หน้า : พิมพ์หน้านี้ - 5 เหตุผลที่ Connected Car จะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ของคุณในอนาคต

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: prdelivery ที่ 24 มิ.ย. 16, 08:11 น

5 เหตุผลที่ Connected Car จะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ของคุณในอนาคต


กระทู้: 5 เหตุผลที่ Connected Car จะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ของคุณในอนาคต
เริ่มกระทู้โดย: prdelivery ที่ 24 มิ.ย. 16, 08:11 น
(https://www.press.in.th/wp-content/uploads/2016/06/The-Future-of-Driving-Five-Ways-Connected-Cars-Will-Change-Your-Life-resized.jpg)

          1คุณจะปลอดภัยขึ้น ระบบขับขี่อัตโนมัติของรถยนต์จะลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างมากรวมไปถึงการลดจำนวนสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยก
          2คุณจะมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น รถของคุณจะสามารถขับขี่และจอดได้โดยอัตโนมัติ คุณสามารถพักผ่อน อ่านหนังสือหรือแชทกับเพื่อนได้ระหว่างการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายก็เพียงแค่เดินออกจากรถและตรงไปในร้านอาหารเพื่อทานอาหารกับเพื่อนของคุณ ขณะที่รถไปจอดด้วยตัวเอง
          3คุณจะมีเงินเพิ่มขึ้น บริษัทประกันจะหยุดตั้งคำถามถึงประวัติการขับขี่ของคุณเพื่อเพิ่มเบี้ยประกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำรถเพื่อหารายได้จากเพิ่มจากช่องทางอื่นๆ อีกด้วย
          4คุณจะไปโรงพยาบาลน้อยลง รถของคุณจะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยที่สุดที่คุณใช้และสามารถเป็น คลีนิกเคลื่อนที่ได้ด้วยแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย ลองจินตนาการถึงการตรวจสุขภาพได้ระหว่างการเดินทางไปทำงานของคุณ
          5คุณจะอยากเดินทางบ่อยขึ้น รถยนต์อัจฉริยะของคุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการให้บริการเดินทางที่ต้องการมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและไร้ความกังวลใดๆในการเดินทางแต่ละครั้งแก่คุณ
          รายงานฉบับใหม่ของบริษัทที่ปรึกษาระดับนานาชาติ อิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้ง เผยการเชื่อมต่อรถยนต์กับเทคโนโลยีการสื่อสาร (Connected Car) กำลังถูกมองว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ในอนาคตอย่างสิ้นเชิงที่ผ่านมา การขับขี่รถยนต์นอกจากจะเป็นการใช้เวลาบนท้องถนนที่ยาวนานแล้วยังรวมไปถึงต้นทุนการดูแลรักษาที่สูงและความเครียดสะสมที่เป็นผลตามมา แต่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังก้าวสู่ช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยมี Connected car ที่จะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีความทันสมัยสูงสุดเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ "บริษัทรถยนต์ต่างๆไม่ควรที่จะมองข้ามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้" มร.เพอร์ เฮนดริค คาร์สสัน หัวหน้าคณะที่ปรึกษาประจำเกาหลีใต้ของ อิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้งกล่าว "โดยปรกติแล้วบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ถูกมองว่าเป็นบริษัทอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ แต่ในอนาคตอันใกล้ บริษัทเหล่านี้กำลังมองถึงการเปลี่ยนผ่านไปยังการเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น (Data Analytics) โดยรถยนต์จะกลายเป็นเครื่องมือสารชิ้นหนึ่งเหมือนกับแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนแต่มีคุณสมบัติที่หลากหลายและซับซ้อนกว่า ความท้าทายครั้งสำคัญครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบถึงผู้เล่นรายใหญ่บางรายที่ปรับตัวไม่ทันโดยอาจจะต้องเสียส่วนแบ่งการตลาดหรือถึงกับหายไปจากตลาดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้" มร.คาร์สสันกล่าว
          ในขณะที่ ลินน์ มอร์แกน หัวหน้าคณะที่ปรึกษาประจำภาคพื้นยุโรปของอิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้ง ให้ความเห็นเพิ่มเติม "การเข้ามามีบทบาทของ Connected Car, Connected Healthcare (การเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์และสุขภาพกับเทคโนโลยีการสื่อสาร) รวมไปถึงอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันต่างๆ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งหลังจากยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เราได้เห็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้มีการร่วมมือเชิงพันธมิตรกับบริษัทไอทีที่มีความสามารถในจัดการเชิงข้อมูลขนาดใหญ่, พันธมิตรในตลาดค้าปลีก รวมไปถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ ผู้ผลิตบางรายได้มีการซื้อกิจการของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อเตรียมยุทธศาสตรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคที่กำลังจะได้เห็นการพัฒนาในเชิงเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ที่ครั้งนึงเคยเป็นแค่เรื่องแต่งในนิยายวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว"
          สำหรับมุมมองของเรื่องดังกล่าวในประเทศไทย คุณชูเกียรติ วงศ์ทวีรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของ อิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้ง กล่าวว่า "สำหรับประเทศไทยแล้ว ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับเทคโนโลยี Connected Car คงเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพของถนนและระบบการเดินทางให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยี รวมไปถึงวินัยการขับขี่รถยนต์ของคนไทยเอง การเข้ามามีบทบาทของ Connected Car โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ (autonomous vehicle) จะเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมากมายในอนาคตจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่ในด้านของผู้ใช้รถใช้ถนนในเมืองไทยเองก็ต้องมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงนิสัยการขับขี่ให้มีความเป็นระเบียบวินัยมากขึ้น เพื่อให้ท้องถนนมีความปลอดภัยเมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับถูกนำมาปรับใช้จริงบนถนน" คุณชูเกียรติยังกล่าวเสริมอีกว่าการส่งเสริมจากภาครัฐก็มีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ "ภาครัฐบาลเองอาจจะต้องมีการปรับตัวที่เร็วขึ้นในการออกนโยบายและกฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนาเชิงเทคโนโลยีครั้งนี้ รวมไปถึงการตอกย้ำสถานะการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ของภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว"
          สำหรับรายงานฉบับเต็มของ The Connected Car จากอิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ipsosconsulting.com/Connected-Car
          สามารถดูวีดิโอ The Connected Car จากอิปซอสส์ บิสสิเนส คอนซัลติ้งได้จากลิงค์ด้านล่าง
https://www.youtube.com/watch?v=l-cHewkanWI