หน้า : พิมพ์หน้านี้ - 'True Digital Park' ก้าวแรกภาคเอกชน ช่วยผลักดันไทยสู่ดิจิตอลฮับ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: rammun ที่ 18 ส.ค. 16, 17:26 น

'True Digital Park' ก้าวแรกภาคเอกชน ช่วยผลักดันไทยสู่ดิจิตอลฮับ


กระทู้: 'True Digital Park' ก้าวแรกภาคเอกชน ช่วยผลักดันไทยสู่ดิจิตอลฮับ
เริ่มกระทู้โดย: rammun ที่ 18 ส.ค. 16, 17:26 น


  'สมคิด' ชี้หลังจากนี้จะได้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในแง่การลงทุนทางด้านดิจิตอล หลังจากที่กลุ่มทรู และพันธมิตรร่วมกันทำโครงการ 'ทรู ดิจิทัล พาร์ค' เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางดิจิตอล มั่นใจภายใน 1 ปีข้างหน้าจะสามารถวางโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ประเทศเพื่อช่วยให้ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดได้

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/559000008547702.JPEG)
       
       นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายในงานเปิดตัว True Digital Park ว่า โครงการนี้จะเป็นชนวนให้กลุ่มอื่นๆตามมาเป็นลำดับ และจะเกิดขึ้นหลายๆจุดในประเทศ เพื่อที่จะผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นดิจิตอลฮับ พร้อมกับการเริ่มต้นของอีโคซิสเตมส์ที่จะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และเชื่อว่าภายในระยะเวลาของรัฐบาลนี้ใน 1 ปีข้างหน้า จะสามารถสร้างพื้นฐานให้แก่อุตสาหกรรม ให้ประเทศไทยพร้อมที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดต่อไป
       
       'ตอนนี้ศักยภาพประเทศไทยมีพร้อมที่จะแข่งขัน แต่หลายส่วนมองกันไปในแง่ของการแข่งทางการเมือง ไม่มุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนประเทศไทยให้เข้มแข็งขึ้นมา แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดหลังจากมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ภาคเอกชนต่างพร้อมใจกันออกมาสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจว่าจะดีขึ้น ทางบีโอไอก็มีการปรับเป้าการลงทุนจากต่างประเทศให้สูงขึ้น เพราะถือว่าเป็นโอกาสสำคัญ'
       
       นอกจากนี้ ยังมองว่า การที่ประเทศไทยจะเติบโตได้ตามที่หวังไว้ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องมีความมุ่งมั่น กล้าหาญ อย่าเหยียบเท้ากันเอง และไม่ต้องกังวลกับจีดีพีในขณะนี้ เพราะถ้ามีการวางรากฐานที่แข็งแรง จีดีพีก็จะกลับมาเติบโตแบบมั่นคง ไม่ใช่เติบโตจากการกระตุ้น จากการปั่นที่ทำให้จีดีพีขึ้นๆลงๆอยู่ในทุกวันนี้
       
       นายสมคิด ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้เมืองไทย ถึงเวลาที่ต้องสร้างนักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อสร้างประเทศ สร้างชาติ ซึ่งจากการที่ได้เห็นนักรบเศรษฐกิจที่มีกำลังวังชา มากขึ้นทุกวันๆ ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเติบโตได้ แต่จริงๆแล้วประเทศไทยน่าจะเจริญเร็วกว่านี้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว
       
       'ในปี 2549 ถือเป็นปีที่ประเทศไทยพีคที่สุด ดัชนีชี้วัดทุกตัวในขณะนั้น ดีที่สุด เด่นที่สุดในอาเซียน โดยในช่วงเวลานั้นสมองมีแต่ความหวัง ที่จะปฏิรูปประเทศ ผลิกโฉมให้เป็นประเทศที่มีการแข่งขันสูงแต่จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากวันนั้น 10 ปีเต็ม ที่ได้เห็นประเทศเพื่อนบ้านของเราดีขึ้นโดยลำดับสิ่งที่เราทำได้คือ เรียนรู้ และศึกษาประเทศเหล่านี้ เพื่อหวังให้ประเทศไทยได้ก้าวหน้า'
       
       ตอนนี้ การที่รัฐบาลมีนายกรัฐมนตรี ที่มีวิสัยทัศน์มีความกล้า ที่ต้องการพลิกโฉมประเทศไทย พร้อมกับโชคดีที่ได้รัฐมนตรีใหม่ๆ สร้างอะไรหลายๆอย่าง โดยเฉพาะในมุมของดิจิตอล ที่ไม่คาดว่าจะเกิดในเร็วๆนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำเย่สุดๆ โลกก็ไม่ดี เศรษฐกิจก็ไม่ดี ความไม่แน่นอนก็สูง จึงได้แต่หวังว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
       
       'การผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความขัดแย้งสูงไม่ใช่ของง่าย ต้องใช้ความอดทนสูงมาก เพื่อประคับประคองความรู้สึกของคนไทยให้มีกำลังใจ มีจิตใจที่สู้ อย่าหวั่นไหว อย่าตกใจ ให้มั่นใจในตัวเอง และคิดว่า ต่อไปข้างหน้าจะไม่ทรุดตัวมากมาย จะไปได้ด้วยดี'
       
       ที่แน่นอนคือถ้าต้องการให้มีการเติบโตที่สูงไปกว่านี้ ในระดับที่เคยเป็นมาในอดีต ด้วยจีดีพี 6-7% และยั่งยืนอยู่ได้ จะทำได้ด้วยวิธีเดียว คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศไทย ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางที่จะสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต ภายใต้ภาวะของโลกที่เป็นแบบนี้ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ไม่มีทาง
       
       'หน้าที่รัฐบาลคือการสร้างความฝันขึ้นมา ถ้าไม่ฝันก็ไม่มีทางไปสู่เป้าหมาย ผมฝันมา 10 ปีแล้ว เมื่อมีโอกาสก็นำเสนอนโยบายใหม่ๆออกมา ไม่ใช่นโยบายที่มานั่งคิดเดี๋ยวนี้ เพราะประเทศไทยก่อนหน้านี้พรรคการเมืองไม่เคยมีหรอกที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ เป็นการทำนโยบายตัดแปะ ซึ่งประเทศไทยจะไม่สามารถเจริญได้จากนโยบายตัดแปะ'
       
       สิ่งที่ช่วยได้ในเวลานี้คือการใช้ประสบการณ์ จากประเทศอื่นๆ พร้อมกับการสร้างนักรบเศรษฐกิจใหม่ ที่จากเดิมเกิดจากผู้ประกอบการไม่กี่ราย เป็นการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ มีแพลตฟอร์มใหม่ๆที่นำวิทยาการเข้ามาช่วย จึงกล้าที่จะบอกว่าเราจะเป็นดิจิตอลฮับ และเมื่อเรากล้าคิด กล้าฝัน ประกอบกับเศรษฐกิจที่ดีขึ้นโดยลำดับ ก็จะทำให้ไทยผงาดขึ้นมาและเติบโตได้เร็วมาก จากภูมิประเทศที่เป็นเกตเวย์โดยธรรมชาติ และแนวโน้มการลงทุนที่จะเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น


(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/559000008547703.JPEG)

 นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลเสริมถึงโครงการ True Digital Park ว่า เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อตอนสนองนโยบาย สานพลังประชารัฐ ด้วยการเป็นพื้นที่ให้บริการทางด้านอินโนเวชัน และดิจิตอลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ
       
       'ทรู ดิจิทัล พาร์ค จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิตอล (Digital Hub) ที่จะรวบรวมคนเก่งผู้มีความรู้ความสามารถ (Talent) จากทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกิดการหลอมรวมองค์ความรู้ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิตอล และยังเป็นการดึงเงินลงทุน (Funding) จากทั่วโลกเข้ามาในเมืองไทย'
       
       สำหรับ 'True Digital Park' ตั้งอยู่ในโครงการ Whizdom 101 ของทาง MQDC (แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น) ติดกับสถานีรถไฟฟ้าปุณวิถี ภายใต้พื้นที่ 43 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ใช้สอยกว่า 2 แสนตารางเมตร พร้อมกับการจัดสรรพื้นที่ 30% ให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง รองรับผู้เข้าใช้งานกว่า 20,000 คน ที่จะแล้วเสร็จในปี 2561 ภายใต้งบการลงทุนรวม 30,000 ล้านบาท โดยทางกลุ่มทรูจะลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ในการวางโครงสร้างการสื่อสารภายในโครงการทั้งหมด

(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/559000008547704.JPEG)




เครดิต  Manager online