หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: SEA Mental Health Forum เผยกุญแจสำคัญรับมือความเจ็บป่วยทางจิตใจ  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ต.ค. 20, 11:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การประชุมสุขภาพจิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ความร่วมมือ นวัตกรรม และการเข้าถึงการรักษา คือกุญแจสำคัญในการรับมือความเจ็บป่วยทางจิตใจช่วงโควิด-19 ระบาด
- การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางจิตใจ เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า และโรคทางระบบประสาท มีอาการย่ำแย่ลงทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ประเด็นหลักที่มีการพูดคุยประกอบด้วย การใช้ประโยชน์จากการแพทย์ทางไกลและการแพทย์จิตเวชทางไกล การจัดส่งยาถึงบ้าน การยกระดับการฝึกอบรมขั้นพื้นฐานและสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตระดับชุมชน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต
ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสองและสาม และผลกระทบก็กินวงกว้างไม่ใช่ในแง่เศรษฐกิจเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงสุขภาพจิตของคนไข้ ผู้ดูแล ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์
เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ได้ร่วมมือกับสมาคมจิตเวชแห่งฟิลิปปินส์ จัดการประชุมสุขภาพจิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Mental Health Forum) ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ "การสร้างเสริมสุขภาพจิตในยุคชีวิตวิถีใหม่" (Building Capacity for Mental Health in the New Normal)
การประชุมออนไลน์จัดขึ้นสองวันในเดือนตุลาคม โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500 คน ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ คนไข้ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิตจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ประกอบด้วยฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยแต่ละประเทศได้ร่วมแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด สิ่งที่ได้เรียนรู้ ความท้าทาย และคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับการให้บริการด้านสุขภาพจิตท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ระหว่างกล่าวเปิดงาน Raghu Krishnan กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการประจำประเทศฟิลิปปินส์ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างเสริมสุขภาพจิตและสนับสนุนการพูดคุยประเด็นดังกล่าวในประเทศ
Dr. Alessandra Baldini ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการด้านการแพทย์ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน กล่าวว่า "ในการประชุมปีนี้ เราตั้งเป้าสร้างความร่วมมือกับหลายฝ่าย เพื่อหาวิธีการที่ยั่งยืนในการตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องต่อสู้กับความเจ็บป่วยทางจิตใจ และพัฒนากลยุทธ์แห่งอนาคตหลังการระบาดของโรคโควิด-19"
ที่ประชุมเปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางจิตใจ เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า และโรคทางระบบประสาท มีอาการย่ำแย่ลง [1] โดยในช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคมปีนี้ สายด่วนศูนย์สุขภาพจิตแห่งชาติของฟิลิปปินส์ต้องรับโทรศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 876 ครั้งต่อเดือน และมี 53 ครั้งที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย เทียบกับในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 - กุมภาพันธ์ 2563 หรือก่อนที่จะมีการล็อกดาวน์ มีผู้โทรเข้ามาขอรับคำปรึกษาเฉลี่ยเพียง 400 ครั้งต่อเดือน
เช่นเดียวกับในสิงคโปร์ ซึ่งพบว่ามีผู้โทรสายด่วนระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 เพิ่มขึ้น 30-35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว [2]
ขณะเดียวกัน ตำรวจมาเลเซียรายงานว่ามีเหตุฆ่าตัวตายมากถึง 78 ครั้งทั่วประเทศ นับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 9 มิถุนายน 2563 หรือเพิ่มขึ้น 14 ครั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เช่นเดียวกับรายงายจากกรมสุขภาพจิตของไทยที่ระบุว่ามีเหตุฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 22% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ในช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคม 2563 สมาคมจิตแพทย์อินโดนีเซียรายงานว่า มีการรักษาผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางจิตใจมากถึง 14,619 ราย ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์พอดี
ทั้งนี้ ในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อรองรับอนาคต ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับความร่วมมือ นวัตกรรม และการเข้าถึงการรักษา โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ใช้ประโยชน์จากการแพทย์ทางไกลและการแพทย์จิตเวชทางไกลเพื่อลดการสัมผัส พร้อมสร้างความมั่นใจว่าคนไข้สามารถเข้าถึงบริการเฉพาะทางที่มีความพร้อมมากขึ้น
- จัดส่งยาถึงบ้านเพื่อสร้างความมั่นใจว่าคนไข้จะได้รับยาทางจิตเวชอย่างต่อเนื่องและมีค่าครึ่งชีวิตของยายาวนานขึ้น พร้อมกับสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานในระดับชุมชน ตลอดจนฝึกอบรมและให้คำแนะนำจากทางไกลแก่ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนและลดภาระของผู้ให้บริการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน
- เสริมสร้างความสามารถและฝึกอบรมผู้ให้บริการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไข้ที่มีความเจ็บป่วยทางสุขภาพจิต พร้อมกับพัฒนารูปแบบการดูแลรักษาในระดับชุมชน เพื่อมอบบริการด้านสุขภาพจิตที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาเอื้อมถึง
- ให้ความสำคัญกับภูมิต้านทานของคนไข้ ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นและรัฐบาลระดับประเทศ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต
ในฐานะผู้สนับสนุนและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตมากประสบการณ์ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตั้งเป้าเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหลายฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อผลักดันประเด็นด้านสุขภาพจิตให้เป็นวาระสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก
Dr. Baldini กล่าวว่า "การสร้างเสริมสุขภาพจิตไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องมองภาพรวมเพราะเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม