หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - The Chaser หัดสนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวซะบ้าง

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => วิจารณ์หนัง => ข้อความที่เริ่มโดย: mevarick ที่ 2 ธ.ค. 10, 11:01 น

The Chaser หัดสนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวซะบ้าง


กระทู้: The Chaser หัดสนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวซะบ้าง
เริ่มกระทู้โดย: mevarick ที่ 2 ธ.ค. 10, 11:01 น
                           " คนเรามันจะเกิดมาแล้วสนใจแต่เรื่องของตัวเองกันไปถึงไหน.....   อะไรบนถนน  หรือรถราในเมืองใหญ่  และในบ้านใครบ้านมัน....    จะมีใครรู้และสนใจกันบ้างว่า  เกิดอะไรขึ้น กับ คนหนึ่งคน  ในขณะที่เรากำลังนั่งสังสรรค์ในงานปาร์ตี้หน้าบ้านเรา ??? "
   
                            เหตุการณ์ฆาตรกรรมทุกเหตุการณ์ที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งบนหน้าหนังสือพิมพ์ในทุกวันนี้   มันทำให้ผมเกิดคำถามบ่อยครั้งครับ  โดยเฉพาะคำถามข้างบน   ว่าทำไมเราจึงไม่สามารถทำอะไรได้เลย  ในขณะที่คนคนหนึ่งกำลังเดือดร้อน  จะเป็นจะตาย  และกำลังเรียกร้องหาความช่วยเหลืออยู่

                            ภาพยนตร์เรื่อง The Chaser ก็ตั้งคำถามนี้อยู่ครับ   แถมนำเสนอภาพ  สังคมใหญ่ในทุกวันนี้ได้อย่างน่าสนใจ  ถึงการดำเนินชีวิตของคนที่ใช้ชีวิตในเมืองโดยไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบรอบตัว

                            หนังเริ่มเรื่องด้วยเหตุการณ์ที่ดูเป็นปกติของชายหญิงคู่หนึ่ง   ที่ขับรถไปด้วยกันเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป  และสุดท้าย  ผู้หญิงคนนั้นหายไป  โดยที่คนหมู่ใหญ่ทั่วไป  ไม่มีใครรู้

                            ต่อมาหนังทำให้เรารู้เองว่า  ผู้หญิงที่หายไป  น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ จุงโฮ อดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นแมงดา ตามหาอยู่   จุงโฮ จึงใช้ ยังมิน เป็นเหยื่อล่อ แล้วเข้าถึงตัวชายต้องสงสัย  ที่เขาเข้าใจว่า  อาจเข้ามาลักตัวผู้หญิงในสังกัดของเขาหลายคนไปขายต่อ   แต่เขากลับพบว่า  ผู้หญิงเหล่านั้นที่ชายคนนั้นพาไป   คือเหยื่อที่ชายคนนั้นอ้างว่าได้ฆ่าเองกับมือ  แทนที่จะเป็นสินค้า อย่างที่ จุงโฮ คิด…..จากภายนอกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรของชายต้องสงสัยคนนั้น   ตอนนี้ชายคนนั้นคือฆาตรกรที่ทุกคนต้องแปลกใจ  เพราะเขาบอกกับตำรวจ  และเล่าอย่างละเอียดว่าเป็นผู้ฆ่าเหยื่ออย่างทารุณ  โดยที่ตนเองไม่สะทกสะท้าน      ต่อจากนี้  12  ชั่วโมงที่เหลืออยู่ของ  จุงโฮ  ต้องรีบตามหาตัว  ยังมิน  ที่ จุงโฮ เข้าใจว่าอาจยังมีชีวิตอยู่ก่อนจะสายเกินไป

                      หนังสร้างสถานการณ์แปลกใหม่ให้เราตามลุ้นครับ  โดยเฉพาะการที่ต้องแข่งกับเวลาในการตามหาตัว  ยังมิน ของ จุงโฮ  และการตามหาหลักฐานของตำรวจเพื่อเอามามัดตัวฆาตรกร   ที่มานั่งยอมรับว่าเป็นฆาตรกรอย่างหน้าตาเฉย  โดยทิ้งเงื่อนงำน้อยนิดให้ทุกคนต้องอลหม่าน  เพราะการตามหาหลักฐานที่เริ่มมีเวลาน้อยลงก่อนเส้นตายปล่อยตัวฆาตรกร

                           และหนังเหมือนจะเดาออกง่ายสำหรับตอนจบครับ  เพียงแต่ก็มีส่วนที่ทำให้เราต้องเดาในช่วงใกล้จบ  และหนังก็ทำได้ดีด้วย    แม้บทสรุปของหนังเองก็ไม่ได้สลักสำคัญเท่ากับ  โจทย์ที่หนังพยายามตั้งกับคนดู  ในเรื่องที่ว่าด้วยความใส่ใจในสิ่งรอบตัว   ที่หนังทำให้เห็นชัดเหลือเกินในแทบจะทุกตอน  กับแทบจะทุกฉาก  รายละเอียดต่าง ๆ กับพฤติกรรมของตัวละคร  โดยเฉพาะ จุงโฮ  ที่มีความเห็นแต่ตนเอง  ไม่สนใจจิตใจคนอื่น  แม้ตอนท้ายจะพยายามแก้ตัวด้วยการตามแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่ก็เป็นไปด้วยเพราะความต้องการบางอย่างที่ไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่   อาจจะเป็นแค่ โกรธแค้นในตัว ฆาตรกร  หรือแค่เอาชนะก็เป็นได้

                           ในส่วนของพฤติกรรมของตัวละครที่ผมบอกนั้น  หนังมุ่งเน้นไปที่นิสัยโดยทั่วของคนเราในปัจจุบัน  โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์  ที่ปัจจุบัน  ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกลไปเท่าใด  การสื่อสารของมนุษย์ก็ยิ่งฟุ่มเฟือย  และ  สันดารเสีย ๆ ของมนุษย์ก็แย่ลง เช่น การพูดยังไม่ทันจบแล้ววางสาย  การใช้โทรศัพท์หลายสายหลายเครื่อง  และบางครั้ง  ก็ไม่สนใจโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเสียเฉย ๆ  ซึ่งตอนท้ายเรื่อง  หนังลงโทษผู้ที่ทำพฤติกรรมอย่างที่ว่าเสียสาสม  ผมเองยังรู้สึกว่าหนังเล่นแรงในส่วนนี้เลยด้วย   
                           
                           โดยรวมผมมองว่านี่คือหนึ่งในหนังทริลเลอร์เรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่ง  ที่แม้จะไม่ได้ถึงกับสมบูรณ์แบบในแง่ของความเป็นหนังที่ดีที่สุด  แต่ก็สมบูรณ์ที่สุดแล้ว  ในการเป็นหนังที่ตั้งประเด็นหลัก ที่น่าสนใจ  คล้าย ๆ รายการเรื่องจริงผ่านจอ  ที่สามารถส่งสารบางอย่างให้คนดูได้สำนึกตามโดยปราศจากข้อถกเถียงใดใดได้อย่างยอดเยี่ยม  การหยิบประเด็นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้มาพูดแบบตรงไปตรงมา   โดยเฉพาะเรื่องที่ผมบอก   นั่นก็คือ  ความเอาใจใส่กันในสังคม   ทุกสาขาอาชีพ   ที่แม้จะมีความต่างกันในด้านหน้าที่การงาน   ก็ควรสนใจในรายละเอียดของกันและกันบ้าง   ทุกวันนี้เรามองชีวิตอื่น  ปัญหาของคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของเราเป็นปัญหาที่เล็ก  เรื่องของเราเป็นปัญหาใหญ่และมาก่อนเสมอโดยไม่สนใจว่าผลลัพท์จากการกระทำของเราจะส่งผลกระทบถึงผู้อื่นหรือเปล่า

                           แต่ก็อย่างว่าครับ   สมัยนี้  มนุษย์เราต้องแข่งขันกันสูง  จะสนกันไปทำไม  ไหนจะต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน  ผ่อนนู่นผ่อนนี่กันให้วุ่น   เฮ่อ  ลงเป็นแบบนี้แล้ว  อาชญากรรมที่เกิดจากพวกหลืบไรทางสังคมก็ไม่มีทางหมดไปหรอกครับ   มีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่มีวันลดละ  เฮ่อ ( อีกที )…. พอดู The Chaser  จบแล้ว  ไปงัด Minority Report มาดูให้หายคิดมากดีกว่าเรา   …………  เรื่องนี้ให้  3.0  ครับ



กระทู้: The Chaser หัดสนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวซะบ้าง
เริ่มกระทู้โดย: pandagroup ที่ 12 ธ.ค. 10, 13:33 น
หนังหายากพี่ขอผ่านนะ แต่นึกๆอยู่ว่าเกาหลีมีหนังแนวคล้ายๆกัน เกี่ยวกับฆาตกรโรคจิตที่โบกรถ ผัวเมียนักเดินทางผ่านไปมา
จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่หนังสนุกมาก


กระทู้: The Chaser หัดสนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวซะบ้าง
เริ่มกระทู้โดย: mevarick ที่ 13 ธ.ค. 10, 17:49 น
       ครับพี่  ยังไงจะพยายามหาข้อมูลแล้วไปตามดูนะครับ  แต่เรื่องนี้จริง ๆ หาไม่ยากนะครับ  แค่ไปที่ยูทูป ก็ได้ชมแล้ว  อยากให้ลองดูครับ


กระทู้: The Chaser หัดสนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวซะบ้าง
เริ่มกระทู้โดย: KissAholic ที่ 28 ก.พ. 17, 10:26 น
ฉากท้าย ๆ เราว่าจุงโฮไม่ได้จงใจไม่รับสายนะคะ แต่เค้ากำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอยู่ เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ และด้วยความที่วิ่งก็เลยไม่รู้สึกว่าโทรศัพท์สั่น เราก็เป็นอะ