หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โรคมือเท้าปากติดต่อทางไหน? อันตรายไหม? กี่วันหาย?  (อ่าน 1 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 ธ.ค. 20, 14:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

“โรคมือ เท้า ปาก” (Hand, Foot and Mouth Disease) หรือ "มือเท้าปาก" มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส Enterovirus ที่มีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ พบระบาดมากในเด็กทารกเเละเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรครายงานว่าสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากในไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 พบผู้ป่วย 6,812 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยพบผู้ป่วยโรคมือเท้าปากมากที่สุดในเด็กแรกเกิด - 4 ปี (ร้อยละ 82.56) รองลงมาคืออายุ 7-9 ปี (ร้อยละ 4.80) และอายุ 5 ปี (ร้อยละ 4.74) ตามลำดับ ทั้งนี้ อาการมือเท้าปากเริ่มต้นอาจมีไข้ มีแผลในปาก เเละมีผื่นแดงที่ฝ่ามือฝ่าเท้า หากมีอาการเเทรกซ้อนรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ หลายคนสงสัยว่าเป็นมือเท้าปากเเล้วจะคันไหม เป็นมือเท้าปากเเต่ไม่มีไข้ได้ไหม โรคมือเท้าปากในผู้ใหญ่เป็นอย่างไร วันนี้รวบรวมข้อมูลโรคมือเท้าปากมาฝากกัน


1. โรค "มือเท้าปาก" คืออะไร ?
โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease หรือ HFMD) คือ โรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่สามารถเจริญเติบโตได้ในลำไส้ หรือเชื้อไวรัสกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์มากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธ์ุที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ คอกซากีไวรัส เอ16 (Coxsackievirus A16) ซึ่งมักไม่มีความรุนแรงถึงชีวิต และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งเป็นชนิดที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย เช่น ก้านสมองอักเสบ หัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอดอย่างเฉียบพลัน เเละนำไปสู่การเสียชีวิตในอัตราที่สูงมาก พบการระบาดของโรคมือเท้าปากในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มเด็กทารกเเละเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งมักมีอาการรุนเเรงมากกว่าในกลุ่มเด็กโต เเละพบการเกิดโรคมือเท้าปากในผู้ใหญ่อยู่บ้าง


2. โรค "มือเท้าปาก" มีอาการอย่างไร
อาการของโรคมือเท้าปาก จะเริ่มแสดงอาการภายหลังจากที่เชื้อไวรัสฟักตัวอย่างเต็มที่ในระยะเวลา 3-7 วันหลังจากที่ได้รับเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจไม่มีอาการหรือมีอาการเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัด ทั้งไข้ต่ำหรือไข้สูง 38-39 องศาเซลเซียส เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ต่อมาหลังจากนั้น 1-2 วัน จะเริ่มมีอาการน้ำลายไหล กลืนน้ำลายไม่ได้ เเละเจ็บภายในช่องปากจากแผล/ตุ่มแดงอักเสบในช่องปากมีที่มีลักษณะเฉพาะ คือ มีลักษณะเป็นจุดแดงๆ ในหลายตำแหน่ง เช่น บริเวณลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก (เพดานเเข็ง และ/หรือเพดานอ่อน) หรือลามออกมาที่รอบๆ ริมฝีปาก ซึ่งส่งผลให้อาจมีภาวะขาดน้ำและอ่อนเพลียจากการทานอาหารและดื่มน้ำได้น้อยลง เนื่องจากอาการเจ็บแผลภายในช่องปาก


3. โรค "มือเท้าปาก" กลุ่มเสี่ยงเป็นใครบ้าง
กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปาก คือ เด็กทารก เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคติดเชื้อเอชไอวี โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือผู้ที่ต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน พบน้อยลงในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และน้อยมากในเด็กวัยรุ่น


4. โรค "มือเท้าปาก" แพร่เชื้อ/ติดต่ออย่างไร
การเเพร่เชื้อของโรคมือเท้าปากจะเเพร่กระจายและติดต่อสู่ร่างกายผ่านทางปากได้โดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอจาม น้ำเหลืองจากแผลพุพอง ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือติดต่อจากคนสู่คนโดยการปนเปื้อนอุจจาระสู่ปาก (Faecal-oral Route) อีกทั้งยังสามารถติดต่อทางอ้อมจากการสัมผัสเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย เช่น ของเล่น ภาชนะที่ใช้ร่วมกัน น้้าและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือเชื้อไวรัสที่ติดอยู่บนมือ ทั้งนี้ การติดต่อทางน้ำหรืออาหารมีโอกาสเกิดได้น้อย และโรคมือเท้าปากไม่ติดต่อโดยการหายใจ


5. โรค "มือเท้าปาก" มีวิธีรักษาอย่างไร
วิธีรักษาโรคมือเท้าปากในปัจจุบันจะยังไม่มียารักษาโรคเฉพาะโดยตรง เเต่โรคมือเท้าปากสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน หากไม่มีภาวะเเทรกซ้อนร้ายแรง โดยในระหว่างที่เเสดงอาการจะเน้นการรักษาโรคตามแต่ละอาการของผู้ป่วย เช่น หากผู้ป่วยมีอาการไข้เเละเจ็บแผล สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวดลดไข้ ประเภทพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) ห้ามใช้สเตียรอยด์ (Steroids) หรือหากมีอาการคันก็สามารถใช้ยาแก้แพ้ แก้คันร่วมด้วยได้ รวมถึงสามารถเช็ดตัวเเละทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ ในผู้ป่วยที่โตพอที่จะบ้วนปากได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับให้รับประทานอาหารอ่อนนุ่มที่ให้พลังงาน ไม่อุ่นร้อน รสชาติไม่จัด ไม่เปรี้ยว ไม่เผ็ด เเละไม่ซ่า เช่น นมเย็น พุดดิ้ง หรือไอศกรีม เพื่อลดการระคายเคืองแผลในช่องปาก ทั้งนี้ หากเป็นเด็กอ่อน อาจต้องป้อมนมให้แทนการดูดนม เพื่อลดการปวดแผลในปาก


6. โรค "มือเท้าปาก" ป้องกันอย่างไร
วิธีป้องกันโรคมือเท้าปากสามารถป้องกันได้โดยการดูแลรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ทั้งผู้เลี้ยงดู เเละเด็กเล็ก ต้องหมั่นล้างทำความสะอาดมือด้วยสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปโดยเฉพาะตอนก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย หรือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก ไม่ใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด ใส่หน้ากากอนามัย ปิดปาก/จมูกเวลาไอหรือจาม และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย


7. โรค "มือเท้าปาก" ค่ารักษาเท่าไร
ค่าใช้จ่ายในการพบเเพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคมือเท้าปากในเเต่ละครั้ง อาจเริ่มต้นที่ครั้งละ 1,000-2,000 บาท สำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ในขณะที่การนอนรับการรักษาที่โรงพยาบาล (IPD) ในกรณีที่ติดเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปากชนิดรุนเเรง อาจเริ่มต้นที่คืนละ 20,000-35,000 บาท เเละค่ารักษาโรคมือเท้าปาก อาจเริ่มต้นที่ 30,000-120,000 บาท (โดยประมาณ) แตกต่างตามความรุนเเรงของอาการเเละประเภทโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา ทั้งนี้ ควรเลือกทำประกันสุขภาพเด็กที่ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน เพื่อความสะดวกในการเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

อ่านข้อมูลโรคมือเท้าปาก ต่อได้ที่ https://www.smk.co.th/newsdetail/1691

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม