หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: 9 โรคเสี่ยงอุบัติเหตุ ไม่ควรขับรถ  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ธ.ค. 20, 14:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ในแต่ละปีมีข่าวอุบัติเหตุที่เกิดจากการป่วยแบบเฉียบพลันขณะขับรถ เช่น โรคลมชัก กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หรือจากโรคประจำตัวหรือปัญหาทางสุขภาพที่มีอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายมากหากเกิดขึ้นขณะกำลังขับรถ เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ รวมทั้งยังเป็นอันตรายผู้ใช้รถใช้ถนนที่ร่วมทางด้วย จะมีโรคหรือปัญหาสุขภาพใดบ้างที่มีผลต่อการขับขี่ วันนี้รวบรวมข้อมูลมาบอกกันค่ะ

1. โรคที่เกี่ยวกับสายตาต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม
ทำให้ขับรถในเวลากลางคืนแล้วมองไม่ชัด คนเป็นต้อหินทำให้มุมสายตาแคบลง มองเห็นภาพส่วนรอบได้ไม่ดี และมองเห็นแสงไฟบอกทาง หรือไฟหน้ารถพร่าได้


2. โรคทางสมองและระบบประสาท
ทำให้มีอาการหลงลืม การตัดสินใจช้าและสมาธิไม่ดี


3. โรคหลอดเลือดสมอง
ทำให้แขนขาไม่มีแรงขับรถเหยียบคันเร่ง เหยียบเบรกหรือเปลี่ยนเกียร์ สมองสั่งให้แขนขาทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม ความไหวของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ลดลง


4. โรคพาร์กินสัน
มีอาการแข็งเกร็ง มือสั่น เท้าสั่น ทำอะไรช้าลง ทำให้ขับรถได้ไม่ดี


5. โรคลมชัก
ในสภาวะที่ควบคุมอาการชักไม่ได้ จำเป็นต้องรับยาต่อเนื่องจนปลอดอาการของโรค และไม่เกิดอาการชักอย่างน้อย 1 ปีจึงจะปลอดภัยเพียงพอในการขับรถ


6. โรคไขข้อ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบต่าง ๆ
ที่มีผลกระทบต่อการขับรถ เช่น ข้อเข่าเสื่อม ทำให้เหยียบเบรกได้ไม่เต็มที่ ข้อเท้าอักเสบปวดจากโรคเก๊าท์ ทำให้ขยับลำบาก โรคกระดูกคอเสื่อม ทำให้ปวดคอ เอี้ยวคอดูการจราจรได้ลำบาก หรือมีอาการปวดหลังจากกระดูกหลังเสื่อม ทำให้นั่งขับรถได้ไม่นาน


7. โรคหัวใจ
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง อาจมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก วูบ หมดสติ ระหว่างขับรถได้


8. โรคเบาหวาน
ที่ควบคุมยังไม่ได้ ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้มีอาการ หน้ามืด ใจสั่น สมาธิไม่ดี ตาพร่า


9. การกินยาบางชนิด
มีผลทำให้ง่วงซึมหรือง่วงนอน มึนงง สับสนได้เวลาขับรถ และทำให้การตัดสินใจ สมาธิ และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ช้า ควรปรึกษาแพทย์ว่ายาที่กินมีผลต่อสมรรถนะในการขับรถหรือไม่

จากเดิมกรมการขนส่งทางบกได้กำหนด 5 โรคต้องห้ามในการขับขี่ ได้แก่ 1.โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม 2.โรควัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ 3.โรคเรื้อน 4.โรคพิษสุราเรื้อรัง และ 5.โรคติดยาเสพติดให้โทษ และในการขอใบขับขี่รถทุกชนิดต้องมีใบรับรองแพทย์

แต่ตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป การขอใบขับขี่และขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิดทุกประเภทต้องมีใบรับรองแพทย์ (เดิมการต่ออายุใบขับขี่ไม่มีการกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ ) โดยที่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถตามที่แพทยสภากำหนด ซึ่งอยู่ในระหว่างการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคต้องห้ามในการขอใบขับขี่ ก่อนมีผลใช้บังคับ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ส่วนจะมีกำหนดโรคต้องห้ามอย่างไร จะนำข้อมูลมาบอกกันต่อไป

หากมีปัญหาสุขภาพดังกล่าว ต้องพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และช่วงที่มีอาการ ห้ามขับรถโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอาจที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ในการขับขี่ทุกครั้ง ควรเตรียมพร้อมเสมอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ด้วย ประกันรถยนต์ ที่วางใจที่จะคุ้มครองทั้งรถและคุณ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม