้เลยเผลอไปตีช่วงคางเข้า
พอตื่นมารู้สึกริมฝีปากล่างบวมเฉยเลยค่ะ แต่ความรู้สึกหน่วงๆดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ใต้ปากบนไม่มีความรู้สึก แต่ตอนนี้ใต้ปากล่างไม่มีความรู้สึกค่ะ
เป็นครั้งแรกเลยที่ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าประสาทสัมผัสกลับมาอย่างเห็นได้ชัด
แปลกดีค่ะ 55555555


ช่วงวันหยุดเทศกาลรอบนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้เจอญาติๆหลังผ่าตัดค่ะ
ญาติๆเข้ามาทักทายเราก่อนเลยคนแรก
พอทำหน้ามา มีแต่คนบอกว่าเราหน้าเหมือนน้องสาวค่ะ 55555555555

พาร์ทนี้ขอเบรกไว้เท่านี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ ^^





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 12 พ.ย. 20, 17:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สบายดีกันไหมคะ ^^
เผลอแป๊บเดียวอีก 3 วันก็จะสิ้นปีแล้ว TT
ในปีนี้เราได้ผ่าตัดขากรรไกรที่อยากทำมานาน มีความทรงจำดีๆเกิดขึ้นเยอะเลยค่ะ
นับเป็น 1 ปีที่มีความหมายที่สุดในชีวิตเราเลยก็ว่าได้ค่ะ!


ปลายปีเป็นวันเกิดเพื่อนพอดีเลยไปฉลองวันเกิดกันมาค่ะ 55555


รูปตอนใส่รีเทนเนอร์ค่า
เหมือนเดี๋ยวนี้จะมีแบบพลาสติกใสครอบแล้ว
แต่เราได้รีเทนเนอร์แบบถอดสวมได้อย่างในรูปมาค่ะ
แอบลำบากเหมือนกันแต่ใส่เฉพาะตอนนอน
แล้วก็สบายกว่าตอนใส่เหล็กจัดฟันค่ะ
แต่ก็ขี้เกียจบ้างไรบ้างเลยเว้นไม่ใส่ไปหลายวัน
พอกลับมาใส่รู้สึกแน่นขึ้นไม่รู้ว่าเพราะเคลื่อนที่รึเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ
หลังจากนี้ต้องขยันใส่แล้วล่ะค่ะ กลัวฟันกลับไปเป็นเหมือนดิม TT


ลองทำผมเหมือนผมสั้นดู พอจะเข้าบ้างไหมคะ 5555555
ไปเจอกิ๊บที่ซื้อไว้ตั้งแต่คริสมาสตร์ปีที่แล้ว
เลยลองเอามาใส่ถ่ายรูปเล่นดูค่ะ…


วันนี้อยู่ดีๆก็รู้สึกปวดช่วงใต้คางค่ะ เป็นเพราะประสาทสัมผัสกำลังกลับมารึเปล่านะ..?
ยังไงเราผ่าตัดมายังไม่ครบปีเลยค่ะ การฟื้นตัวต่างเลยยังไม่ 100%

บางทีเพื่อนชอบถามค่ะว่ารู้สึกเสียใจไหมที่ทำศัลยกรรม
ทุกครั้งที่โดนถามเราจะตอบว่า ไม่เลยสักนิดค่ะ 55555555555
เวลาดูรูปก่อนหลัง ก็จะรู้สึกดีจังเลยที่ทำ คิดถูกมากๆ
พาร์ทนี้ขอจบไว้เท่านี้นะคะ ขอให้ทุกคนใช้เวลาปลายปีให้คุ้มค่า

แล้วพบกันใหม่ค่ะ บ้ายบายยยย ~~~~





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 20 พ.ย. 20, 17:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หนึ่งเดือนผ่านไปเร็วอีกแล้วค่า ผ่าตัดมาได้ 10 เดือนแล้ว

เกือบจะปีแล้วนะคะเนี่ย!

ยกเว้นบริเวณคาง ส่วนอื่นยุบบวมหมดแล้วค่ะ

ไม่รู้เป็นเพราะอาการบวมยุบลงไปเยอะหรือเปล่า

ขนาดเราน้ำหนักขึ้น 2 กิโล คนรอบตัวที่ไม่ได้เจอกันนาน

ยังไล่เราไปเพิ่มน้ำหนักอยู่เลยค่ะ


ล่าสุดบริเวณคางมีอาการบวมขึ้นมาช่วงนึงค่ะ

ถ้าดูในรูปอาจจะไม่เห็นความแตกต่าง

แต่แฟนเราที่ไมได้กลับเกาหลีมานานก็ทักว่าคางดูบวมขึ้นค่ะ

พี่สาวเองก็ทักว่าคางไปโดนอะไรมารึเปล่า ดูเหมือนบวมขึ้น

หลังจากผ่าตัดมาได้ 9 เดือน การรักษาและการดูแลหลังผ่าตัดต่างๆ

ที่รพ.สามารถทำให้ได้จบคอร์สไปหมดแล้ว

เหลือแค่รอฟื้นตัวค่ะ แต่อาการบวมกลับมาบ่อยๆเลยแอบใจเสียอยู่บ้างคะ

หลังจากอาการบวมเพิ่มขึ้น ผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์

อาการบวมก็ยุบลงค่ะ และรู้สึกว่าความรู้สึกกลับมาเกือบทั้งหมด!

อาการบวมถ้าดูจากภายนอกอาจไม่ชัดมาก

แต่ที่เรารู้สึกคือ บริเวณปากจนถึงคาง รู้สึกหน่วงๆและตึงค่ะ

พอเวลาผ่านไปและเริ่มฟื้นตัว ก็เหมือนช่วงริมฝีปากเบาขึ้น


อันนี้เราแคปรูปมาจากคลิปที่ถ่ายด้วยกล้องแอพ snow ค่ะ

ไม่รู้เพราะแอพแต่งรูปให้อัตโนมัติรึเปล่า หน้าเรียวมากเลย >_

หลังเลิกงานจัดไปสักสองสามรูป!!

ขโมยหมวกเพื่อนมาใส่ถ่ายรูปค่ะ 555555555

เมื่อก่อนถ้าใส่หมวกจะยิ่งเห็นคางชัด เลยไม่กล้าถ่ายรูปใกล้ๆ

ตอนนี้ไม่ต้องห่วงแล้วค่ะ

แต่ถึงยังไงไม่ใส่หมวกก็ยังดูดีกว่านิดนึงมั้งคะ…?

พอเราเริ่มเขียนรีวิว ก็อยากจะให้ข้อมูลเยอะๆ

แต่ในแต่ละวันไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เขียนเท่าไหร่เลยค่ะ

ถึงจะไม่ค่อยมีอะไรอัพเดทเพิ่ม ก็ช่วยเข้าใจหน่อยนะคะ TT


วันนี้ก็ไม่ลืมเอารูปก่อนหลังผ่าตัดมาฝากค่ะ!

เหมือนเราชินกับหน้าตอนนี้ไปแล้ว พอดูรูปก่อนผ่าแล้วรู้สึกไม่ชินเลยค่ะ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  Banobagi  ศัลยกรรมเกาหลี  ศัลยกรรมโครงหน้า  ผ่าตัดขากรรไกร  ลดโหนก  เสริมจมูก 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม