หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - วิจารณ์ภาพยนตร์ "ศพไม่เงียบ"

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => วิจารณ์หนัง => ข้อความที่เริ่มโดย: เฟื่องฟ้า ที่ 17 พ.ค. 12, 02:42 น

วิจารณ์ภาพยนตร์ "ศพไม่เงียบ"


กระทู้: วิจารณ์ภาพยนตร์ "ศพไม่เงียบ"
เริ่มกระทู้โดย: เฟื่องฟ้า ที่ 17 พ.ค. 12, 02:42 น
                 บทวิจารณ์ภาพยนตร์"ศพไม่เงียบ" : มนุษย์ผ้าเหลือง

          "ภาพยนตร์เรื่อง ศพไม่เงียบ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวฆาตรกรรม สืบสวนสอบสวน ที่มีความยาวกว่า90 นาที  โดยมี วิทยา ปานศรีงาม รับบทเป็น พระอนันดา ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องและยังมีทีมนักแสดงที่พอ   เรียกคนดูได้อย่าง เว ไทเทเนียม,แก้ว  ซาซ่า,และนักแสดงรับเชิญอย่าง นาตาลี  เกลโบลวา และด้วยโครง  สร้าง ของหนังอาจมีส่วนคล้ายๆกับหนังไทยแนวฆาตรกรรม สืบสวนสอบสวนทั่วๆไป ที่มีตำรวจเป็นผู้ไขปม ปริศนาแต่ ศพไม่เงียบ แตกต่างกว่าในประเด็นที่ว่ามีการนำเรื่องในทางพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย"
           "หนังเปิดตัวด้วยเรื่องราวในเช้าวันหนึ่งมีผู้พบศพของ น้อย เด็กจรจัดในโครงการมูลนิธิสำหรับเด็ก  ไร้บ้่านภายในวัดที่ตายอย่างมีปริศนาในลักษณะที่ศพถูกยัดใส่โอ่งน้ำใบใหญ่ โดยมีผู้กองสมชายมาดูศพและที่เกิดเหตุก่อนที่จะสรุปว่า ไม่มีเวลาพอที่จะสามารถตามสืบหาร่องรอยการเสียชีวิตของเด็กจรจัดในวัดคนหนึ่ง ได้จนท่านสมภารเจ้าอาวาสขอร้องให้หลวงพ่ออนันดา ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตตำรวจสืบสวนคดีฆาตรกรรมก่อนที่  จะลาอุปสมบทตลอดชีวิตให้เป็นผู้สืบคดีแทน"
          "หนังดำเนินเรื่องราวเมื่อหลวงพ่ออนันดากับพระเลขาและแจ็ค ลูกศิษย์วัดได้ร่วมมือกันค้นหาสาเหตุ การตายของน้อย ซึ่งหนังสื่อให้เห็นถึงการละเลยหน้าที่ของผู้พิทักสันติราษฎ์ที่มีการดูแคลนว่าการตายของ   เด็กจรจัดคนหนึ่งนั้นไม่สำคัญสำหรับตน ทั้งๆที่หน้าที่เหล่านี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลย
          และปมปัญหาได้เกิดขึ้นเมื่อพระบัณฑิตโตที่เป็นพระลูกศิษย์วัดได้หายตัวไปหลังจากที่พบศพของน้อย เพียงเท่านี้อาจเป็นข้อสรุปได้ว่าใครเป็นฆาตรกร แต่เรื่องราวของหนังกลับดำเนินต่อให้ผู้ชมได้คิดสงสัยกับ   สถานการณ์ในเมื่อศพของพระบัณฑิตโตที่หายไปได้ปรากฏขึ้น ในขณะที่พระอนันดาก็ได้พบหลักฐานเพิ่มเติม  คือ นามบัตรของเจนจิรา นักข่าวสาวในกางเกงของน้อยและเศษกระดาษที่เขียนข้อความไม่ให้น้อยมายุ่ง  ข้อสงสัยต่างๆเริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นพร้อมๆกัน ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ในวัดที่ต่างก็พากันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่   ยาเสพติดเริ่มเข้ามาระบาดในส่วนของมูลนิธิ สำหรับเจ้าของเงินทุนก็เต็มไปด้วยความน่าสงสัย รวมถึง        พระสงฆ์อีก3รูป ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของเงินทุน ก็มีพิรุธลับลมคมในและดูเหมือนว่าเจ้าอาวาสก็จะยอมปิดตาข้างหนึ่งเพื่อให้ความลับบางอย่างไม่ถูกเปิดโปง
          ถึงแม้จะมีเหตุการณ์หลายอย่่างเกิดขึ้นและมีตัวละครหลายตัวถูกโยงเข้ามาเชื่อมต่อกันในคดีฆาตรกรรม แต่หนังก็มีการจัดแบ่งส่วนต่างๆของตัวละครให้เป็นสัดส่วนที่เท่ากัน คือสามารถทำให้คนดูคิดได้ว่าทุกคนมีแนวโน้มที่จะเป็นฆาตรกรได้หมด"
          "โดยภาพรวมแล้วหนังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของสังคมไทยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาทิ ปัญหาของยาเสพติด,การล่วงละเมิดทางเพศ,การใช้อำนาจมืดของวงการสีกากี,การทุจริตในรูปแบบของผลประโยชน์แอบ แฝง ซึ่งได้ก้าวล้ำเข้ามาสู่ขอบเขตของศาสนา รวมถึงการมีทั้งคนดีและคนชั่วปะปนกันไปในทุกๆที่แม้กระทั่ง
วัด "
         "ด้วยธีมและรายละเอียดต่างๆของหนังที่ค่อนข้างจะฉีกแนวจากหนังฆาตรกรรม สืบสวนสอบสวนเรื่อง  อื่นๆ เพราะ ศพไม่เงียบ กล้าที่จะนำเสนอเรื่องราวในการตีแผ่ด้านมืดของสังคมและศาสนาไทยเพื่อเชื่อมโยงเข้าหาประเด็นทางธรรม รวมถึงเสนอประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวกับการรุกล้ำของโลก การเรียงร้อยเรื่องราวที่ นำไปสู่การคลี่คลายปมของการฆาตรกรรมด้วยปัญหาที่ซับซ้อนต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติดในวัดโดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นเบื้องหลังหรือจะเป็นฉากของการมีเพศสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศใน
วัด ภาพเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมทรามในจิตใจที่ไม่เว้นแม้แต่วงการสีกากีและผ้าเหลือง  
          จึงเชื่อได้ว่าใครที่ได้รับชมหนังเรื่องนี้แล้วคงจะตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และควรจะร่วมกันประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับหน้่าที่และบทบาทของตนเพื่อสังคมไทยที่น่าอยู่"

          หนังไทยเรื่อง ศพไม่เงียบ ว่าด้วยเรื่องราวปริศนาการฆาตรกรรมที่นำไปสู่การเปิดโปงและสะท้อนปัญหาในสังคมไทย โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งแต่ถ้ามองในรายละเอียดหลายๆอย่างแล้วยังมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันไป คือหนังมีภาพและมุมกล้องที่งดงาม มีการจัดแสง สี เสียงและเพลงประกอบที่ดีมาก และด้วยหนังที่มีองศ์ประกอบของฉาก คอสตูม เสื้อผ้า หน้าผมที่เป็นธรรมชาติ
สอดคล้องกับเนื้อหาของเรื่อง จึงทำให้หนังเรื่องนี้มีความสมบูรณ์ทั้งในด้านภาพและอารมณ์ของหนัง
          ส่วนด้านธีมหรือแก่นของเรื่องนั้นก็สื่อออกมาได้อย่างชัดเจน มีบทหนังที่ดีสองคล้องกับความสัมพันธ์ของตัวละคร โดยมีการลำดับภาพและการตัดต่อที่ดี และด้วยฝีมือการแสดงที่สมบทบาทของตัวละครที่ไม่ใช่
เพียงแต่ วิทยา ปานศรีงาม ที่รับบทเป็นพระอนันดาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะนักแสดงชายตัวน้อยที่รับบท แจ็ค ลูกศิษย์วัดที่เป็นโปลิโอ และผู้รับบทเป็นฆาตรกรที่มีส่วนร่วมทำให้หนังออกมาดี
          แต่หนังก็ยังมีข้อบกพร่องบางอย่าง อย่างเช่น บทเปิดตัวด้วยการมาเร็วและเข้าสู่บทของหนังเร็วเกินไป โดยที่ไม่มีการไกล่เกลี่ยความเป็นมาของตัวละคร เช่น ปูมหลังของพระอนันดาที่เคยเป็นตำรวจสืบสวนคดีฆาตรกรรมมาก่อน ว่าเพราะเหตุใดถึงตัดสินใจบวชตลอดชีวิต ซึ่งในข้อนี้ก็ไม่มีการบอกถึงความเป็นมา และการตัวละครของ แก้ว ซาซ่า ที่รับบทเป็นนักข่าวสาวเจนจิรา และเว ไทเทเนียม รับบทเป็นพระสัจจพโล อาจเรียกได้ว่าใช้มาเป็นจุดขายในเรื่อง แต่เหมือนได้รับบทไม่เยอะมากเท่าที่ควร จึงเหมือนไร้ความสำคัญไปสักนิด
          แต่โดยภาพรวมของหนังแล้ว ศพไม่เงียบ ถือเป็นหนังไทยที่สามารถตีแผ่ด้านมืดของสังคมและศาสนาไทยในปัจจุบันได้ดี (การวิจารณ์ตามแนวคิดรูปแบบนิยม)
          ศพไม่เงียบ ถือว่าเป็นหนังที่สะท้อนออกมาได้อย่างโดดเด่น คือ การเสียดสีพฤติกรรมของมนุษย์ผ้าเหลืองที่มีจิตใจสกปรก ตกต่ำ และการทำงานแบบเช้าชามเย็นชามของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง รวมถึงความเสื่อมโทรมของสังคมไทยในปัจจุบันที่มันได้เกิดขึ้นและกระจายตัวอยู่ในทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้กระทั่งสังคมของพระสงฆ์  ทำให้หลายฉากหลายตอนในเรื่องนี้มีการสื่อออกมาในทางที่ขัดต่อศีลธรรม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริงที่ทุกวันนี้พบเห็นจนชินตาไปแล้วในสังคมไทย เว้นเสียแต่จะมีคนแกล้งปิดหูปิดตา ไม่รับรู้ รับฟัง หรือไม่อยากรับรู้ รับฟังเองเท่านั้น
          ดังเช่น ศพไม่เงียบ ที่สะท้อนและแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่มีอยู่ เพื่อให้คนในสังคมไทยได้ตระหนักและลุกขึ้นมาป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกัน (การวิจารณ์แนวอิงบริบท)
          


กระทู้: วิจารณ์ภาพยนตร์ "ศพไม่เงียบ"
เริ่มกระทู้โดย: pandagroup ที่ 3 มิ.ย. 12, 07:54 น
ตัวหนังนำเสนอได้น่าสนใจนะครับ ดูเพลินในระดับหนึ่งถือเป็นหนังที่ไม่ค่อยมีคนทำออกมาแม้จะยังมีข้อบกพร่องบ้างแต่ก็ต้องถือว่าน่าดูครับ ผมให้เป็นหนึ่งในสิบหนังไทยยอดเยี่ยมปีก่อนด้วยนะ