หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เรื่องราวของ อีทูดี้ (ETUDE)

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องความรู้ => ข้อความที่เริ่มโดย: sumikkoexp ที่ 6 พ.ค. 20, 16:11 น

เรื่องราวของ อีทูดี้ (ETUDE)


กระทู้: เรื่องราวของ อีทูดี้ (ETUDE)
เริ่มกระทู้โดย: sumikkoexp ที่ 6 พ.ค. 20, 16:11 น
ㆍ ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้ออีทูดี้ (ETUDE) สำหรับความเป็นมาของอีทูดี้ เริ่มก่อตั้ง ในเดือนเมษายนปี 2538 โดยมีแนวทางหลัก 4 ประการด้วยกัน คือ 1. เป็นเครื่องสำอางที่มีคุณภาพสูง2. ราคาสมเหตุสมผล 3. การบรรจุ ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น น่าสนใจ 4. มีผลิตภัณฑ์และสีสันที่หลากหลาย ซึ่งหมายถึงว่ามีผลิตภัณฑ์ มากว่า 700 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ศีรษะจนจรดปลายเท้า โดยแบ่งเป็น เมคอัพ 70% สกินแคร์ 15% บารแอนด์บอดี้ 15% เรียกได้ว่าเป็นสินค้าที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในปัจจุบัน เนื่องจาก ลูกค้าสามารถเข้ามาที่ร้านอีทูดี้เดียวได้ครบทุกความต้องการในปี 2548 อีทูดี้ เฮ้าส์ เริ่มขยาย กิจการแฟรนไซด์ไปยังต่างประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน, จีน เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย,ฮ่องกง, และประเทศไทยในปี 2550 อีทูดี้มีสาขาในเกาหลี 120 สาขา และมีสาขาอีกในหลายๆประเทศ มากกว่า 150 สาขา เครื่องสำอางอีทูดี้เริ่มเข้ามาในประเทศไทยจากคนในกลุ่มเล็ก ๆ อย่างแอโฮสเตส หรือ เมคอัพอาร์ทิส มาก่อนแล้วจึงขยายไปสู่วงกว้าง และผลิตภัณฑ์ที่นิยมมากที่สุดของคนไทยก็คือ แป้งทาหน้าของอีทูดี้ ที่ให้ความเนียนเรียบ และสวยใสอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ประกอบการรายย่อยหลายคนจึงพยายามนำแบรนด์นี้เข้ามาขาย แต่ก็ยังจำกัดสินค้าอยู่ แค่เพียงกลุ่มแป้งทาหน้าเท่นั้น จนกระทั่งบริษัทคอสเมติกาได้ติดต่อกับทางอีทูดี้ที่ประเทศเกาหลี เพื่อที่จะทำธุรกิจเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย
  สนันสนุนโดย 918kiss  (https://scrcrown.com/)
 ซึ่งคุณกรศรี ปฏิพัทธ์เผ่า พงศ์ Brand Manage เครื่องสำอางอีทูดี้ บริษัท คอสเมติกา กล่าวว่า "ตอนนั้นยังไม่ได้คิด เหมือนกันว่าจะนำแบรนด์นี้เข้ามา หรือทำเป็นธุรกิจ จนกระทั่งไปพบกับเจ้าของแบรนด์ในงานแฟร์ ที่ต่างประเทศ ก็เลยคุยกับเขาวทำไมคุณไม่สนใจนำสินค้าเข้ามาเพิ่มเติม เพราะที่เมืองไทยมีแต่ สินค้าแป้งเพียงตัว หรือ สองตัวทนั้น และคนไทยก็สนใจสินค้าของอีทูดี้กันมาก ปรากฏว่าเขา สนใจ และกำลังหาตลาดในไทยอยู่พอดี เลยเสนอให้ทางบริษัททำ Proposal เข้าไป จะว่าไปแล้ว ตอนนั้นมีอยู่หลายบริษัทที่ยื่นขอเป็นผู้นำเข้าสินค้า ทว่าทางเกาหลีเลือกบริษัทคอสเมติกา เพราะ เขาอยากได้เจ้าของแบรนด์ที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ไม่ใช่อยู่ในเครือบริษัทใหญ่ๆ ที่สำคัญ คือ เห็น ตัวอย่างจากประเทศอื่น ๆ ที่ทำแบรนด์อีทูดี้ได้ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่จะปืนคนรุ่นใหม่ ( อายุประมาณ 20 กว่า ๆ ) เช่น ที่ประเทศไต้หวัน หรือ อินโดนีเซีย แต่นอกจากจะเป็นคนรุ่นใหม่แล้ว ก็ต้องเป็นคนที่มีมาร์เก็ตติ้งแพลน และตั้งใจจริงด้วยเมื่อผลตอบรับออกมาดี บริษัทจึงเริ่มวางแผนการตลาดใหม่ ซึ่งถ้าสังเกตให้ดี ตลาด เครื่องสำอางในไทย ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ที่มาจากอเมริกา หรือ ยุโรปเป็นหลัก และราคา ค่อนข้างสูงมาก ส่วนถ้าเป็นแบรด์ของไทยก็จะค่อนข้างราคาถูก ดังนั้นช่องว่างทางธุรกิจตรงนี้ยัง มีอยู่มาก เนื่องจากยังไม่ค่อยมีแบรนด์อิมพอร์ทที่มีราคากลางๆ หรือ ที่มีอยู่ก็ยังไม่ค่อยโดดเด่น มากนัก ตรงนี้จึงต้องมาวางแผนการตลาดใหม่ให้เหมาะกับผู้บริโภคระดับกลาง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็น คนที่เคยใช้ของแพงมาก่อน หรือเคยใช้ของราคาถูกก็สามารถเปลี่ยนมาลองใช้สินค้าราคากลางๆ ได้ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์อีทูดี้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยได้โดยการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ในชื่อว่า อีทูดี้ เฮ้าส์ (ETUDE HOSE) หรือบ้านเจ้าหญิง